บทที่ 3 ั์ตา์
พึงแม้ว่าเขาเองก็ยังไม่อยากจะเชื่อมากนัก แต่การที่น้ำหนักของเขามันลงไปถึง 2 กิโลกรัมได้เพียงชั่วข้ามคืน หากไม่ใช่เพราะฝันเมื่อคืนแล้ว มันก็ยากที่จะอธิบาย ว่าเหตุใดทำไมถึงเกิดเื่อัศจรรย์แบบนี้ขึ้นได้
ความตื่นเต้นในใจเขานั้นมันยากที่จะควบคุม และหัวใจเขาเองก็เต้นแรงมากๆเสียด้วย
ถ้าความฝันเมื่อคืนนั้นเป็ความจริง...แสดงว่าที่เขาแลกเปลี่ยนเอาั์ตา์มาก็เป็เื่จริงด้วยหรือเปล่า?
หากยึดตามคำแนะนำจากเสียงเบาๆเมื่อคืนนี้แล้ว ั์ตา์นี่เหมือนๆกับการพยากรณ์โชคชะตาเลย ไม่ว่าจะมองอะไรก็จะเห็นอนาคตของสิ่งนั้นๆ
แล้วถ้าจะใช้เวทมนตร์นี้ต้องทำยังไงนะ?
ถ้าจำไม่ผิดเหมือนจะเป็วิธีสุดชาญฉลาดที่บอกไว้ว่า เพียงแค่พูดชื่อของเวทมนตร์เบาๆเท่านั้น
อู๋ตี้รู้สึกตื่นเต้นไปหมด เขาหยุดคิดทุกอย่างในหัว
หลังจากที่สูดหายใจเข้าไปลึกๆ 2 ครั้งแล้วเขาก็มองตรงไปข้างๆ ตอนนี้ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงซึ่งมันทำให้เขาใจเย็นลงได้อีก
ใช่แล้ว เขาเกือบจะพูดชื่อนั้นออกไปแล้วเชียว ด้วยเวทมนตร์ที่มีผลเพียง 10 วินาทีในแต่ละครั้งที่ใช้ เขาจะใช้มันอย่างเสียเปล่าไม่ได้! มันต้องใช้ให้ถูกที่ถูกทางเท่านั้น
แต่ที่ที่ว่านั่นคือที่ไหนกันล่ะ?
ในตอนนั้น มีชาย 2 คนที่เดินผ่านเขาพอดี 1 ในสองคนนั้นกำลังดูโทรศัพท์มือถืออยู่ และทันใดนั้นเขาก็พูดออกมาเสียงดัง
“ดูนี่ๆ! ชายยากจนผู้ที่ไม่มีแม้แต่เงินที่จะไปซื้อข้าวเพราะเอาไปซื้อลอตเตอรี่ไปแล้ว และลอตเตอรี่ใบนั้นดันถูกรางวัลใหญ่ขึ้นมาเลยทำให้เขากลายเป็มหาเศรษฐีในทันทีเลย! บ้าเอ๊ย ทำไมเป็คนที่โชคดีขนาดนี้นะ! ฉันเองก็อยากมีโชคแบบนั้นเหมือนกัน”
“ฝันไปเหอะ จริงๆแม่ฉันก็เพิ่งซื้อไป 2 ใบ ถ้าบทมันจะถูกจริงๆล่ะก็นะ ฉันจะซื้อรถสปอร์ตคันงามแล้วขับมาจอดหน้าประตูมหาลัยเลย จากนั้นก็จะเอาไวน์ 2 ขวดมาดื่มโชว์ด้วย ฮ่าๆๆ แบบนั้นมันต้องดีแน่ๆ”
บทสนทนาระหว่างสองคนนั้นทำให้อู๋ตี้เกิดไอเดียขึ้นมา ใช่แล้ว ทำไมเขาไม่ใช้ั์ตา์นี่ ตรวจดูล่ะว่างวดนี้ลอตเตอรี่จะออกอะไร แบบนี้มีประโยชน์กว่าเยอะ
และถ้าเขาถูกรางวัลจริงๆ เขาก็จะได้เงินก้อนใหญ่ ครอบครัวของเขาก็จะไม่ต้องทำงานหนักอีก และตัวเขาเองก็จะได้ไม่โดนคนอื่นดูถูกอีก
จากนั้น มุมมองของเหยาเหยาที่มีต่อเขาเองก็อาจจะเปลี่ยนไปด้วย…
คิดได้ดังนั้น อู๋ตี้ก็รีบหยิบโทรศัพท์มือถือของเขาขึ้นมาเปิดไป๋ตู๋เพื่อซื้อลอตเตอรี่ทันที
และเพราะเขานั้นไม่เคยซื้อลอตเตอรี่มาก่อน เขาจึงไม่รู้ว่าเขาจะถูกรางวัลได้อย่างไร ดังนั้นแล้วเขาจึงดูลอตเตอรี่ทุกรูปแบบในข้อมูลที่แสดงให้เห็นต่างๆ
ท้ายสุดเขาก็พบว่า ภายในบรรดาลอตเตอรี่ที่ให้เงินรางวัลสูงที่สุดนั้นคือสิ่งที่ถูกเรียกว่าจัมโบ้ เงินที่สะสมเป็รางวัลอยู่นั้นมีมากเป็ล้านๆหยวนเลย ถ้าหากเขาถูกรางวัลที่ 1 ได้และรวมเข้ากับเงินพิเศษ เขาจะได้เงินกว่า 10 ล้านหยวนเลยทีเดียว
ตอนนี้ 2 หยวนของเขานั้นกำลังจะทำให้เขาถูกลอตเตอรี่เป็สิบล้านแล้ว คิดดังนี้หัวใจของอู๋ตี้ก็ตื่นเต้นมากกว่าเดิมอีก
เขาเพ่งมองไปยังจอโทรศัพท์ของเขา จากนั้นก็เริ่มท่องชื่อเวทมนตร์ขึ้นในใจ : ั์ตา์ เบิกเนตร!
ภาพของจอโทรศัพท์ตรงหน้านั้นเริ่มเปลี่ยนแปลง ในตอนแรกมันบิดไปมาก่อนจะกลับเป็ปกติ
จากนั้นเขาก็เห็นว่าวันที่ที่อยู่บนหน้าจอนั้นมันเปลี่ยนแปลงไปเป็ของวันพรุ่งนี้แล้วและตัวเลขสีแดง 5 ตัวกับตัวเลขสีฟ้า 2 ตัวด้านล่างเองก็เปลี่ยนไปด้วย
อู๋ตี้รีบจดจำตัวเลขทั้ง 7 ตัวนั้นไว้อย่างรวดเร็ว เขารีบเปิดแอปพลิเคชันโน๊ตในโทรศัพท์เป็ครั้งแรกและรีบบันทึกตัวเลขเ่าั้ไว้
เมื่อเขาพิมพ์ตัวเลขตัวสุดท้ายเสร็จสิ้น มันก็ครบ 10 วินาทีพอดี จากนั้นหน้าจอทั้งหมดก็กลับเป็ของวันที่โดยอัตโนมัติ
เขาถอนหายใจอย่างโล่งอก อู๋ตี้เดินออกไปจากโรงเรียนเพื่อจะไปซื้อลอตเตอรี่ต่อในทันที
ในตอนนั้น ด้านนอกของสถานที่ขายลอตเตอรี่ ประตูสายรุ้งที่เป่าลมไว้ถูกนำมาติดตั้งแล้ว และป้ายสีแดงที่มีตัวหนังสือสีทองเองก็ถูกนำมาห้อยเอาไว้ด้วย บนป้ายนั้นแสดงข้อความว่า ‘ยินดีด้วยกับผู้ชนะเงินรางวัล 10 ล้านหยวนจากลอตเตอรี่จัมโบ้!’
อู๋ตี้เดินเข้าไปภายในนั้น ภายในเป็ห้องสี่เหลี่ยมที่มีขนาดเล็กกว่า 10 ตารางเมตรเสียอีกแต่กระนั้นจำนวนคนกลับหนาแน่น เขาเพียงแค่ยืนฟังผู้คนพูดคุยกันเงียบๆเท่านั้น
“เฮ้ นายได้ยินข่าวนี้หรือยัง? ผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียวที่ได้รางวัลที่ 1 ไปจากจัมโบ้ลอตเตอรี่งวดล่าสุดก็ซื้อมาจากที่ร้านนี้เหมือนกัน? ฮึ่ย ช่างโชคดีจริงๆ”
“ใช่ปะ? หมอนั่นโชคดีจริงๆ ครอบครัวของฉันนั้นอยู่ไกลจากที่นี่มากๆ วันนี้ฉันลงทุนนั่งแท็กซี่มาซื้อลอตเตอรี่ที่นี่ด้วยความสุขเลยนะ”
“รอบนี้น่ะ เงินสะสมที่อยู่ในรางวัลของจัมโบ้ลอตเตอรี่มันมหาศาลอยู่นะ ต่อให้นายไม่ได้รางวัลที่ 1 อาจจะเป็ที่ 2 นายก็ยังได้มากกว่า 1 ล้านหยวนอีก ถึงฉันจะไม่ได้คาดหวังกับรางวัลที่ 1 แต่ถ้าได้รางวัลที่ 2 ฉันก็พอใจอยู่นะ”
“...”
บทสนทนาที่เปี่ยมไปด้วยความอิจฉานั้นมีให้ได้ยินทั่วไปภายในนี้ อู๋ตี้ที่ได้ยินเช่นนั้นก็ยิ่งรู้สึกตื่นเต้นเข้าไปอีกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ท้ายสุดก็ถึงคิวของอู๋ตี้ที่ต้องซื้อลอตเตอรี่บ้างแล้ว เขาพูดตัวเลขที่เขาจำได้ให้กับเ้าของร้านฟัง ผู้ที่ถามไปงั้นๆ “เดิมพันเพิ่มไหม?”
อู๋ตี้คิดถึงเื่ที่ได้ยินมาจากบทสนทนาของผู้คนในนี้ และเขาคิดว่าเขาน่าจะได้โบนัสเยอะกว่านี้โดยการเพิ่มเงินอีก 1 หยวน ดังนั้นแล้วเขาจึงไม่ลังเลเลย
“เอาใบนั้นนะ?” เ้าของร้านถามอีกครั้ง
“เอาใบนั้นครับ” อู๋ตี้เองก็ตอบอีกครั้ง
ผู้เป็เ้าของร้านเลิกคิ้วขึ้นและเหลือบมองอู๋ตี้
วันนี้คนส่วนใหญ่ที่เข้ามาซื้อลอตเตอรี่นั้นต่างก็เดิมพันเพิ่มกันหมด หรือบางคนก็เดิมพัน 2 ครั้งรวด หรือดีไม่ดีบางคนก็วางเงินเดิมพันเพิ่มอีกมากมายไปหมด ทุกๆคนต่าง้าดื่มด่ำกับความการลุ้นรางวัลที่ 1 กันถ้วนหน้า
ชายอ้วนตรงหน้าเขาเองก็เป็ 1 ในนั้น เมื่อไหร่ที่เงินเดิมพันถูกเพิ่ม เ้าของร้านวัยกลางคนนี้ก็จะรู้สึกไม่พอใจ นั่นก็เพราะว่ายิ่งลอตเตอรี่อยู่กับเขามากขนาดไหน เขาก็มีโอกาสถูกรางวัลมากขึ้นเท่านั้น แต่ถ้าเป็แบบนี้ เขาจะได้แค่เงินไม่เท่าไหร่จากการขายลอตเตอรี่
เขามองไปยังตัวเลข 7 ตัวที่อู๋ตี้เลือกก่อนจะบ่นพึมพำ “ฉันเองก็คิดว่าตัวเองน่าจะได้เงินรางวัลจากเลขนี้เหมือนกันแท้ๆ… ไปเลยไป ออกไป คนต่อไปเข้ามา ฉันี้เีที่จะยุ่งกับลอตเตอรี่เล็กๆพวกนี้แล้ววันนี้ มันเสียเวลาจริงๆ”
หลังจากที่ได้มาซึ่งลอตเตอรี่แล้ว อู๋ตี้ก็ไม่ได้ใส่ใจท่าทีแย่ๆของเ้าของร้านนั้นและเดินออกจากร้านขายลอตเตอรี่อย่างมีความสุขทันที
อู๋ตี้ค่อยๆเก็บลอตเตอรี่เข้าไปในกระเป๋าตังค์อย่างทะนุถนอม เขายังคงมีความกังวลและคาดหวังอยู่ในใจของเขา
เพราะรางวัลนั้นจะประกาศในวันพรุ่งนี้ และเขาก็ไม่รู้ด้วยว่าั์ตา์นั้นจะใช้งานได้จริงหรือเปล่า ทุกสิ่งทุกอย่างจะปรากฏให้เห็นในวันพรุ่งนี้เอง
ในตอนนั้นจู่ๆท้องของเขาก็เริ่มร้องขึ้นมาแล้ว และมันก็ทำให้อู๋ตี้นึกขึ้นได้ว่าเขาเองรีบออกมาซื้อลอตเตอรี่เกินไปจนยังไม่ได้กินข้าวเลย
หลังจากที่มองเวลาแล้ว เขายังมีเวลาอยู่อีกนิดหน่อยก่อนที่โรงอาหารของมหาลัยจะไม่ให้กินอะไรแล้ว ดังนั้นเขาจึงรีบวิ่งกลับไปที่มหาลัยทันที
ในหน้าร้อนเดินพฤษภาคม และ่กลางวันแบบนี้ ดวงอาทิตย์สาดส่องรุนแรงแบบสุดๆ เพียงแค่เดินบนถนนก็ร้อนจนเหมือนอยู่บนเตาแล้ว
อู๋ตี้เองก็เหงื่อแตกพลั่กก่อนที่เขาจะวิ่งได้ 2 ก้าวเสียอีก ลมหายใจของเขานั้นแทบจะปล่อยไฟออกมาได้แล้ว และท้ายสุดเขาก็ต้องพักโดยการเอามือชันเข่าไว้ครู่หนึ่ง
และจากนั้นไม่นาน รถโฟล์คสวาเก้นสีขาวก็เข้ามาจอดข้างๆเขา
อู๋ตี้ชะงักไปอยู่ครู่หนึ่งนั่นเพราะว่าฟิล์มกรองแสงสีดำที่หน้าต่างนั้น ทำให้เขาไม่สามารถมองเห็นได้จากข้างนอกได้ว่าใครอยู่ในรถ
เขาไม่เข้าใจว่ารถคันนี้จะมาจอดข้างๆเขาทำไม ที่นี่ไม่มีสัญญาณจราจรอยู่เสียหน่อย แถมด้านหน้าของเขาก็ยังมีที่ที่ว่างอีกมากด้วยที่สามารถไปจอดได้ ทำไมถึงต้องมาจอดตรงนี้ล่ะ?
คำตอบนั้นกระจ่างในไม่ช้าด้วยเสียงของกระจกด้านข้างคนนั่งหน้าที่ค่อยๆลดลงมาและเผยให้เห็นคน 2 คนที่นั่งอยู่ด้านในซึ่งกำลังหัวเราะเยาะเขาอยู่
ทั้งสองคนนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน พวกเขาคือ ซูหลี่เหยาและเปาซิงหวังผู้ที่ซึ่งไม่เข้าเรียนในวันนี้นั่นเอง
ในวันนี้ซูหลี่เหยาสวมชุดสีสันสดใส ใบหน้าของเธอบรรจงปรุงแต่งด้วยเครื่องสำอางสวยและผมยาวๆของเธอนั้นก็ทำเป็ลอนใหญ่ดูงดงามไว้ด้วย ซึ่งนั่นมันทำให้เธอสวยกว่าเดิมเสียอีก
เปาซิงหวังเองก็สวมชุดสูทระดับสูงที่ถูกตัดมาเพื่อให้เข้ากับไซส์ตัวเขาโดยเฉพาะทั้งตัว
บนหัวของเขานั้นสวมหมวกฟอยล์ดีบุกต์ที่ซึ่งทำให้เขาดูทันสมัยอยู่ มือหนึ่งจับพวงมาลัย และอีกมือหนึ่งก็ชี้มาทางอู๋ตี้พร้อมกับหัวเราะเยาะเขาด้วย
“เหยาเหยา ดูนั่นสิ นั่นใช่หมูะในคลาสของพวกเราหรือเปล่า ตัวที่กำลังวิ่งอยู่นั่นน่ะ นี่หรือว่าเป็เพราะเธอไปเยาะเย้ยมันเมื่อวาน มันก็เลยเกิดการกระตุ้นให้ออกมาวิ่งลดน้ำหนักวันนี้? ฮ่าๆๆ”
ซูหลี่เหยาเองก็หัวเราะคิกคักโดยปิดปากตนเองไว้ด้วยรอยยิ้มเช่นกัน เธอมองไปยังอู๋ตี้และแสดงออกถึงความเหยียดหยามออกมา
“นายก็เป็ได้แค่ไอ้บ้านจน อ้วน เป็หมูเน่าที่หมูจริงๆยังดูดีกว่า เฮ้อ~~”
เธอจงใจลากเสียงถอนหายใจยาวและบีบจมูกสวยของเธอไว้ก่อนจะพูด “กลิ่นเหงื่อของพวกบ้านนอกนี่มันเหม็นจริงๆ ที่รัก รีบๆปิดหน้าต่างเถอะ ไม่มีใครอยากจะโดนแดดเผาใน่บ่ายของวันแบบนี้หรอกนะ”
สิ้นสุดคำเย้ยหยันมากมาย หน้าต่างก็ค่อยๆปิดไป ด้วยเครื่องยนรถรุ่นใหม่ เพียงแค่เหยียบคันเร่งเบาๆ รถทั้งคันก็แทบจะหายวับไปในทันที เหลือไว้เพียงฝุ่นที่คลุ้งไปในอากาศ
อู๋ตี้ที่สำลักควันรีบปิดปากไว้ก่อนจะไอออกมาขณะที่มองรถคันงามหายไปจากสายตาของเขา
ความเจ็บแปล๊บเหมือนโดนแทงเกิดขึ้นที่กลางอก ซูหลี่เหยาที่เปรียบเสมือนเทพธิดาในใจของเขานั้น ในตอนนี้ดูเหมือนจะค่อยๆพังทลายลงไปแล้ว
เขาจับลอตเตอรี่ที่อยู่ในกระเป๋าเงินเบาๆ อู๋ตี้ถอนหายใจและพูดเบาๆ
“เหยาเหยา ถ้าเธอรู้ว่าฉันกำลังจะมีเงินเป็ 10 ล้าน เธอจะกล้าทำแบบนี้กับฉันอยู่อีกหรือเปล่า?”