“สระผมก่อนนะเดี๋ยวฉันสระให้”น้ำที่ไหลลงผ่านใบหน้าทำให้เธอต้องยกมือทั้งสองขึ้นลูบน้ำออกอย่างลืมตัว
“ขยี้หัวเข้าสิจ๊ะเดียวฉันฉีดน้ำให้เอง” ระหว่างถือฝักบัวรดน้ำไปที่หัวสายตาของฉันก็จับจ้องที่ก้อนเนื้อแก้มก้นกลมๆของหนิง แปลกแฮะตัวผอมมากแต่ก้นทำไมยังอวบอยู่อีกนะ
เสร็จจากสระผมเสร็จฉันก็ลูบฟองสบู่ขาวๆ ไปทั่วแผ่นหลังขาวผ่องของหนิง พลางขัดขี้ไคลให้เธออย่างเบามือั้แ่คอลงไปจนถึงข้อเท้าผ่านน่องเรียวลงไป แปลกแฮะทำไมเราถึงรู้สึกแบบนี้...รู้สึกอยากััไปทั่วร่างผอมๆนี้จังเลย
พอเสร็จจากด้านหลังฉันก็หมุนตัวเธอให้หันหน้ามาทางฉันด้วยใจที่เต้นระรัว...สาวน้อยยกมือเล็กๆ มาปิดบังส่วนสำคัญตามสัญชาตญาณทันที
“ชูว์ไม่เป็ไรนะ ไม่ต้องกลัว เดี๋ยวฉันถูสบู่ให้” ฉันปลอบเธอเบาๆพลางดึงมือทั้งสองข้างของเธอลงมาแนบชิดข้างลำตัวช้าๆขณะรับรู้ได้ถึงอาการสั่นน้อยๆ ของเธอ
ฟองสบู่สีขาวถูกลูบไล้ไปทั่วผิวเลียบลื่นด้านหน้าจากลำคอผ่านมาถึงเนินอกทุกครั้งที่ฝ่ามือเรียวของฉันกวาดผ่านไปััเม็ดสีแดงอมชมพูที่ปลายยอดซาละเปาคู่นั้นร่างบางจะสะดุ้งน้อยๆ พลางเปล่งเสียงอุทานเบาๆ ออกมาอย่างเผลอตัว “อุ๊ย...ซี้ดด...”
ในใจของฉันเริ่มร้อนรุ่มอย่างห้ามใจไม่อยู่ดูแล้วก็ไม่ต่างจากหญิงสาวร่างผอมบางคนนี้เท่าไรนักยิ่งรู้ว่าตนเองเป็ฝ่ายควบคุมก็ยิ่งเพิ่มความรู้สึกเร้าใจมากขึ้น อือในตอนนั้นแม่คงรู้สึกแบบนี้สินะ...ช่างดีจริงๆ
ฝ่ามือเรียวของฉันลูบไล้ต่ำลงไปเรื่อยๆแม้จะมีความเปียกลื่นของน้ำและฟองสบู่เคลือบอยู่แต่ฉันกลับรู้สึกว่ามือของฉันร้อนแปลกๆ...ในที่สุดฝ่ามือของฉันก็ัักับความนุ่มลื่นของเส้นขนละเอียดที่เปียกน้ำปอยนั้นของเธอ...อืม ลื่นมือดีจัง
ฉันปล่อยให้น้ำไหลลงมาชำระล้างคราบไคลและฟองสบู่ออกจากร่างที่สั่นเทาตรงหน้าอย่างช้าๆั้แ่ต้นจนถึงตอนนี้ หญิงสาวร่างผอม เอาแต่ก้มหน้านิ่งเม้มปากเรียวเข้าหากันแน่นเธอกำลังสับสน ไม่รู้ว่าพี่สาวคนสวย้าอะไรกันแน่ทำไมถึงดีกับเธอขนาดนี้...อาบน้ำให้อย่างไม่นึกรังเกียจ
อีกอย่างพอเห็นร่างเปลือยที่สวยงามราวประติมากรรมชั้นเลิศของหล่อนแล้วทำไมเธอถึงได้ตื่นเต้นขนาดนี้ แล้วยังความรู้สึกร้อนวูบวาบแปลกๆ นั่นอีกทำให้เธอต้องแอบชำเลืองมองโหนกเนื้อที่สวยงามของพี่สาวคนสวยอย่างสนใจบ่อยครั้ง
ถ้าฉันรู้ความคิดของฝ่ายได้คงดีใจจนเนื้อเต้นแต่นั่นมันเป็ไปไม่ได้...แต่ช่างเถอะยังไงฉันก็จะลองดู...ฝ่ามือเรียวร้อนของฉันไล้ผ่านปอยขนบนเนินเนื้อนุ่มผ่านลงไปแตะกลางรอยแยกของกลีบแคมนุ่มมือเบาๆ ดูเหมือนร่างนั้นจะสะดุ้งเล็กน้อยเม้มปากแน่นขยับตัวถอยหลังไปเล็กน้อย
“ชู่วว...ไม่เป็ไรจ้ะไม่มีอะไร นิ่งๆ นะจ๊ะ”เสียงอ่อนหวานปลอบประโลมดังออกจากริมฝีปากแดงนุ่มของฉันเบาๆ
ร่างนั้นกลับหยุดนิ่งลงอีกครั้งคราวนี้ฉันขยับตัวมาซ้อนหลังเธอไว้พลางโอบแขนทั้งสองรอบตัวเธอมือซ้ายช้อนอยู่ใต้ราวนม มือขวาเลื่อนลงไปแตะัักลางร่องกลีบแคมเธออีกครั้งแล้วนิ้วกลางของมือข้างนั้นก็ค่อยๆ กวาดเกลี่ยลงกลางรอยแยกอย่างช้าๆ และเบามือ
“อุ๊ยย...จะทำอะไรคะ...”ร่างเธอสะดุ้งและสั่นน้อยๆ ร้องเบาๆ ถามมาอย่างร้อนลน
“ชูวว์...ไม่เป็ไรนะจ๊ะไม่มีอะไร ขอจับหน่อยเดียว” ริมฝีปากและลมหายใจที่ร้อนผ่าวของฉันพ่นตรงเข้าไปที่รูเล็กๆของใบหูเรียวขาวนั้นเบาๆ
หนิงขนลุกซู่จนฉันััได้จากร่างที่เหมือนมีหนามสั้นๆขึ้นบนิัรอบๆ ตัวเธอ...นิ้วเรียวของฉันยังถูไถเบาขึ้นลงตามรอยแยกอย่างช้าๆฉันรู้สึกว่านิ้วของฉันเคลื่อนไปตามรอยแยกอย่างลื่นไหลไม่แน่ใจว่าจากน้ำที่เปียกแฉะหรือว่าสาวน้อยคนนี้หลั่งน้ำหล่อลื่นออกมาแล้ว
“ซี้ดด...อูยย...พอ พอเถอะ ฉันเป็อะไรไม่รู้ ทำไมรู้สึกแปลกๆแบบนี้” แล้วฉันก็ได้คำตอบเมื่อได้ยิน
เสียงครางเบาๆอย่างกลั้นไม่อยู่ของเธอและสะโพกกลมที่เริ่มขยับช้าๆ
อ่า เธอคงรู้สึกดีแล้วสิ...ฉันไม่รอช้าเพิ่มความเร็วในการขยับนิ้วขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง...นี่ฉันกลายเป็ตัวร้ายกระหายสวาทไปแล้วจริงๆเหรอ แค่พบกันวันเดียวฉันก็อยากััเธอซะแล้ว...ฉันเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ
“โอ้วว...อูยย...อืมม...”ท่าทีต่อต้านเริ่มหายไป เสียงครางเริ่มดังถี่ขึ้น พร้อมร่างที่ส่ายไหวไปมาช้าๆ เสียดสีกับเนินเนื้อของฉันบ่อยขึ้น
ฉันทนไม่ไหวแล้วอยากััเธอให้มากกว่านี้...ฉันรีบจูงแขนเธอออกจากห้องน้ำทันทีไม่สนใจว่าน้ำที่เกาะพราวอยู่บนร่างเราทั้งสองจะหยดเปียกพื้นมากแค่ไหน...พอมาถึงเตียงนอนฉันกดร่างเธอนั่งลงไปบนริมขอบเตียงทันที
หญิงสาวคนนั้นทำหน้างงงันและขัดขืนเล็กน้อย “พี่ พี่ เอ่อ จะทำอะไรคะ” เสียงเธอสั่นเทา อย่างกังวล
“ไม่เป็ไรจ้ะเอนหลังลงไปนะจ๊ะคนดี” ฉันปลอบเบาๆ ก่อนดันร่างผอมของเธอนอนลง
จากนั้นฉันก็ใช้วิชาที่แม่เคยสอนสำรวจเนินเนื้อนุ่มของเธออย่างช้าๆ ...สองมือเรียวแบะบีบกลีบพูเนื้อของสาวน้อยจนอ้าออกมองเห็นเนื้อสีแดงสดภายในปลิ้นออกมาของเหลวใสซึมออกมาสะท้อนเสียงไฟจนวาววาม...อืม เธอมีอารมณ์แล้วจริงๆ ด้วย
“พี่พี่ จะทำอะไรคะ มัน...มัน...เอ่อ..”เสียงเธอหยุดลงแค่นั้นเมื่อปลายลิ้นเรียวแต่สากของฉันถูกไล้เลียลากไปตามขอบกลีบแคมอย่างช้าๆ
“โอ้วว...ซี๊ดด...อูยย...อี๊ยย...”สะโพกกลมเหมือนจะขยับถอยหนีมือผอมที่ดูเหมือนตั้งใจจะผลักหัวฉันออกไป แต่ท้ายที่สุดก็วางนิ่งอยู่บนหัวของฉัน
ฮือแม้เธอจะผอมไปหน่อย แต่พูกลีบเนื้อตรงนี้ของเธอกลับนุ่มนิ่ม และหอมรัญจวนใจต่างจากกลิ่นกายเมื่อก่อนหน้าของเธออย่างสิ้นเชิง...ลิ้นของฉันเลียแล่บดูดกินของเหลวใสที่เอ่อออกมาอย่างไม่นึกรังเกียจขณะที่นิ้วมือก็ป่ายปัดบี้บีบติ่งเนื้อเล็ก ตอนบนสุดของกลีบแคมเบาๆ ไม่หยุด
“โอ้วว...ซี๊ดด...พี่ พี่...”เสียงครางกระเส่าขาดเป็่ๆของเธอและเอวที่ส่ายไหวไปมาไม่หยุดทำให้อารมณ์ของฉันกระเจิดกระเจิง้ารสัับ้าง
“ก๊อก ก๊อก คุณนุช คุณนุช คะ”เสียงเคาะประตูและเสียงเรียกที่ไม่เบา ทำให้ฉันชะงักเงยหน้ามองไปที่ประตูอย่างชั่งใจ
ในขณะที่ฉันลังเลร่างผอมบางที่นอนหงายอยู่ก็ทะลึ่งตัวลุกนั่งพรางขยับหนีไปอยู่อีกด้านของเตียงนอนดึงขาทั้งสองมาแนบอกแล้วกอดไว้แน่นกายสั่นน้อยๆโดยลืมไปว่าท่านั่งแบบนั้นกลับกดบีบให้กลีบเนื้อของเธอนูนเด่นออกมายิ่งกว่าเดิมแต่ก็ไม่มีโอกาสได้เห็นเพราะเธอนั่งหันหลังมาทางฉัน
ฉันถอนหายใจยาวก่อนขยับไปที่ประตูแล้วเปิดให้แต๋วเข้ามา...
“อุ๊ยคุณนุช ทำไม เอ่อ...เธอ...ก็ด้วย...”สาวทอมตาลุกวาวเมื่อมองเห็นร่างที่เปลือยเปล่าของฉันเต็มตาก่อนจะละสายตามองไปอีกด้านหนึ่งแล้วกลายเป็คนติดอ่างไป
“เอาเสื้อผ้าไปให้เธอใส่ก่อนเถอะพี่แต๋ว”ออกคำสั่งเสร็จฉันก็รีบจัดการสวมเสื้อผ้าที่ถอดกองไว้อย่างว่องไวเมื่อหันไปมองทั้งสองคนอีกครั้ง หนิงก็สวมเสื้อผ้าเสร็จแล้ว
หนิงสวมกางเกงยีนส์สีน้ำเงินเข้มและเสื้อยืดคอกลมสีดำตัวใหญ่แล้วทำให้เธอดูสวยขึ้นทันตาแทบจะไม่มีเค้าของหญิงสาวที่ผอมโซคนนั้นอีกเลย ถ้าไม่สังเกตแก้มผอมๆ และแขนเล็กๆของเธอ
“ขอบคุณพี่สองคนมากนะคะที่ช่วยหนู”เธอยกมือไหว้ขอบคุณอย่างนอบน้อมแต่ตอนที่สายตาเธอกวาดมองมาที่ฉันเห็นได้ชัดว่าเปล่งประกายสดใสขึ้น
อารมณ์ร้อนรุ่มของฉันเริ่มเย็นลงแล้ว...จึงได้พูดคุยซักถามความเป็มาของเธอก็รู้ว่ายายที่เธออยู่ด้วยเป็คนเก็บของเก่าขาย...สองตายายเก็บเธอที่นอนซมเพราะพิษไข้อยู่ข้างทางมาเลี้ยงเมื่อ5-6 ปีก่อน ตอนนั้นเธออายุ 10 ขวบกว่า ไม่มีพ่อแม่ญาติพี่น้องเร่ร่อนไปทั่ว...ถึงตอนนี้เธออยู่กับยายที่นอนป่วยไปไหนไม่ได้มา2 ปีแล้วส่วนตาตายไปเมื่อปีก่อน
ฉันน้ำตาซึมเมื่อรู้เื่ของหนิงพลางหันไปมองแต๋วเหมือนจะถามเธอว่าจะทำไงต่อไปดี...สาวทอมก็ได้แต่มองหน้าฉันนิ่งไม่พูดอะไรฉับพลันก็นึกถึงตัวเองเมื่อก่อนนั้น แม้จะพูดได้ว่าค่อนข้างลำบากมากแต่เมื่อเทียบกับหญิงสาวตรงหน้า แล้วตัวฉันถือว่าสุขสบายกว่ามาก
ในที่สุดฉันก็ตัดสินใจ...
“พี่แต๋วไป...พายายของหนิงไปหาหมอก่อนแล้วค่อยว่ากันเถอะ” ฉันหันบอกแต๋วก่อนจะชวนกันออกจากโรงแรมไป
จริงๆ แล้วฉันก็ไม่ค่อยมีความรู้หรือเข้าใจเื่เกี่ยวการพาคนป่วยเข้าโรงพยาบาลเท่าไรนักหรอกแต่ระหว่างนั่งมาในรถขณะที่ หนิงคอยบอกทางให้แต๋วเป็คนขับรถพาไปที่พักของเธอฉันก็หาข้อมูลจากอินเตอเนต ก็พอได้ความรู้มาบ้างและรู้ว่าโรงพยาบาลของรัฐ ใกล้ๆและสะดวกอยู่แถวไหน
ที่พักของหนิงเป็เพียงเพิงเล็กๆโทรมๆ ที่ใช้สังกะสีเก่าๆ ประกอบขึ้นมาบังลมและฝนแทบไม่ได้เลยภายในมีร่างหญิงชราที่ดูเหมือนจะแก่ชราลงไปกว่านี้ไม่ได้อีกแล้วนอนอยู่ในกองผ้าเก่าๆที่มีทั้งกลิ่นเหม็น กลิ่นอับ โชยมาจนอดที่เอามืออดจมูกไม่ได้เมื่อเข้าไปด้านใน
ในนาทีที่เห็นสภาพนั้นฉันก็ตัดสินใจได้ทันทีอย่างไม่ลังเลว่าจะพาหญิงชราคนนี้ไปโรงพยาบาลเพราะสำหรับฉันในตอนนี้เงินไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไปแล้ว
“พายายเธอไปโรงพยาบาลก่อนเถอะจ้ะหลังจากนั้นค่อยว่ากันต่อไป” ฉันหันไปบอกหนิงพลางเอื้อมมือแตะบนไหล่ร่างผมที่นั่งอยู่ข้างหญิงชราเบาๆ
สาวร่างผอมไม่เอ่ยอะไรแต่เงยหน้ามองฉันในตาแดงก่ำน้ำตาคลอเบ้าฉันยิ้มให้เธออย่างอ่อนโยนก่อนหันไปพยักหน้าให้แต๋ว...สาวทอมและหนิงช่วยกันประคองกึ่งอุ้มหญิงชรามาขึ้นรถตลอดทางหนิงนั่งประคองยายของเธอไม่ห่างในตาเปล่งประกายสลับกับเศร้าสร้อยไปตลอดเส้นทาง
ใช้เวลาประมาณชั่วโมงกว่าๆพวกเราก็มาถึงโรงพยาบาลประจำอำเภอที่ค่อนข้างใหญ่ไม่ไกลจากตัวจังหวัดที่ฉันเลือกที่นี่เพราะจากคำแนะนำในอินเตอเนตบอกว่า โรงพยาบาลประจำจังหวัดอาจมีคนไข้มากเกินไปทำให้ล่าช้าไปตรวจโรงพยาบาลประจำอำเภอก่อน ถ้าอาการหนักก็จะมีการส่งต่อซึ่งสะดวกกว่า
พอหมอตรวจแล้วก็สั่งให้นอนพักรักษาตัวเป็คนไข้ในและโชคดีมีห้องพิเศษว่าง จึงไม่ต้องห่วงเื่ที่พักของหนิงอีกเธอสามารถนอนเฝ้ายายได้เลย พอจัดการเื่การรักษาเสร็จฉันก็พาเธอไปเปิดบัญชีธนาคารและหาโทรศัพท์มือถือให้เธอใช้เครื่องหนึ่งเพราะคิดว่าถึงยังไงฉันคงต้องดูแลเื่นี้จนถึงที่สุดและการให้เธอถือเงินไว้ก็อาจจะไม่ปลอดภัยนัก
...
อ่านแล้วรบกวนทุกท่าน ติชม วิจารณ์ด้วยจ้าเพื่อจะได้นำไปปรับปรุงให้ดีขึ้น
คำแนะนำติชมเป็สิ่งที่ไรต์้าสุดๆอ่านแล้วชอบอย่าลืมเก็บเข้าชั้นไว้อ่านตอนต่อไปด้วยนะ ขอบคุณนักอ่านทุกๆ ท่านจ้า