ตอนที่ 65 ชายแปลกหน้า
ชายคนนั้นเดินตามหลังเฉินอันหลานไปตลอดทาง“นายบาดเจ็บนี่”“ไม่เกี่ยวกับนาย”“นายเดินไม่ไหวแล้ว ไม่ให้ฉันช่วยจริง ๆ เหรอ?”“ไม่จำเป็น”หลังจากเอื้อมมือไปสัมผัสที่สีข้างตัวเองแล้วพบว่ามีเลือดไหลออกมาไม่หยุด เฉินอันหลานจึงหยุดเดินแล้วรีบใช้มือกดแผลที่โดนยิงไว้ จากนั้นก็พยายามพยุงร่างกายที่เริ่มไม่มั่นคงของตัวเองไปยังทิศทางที่รถของเขาจอดอยู่ทุกก้าวที่เขาเดินผ่าน ทิ้งรอยหยดเลือดไว้ตามพื้นเป็นทางยาวชายแปลกหน้าที่เห็นดังนั้นก็หรี่ตาลงแล้วรีบเดินไปคว้าข้อมือของเฉินอันหลานไว้โดยไม่พูดไม่จา จากนั้นก็จัดการตวัดแขนรวบเอวบางขึ้นมาอุ้มไว้ในอ้อมกอดทันที เฉินอันหลานพยายามดิ้นขัดขืนเพื่อผลักใครอีกคนออกไป แต่เมื่อมือเขาหลุดจากบาดแผล เลือดสด ๆ ก็ไหลทะลักออกมาอีกครั้ง เฉินอันหลานจำต้องดึงมือตัวเองกลับไปกดแผลตัวเองไว้เหมือนเดิม ความเจ็บปวดแล่นริ้วเข้าเล่นงานจนเขาต้องขมวดคิ้วแน่น“เจ็บมากไหม?” ชายแปลกหน้าถามขึ้นเฉินอันหลานไม่ตอบแต่กัดฟันแน่นเพื่อสะกดกลั้นความเจ็บปวดแทนชายแปลกหน้ามองคนหน้าซีดในอ้อมแขนตนก่อนจะออกเดินไปข้างหน้าต่อ“ฉันช่วยนายไว้นะ ไม่คิดจะขอบคุณกันสักคำเลยเหรอ?”“ฉันไม่ได้ขอให้ช่วยสักหน่อย”“ใจดำจริง”“เดี๋ยวตอบแทนให้ก็ได้”“หืม? นายจะเอาอะไรมาตอบแทนฉันล่ะ ร่างกายเหรอ? ถ้าแบบนั้นจะลองคิดดูก็ได้นะ”เฉินอันหลานมองอีกฝ่ายด้วยสายตาว่างเปล่าแต่ไม่คิดตอบอะไรกลับไปชายคนนั้นหัวเราะน้อย ๆ เสียงของเขานุ่มทุ้มทว่าเต็มไปด้วยความอ่อนโยน ราวกับมีขนนกมาปัดเบา ๆ บนหัวใจ มันให้ความรู้สึกคันยุบยิบอยู่ภายในอกและทำให้เฉินอันหลานที่ได้รับบาดเจ็บจากลูกกระสุนอดเงยหน้าขึ้นมามองเขาไม่ได้ พอมองหลาย ๆ ครั้งก็...ดูคล้ายมากแต่ก็ไม่ได้เหมือนขนาดนั้น“อาเล่อ? นั่นนายใช่ไหม? อาเล่อ?!”“ลู่เสี่ยวผิง?”“เป็นนายจริง ๆ ด้วย อาเล่อ!” บาวดี้วิ่งเข้ามาหาพร้อมกับปืนที่อยู่ในมือ แต่เมื่อมองเห็นผู้ชายที่อุ้มเฉินอันหลานอยู่เขาก็ถอยร่นไปก้าวหนึ่งอย่างไม่ตั้งใจ ถึงกระนั้นบาวดี้ก็ยังคงเป็นห่วงความปลอดภัยของเฉินอันหลานจึงได้ทำใจเดินเข้าไปใกล้ด้วยความระมัดระวัง“อาเล่อ นายไม่เป็นไรใช่ไหม?”เฉินอันหลานกดแผลบริเวณสีข้างของตัวเองโดยไม่พูดอะไร“นายบาดเจ็บเหรอ?!” บาวดี้ตะโกนออกมาเฉินอันหลานขมวดคิ้ว“นายจะยืนอึ้งอีกนานไหม?”“นั่น...”“ทุกอย่างเรียบร้อยดีใช่ไหม?”บาวดี้มองไปทางผู้ชายที่อุ้มเฉินอันหลานอยู่โดยอัตโนมัติก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยความลังเล“เรียบร้อยแล้ว อาฉวนขับรถขนยาออกไปแล้ว ฉันเป็นห่วงนายก็เลยกลับมาหา...” ขณะพูดอยู่บาวดี้ก็ลอบมองไปทางชายอีกคนด้วยท่าทีเป็นกังวลก่อนจะเอ่ยพูดต่อ“อาเล่อ นายโดนยิงนะ นายน่าจะต้องหาคลินิกใกล้ ๆ แถวนี้สักที่เพื่อเอากระสุนออก”“นายไปก่อนเถอะ ฉันไปเองได้”“อาเล่อ...”“ไปเถอะ”เมื่อเห็นว่าเฉินอันหลานยังคงยืนยันคำเดิม บาวดี้จึงไม่ดึงดันต่อ อีกทั้งข้างกายของชายหนุ่มก็มีอัลฟ่าที่แข็งแกร่งอยู่ด้วยอีกคนหนึ่ง เพราะงั้นบาวดี้จึงพอวางใจลงได้อีกเปลาะหลังจากสนทนากันเสร็จ บาวดี้ก็สาวเท้าเดินออกจากบริเวณท่าเรือไปคล้อยหลังบาวดี้ เฉินอันหลานก็หันไปมองผู้ชายอีกคนด้วยใบหน้าซีด ๆ “วางฉันลงได้แล้ว”“ส่งพระต้องส่งให้ถึงตะวันตก ช่วยคนก็ต้องช่วยให้ถึงที่สุดสิ”“ฉันไม่มีอะไรจะให้นายหรอกนะ นอกจากเงินน่ะ”“งั้นก็ค่อยมาคุยเรื่องเงินกันทีหลัง” ชายแปลกหน้ายังคงอุ้มเฉินอันหลานเดินต่อไป “ชีวิตของนายมีค่าเท่าไรล่ะ? หลังจากรักษาตัวแล้วค่อยเอาเงินมาจ่ายฉันเท่านั้นละกัน...ทีนี้ บอกฉันหน่อยว่านายจอดรถไว้ที่ไหน?”“หัวมุมทางตะวันออกเฉียงใต้” เฉินอันหลานตอบกลับแล้วถามขึ้น“นายเป็นใคร?”ชายคนนั้นหัวเราะ “ทำไม ตกหลุมรักฉันแล้วหรือไง?”“ก็ถ้าไม่รู้ว่านายเป็นใครแล้วฉันจะโอนเงินให้นายยังไงล่ะ?”“ก็ไม่ต้องโอน เอาเงินสดมาให้ฉันต่อหน้าสิ”“เราสองคนไม่เจอกันอีกจะดีที่สุด”“ใจร้ายจัง”“นายพูดประโยคอื่นไม่เป็นหรือไง?”“นายงอนฉันเหรอ?”“...”เมื่อเห็นเฉินอันหลานไม่ยอมตอบ ชายแปลกหน้าก็หัวเราะออกมาอีกครั้งและไม่พูดอะไรอีก หลังจากอุ้มเฉินอันหลานมาจนถึงรถที่จอดหลบอยู่ที่หัวมุมหนึ่ง เขาก็เปิดประตูรถแล้ววางคนในอ้อมแขนไว้บนเบาะข้างคนขับ“จะทำอะไรน่ะ?”“ไปส่งนายไง”“ฉันกลับเองได้ ไม่จำเป็นต้องไปส่ง”ผู้ชายคนนั้นปิดประตูรถ จากนั้นก็เดินอ้อมมายังฝั่งคนขับ จัดการคาดเข็มขัดให้เรียบร้อยแล้วแบมือไปทางเฉินอันหลาน “อะไร?”อีกฝ่ายขมวดคิ้วก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงต่ำ ๆ “กุญแจรถไง ไม่มีกุญแจจะขับยังไง?” บาดแผลบริเวณสีข้างยังคงมีเลือดไหลออกมาไม่หยุด เฉินอันหลานมองชายแปลกหน้าที่ออกปากไล่ยังไงก็ไม่ไปคนนั้นนิ่ง ๆ สุดท้ายจึงยอมแพ้และล้วงหยิบกุญแจรถที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงส่งให้อีกฝ่ายไป ชายคนนั้นหัวเราะน้อย ๆ แล้วรับกุญแจมาสตาร์ทรถ“พระเจ้า คุณผู้ชาย คุณใกล้ตายแล้วเหรอคะ?” ทันทีที่เครื่องยนต์ทำงาน เสียงเจ้าหุ่นยนต์โทบี้เจ้าเก่าก็หวีดแหลมออกมา และโดยไม่รอให้เฉินอันหลานออกคำสั่ง โทบี้ก็ทำการตรวจร่างกายเจ้านายโดยพลการในทันที จากนั้นไม่นานรายงานอาการบาดเจ็บของเฉินอันหลานก็ถูกร่ายออกมา“บาดแผลถูกยิงที่ใต้กระดูกซี่โครงและเสียเลือดจำนวนมาก...โอ้พระเจ้า ก่อนหน้านี้คุณได้รับการถ่ายเลือดเหรอคะ? คุณผู้ชาย คุณมียาเสพติดความบริสุทธิ์สูงอยู่ในร่างกายปริมาณมาก นอกจากนี้ทวารของคุณยัง...”“หุบปากโทบี้”เฉินอันหลานกัดฟันกรอดและเอ่ยปากปราม“รับทราบค่ะคุณผู้ชาย” โทบี้ตอบกลับอย่างรวดเร็ว แต่ในอีกอึดใจต่อมาก็หวีดร้องเสียงแหลมออกมาอีกครั้ง ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเฉินอันหลานเกือบจะต้องเด้งตัวลุกขึ้นมาจากที่นั่ง“คุณผู้ชาย คุณเจอคู่ของคุณแล้วเหรอคะ? ยินดีด้วยนะคะ เขาหล่อมากจริง ๆ ค่ะ”เฉินอันหลานกัดฟันกรอดอีกครั้ง “ถ้าเธอยังไม่หุบปากฉันจะถอดเธอออกแล้วเอาไปขายทิ้งเป็นเศษเหล็กเสียให้รู้แล้วรู้รอด”บทสนทนาระหว่างหุ่นยนต์กับมนุษย์คู่นี้ทำให้คนที่นั่งประจำตำแหน่งคนขับอยู่หลุดหัวเราะออกมาเล็กน้อยก่อนจะเริ่มสตาร์ทเครื่องยนต์แล้วขับออกจากท่าเรือเฉินอันหลานค่อย ๆ รู้สึกอ่อนแรงลงทุกขณะตลอดระยะทางที่รถเคลื่อนไป เขาเปิดระบบช่วยชีวิตฉุกเฉินภายในรถเพื่อให้โทบี้ทำการถ่ายเลือดให้เขาสำหรับการยื้อชีวิตและรักษาอาการเสียเลือดของเขา เฉินอันหลานรู้สึกเหนื่อยล้า เขาค่อย ๆ เอนหลังลงพิงกับเบาะรถและหลับตาลงไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน เฉินอันหลานรู้สึกว่ารถของเขาหยุดลงแล้ว โอเมก้าหนุ่มพยายามลืมตาขึ้นมาเพื่อดูว่ารถมาถึงหน้าคลินิกหรือยังทว่าเปลือกตาของเขากลับหนักอึ้งเกินกว่าจะทำแบบนั้นได้ เฉินอันหลานรู้สึกถึงมือคู่หนึ่งที่สอดเข้ามาใต้ร่างและอุ้มเขาออกจากรถ กลิ่นอายที่แสนคุ้นเคยจากร่างของอีกฝ่ายลอยเข้ามาปะทะจมูกเขาอีกครั้งและทำให้เฉินอันหลานรู้สึกปลอดภัยได้อย่างน่าประหลาดเฉินอันหลานอยู่ในอาการสะลึมสะลือไปตลอดทาง เขาถูกอุ้มเดินไปเรื่อย ๆ สักพักก็รู้สึกเหมือนถูกพาเข้ามาในลิฟต์ จากนั้นร่างทั้งร่างก็ถูกวางลงบนเตียงนุ่ม ๆ หลังหนึ่ง และในจังหวะต่อมาเสื้อบริเวณเอวของเขาก็ถูกกระชากออก...แทบจะในชั่วพริบตานั้นเองที่ดวงตาของเฉินอันหลานเบิกโพลงขึ้น!“ตื่นแล้วเหรอ?”“นายจะทำอะไร?!”“ถอดเสื้อผ้านายออกไง”จบประโยคนั้นเสียงฉีกขาดของเสื้อผ้าก็ดังขึ้นอีกครั้ง เฉินอันหลานพยายามดิ้นและผลักชายคนนั้นให้ออกห่างจากตัว แต่เพราะอาการบาดเจ็บและเสียเลือดมากจากก่อนหน้านี้ทำให้เฉินอันหลานไม่มีเรี่ยวแรงมากพอที่จะต่อต้านการกระทำอุกอาจนั้น ชายหนุ่มทำได้เพียงนอนมองอีกคนเปลื้องผ้าตัวเองอยู่แบบนั้น เพราะถ้าเขายิ่งดิ้นเลือดก็จะยิ่งไหลมากขึ้นชายคนนั้นเปิดกล่องปฐมพยาบาลที่ถูกเตรียมไว้ จุดตะเกียงแอลกอฮอล์แล้วหยิบคีมขึ้นมาลนไฟ เขากดตัวเฉินอันหลานที่พยายามจะลุกขึ้นจากเตียงให้นอนลงไปดังเดิมก่อนจะนำคีมที่ลนไฟแล้วแทงลงบนบาดแผลกระสุนยิงที่บริเวณสีข้างของเฉินอันหลานในทันทีความเจ็บปวดที่แล่นเข้าจู่โจมอย่างกะทันหันทำให้เฉินอันหลานตกใจจนต้องเด้งตัวขึ้นมานั่งบนเตียงอย่างรวดเร็ว เขาคว้าแขนผู้ชายคนนั้นไว้ด้วยมือทั้งสองข้างแล้วจิกลงไปบนเนื้อหนังเพื่อระบายความเจ็บปวด ชายคนนั้นเองก็ไม่ได้เอ่ยทักท้วงอะไร ปล่อยให้เขาออกแรงจิกต่อไป ส่วนตัวเองก็หันมาให้ความสนใจกับการคีบกระสุนออกจากบาดแผลด้วยใบหน้าเรียบเฉยเมื่อปลายคีมสามารถคีบตัวกระสุนได้แล้ว ชายคนนั้นก็ค่อย ๆ ดึงมันออกมาอย่างช้า ๆ เฉินอันหลานรู้สึกเจ็บปวดจนใบหน้าซีดเซียว วินาทีถัดมาเสื้อผ้าที่เขาสวมใส่อยู่ก็เปียกชุ่มไปทั้งตัวและเล็บของเขาก็ยังคงจิกลงไปบนท่อนแขนของชายแปลกหน้า...เฉินอันหลานกัดฟันแน่นอดกลั้นต่อความเจ็บปวดรุนแรงที่จู่โจมเข้ามาอย่างกะทันหันอีกครั้งก่อนจะค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองผู้ชายที่นั่งคุกเข่าเอากระสุนออกให้เขาอยู่บนเตียงแสงไฟภายในห้องค่อนข้างสลัวจนแทบมองไม่เห็นใบหน้าของกันและกัน เฉินอันหลานรู้สึกได้แค่ว่ามีใบหน้าอันเลือนรางของอีกฝ่ายอยู่ในความมืดเท่านั้น นอกจากนี้เขาก็ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับอีกคนเลย แต่อย่างไรก็ตามการที่ผู้ชายคนนั้นสามารถเอากระสุนออกจากแผลของเขาได้อย่างแม่นยำแบบนี้ เห็นได้ชัดเลยว่าต้องมีการเตรียมการมาก่อน หากไม่ใช่ว่าอุปกรณ์เหล่านี้ถูกเตรียมไว้ที่นี่ตลอดอยู่แล้วก็ต้องถูกเตรียมไว้เพื่อเขาโดยเฉพาะ และเรื่องนี้ก็มีแค่ผู้ชายคนนั้นที่รู้ดีแก่ใจที่สุดขั้นตอนการเอากระสุนออกสร้างความเจ็บปวดให้กับเฉินอันหลานเป็นเวลานาน เขาแทบจะต้องกัดฟันเอาไว้ทุกวินาทีเลยทีเดียว หลายครั้งที่ความเจ็บปวดนั้นมีมากมายจนแทบหมดสติ แต่สุดท้ายเฉินอันหลานก็ยังสามารถอดทนและรอจนกระทั่งผู้ชายคนนั้นเอากระสุนออกให้เขาได้สำเร็จเมื่อกระสุนถูกคีบออกและถูกนำไปใส่ไว้ในภาชนะเรียบร้อยแล้วร่างกายของเฉินอันหลานก็ผ่อนคลายลงอย่างแท้จริง มือที่จิกแขนใครอีกคนอยู่ก็ค่อย ๆ คลายออกช้า ๆผู้ชายคนนั้นยื่นแก้วเหล้ามาตรงหน้าของเฉินอันหลาน “ดื่มสักหน่อยสิ”“อย่ามาบอกว่าดื่มเหล้าจะช่วยบรรเทาความเจ็บปวดได้นะ” เฉินอันหลานเบี่ยงหน้าไปอีกทางและไม่ยอมยื่นมือไปรับแก้วใบนั้นมาดื่มชายคนนั้นยิ้มก่อนจะกระดกเหล้าในแก้วจนหมด“ในห้องมีไฟแค่ดวงเดียวเองเหรอ?”“ที่นี่ไม่ได้เดินสายไฟไว้น่ะ อาศัยแค่ไฟสำรองเท่านั้นแหละ”“ประหยัดดีเนอะ”ชายคนนั้นหัวเราะ ลมหายใจเจือกลิ่นแอลกอฮอล์ของเขาลอยออกมาปะทะกับใบหน้า เฉินอันหลานย่นหัวคิ้วเล็กน้อย ถึงอย่างนั้นกลับค้นพบว่ากลิ่นนั้นไม่ได้แย่สักเท่าไหร่ ตรงกันข้ามมันกลับน่าดึงดูดอย่างน่าประหลาด และเมื่อกลิ่นนั้นมลายหายไป ความรู้สึกเสียดายเล็ก ๆ ก็ปรากฏขึ้นมาภายในจิตใจของเขาเสียได้เฉินอันหลานขมวดคิ้วมุ่นพยายามกดความรู้สึกแปลกประหลาดนั้นเอาไว้ก่อนจะเอนตัวลงนอนโดยไม่พูดอะไรชายแปลกหน้าวางแก้วเหล้าที่ว่างเปล่าลงบนโต๊ะ จากนั้นจึงนำผ้าก๊อซและผ้าพันแผลออกมาพันรอบแผลให้กับเฉินอันหลาน ในตอนแรกที่นิ้วมือของเขาสัมผัสกับผิวของเฉินอันหลาน ร่างกายนั้นก็ขยับหนีโดยอัตโนมัติ แต่หลังจากค้นพบว่าเขาไม่ได้มีเจตนาแอบแฝงจึงค่อย ๆ คลายการป้องกันลงแล้วยอมนอนนิ่ง ๆ ให้เขาจัดการกับแผลตัวเองต่อไป“นายใส่ผ้าปิดปากในห้องด้วยงั้นเหรอ?”“สนใจด้วยเหรอ?”“ไม่สน”....หลังจากบทสนทนาโต้เถียงกันเล็ก ๆ น้อย ๆ จบลง บรรยากาศภายในห้องก็เริ่มผ่อนคลายเมื่อทำแผลให้เฉินอันหลานเรียบร้อยแล้ว ชายคนนั้นก็ยืนขึ้นแล้วเดินออกไป ผ่านไปครู่หนึ่งเฉินอันหลานก็ได้ยินเสียงน้ำไหล ทว่าภายในห้องก็ยังคงปราศจากแสงไฟอยู่ประหลาดคนจริง ๆ ในบ้านมีน้ำแต่ไฟกลับไม่มีเสียนี่ชายคนนั้นนำผ้าก๊อซเปื้อนเลือดมาโยนทิ้งลงในถังขยะ เขาถอดผ้าคลุมหน้าออกก่อนจะเปิดก๊อกเพื่อล้างหน้าล้างตา และในตอนนั้นเองโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงของเขาก็สั่นขึ้นมาอย่างฉับพลัน ชายหนุ่มหันกลับไปปิดประตูแล้วล้วงโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดรับ(นายน้อยครับ)แทบจะในทันทีที่กดรับ เสียงของหมิงจวงก็ดังออกมาจากปลายสายผ้าขนหนูที่อยู่ด้านข้างถูกหยิบขึ้นมาซับน้ำที่อยู่ตามใบหน้า ดวงตาสีดำสนิทหรี่ลงเล็กน้อย สัมผัสที่ให้ความรู้สึกเป็นกันเองและสุภาพอ่อนโยนยามเมื่ออยู่กับเฉินอันหลานเมื่อครู่เปลี่ยนแปลงไปในทันที บรรยากาศรอบตัวกลับกลายเป็นหนักหน่วงและยากคาดเดา“มีอะไร”(เมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนคุณชายรองตระกูลเฉินมาหาน้องชายของเขาที่โรงแรมครับ)“เจอไหม?”(ไม่ครับ คุณชายรองกลับไปหลังจากไม่พบคุณชายเฉินครับ)“เข้าใจแล้ว” ดวงตาของลานเซลอตเข้มขึ้นเล็กน้อย“ตามหาหมอในคลินิกที่ชื่อคริสมาให้ที ฉันมีเรื่องจะถามเขาหน่อย”(ได้ครับนายน้อย)ลานเซลอตวางสายโทรศัพท์แล้วหันไปหยิบแว่นที่ช่วยในการมองเห็นตอนกลางคืนและผ้าคลุมหน้ามาสวม จากนั้นก็ดึงประตูให้เปิดแล้วก้าวออกจากห้องน้ำไป