Please say love ตอนที่ 2
#พิมมี่ของพี่แทน
ทำไมคนเราต้องมีแฟนอ่ะ?
ฉันขมวดคิ้วแล้วคิดตามเนื้อเพลงที่บังเอิญได้ยินจากร้านขายเครื่องเสียงในห้างสรรพสินค้า
อ่อที่คิดว่าทำไมต้องมีแฟน ไม่ใช่เพราะว่าฉันเหงาหรือแอนตี้ความรักอะไรหรอกนะแต่แค่คิดว่าความสัมพันธ์ของฉันกับ ‘พี่แทน’ ก็เป็ไปได้ด้วยดีแล้วแบบนี้ทำไมฉันต้องมีแฟนด้วยอ่ะ?
พี่แทนที่พูดถึงเป็รุ่นพี่ที่มหาลัยคนนึง จริงๆพี่เขาเรียบจบไปได้เกือบปีแล้ว ส่วนฉันกำลังเรียนอยู่ปีสามคณะบัญชีและบริหาร มหาลัยเอ็ม ฉันกับพี่แทนเคยเห็นหน้ากันมาบ้างเพราะเรียนโรงเรียนเดียวกันแต่พึ่งมารู้จักจริงๆ จังๆ ตอนฉันเรียนปีหนึ่งเพราะ ‘สายซอ’เพื่อนฉันตามจีบเพื่อนพี่แทนและเมื่อไม่กี่เดือนก่อนก็มีเหตุการณ์ที่เป็การตกลงปลงใจในบางอย่างเกิดขึ้นอย่างกระทันหันจนตอนนี้เรา ‘คบกัน’ ในความสัมพันธ์รูปแบบนึง
ไม่ได้คบกันแบบเพื่อนไม่ใช่แฟน ไม่ใช่คนรักไม่ใช่อะไรทั้งนั้นแต่ว่าฉันไปนอนค้างอ้างแรมกับพี่แทนเป็ครั้งคราวอ่ะ งงมั้ย?
เอาหน่า...อย่างงเลยเอาเป็ว่าทั้งฉันและพี่แทนพอใจกับอะไรแบบนี้แค่นั้นก็พอเนอะ
อ่า...พูดถึงพี่แทน พี่แทนก็ทักมาพอดีฉันลดจังหวะการก้าวเท้าเดินให้ช้าลงเพื่อความสะดวกในการอ่านข้อความและพิมพ์ตอบเขา
[tana.tan] : พิมมี่จะกลับห้องตอนไหน
พิมมี่หรือ พิม นั่นเป็ชื่อเล่นของฉันเอง...
[pimmy] : ใกล้แล้วค่า ไม่เกินชั่วโมง
[pimmy] : ตอนนี้พิมอยู่ห้าง พี่แทนจะเอาอะไรไหม
[tana.tan] : เอาพิมได้ไหม
“โอ้โห”ฉันถึงหลุดอุทานออกมาเมื่ออ่านข้อความล่าสุด
ก็รู้ว่าไม่ได้เจอหลายวันเพราะฉันกลับบ้านแล้วทำให้เขาต้อง‘อด’ แต่ถ้าจะพิมพ์มาแบบนี้ก็จะแสดงออกชัดไปป่ะ?
“หื่นเกินไปแล้วนะคะ”พึมพำกับตัวเองแล้วจิ้มกดสติกเกอร์ส่งไป
[pimmy] : ส่งสติกเกอร์โกรธ
[pimmy] : ตกลงจะเอาอะไรไหม
[tana.tan] : เอาถุงยางอนามัย
“ให้มันได้อย่างนี้สิพี่แทน!”
ดูแต่ละอย่างที่เขาตอบมาสิ!บ้าเอ้ย! แค่อ่านข้อความฉันก็รู้สึกเืลมสูบฉีดจนออกร้อนที่ใบหน้าไปหมด
ด้วยความหมั่นไส้พี่แทนฉันเลยตัดสินใจไม่ตอบข้อความเขากดออกจากโปรแกรมแชทเก็บมือถือลงกระเป๋าแล้วรีบไปซื้อของให้เสร็จเพื่อจะได้กลับถึงคอนโดภายในหนึ่งชั่วโมงเหมือนที่บอกคนขี้กวนเอาไว้
ก็ถ้าฉันกลับไปถึงผิดเวลาเดี๋ยวเขาก็หาเื่รังแกอีก
ที่กล้าพูดเพราะเคยโดนมาแล้วไง!
...................................................................