"ไอ้จ๊อดดดด! โว้ยยยยยยย! ตื่นยังวะไอ้เพื่อนเวร! ออกไปแรดข้างนอกกันเว้ยยย!"
เสียงะโแหกปากระดับแปดหลอดของก้อนเมฆดังทะลุกำแพงไปถึงเตียงนอนบ้านข้างๆ ไม่ถึงหนึ่งนาทีต่อมา ใบหน้าสะลึมสะลือของจ๊อดก็โผล่พรวดพราดออกมาจากช่องสังกะสี สภาพของจ๊อดในเช้านี้ผมเผ้าที่ชี้ฟูเหมือนโดนฟ้าผ่า จ๊อดขยี้ตาพร้อมอ้าปากหาว กลิ่นน้ำลายบูดลอยปะทะจมูกก้อนเมฆจนต้องเบือนหน้าหนี
"โวยวายหาพระแสงอะไรแต่เช้าวะไอ้ก้อน! คนกำลังฝันดีอยู่เลย แม่งเอ๊ย... แล้วนี่มึงคึกอะไรขึ้นมาถึงมาชวนกูออกไปข้างนอกวะ เมื่อวานมึงเพิ่งวิ่งหนีมีดอีโต้ลุงเดชจนเป้ากางเกงขาดไปไม่ใช่ไง?" จ๊อดบ่นกระปอดกระแปดพลางเอามือแคะขี้ตา
"เออน่า! วันนี้วันดี อากาศแจ่มใส กูรู้สึกเหมือนได้เกิดใหม่เว้ย! รีบไปล้างหน้าล้างตาแต่งตัวเลย เดี๋ยวพากูไปหาข้าวกินหน้าปากซอยหน่อย กูเลี้ยงเอง!" ก้อนเมฆเสนอโปรโมชั่นเลี้ยงข้าวเพื่อขวนเพื่อนออกไปเป็เพื่อนเดินเล่นรับแสงตะวัน
เมื่อได้ยินคำว่า 'เลี้ยง' ดวงตาของจ๊อดก็เบิกโพลงทันที "พูดแล้วนะเว้ย! ห้ามคืนคำนะไอ้ก้อน! มึงรอแป๊บเดียวกูขอเวลาแต่งหล่อสามนาที!"
สองเกลอแห่งซอยป่าข่อยก็เดินกอดคอกันออกมาตามถนนลูกรังเส้นเล็กๆ มุ่งหน้าสู่ร้านข้าวแกงป้าสมหมายหน้าปากซอย ก้อนเมฆเดินฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี ขณะที่จ๊อดยังคงแอบปรายตามองเพื่อนซี้เป็ระยะด้วยความระแวง เื่ที่ก้อนเมฆเอาหมูขุนไปปล่อยหน้าโรงเชือดเมื่อวานยังคงติดอยู่ในใจนักสืบสายมโนอย่างเขาไม่หาย
แต่ยังไม่ทันที่ทั้งสองจะเดินพ้นโค้งถนนก่อนถึงปากซอย... สายตาของก้อนเมฆก็พลันเหลือบไปเห็นบางสิ่งบางอย่างที่ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาหุบลงทันที!
ลุงชุ่ม ชายแก่ร่างท้วมวัยหกสิบกว่าปี เ้าของร้านขายของชำหน้าปากซอย กำลังนั่งเอนหลังอยู่บนเก้าอี้พลาสติกสีแดงตัวโปรดใต้ร่มไม้หน้าบ้าน แต่สิ่งที่ทำให้ก้อนเมฆต้องเบิกตากว้างคือ ท่าทางการนั่งของลุงชุ่มกำลังเอนไปด้านหลัง สองขาหน้าของเก้าอี้ลอยชี้ฟ้า ส่วนหัวของลุงชุ่มก็หงายพับไปด้านหลัง
และในวินาทีต่อมา...
โครมมมม!!!
เสียงเก้าอี้พลาสติกรับน้ำหนักไม่ไหวและหงายหลังกระแทกพื้นดังลั่น! ร่างท้วมๆ ของลุงชุ่มล้มตึงหงายเก๋งไปกองกับพื้นดินอย่างแรง ขาทั้งสองข้างชี้ฟ้าค้างเติ่ง นิ่งสนิทไม่มีการขยับเขยื้อนใดๆ!
หัวใจของก้อนเมฆกระตุกวูบ ภาพของ 'ความตาย' ที่เพิ่งเฉียดกรายเข้ามาในชีวิตเมื่อวานผุดขึ้นมาในหัวทันที หรือว่าคำสาปมันจะทำงานอีกแล้ว?! หรือว่าลุงชุ่มกำลังจะถึงฆาตต่อหน้าต่อตา?!
"เฮ้ยยยย!! ไอ้จ๊อด! ลุงชุ่ม ลุงชุ่มแย่แล้ว!" ก้อนเมฆแหกปากลั่นชี้มือไปที่ร่างที่นอนแอ้งแม้งอยู่บนพื้น
จ๊อดสะดุ้งเฮือก หันขวับมองตามนิ้วเพื่อน "เชี่ย! ลุงชุ่มล้มหงายหลัง! ทำไมแกนิ่งไปเลยวะ ไม่ขยับเลยไอ้ก้อน!"
ด้วยสัญชาตญาณความตื่นตูมบวกกับจินตนาการล้ำเลิศที่สั่งสมมา จ๊อดรีบวิ่งเข้าไปหาร่างของลุงชุ่มทันที ก้อนเมฆวิ่งหน้าตั้งตามไปติดๆ ทั้งคู่คุกเข่าลงข้างๆ ลุงชุ่มที่ตอนนี้นอนหลับตาปี๋ ปากอ้าค้าง หน้าอกนิ่งสนิท (ความจริงลุงชุ่มแค่จุกจนพูดไม่ออกและกำลังพยายามสูดอากาศเข้าปอด)
"อาการหนักแล้วไอ้ก้อน! แกหน้ามืดเป็ลมแน่ๆ หรือไม่ก็โรคหัวใจกำเริบ! ดูดิแกไม่หายใจแล้ว!" จ๊อดะโเสียงหลง วิเคราะห์อาการแบบรวบรัดตัดตอนโดยไม่ได้เช็กชีพจรเลยสักนิด
"ฉิบหายแล้ว! เอาไงดีวะจ๊อด แกจะตายไหมเนี่ย! กูเพิ่งรอดมาเมื่อวานเองนะเว้ย!" ก้อนเมฆหน้าซีดเผือด เหงื่อกาฬแตกพลั่ก กลัวว่าถ้าลุงชุ่มตาย เขาอาจจะโดนคำสาปด้วย
"เราต้องทำ CPR! ปั๊มหัวใจและผายปอดเดี๋ยวนี้!" จ๊อดประกาศกร้าว ทำท่าขึงขังเหมือนหมอใหญ่ในห้องฉุกเฉิน "กูเคยดูในหนัง! ต้องมีคนกดหน้าอก แล้วอีกคนต้องเป่าปาก! เร็วเข้าไอ้ก้อน มึงประกบปากเป่าลมหายใจลุงแกเลย ดึงสติแกกลับมา!"
"เฮ้ย! บ้าเหรอวะ! ทำไมกูต้องเป็คนเป่าปากลุงชุ่มด้วย มึงก็เป่าดิ!" ก้อนเมฆส่ายหน้า
"กูเป็คนคิดแผน กูก็ต้องเป็คนปั๊มหน้าอกสิวะ! มึงนั่นแหละเป่า! รีบเข้าสิวะไอ้ก้อน เดี๋ยวลุงแกก็ขาดใจตายหรอก มึงอยากเป็ฆาตกรทางอ้อมหรือไง!" จ๊อดขู่ พร้อมกับเอามือประสานกันวางทาบลงบนหน้าอกลุงชุ่ม เตรียมออกแรงกดเต็มที่
ก้อนเมฆกลืนน้ำลายเอื้อกใหญ่ มองใบหน้าเหี่ยวย่นของลุงชุ่มที่ปากยังคงอ้าค้าง ลมหายใจรวยริน ความตายอยู่ตรงหน้า เขาไม่มีทางเลือก! เพื่อรอดพ้นจากคำสาป เขาต้องสวมบทฮีโร่ช่วยชีวิตลุงชุ่มให้ได้!
ชายหนุ่มหลับตาปี๋ สูดลมหายใจเข้าปอดลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้ กักเก็บมวลอากาศทั้งหมดไว้ในกระพุ้งแก้ม... โดยหารู้ไม่ว่า ลมหายใจที่เขาสูดเข้าไปนั้น ได้ไปผสมผสานกับคราบยาสูบกลิ่นกระเทียมเจียวจากข้าวต้มมื้อดึก และที่สำคัญที่สุด... ก้อนเมฆยังไม่ได้แปรงฟัน!!
"เอาล่ะนะลุง... ถือว่าทำบุญร่วมชาติก็แล้วกัน!" ก้อนเมฆพึมพำในใจ ก่อนจะก้มหน้าลงไป ประกบริมฝีปากของตัวเองเข้ากับปากที่อ้าค้างของลุงชุ่มอย่างแแ่!
ฟู่ดดดดดด!!!
ลมหายใจัระดับชีวภาพถูกเป่าอัดเข้าไปในช่องปากของลุงชุ่มอย่างรุนแรง มวลก๊าซพิษที่อัดแน่นไปด้วยกลิ่นยาสูบพุ่งตรงเข้าสู่ปอดของชายแก่โดยไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้า!
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง... ร่างที่นอนนิ่งสนิทของลุงชุ่มพลันกระตุกเฮือกราวกับถูกไฟฟ้าแรงสูงช็อต!
ดวงตาที่หลับสนิทเบิกโพลงขึ้นมาจนแทบจะถลนออกจากเบ้า เส้นเืที่ขมับปูดโปน ลุงชุ่มออกแรงทั้งหมดที่มีในชีวิต ยกมือขึ้นผลักอกก้อนเมฆกระเด็นหงายหลังอย่างแรง!
"แค่กๆๆ! แหวะ! อ่อก!" ลุงชุ่มตะแคงตัว พลิกหน้าลงกับพื้นแล้วโก่งคอไออย่างเอาเป็เอาตาย แกหายใจแฮ่กๆ น้ำหูน้ำตาไหล ใบหน้าแดงก่ำไปด้วยความโกรธและสยดสยอง
จ๊อดที่กำลังง้างมือเตรียมปั๊มหน้าอกถึงกับชะงักค้าง "ลุงชุ่ม! ลุงฟื้นแล้ว! ปาฏิหาริย์ชัดๆ! ไอ้ก้อน ลมหายใจมึงนี่มันลมหายใจแห่งเทพเ้าชัดๆ!"
"เทพเ้าพ่องงงมึงสิ!!"
ลุงชุ่มตะคอกกลับเสียงแหบพร่า พยายามยันตัวลุกขึ้นนั่งชี้หน้าด่าสองเกลอด้วยมือที่สั่นเทา แกยังไม่ทันจะได้อธิบายด้วยซ้ำว่าแกไม่ได้ป่วย ไม่ได้เป็ลม และไม่ได้เป็โรคหัวใจบ้าบออะไรทั้งนั้น! แกก็แค่กินข้าวเช้าอิ่มจัด มานั่งเอนหลังตากลมใต้ต้นไม้แล้วเผลอหลับลึกไปหน่อย ทิ้งน้ำหนักตัวพิงพนักเก้าอี้เพลินจนมันเสียสมดุลหงายหลังล้มตึงลงมาจุกจนพูดไม่ออกเท่านั้นเอง!
แต่ยังไม่ทันที่แกจะได้ตั้งสติอ้าปากด่า ไอ้วัยรุ่นสองตัวนี้ก็พุ่งเข้ามา แถมไอ้เด็กหน้าหล่อแต่มือไวยังพุ่งลงมาจูบปากแกด้วยลมหายใจที่เหม็นบรรลัยโลกอีก!
"กูไม่ได้เป็อะไรเว้ยยย! กูแค่หลับเพลินแล้วเก้าอี้มันหงายหลัง! พวกมึงนี่มัน... แหวะ! โอ๊ยยย กูจะอ้วก!" ลุงชุ่มเอามือบีบจมูกตัวเองแน่น สายตามองก้อนเมฆเหมือนมองมนุษย์ต่างดาวที่เพิ่งปล่อยอาวุธชีวภาพใส่หน้าแก
"อ้าว... ลุงไม่ได้เป็ลมเหรอ?" ก้อนเมฆนั่งเกาหัวแกรกๆ หน้าเจื่อนสนิทเมื่อรู้ตัวว่าหน้าแตกหมอไม่รับเย็บ แถมยังเสียจูบแรกของวันให้ลุงชุ่มไปฟรีๆ
ลุงชุ่มถลึงตาใส่แทบจะกินเืกินเนื้อ ก่อนจะะโด่าลั่นซอยประโยคสุดท้ายที่ทำเอาสองเกลอต้องรีบเผ่นหนีแทบไม่ทัน
"เป็ลมบ้าอะไรล่ะ! พวกมึงจะฆ่ากูให้ตายด้วยกลิ่นปากหรือไงฮะไอ้เด็กผี! แม่งเอ๊ยยยย! เกิดมาพวกมึงสองตัวแม่งเคยแปรงฟันกันบ้างไหมเนี่ยฮะ ไอ้เวรรรรรร!!"