หลังจากนั่งรออย่างหมดอาลัยตายอยากอีกสองวัน ปริมาณน้ำก็เริ่มลดลงและแห้งสนิท ชาวบ้านที่เดือดร้อนทุกคนต่างแยกย้ายกันกลับไปดูบ้านเรือนของตน ซึ่งไม่ต่างจากคำพาและสมาชิกครอบครัวทั้งหมด
ตอนนี้ทุกคนต่างยืนมองพื้นที่ที่เคยมีกระท่อมหลังน้อยอยู่ด้วยน้ำตาที่เอ่อคลอ
เบื้องหน้าของทั้งสามคนในตอนนี้ ไม่มีกระท่อมหลังนั้นอยู่อีกต่อไป น้ำป่าได้พัดพากระท่อมพังไปทั้งหลัง ข้าวของในบ้านแทบไม่เหลือให้เห็นเพราะถูกพัดไปกับกระแสน้ำหมดแล้ว คำพาถึงกับทรุดลงนั่งพร้อมร้องไห้ออกมาอย่างน่าเวทนาโดยมีพลอยแท้กอดปลอบอยู่ด้านข้าง
หลังจากนั้น ทุกคนต่างเก็บเสียงสะอื้นไว้ในใจและช่วยกันทำความสะอาดเก็บกวาดเศษขยะ เศษไม้ที่กองสุมอยู่ตรงบริเวณที่เคยมีบ้านของพวกเขาอยู่ กว่าจะแล้วเสร็จก็เกือบสองวันเต็ม ๆ
โชคดีที่ทางจังหวัดมีโครงการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมอยู่แล้ว กระท่อมไม้ไผ่หลังน้อยของคำพาจึงถูกเสกขึ้นใหม่ในอีกห้าวันให้หลังด้วยฝีมือทหารที่อาสาเข้ามาสร้างบ้านให้ ส่วนข้าวของเครื่องใช้ในบ้านและเสื้อผ้าต่าง ๆ ก็รับบริจาคมาจากผู้ใจบุญทั้งหลาย ท่ามกลางคราวเคราะห์ของผู้ประสบภัยยังได้น้ำใจดี ๆ ของผู้ใจบุญเ่าั้คอยช่วยซับน้ำตาที่คลอเอ่อให้เหือดหายไปได้
ตอนนี้ก็เหลือแค่ในสวนเท่านั้นที่ต้องรื้อผักที่เน่าเสียออกและเพาะเมล็ดใหม่อีกครั้ง
“ไม่รู้ชีวิตเราจะต้องเจอเื่แย่ ๆ พวกนี้อีกมากน้อยแค่ไหนนะ” พลอยแท้พูดกับจักรธรเสียงเครือ
“ไม่มีแล้วล่ะ มีคนเคยบอกว่าก่อนชีวิตจะพลิกไปในทางที่ดีต้องเจอสิ่งที่แย่ที่สุดก่อน ฉันเชื่อว่าเราผ่านจุดที่แย่ที่สุดมาแล้ว อดทนอีกหน่อย ชีวิตต่อไปของพวกเราต้องดีขึ้นแน่” จักรธรพูดปลอบขณะที่ในใจนั้นไม่มั่นคงเอาเสียเลย
“ธร ไปหาเห็ดกับของป่ามาขายกันดีกว่า” หลังจากจัดการบ้านจนเข้าที่ พลอยแท้ก็เอ่ยปากชวนจักรธรขึ้นเขาไปหาของป่ามาขาย
ทั้งจักรธรและคำพาไม่ได้ไปขายของที่ตลาดเพราะผักในสวนนั้นกำลังเพาะใหม่ จะให้รับซื้อจากละแวกใกล้เคียงมาขายก็ทำไม่ได้เช่นกันเพราะต่างโดนน้ำท่วมกันถ้วนหน้า ส่วนการหาปลาไปขายนั้น ่นี้บริเวณหนองน้ำที่เคยไปเสียหายหนัก ต้องรอฟื้นฟูอีกสักระยะถึงจะสามารถไปวางเบ็ดและดักลอบได้อีกครั้ง จักรธรและคำพาจึงอยู่แต่บ้านทำสวนอย่างเดียวเท่านั้นในตอนนี้
“น้ำป่าเพิ่งลงมา เว้นไว้ก่อนไม่ดีหรือ” คำพาท้วงด้วยความเป็ห่วง
“ไม่น่าจะเป็อะไรแล้วนะย่า แดดแรงมาสี่วันแล้ว ท้องฟ้าแทบไม่มีเมฆ เมื่อวานพี่วารีก็เพิ่งขึ้นไปรอบหนึ่ง บอกว่ามีเห็ดและหน่อไม้เยอะมาก พลอยว่าถ้าเก็บได้เยอะจะเอาไปวางขายแทนผักชั่วคราวก่อน”
“แล้วรีเป็ไงบ้างล่ะ” คำพาถามต่อด้วยความเป็ห่วง
“ไม่เป็ไรแล้ว โชคดีของพี่รีที่ตอนนั้นมีคนนอกหมู่บ้านอยู่เยอะ นายนั่นเลยลงมือไม่ถนัด” น้ำเสียงของพลอยแท้แฝงไปด้วยความเกลียดชังเมื่อเอ่ยถึงผจญ
หลังเหตุการณ์น้ำท่วม แม้บ้านของวารีจะไม่ได้รับความเสียหายอะไร มีเพียงข้าวของในบ้านเท่านั้นที่เสียหายไปครึ่งหนึ่ง แต่ผจญยังคงตบตีวารีและกล่าวโทษที่ไม่ดูแลของให้ดี ก็ยังถือว่าเป็โชคของวารีในตอนนั้นที่มีคนนอกหมู่บ้านเข้ามาช่วยทำความสะอาดหมู่บ้านพอดี พวกเขาเลยเข้าช่วยวารีได้ทัน
เพราะอับอายที่มีคนนอกเห็นการกระทำเลว ๆ ของเขา ผจญจึงได้หลบออกไปอยู่ข้างนอกั้แ่วันนั้น ตอนนี้ก็ล่วงเข้าเกือบสองสัปดาห์แล้วเขายังไม่กล้าโผล่หน้ากลับมาบ้านแต่อย่างใด
“ไม่รู้เมื่อไหร่รีจะพ้นบ่วงกรรมนี้ไปเสียที”
“วันหน้าถ้าครอบครัวเราอยู่ในฐานะที่สามารถช่วยใครได้สักคน คนแรกที่ฉันอยากช่วยก็คือพี่รีนี่แหละย่า”
คำพาพยักหน้าพลางถอนหายใจ “ย่าก็หวังให้เป็อย่างนั้นเหมือนกัน...แล้วพรุ่งนี้เราสองคนน่ะ ตอนขึ้นเขาก็ระวังตัวกันให้ดี ฝนหยุดตกใหม่แบบนี้หล่มโคลนค่อนข้างเยอะ อย่าเดินอยู่ริมไหล่เขามากนัก ลื่นตกลงไปจะช่วยไม่ทัน ธรก็ดูแลเมียให้ดี ๆ ล่ะ”
สองหนุ่มสาวพยักหน้ารับและตกลงนัดแนะกันขึ้นเขาไปใน่ตีห้าของวัน
เช้านี้ทั้งคู่ได้ของมาหลายอย่าง ทั้งเห็ดแดง เห็ดเผาะ หน่อไม้ ผักหวาน รวมถึงต้นน้ำนมราชสีห์อีกกำมือใหญ่ พลอยแท้ตั้งใจจะนำไปตากแห้งเพื่อทำเป็ชาให้คำพาดื่ม เพราะเธอบ่นว่าเวียนศีรษะและนอนไม่ค่อยหลับ ซึ่งต้นน้ำนมราชสีห์มีสรรพคุณช่วยในด้านนี้พอดี
“วันนี้เราเดินลงไปอีกทางดีไหม ไม่ต้องย้อนกลับ” จักรธรเอ่ยปากชวนเดินกลับไปทางเชิงเขาท้ายหมู่บ้านซึ่งชาวบ้านไม่นิยมเดินทะลุไปทางนั้นนักเพราะไม่มีของป่าอะไรให้เก็บ นิยมย้อนกลับทางเดิมมากกว่าเผื่อเจออะไรระหว่างทางอีก
“เราไม่เคยไปเลยนะ จะหลงไหม”
“ไม่หรอก ชาวบ้านบอกมีแต่ทุ่งหญ้า มีแต่หญ้าเตี้ย ๆ ไม่มีต้นไม้ใหญ่เลย ยังไงก็ต้องมองเห็นว่าหมู่บ้านไปทางไหน”
“งั้นก็ได้” พลอยแท้ตอบตกลง เธออยากเดินสำรวจไปรอบ ๆ เพื่อแก้เบื่อเหมือนกัน
ระหว่างมุ่งหน้าไปเรื่อย ๆ จากป่ารกทึบ ชื้น มีแต่ต้นไม้ใหญ่ขึ้นเบียดเสียดกันกลับค่อย ๆ โล่งและสว่างขึ้นเพราะไม่มีต้นไม้ขึ้นหนาแน่นอีก มีแต่ต้นหญ้า วัชพืช ดอกหญ้าต่าง ๆ ขึ้นอยู่เต็ม พลอยแท้สอดส่ายสายตาไปทั่วกลับไม่พบอะไรน่าสนใจให้เก็บได้อีก แล้วระยะการเดินก็ดูจะไกลกว่าย้อนกลับไปทางเก่า มิน่า ชาวบ้านถึงไม่นิยมเดินมาทางนี้เพราะเปลืองเวลาและเปลืองแรงโดยใช่เหตุ
แต่ถ้าเป็คนที่เดินป่าเพื่อเที่ยวเล่นและสำรวจความงามของขุนเขาจะคิดอีกแบบ เพราะตอนนี้ในสายตาของคนทั้งคู่ได้ปรากฏภาพเนินเขาชันสลับเตี้ยที่ปกคลุมด้วยสีเขียวอ่อนของต้นหญ้าสุดลูกหูลูกตา หากได้มาปลูกบ้านหรือกระท่อมบริเวณนี้ก็คงจะคล้ายภาพวาดบ้านหลังน้อยซึ่งปลูกอยู่บนเนินเขาเขียวขจีล้อมรอบด้วยทิวทัศน์สวยงามที่นิยมแขวนโชว์ไว้ตามผนังบ้านของคนมีอันจะกินเป็แน่
แม้จะเหนื่อยพอแรงกับการเดินมาทางนี้ แต่ได้อาหารตาสวย ๆ แบบนี้ สองหนุ่มสาวก็ถือว่าคุ้มค่าที่ได้มา
“นั่นไง ท้ายหมู่บ้านอยู่ตรงนั้น เราเดินตัดเนินตรงนี้ลงไปเถอะ” จักรธรชี้ให้ดูและเดินนำหญิงสาวไปก่อน
เมื่อเดินตัดเนินลงมาได้สักระยะ จากสีเขียวอ่อนของต้นหญ้ากลายเป็สีเขียวเข้มและมีขีดสีแดงยาวแทรกสลับอยู่เป็ระยะ พลอยแท้เขม้นตามองอย่างสนใจ เธอหลับตาและลืมตาอยู่หลายรอบเพราะคิดว่าตาฝาดไป
พลอยแท้ก้มลงมองต้นหญ้าที่มีใบสีเขียวเข้มเ่าั้ด้วยสีหน้าตื่นตะลึง