ฉันได้คู่หมั้นเป็นองค์ชายจากระบบจับคู่อัตโนมัติ

    ตอนที่ 8 สามีภรรยาต้องอยู่ด้วยกันสิ!

           เด็ก ๆ จากตระกูลขุนนางอย่างพวกเธอ ปกติแล้วจะได้พักในหอพักแบบห้องสวีทเดี่ยวสุดหรู จะมีก็แต่นักศึกษาที่มาจากดาวเคราะห์ห่างไกลเท่านั้นที่ต้องมาอยู่ห้องคู่เล็ก ๆ แคบ ๆ แบบนี้

            ซูลั่วทำหน้าเฉยชา เตรียมจะปิดประตูทันที

            จินแอนนี่รีบพูดขึ้น “เดี๋ยวก่อน ฉันมีเรื่องจะถาม! เรื่องที่ว่าเจียงเฉินใช้ช่วงเวลาอ่อนไหวร่วมกับยัยซูเสี่ยวซีนั่น เป็นเรื่องจริงเหรอ?”

            “ใช่ แล้วจะทำไม?”

            จินแอนนี่มองท่าทางเรียบเฉยของซูลั่ว แล้วก็ปลอบใจอย่างเก้ ๆ กัง ๆ “เจียงเฉินมันก็แค่ผู้ชายสารเลวคนหนึ่ง เธอ...เธอก็ไม่ต้องเสียใจไปหรอกนะ ปกติเขาก็ว่ากันว่า ผู้ชายน่ะ…ถ้าคนนี้ไม่ดีก็เตะมันทิ้งไป เดี๋ยวคนต่อไปก็ดีกว่าเองนั่นแหละ!”

            ซูลั่วยิ้ม “ฉันเข้าใจแล้ว เธอมาเพื่อปลอบใจฉันสินะ”

            “ฉันไม่ได้ปลอบใจเธอสักหน่อย!”

            ราวกับแมวซึนเดเระ จินแอนนี่หันหลังแล้วเดินจากไปทันที ซูลั่วมองแผ่นหลังของเธอแล้วยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย

            ซูลั่วเห็นกระทู้ในฟอรัมแล้ว แต่เธอกลับสงบนิ่งมาก เพราะเธอไม่ได้สนใจผู้ชายที่ชื่อเจียงเฉินอยู่แล้ว

            ในทางกลับกัน ตระกูลซูและตระกูลเจียงได้นัดพบปะกันจริง ๆ เพื่อพูดคุยเรื่องการแต่งงานของลูก ๆ ทั้งสอง

            ก่อนหน้านี้ตระกูลเจียงก็ไม่ค่อยชอบซูลั่วอยู่แล้ว เพราะเธอเป็นแค่ลูกบุญธรรมของตระกูลซู สายเลือดไม่บริสุทธิ์ ไม่ใช่ขุนนางโดยแท้จริง

            แต่เพราะเกรงใจในบารมีของดยุกซู บวกกับทั้งสองตระกูลเป็นสหายกันมาหลายรุ่นและมีผลประโยชน์ร่วมกัน พวกเขาจึงยอมให้เจียงเฉินหมั้นหมายกับซูลั่ว

            แต่หลังจากนั้น ซูเสี่ยวซีก็กลับมา แถมยังได้ใช้ช่วงเวลาอ่อนไหวร่วมกับเจียงเฉินอีก

            ท่าทีของตระกูลซูนั้นแน่นอนว่าต้องตามใจซูเสี่ยวซีมากกว่าอยู่แล้ว ตระกูลเจียงจึงถือโอกาสนี้ไหลไปตามน้ำ (ซุ่นสุ่ยทุยโจว: 顺水推舟 - shùn shuǐ tuī zhōu) เห็นชอบกับการแต่งงานครั้งนี้

            การเจรจาเรื่องแต่งงานเป็นไปอย่างราบรื่น เพราะนอกจากซูลั่วแล้ว ทุกคนต่างก็มีความสุขกันถ้วนหน้า

            ขณะที่เหล่าผู้ใหญ่กำลังพูดคุยกัน ซูเสี่ยวซีกับเจียงเฉินก็เดินเล่นอยู่ในสวนของคฤหาสน์ เมื่อเดินเลี้ยวไปตรงหัวมุมที่ไม่มีใครมองเห็น ซูเสี่ยวซีก็ยื่นมือไปกอดแขนของเจียงเฉินแล้วทำเสียงออดอ้อน

            “ดีจังเลยค่ะพี่เฉิน อีกแค่สองเดือนเราก็จะได้แต่งงานกันแล้ว”

            “อืม”

            เจียงเฉินชอบท่าทางออดอ้อนเอาใจของซูเสี่ยวซีที่สุด แต่ไม่รู้ว่าทำไมวันนี้เขากลับนึกถึงเรื่องที่ถูกซูลั่วสาดน้ำซุปใส่เขาที่ภัตตาคารขึ้นมา

            เขามองไปรอบ ๆ “วันนี้ทำไมไม่เห็นซูลั่วเลย?”

            รอยยิ้มบนใบหน้าของซูเสี่ยวซีแข็งค้างไปชั่วขณะ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงน้อยใจ “พี่ลั่วโกรธหนูมากเลยค่ะ ช่วงนี้เลยไปอยู่ที่มหาวิทยาลัย ไม่ยอมกลับบ้านเลย”

            พอเจียงเฉินได้ยินแบบนั้น ในใจก็รู้สึกพึงพอใจขึ้นมาอย่างประหลาด

            ดูท่าแล้ว ซูลั่วคงจะโกรธคนในตระกูลซูเพราะว่ายังชอบเขาอยู่มากสินะ

            เขายกมุมปากขึ้นอย่างชอบใจ “เธอมีสิทธิ์อะไรมาโกรธ? เดิมทีฉันก็ต้องแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์กับคุณหนูตระกูลซูอยู่แล้ว ซึ่งก็ควรจะเป็นเราสองคน ซูลั่วก็แค่ลูกบุญธรรมของบ้านเธอเท่านั้น”

            “ถึงจะเป็นอย่างนั้นก็เถอะค่ะ แต่หนูก็ไม่อยากให้พี่ลั่วโกรธหนูเลย เป็นความผิดของหนูเอง ตอนนั้นไม่น่าไปอยู่ใกล้ ๆ พี่เลย...”

            “ถ้าเธอไม่อยู่ใกล้ ๆ ฉัน แล้วจะให้ฉันไปหาคนอื่นตอน ช่วงเวลาอ่อนไหวหรือไง?”

            “ไม่เอานะคะ...”

            ซูหนานจิ่นที่เดินผ่านมาพอดีได้ยินบทสนทนาของพวกเขาก็ขมวดคิ้วแน่น

            เจียงเฉินคนนี้น่ารังเกียจจริง ๆ ในเมื่อตอนแรกก็ไม่ได้ชอบลั่วลั่ว แล้วจะตอบตกลงหมั้นหมายไปทำไม?

            ในสถานการณ์ที่ยังหมั้นกับลั่วลั่วอยู่ แต่กลับไปใช้ช่วงเวลาอ่อนไหวร่วมกับเสี่ยวซี คนที่ไว้ใจไม่ได้แบบนี้ ในอนาคตจะมอบความสุขให้เสี่ยวซีได้ยังไง?

            หลังจากที่คนจากตระกูลเจียงกลับไปแล้ว ซูหนานจิ่นก็กลับเข้ามาในห้องนั่งเล่น เมื่อเห็นพ่อกับแม่นั่งอยู่บนโซฟา เขาจึงพูดออกมาด้วยสีหน้าจริงจัง “เจียงเฉินเป็นคนที่ไว้ใจไม่ได้นะครับ ท่านพ่อกับท่านแม่คิดจะให้เสี่ยวซีแต่งงานกับเขาจริง ๆ เหรอครับ?”

            ดยุกซูขมวดคิ้ว “หนานจิ่น ทำไมลูกถึงพูดแบบนั้น?”

            “ตอนที่เจียงเฉินยังไม่ได้เลิกกับลั่วลั่ว เขาก็ให้เสี่ยวซีไปอยู่เป็นเพื่อนตอนช่วงเวลาอ่อนไหวแล้ว นั่นเป็นเพราะเขาใจไม่แข็งพอ หรือ...คิดจะจับปลาสองมือกันแน่!”

            คุณนายซูที่นั่งอยู่ข้าง ๆ รีบพูดขึ้น “แม่ว่าอาเฉินไม่ใช่เด็กแบบนั้นนะลูก อีกอย่าง เขาก็บอกแล้วว่าเขาไม่เคยมีใจให้ลั่วลั่วเลย หนานจิ่น นี่ลูกยังจะปกป้องลั่วลั่วอยู่อีกเหรอ?”

            “ใช่ครับ แล้วเจียงเฉินคนนั้น...”

            “พอได้แล้ว” ดยุกซูเอ่ยขึ้น สีหน้าของเขาจริงจังเป็นอย่างมาก “เสี่ยวซีกับเจียงเฉินรักใคร่ชอบพอกัน สัญญาหมั้นหมายนี้เดิมทีก็เป็นของสองตระกูลซูและเจียงอยู่แล้ว ส่วนเรื่องของลั่วลั่ว...เด็กคนนั้นไปเอาเงินมากมายขนาดนั้นมาจากไหน? ไปเดินในทางที่ผิดหรือเปล่า?”

            ซูหนานจิ่นชะงัก “เงินอะไรครับ?”

            “เมื่อสองวันก่อนลั่วลั่วโอนเงินมาให้สามแสนเหรียญดวงดาว แล้วก็บล็อกเบอร์แม่ของลูกไปเลย!”

            สามแสนเหรียญดวงดาว บนดาวอัลฟ่าไม่ใช่จำนวนน้อย ๆ เลย!

            ซูหนานจิ่นไม่สนใจเรื่องอื่นอีกต่อไป เขารีบหันไปโทรศัพท์หาซูลั่วทันที ส่วนคุณนายซูก็มองแผ่นหลังของลูกชายคนโตแล้วขมวดคิ้วเล็กน้อย

            “คุณคะ คุณว่าหนานจิ่นเขาจะเข้าข้างลั่วลั่วมากเกินไปหน่อยไหมคะ?”

            ดยุกซูพูดอย่างไม่ใส่ใจ “พวกเขาเป็นพี่น้องกันมาสิบปี จะผูกพันกันมากหน่อยก็เป็นเรื่องธรรมดา”

            “แล้วเงินสามแสนเหรียญดวงดาวที่ลั่วลั่วให้มาล่ะคะ...”

            “ไหน ๆ ก็ต้องเริ่มเตรียมงานแต่งงานให้เสี่ยวซีแล้วไม่ใช่รึ ต้องใช้เงินเยอะอยู่พอดี”

            “ค่ะ”

            ถ้าซูลั่วรู้ว่าเงินที่เธอคืนให้ตระกูลซู ถูกนำไปใช้เตรียมงานแต่งงานให้ซูเสี่ยวซี ไม่รู้ว่าเธอจะรู้สึกขยะแขยงแค่ไหน

            ไม่สิ...บางทีอาจจะไม่

            เพราะในเมื่อหัวใจมันเย็นชาไปแล้ว ก็จะไม่สนใจอีกว่าพวกเขาจะทำเรื่องน่ารังเกียจอะไรไปมากกว่านี้

            .

            .

            ในขณะเดียวกัน ที่หอพักของมหาวิทยาลัยจักรวรรดิ ซูลั่วกำลังมองเพื่อนร่วมห้องตรงหน้าด้วยความงุนงง

            “องค์ชายเก้า ฉันบอกให้คุณมาหาในอีกสามวันไม่ใช่เหรอคะ?”

            โดยทั่วไป  ช่วงเวลาอ่อนไหวของบีสต์แมนจะกินเวลาสามวัน

            ในช่วงสามวันนี้ ถ้าไม่ใช้ยาระงับ ก็ต้องอยู่บ้านเฉย ๆ 

            หรือไม่อย่างนั้น ก็ต้องอยู่กับคู่ของตัวเอง

            ตอนนั้น ตอนที่ช่วงเวลาอ่อนไหวของเจียงเฉินปะทุขึ้น ซูเสี่ยวซีก็ได้อยู่เป็นเพื่อนเขาถึงสามวัน

            แต่นี่เพิ่งจะผ่านไปแค่วันเดียว ฉู่ซิงหลานก็กลับมาอีกแล้ว เขาอยู่ในชุดนักศึกษาปีหนึ่งสีน้ำเงินขาว ด้านหลังยังมีหลัวจี๋ นายทหารคนสนิทที่กำลังถือกระเป๋าเดินทางตามมาด้วย

            “พี่สาว สามีภรรยาต้องอยู่ด้วยกันสิครับ!”

            มุมปากของซูลั่วกระตุก

            สามีภรรยาบ้านไหนเขาอยู่ด้วยกันแบบนี้! แล้วพวกเขาเป็นสามีภรรยากันตอนไหน?

            ไม่สิ...ถ้าว่ากันตามกฎหมายการสมรสของดาวอัลฟ่า พวกเขาก็ถือว่าเป็นสามีภรรยากันในนามแล้วจริง ๆ 

            ซูลั่วกุมขมับ เธอคิดว่าคงไม่สามารถพูดคุยกับฉู่ซิงหลานในตอนนี้ให้รู้เรื่องได้ จึงหันไปพูดกับหลัวจี๋ที่กำลังถือกระเป๋าอยู่แทน “องค์ชายเก้าทำอะไรไม่เข้าท่าแบบนี้ องค์จักรพรรดิทรงทราบเรื่องรึเปล่าคะ?”

            หลัวจี๋พยักหน้า “องค์ราชินีทรงทราบแล้วครับ และพระองค์ก็ไม่ได้ขัดข้องอะไร”

            ซูลั่วถามกลับ “แต่ตอนนี้ ช่วงอ่อนไหวของเขายังไม่สิ้นสุด ยังไม่มีสติสัมปชัญญะ ในเวลานี้เขาควรจะอยู่ที่บ้านของตัวเองสิ!”

            หลัวจี๋ทำหน้าลำบากใจ “องค์ราชินีทรงอนุญาตแล้ว พวกเราก็จนปัญญาเหมือนกันครับ ตอนนี้พระองค์ทรงติดคุณมาก”

            ซูลั่วสูดหายใจเข้าลึก ๆ เธอมององค์ชายที่กำลังเดินสำรวจไปรอบ ๆ ห้องพักแคบ ๆ พลางทำหน้าติโน่นตินี่ไม่หยุด หางทั้งเก้าของเขาพลางแกว่งไปมา

            “ฉันขอคุยกับองค์ราชินีได้ไหม?”

            หลัวจี๋เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของฉู่ซิงหลาน จึงไม่สามารถขัดคำสั่งได้ แต่ในเมื่อองค์ราชินีเป็นแม่แท้ ๆ ของฉู่ซิงหลาน พระองค์จะทิ้งลูกชายไว้กับเธอแบบนี้จริง ๆ หรือ?

            ซูลั่วเคยเห็นองค์ราชินีผู้แสนอ่อนโยนและงดงามในโลกออนไลน์ พระองค์น่าจะรักและห่วงใยโอรสคนเดียวของพระองค์มากไม่ใช่หรือ

            หลัวจี๋ตอบ “ผมจะทูลถามองค์ราชินีให้ครับ”

            ไม่กี่นาทีต่อมา ภาพขององค์ราชินีสือหลานในชุดกระโปรงยาวสีเบจอันสง่างามก็ปรากฏขึ้นบนจอโฮโลแกรม พระองค์ยิ้มแล้วมองมายังซูลั่ว “เธอคือลั่วลั่วสินะ งดงามเหมือนที่ซิงหลานบอกไว้จริง ๆ”

            ฉู่ซิงหลานชะโงกหน้าเข้ามาข้าง ๆ “ใช่ไหมล่ะเสด็จแม่ ลูกไม่ได้โกหกใช่ไหม?”

            ซูลั่วถึงกับพูดไม่ออก เธอใช้ฝ่ามือผลักหน้าเจ้าจิ้งจอกนั่นออกไป

            เธอทำความเคารพสือหลาน “ฝ่าบาท พระองค์จะให้องค์ชายเก้ามาพักที่นี่จริง ๆ หรือเพคะ?”

            “ใช่แล้ว ก็พวกเธอเป็นสามีภรรยากัน”

            “แต่เราเป็นแค่คู่แต่งงานจากการจับคู่พันธุกรรม อีกอย่าง เรื่องนี้ก็เป็นแค่เรื่องเข้าใจผิด และตอนนั้นหม่อมฉันก็ไม่ทราบว่าองค์ชายเก้ากำลังอยู่ในช่วงเวลาอ่อนไหวด้วย สถานการณ์ขององค์ชายเก้าในตอนนี้ พอพ้นช่วงอ่อนไหวไปแล้ว ก็น่าจะขอยกเลิกการแต่งงานกับหม่อมฉัน”

            สือหลานอดทนฟังอย่างใจเย็น

            เมื่อซูลั่วพูดจบ สือหลานกลับถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “ลั่วลั่ว...แล้วตัวเธอล่ะ ชอบซิงหลานรึเปล่า?”



    คล้ายกับเรื่องฉันได้คู่หมั้นเป็นองค์ชายจากระบบจับคู่อัตโนมัติ ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505