แอบแซ่บ ผัวเพื่อน

    ตอนที่ 5: บทรักเก้าอี้เขียว NC++


    บรรยากาศยามค่ำคืนภายในคอนโดหรูใจกลางเมืองถูกขับกล่อมด้วยเสียงเพลงแจ๊สจังหวะเนิบนาบ แสนไฟสีวอร์มไวต์สลัวๆ ส่องสว่างเพียงพอให้มองเห็นรอยยิ้มกรุ้มกริ่มของเสี่ยสมชาย ที่กำลังนั่งเอกเขนกพักผ่อนอยู่บนโซฟาหนังตัวยาวตรงกลางห้องนั่งเล่น

    เครื่องปรับอากาศ หรือแอร์ที่ฝังอยู่บนเพดานทำหน้าที่กระจายความเย็นฉ่ำไปทั่วบริเวณ ทว่าอุณหภูมิความร้อนแรงภายในห้องกลับพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อฉันก้าวเดินนวยนาดออกมาจากห้องน้ำด้วยชุดนอนสายเดี่ยวเนื้อผ้าซาตินสีดำขลับที่สั้นกุดจนแทบจะปิดบั้นท้ายเอาไว้ไม่มิด

    กลิ่นหอมกรุ่นของครีมอาบน้ำราคาแพงโชยแตะจมูกเสี่ยสมชายทันทีที่ฉันทิ้งตัวลงนั่งคร่อมบนตักกว้างของเขา เรียวแขนเล็กทั้งสองข้างยกขึ้นโอบรอบลำคอหนาอย่างออดอ้อน ริมฝีปากอวบอิ่มที่เคลือบด้วยลิปกลอสสีใสคลี่ยิ้มยั่วยวน ก่อนจะโน้มใบหน้าลงไปซุกไซ้ซอกคอของชายวัยกลางคนเบาๆ

    "พี่สมชายขา... วันนี้พราวไปมหาวิทยาลัยมา เหนื่อยมากเลยค่ะ" ฉันกระซิบด้วยน้ำเสียงหวานเจี๊ยบ จงใจเบียดหน้าอกหน้าใจที่ไร้บราเซียปกปิดเข้าเสียดสีกับแผงอกกว้างของเขาอย่างจงใจ

    "ไหน... เด็กดีของพี่ไปทำอะไรมาถึงได้เหนื่อยขนาดนี้ หืม?" สมชายสูดปากเบาๆ ด้วยความเสียวซ่าน มือหนาหยาบกร้านเริ่มลูบไล้ไปตามเรือนร่างอรชรของฉัน บีบเคล้นสะโพกกลมกลึงอย่างมันเขี้ยว

    "ก็พราวต้องไปวิ่งเต้นเรื่องค่าเทอมนี่คะ... เดือนนี้พราวต้องจ่ายค่าเทอม ค่าบำรุงการศึกษา แล้วก็ค่าอุปกรณ์ทำโปรเจกต์ตั้งเยอะแหนะ" ฉันทำหน้างอเล็กน้อย ช้อนสายตาคู่หวานฉ่ำขึ้นมองเขาด้วยแววตาเว้าวอน "รวมๆ แล้วก็เกือบแสนเลยค่ะ... พราวเครียดจนกินข้าวไม่ค่อยลงเลยนะคะเนี่ย"

    "โธ่... แม่คุณของพี่ เรื่องแค่นี้เองจะเครียดไปทำไมจ๊ะ" เสี่ยสมชายหัวเราะร่วนในลำคอด้วยความเอ็นดู เขาประคองใบหน้าของฉันให้เชิดขึ้น ก่อนจะจูบซับลงบนริมฝีปากเบาๆ "รอเดี๋ยวนะคนดี..."

    สมชายดันร่างของฉันออกชั่วคราว เขาเดินตรงไปยังมุมห้องซึ่งมีตู้เซฟนิรภัยซ่อนอยู่หลังภาพวาดศิลปะ เพียงไม่กี่อึดใจ เขาก็เดินกลับมาพร้อมกับปึกธนบัตรสีเทาจำนวนหนึ่งแสนบาทถ้วน วางมันลงบนฝ่ามือของฉันอย่างใจป้ำ

    "รับไปสิจ๊ะ นี่ค่าเทอมของหนูพราว... พี่สมชายคนนี้จะดูแลหนูเอง หนูแค่ทำตัวน่ารักๆ ปรนเปรอความสุขให้พี่ก็พอแล้ว" แววตาของเขาเต็มไปด้วยความหลงใหลในอำนาจเงินตราและความสามารถในการครอบครองความสาวของฉัน

    "กรี๊ด! พี่สมชายใจดีที่สุดในโลกเลยค่ะ!" ฉันแสร้งทำเป็นดีใจจนเนื้อเต้น โผเข้ากอดเขาแน่นๆ และระดมจูบไปทั่วใบหน้าของเขาอย่างเอาใจ "พราวรักพี่สมชายที่สุดเลยค่ะ คืนนี้พราวจะตอบแทนความใจดี ของพี่สมชายให้ถึงใจเลยนะคะ..."

    มารยาหญิงและความขี้เล่นที่แสร้งปั้นแต่งขึ้นมา ดูเหมือนจะได้ผลชะงัด กิเลสตัณหาของชายวัยกลางคนถูกจุดติดจนลุกโชน สมชายสบตาฉันด้วยประกายไฟแห่งความปรารถนา เขาช้อนอุ้มร่างของฉันขึ้นจากโซฟาอย่างง่ายดายด้วยพละกำลังที่ล้นเหลือ แล้วก้าวเดินยาวๆ ไปยังมุมหนึ่งของห้องนั่งเล่น

    ที่ตรงนั้น... มีเก้าอี้นวมกำมะหยี่สีเขียวเข้มตัวใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ริมหน้าต่างกระจกใสบานกว้าง

    สมชายค่อยๆ วางร่างของฉันลงบนความอ่อนนุ่มของเก้าอี้กำมะหยี่สีเขียว เนื้อผ้าที่ละเอียดอ่อนเสียดสีกับผิวเนื้อเปลือยเปล่าของฉันเบาๆ สร้างความรู้สึกวาบหวิวและตื่นเต้นอย่างประหลาด เขาคุกเข่าลงเบื้องหน้า จับแยกเรียวขาทั้งสองข้างของฉันออกกว้าง ก่อนจะปลดเปลื้องชุดนอนสายเดี่ยวสีดำของฉันออกจนพ้นทาง เผยให้เห็นความงดงามที่ขาวสะพรั่งและสมบูรณ์แบบ

    "สวย... พราวของพี่สวยเหลือเกิน" เขาพึมพำด้วยเสียงแหบพร่า สายตาโลมเลียไปทั่วสรีระเปลือยเปล่าของฉันราวกับสัตว์ป่าที่กำลังหิวโหย

    สมชายไม่รอช้า เขาก้มใบหน้าลงมาซุกไซ้ซอกคอขาวเนียนของฉัน ขบเม้มเบาๆ จนเกิดรอยรักสีจางๆ ก่อนจะเคลื่อนริมฝีปากลงมาครอบครองยอดปทุมถันสีระเรื่อที่กำลังตั้งชูชันท้าทายสายตา ปลายลิ้นร้อนชื้นตวัดเลียและดูดดึงสลับซ้ายขวาอย่างเมามัน

    "อ๊า... พี่สมชายขา... พราวเสียว..." ฉันครางเสียงกระเส่า แอ่นอกรับสัมผัสอันวาบหวิวนั้นอย่างไม่คิดจะปิดบังความพึงพอใจ

    ร่างกายของฉันตอบสนองต่อการเล้าโลมอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่มีความรู้สึกขยะแขยง ฝืนทน หรือต้องพยายามปิดสวิตช์หัวใจเพื่อหลีกหนีความจริงอีกต่อไป ฉันเลือกที่จะเปิดรับและดื่มด่ำไปกับรสสัมผัสทางกาย เพื่อแลกเปลี่ยนความสุขสมและผลประโยชน์ที่ฉันสมควรได้รับ

    ความนุ่มลื่นของเก้าอี้กำมะหยี่ ไอเย็นฉ่ำจากแอร์ที่ปะทะผิวเนื้อ และลมหายใจร้อนผ่าวของชายตรงหน้า... ทั้งหมดนี้ผสมผสานกันจนกลายเป็นมวลความรู้สึกที่เร้าอารมณ์และกระตุ้นกิเลสให้พุ่งทะยาน

    เมื่อปลุกเร้าจนร่องรักของฉันเปียกชุ่มไปด้วยหยาดน้ำหวาน สมชายก็ปลดเปลื้องปราการชิ้นสุดท้ายของตนเองออก เผยให้เห็นท่อนลำเอ็นร้อนผ่าวที่แข็งขืนและปูดโปนไปด้วยเส้นเลือด เขายืดตัวขึ้นยืนเต็มความสูง จับความใหญ่โตของเขาจ่อเข้าที่ปากทางถ้ำสีสวย ก่อนจะกดแทรกสะโพกดันความแข็งแกร่งนั้นเข้ามาภายในความคับแคบของฉันอย่างเชื่องช้าแตะหนักแน่น

    "อ๊ะ!... อูว์... ใหญ่จังเลยค่ะพี่สมชาย..." ฉันนิ่วหน้าเล็กน้อยเมื่อความคับแน่นรุกล้ำเข้ามาจนสุดโคน ผนังเนื้อนุ่มของฉันตอดรัดท่อนลำของเขาแน่นหนึบตุบๆ ตามสัญชาตญาณ

    "ซี้ดดดด... แน่นมากพราว... รูหนูตอดพี่ดีเหลือเกิน" สมชายสูดปากด้วยความเสียวซ่าน เขาหยุดพักหายใจเพียงชั่วครู่ ก่อนจะเริ่มขยับโยกสะโพกเข้าออกเป็นจังหวะเนิบนาบ เพื่อให้ร่างกายของเราทั้งคู่ปรับตัวเข้าหากัน

    "อ๊างง... เสียวค่ะ... ลึก... ลึกมากเลย..." ฉันครางออเซาะ ช้อนสายตาขึ้นมองใบหน้าของเขาด้วยแววตายั่วยวน มือทั้งสองข้างเอื้อมไปเกาะกุมบ่ากว้าง จิกเล็บลงบนกล้ามเนื้อของเขาเบาๆ เพื่อระบายความซ่านสยิว

    เมื่อเห็นว่าฉันตอบสนองอย่างเต็มอกเต็มใจและมีอารมณ์ร่วมไปกับเขา เสี่ยสมชายก็เริ่มเร่งจังหวะการซอยสะโพกให้กระชั้นและหนักหน่วงขึ้น ท่อนลำเอ็นร้อนอัดกระแทกเข้าออกร่องรักเปียกชื้นอย่างดุดัน เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังกึกก้องประสานไปกับเสียงเพลงแจ๊สที่เปิดคลอเบาๆ

    ความอ่อนนุ่มของเก้าอี้กำมะหยี่สีเขียวเข้มช่วยรองรับแรงกระแทกจากแผ่นหลังของฉันได้อย่างดีเยี่ยม ฉันบิดสะโพกสวนรับจังหวะการบดเบียดนั้นอย่างรู้ใจ โน้มตัวเข้าหาและบดริมฝีปากจูบแลกเรียวลิ้นกับเขาอย่างดูดดื่ม รสชาติแห่งความปรารถนาและความหฤหรรษ์แพร่กระจายไปทั่วทุกอณูขุมขน

    "อ๊า! พี่สมชาย... แรงอีกค่ะ... พราวชอบ..." ฉันส่งเสียงครางกระตุ้น ปลุกปั่นอีโก้และความความเป็นผู้นำของเขาให้พุ่งถึงขีดสุด

    "ได้เลยจ้ะคนสวย... พี่จะกระแทกให้หนูครางไม่หยุดเลย... ซี้ดดดด!"

    สมชายคำรามลั่น โหมกระหน่ำพายุอารมณ์เข้าใส่เรือนร่างของฉันอย่างบ้าคลั่ง ฉันเชิดหน้าขึ้น หอบหายใจแรงๆ ร่างกายล่องลอยไปกับความสุขสมที่พุ่งทะยานสูงขึ้นเรื่อยๆ ราวกับกำลังไต่ระดับขึ้นสู่ยอดเขาแห่งสรวงสวรรค์

    "พี่สมชาย... พราว... พราวจะไม่ไหวแล้ว... อ๊ายยยย!" ฉันหวีดร้องออกมาเสียงหลง เมื่อความเสียวซ่านเดินทางมาถึงจุดสูงสุด ร่างกายกระตุกเกร็งอย่างรุนแรง ผนังเนื้อภายในขมิบตอดรัดท่อนลำของเขาถี่ยิบ น้ำหวานสีใสทะลักล้นออกมาอาบชโลมความแข็งแกร่งจนชุ่มฉ่ำ

    "ซี้ดดดด... พราว! พี่ก็... พี่ก็ไม่ไหวแล้ว... อ๊าาาา!!"

    เสี่ยสมชายอัดกระแทกสะโพกเข้ามาเป็นครั้งสุดท้ายอย่างสุดแรง ก่อนจะคำรามเสียงต่ำ ร่างกายของเขากระตุกเกร็ง ปลดปล่อยธารน้ำรักอุ่นร้อนให้ฉีดพ่นเข้ามาภายในส่วนลึกของร่างกายฉันจนเอ่อล้น ทิ้งตัวลงนอนทาบทับหอบหายใจฮักๆ อยู่บนเรือนร่างของฉันอย่างหมดเรี่ยวแรง

    เราสองคนตระกองกอดกันอยู่บนเก้าอี้กำมะหยี่สีเขียวเข้มตัวนั้น ฉันลูบไล้แผ่นหลังที่ชื้นเหงื่อของเขาเบาๆ เพื่อประจบเอาใจ แม้ร่างกายจะเหนื่อยหอบจากการทำกิจกรรมเข้าจังหวะ ทว่าดวงตาของฉันกลับทอประกายพึงพอใจและมีชีวิตชีวาอย่างปิดไม่มิด

    เวลาล่วงเลยไปจนเกือบเที่ยงคืน หลังจากที่เสี่ยสมชายแต่งตัวและเดินทางกลับไปบ้านของเขาเรียบร้อยแล้ว ความเงียบสงบก็กลับมาเยือนคอนโดหรูอีกครั้ง

    ฉันก้าวเดินอย่างมั่นคง ตรงไปยังตู้เซฟส่วนตัวของฉันที่ซ่อนอยู่ในห้องแต่งตัว ป้อนรหัสผ่านสี่หลักแล้วดึงประตูเหล็กให้เปิดออก ภายในตู้เซฟนั้น มีเครื่องประดับราคาแพงและเงินสดหลายปึกที่ฉันค่อยๆ สะสมและสูบเลือดสูบเนื้อมาจากเสี่ยสมชายตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา

    ฉันหยิบปึกเงินสดหนึ่งแสนบาทที่เพิ่งได้มาหมาดๆ วางซ้อนทับลงไปบนกองเงินเหล่านั้นด้วยรอยยิ้มกริ่ม

    เมื่อปิดตู้เซฟลง ฉันหันกลับมามองเงาของตัวเองในกระจกบานใหญ่ ภาพที่ปรากฏคือหญิงสาวที่สวยสง่า ทรงเสน่ห์ และเต็มไปด้วยความทะเยอทะยาน แววตาของฉันไม่ได้มีร่องรอยของความโศกเศร้า หรือความรู้สึกผิดชอบชั่วดีใดๆ หลงเหลืออยู่อีกต่อไป

    ฉันคือผู้คุมเกม... คือแม่เสือสาวที่กำลังสนุกสนานกับการตะครุบเหยื่อและกอบโกยทรัพยากรทุกอย่างมาเป็นของตัวเอง

    และตราบใดที่เสน่ห์มารยาและเรือนร่างของฉันยังคงมีราคา... ฉันก็จะเริงระบำและกอบโกยผลประโยชน์นี้ต่อไปอย่างไม่ลดละ!