ยานอวกาศของหญิงสาวไถลลงจอดอย่างทุลักทุเล
ท่ามกลางฝุ่นดาวที่ลอยคลุ้งเสียงและแรงสั่นะเืจากการลงจอดก็ดึงดูดความสนใจของเอลฟ์ชายหญิงคู่หนึ่งที่กำลังเดินทางกลับเข้าเมืองเมื่อเห็นว่ายานลำดังกล่าวลงจอดอย่างผิดปกติ และยังห่างจากลานจอดยานไปมากพวกเขาจึงรีบมุ่งหน้าไปยังจุดเกิดเหตุด้วยความเป็ห่วง
วิลล์ทำใจยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นเธอสูดลมหายใจลึก รวบรวมสติ และเตรียมใจรับมือกับทุกสิ่งที่กำลังจะมาถึง
หญิงสาวเดินออกมาจากยานอวกาศพร้อมกับสีหน้าที่เป็กังวลเล็กน้อย
เอลฟ์ชายหญิงที่ยืนอยู่มองไปที่หญิงสาวก่อนที่พวกเขาจะเดินเข้าไปหา
“เป็อะไรมากหรือเปล่าคะ?มีอะไรให้พวกเราช่วยไหม?” เอลฟ์หญิงกล่าวด้วยน้ำเสียงและแววตาที่เป็ห่วง
“เอ่อ...ไม่เป็อะไรค่ะ ไม่มีแผล ไม่น่าจะเจ็บตรงไหนอย่างน้อยตอนนี้ก็ยังรู้สึกปกติดีนะคะ…” วิลล์ประหม่าเล็กน้อย ‘ค่อยยังชั่ว พวกเขาใจดีอย่างที่คิด’ กล่าวในใจอย่างโล่งอก
ใบหน้าของหญิงสาวค่อยๆ คลายความกังวล มีรอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏบนใบหน้าของเธอ
“โชคดีจริง ๆ”เอลฟ์ทั้งสองคนมีใบหน้าที่โล่งใจ
ไม่นานเ้าหน้าที่ของลานจอดยานก็เดินทางมาถึงพร้อมกับอุปกรณ์สำหรับลากจูง
“ไม่เป็อะไรใช่ไหม?”เ้าหน้าที่กล่าวถามพร้อมกับมองสำรวจยานอวกาศสภาพเก่าที่อยู่ตรงหน้า
“ไม่เป็ไรค่ะ”วิลล์ตอบ
เ้าหน้าที่พยักหน้าตอบรับ“ขอทราบชื่อยานอวกาศด้วย!”
“มาเอลราธ”หญิงสาวเอ่ยชื่อยานออกมาเพื่อยืนยันกับเ้าหน้าที่
ผ่านไปสักครู่เ้าหน้าที่ได้ตอบกลับออกมาว่า“ผ่าน!”
การตรวจสอบประวัติและลักษณะของยานอวกาศที่ลงทะเบียนกับสหพันธ์ดวงดาวผ่านไปได้ด้วยดี
“ค่าบริการจอดยาน 1,000เฟนี ต่อวันและมันจะถูกเรียกเก็บในวันสุดท้ายก่อนที่คุณจะเดินทางออกไปจากลานแห่งนี้”เ้าหน้าที่กล่าวเสียงเรียบ “และ 10,000 เฟนีสำหรับค่าลากจูงยานของคุณเข้าไปจอดในลานจอดยาน” กล่าวพลางชี้ไปที่ลานจอด
หญิงสาวผงะไปเล็กน้อยก่อนที่จะพยักหน้าตอบรับแล้วโอนเงินจำนวน 10,000 เฟนีให้กับอีกฝ่าย
‘ถ้ารวมกับเงินค่าจอดยานที่ไม่รู้ว่าจะต้องจอดไปถึงเมื่อไหร่เงินของฉันมันจะเหลือน้อยเกินไปแล้วนะ’ วิลล์คิดในใจพลางแสดงสีหน้าเ็ป
ยานอวกาศมาเอลราธถูกลากไปยังบริเวณลานจอดยาน
เ้าหน้าที่จากไปทันทีหลังจากที่ยานอวกาศถูกลากมาถึงจุดหมาย
มียานอวกาศจำนวนมากที่จอดอยู่ในสถานที่แห่งนี้
โดยที่อัตราค่าบริการจะถูกแบ่งออกตามขนาดยิ่งยานอวกาศมีขนาดใหญ่โตมากเท่าไหร่ ค่าบริการก็จะยิ่งมีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น
…
“ขอบคุณทั้งสองคนมากเลยนะคะ”วิลล์กล่าวขอบคุณเอลฟ์ทั้งสองคน
เอลฟ์ทั้งสองยิ้มรับอย่างเป็มิตร
“ไม่เป็ไรค่ะ”เอลฟ์หญิงกล่าว
“วิลล์ค่ะยินดีที่ได้รู้จัก” หญิงสาวกล่าวแนะนำตัว
“ฉันลีน่าส่วนนี่ทาริน เราสองคนเป็สามีภรรยากัน”ลีน่ากล่าวแนะนำตัวโดยที่ไม่ลืมที่จะแนะนำเอลฟ์ชายที่ยืนอยู่ด้านข้าง
ทารินยิ้มแล้วกล่าวถาม“เพิ่งเคยมาที่นี่ครั้งแรกเหรอ?”
“ใช่”วิลล์พยักหน้าตอบรับ
“ให้พวกเราแนะนำที่พักและสถานที่อื่นๆ ไหม?”
“ดีเลย!”
ทั้งสามคนเดินทางเข้าเมืองโดยรถส่วนตัวของทาริน
ระหว่างทางภาพบรรยากาศโดยรอบทำให้วิลล์รู้สึกประทับใจ
แม้ว่าสถานที่แห่งนี้จะเป็พื้นที่ลานจอดยานที่เต็มไปด้วยสิ่งก่อสร้างขนาดเล็กใหญ่ปะปนกันไปแต่สภาพแวดล้อมโดยรอบยังคงเต็มเปี่ยมไปด้วยธรรมชาติที่สวยงามไม่มีสิ่งใดมาขัดขวางทิวทัศน์ทางธรรมชาติที่งดงามราวกับภาพในจินตนาการสมกับเป็ดินแดนของเหล่าเอลฟ์ ทั้งูเา ป่าไม้ ที่อุดมสมบูรณ์ผืนน้ำใสแจ๋วจนสามารถมองทะลุลงไปเห็นฝูงปลา อากาศสดชื่น ท้องฟ้าแจ่มใสสิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่สามารถพบเห็นได้ในดินแดนแห่งนี้
“ยินดีต้อนรับสู่เมืองคาเลเมียร์!” ทารินกล่าวด้วยน้ำเสียงร่าเริง
วิลล์ได้แลกเปลี่ยนช่องทางการติดต่อของทั้งสองคนระหว่างเดินทางมายังที่พัก
พวกเขาทั้งสามคนยังได้พูดคุยเกี่ยวกับเื่ราวต่างๆ ที่หญิงสาวให้ความสนใจ
...
ณห้องพัก
วิลล์ผล็อยหลับไปจากความเหนื่อยล้าที่สะสมมาทั้งวัน
หญิงสาวตื่นขึ้นมาอีกครั้งก็เป็่สายของวันใหม่
ระหว่างกินอาหารในหัวของวิลล์กำลังคิดเื่ตอบแทนเอลฟ์ทั้งสองคนที่ให้ความช่วยเหลือเธอเมื่อวาน
“เงินก็ไม่รับแล้วฉันจะกล้าไปพบกับพวกเขาอีกไหมเนี่ย”
แม้ว่าเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อวานมันจะดูเล็กน้อยในสายตาของเอลฟ์ทั้งสองคนแต่สำหรับวิลล์ที่เป็นักเดินทางที่เพิ่งเดินทางมาถึงสถานที่แห่งนี้เป็ครั้งแรกการได้รับความช่วยเหลือ การให้คำปรึกษา รวมไปถึงการหาที่พักให้กับเธอเพียงเท่านี้มันก็มากพอสำหรับหญิงสาวที่อยากจะให้อะไรตอบแทนกับอีกฝ่าย
วิลล์ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ภายในห้องพักเพื่อค้นหาข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับเอลฟ์ เธอพบว่ามีบางอย่างที่ยังไม่หลากหลายกับเอลฟ์ในปัจจุบัน
‘มันคืออาหารสำหรับเอลฟ์’
เอลฟ์เป็เผ่าพันธุ์ที่ไม่กินเนื้อสัตว์หรือสิ่งที่ได้รับมาจากสัตว์อย่างเช่นไข่หรือนม
หญิงสาวนั่งคิดทบทวนอยู่ไม่นานเธอก็สามารถตัดสินใจที่จะทำบางสิ่งบางอย่างเพื่อตอบแทนเอลฟ์ทั้งสองคน โดยที่เธอไม่รู้เลยว่าสิ่งที่เธอกำลังจะทำขึ้นมานั้นมันจะเป็การเปลี่ยนแปลงวิธีการทำอาหารและการกินของเอลฟ์ไปตลอดกาล
“อาหารเอลฟ์นี่แหละ!” วิลล์พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่มั่นใจ
ด้วยความรู้เกี่ยวกับอาหารแม้ว่าเธอจะไม่เคยลงมือทำมาก่อน แต่ว่าเธอสามารถทดลองทำอาหารตามความทรงจำของเธอได้
ยุคดวงดาวที่อาหารโบราณสูญหายการบุกเบิกและการฟื้นฟูทุกสิ่งทุกอย่างเกี่ยวกับอาหารมันคือสิ่งที่กำลังถูกดำเนินการอยู่
...
วิลล์ติดต่อหาลีน่าแล้วเล่าถึงสิ่งที่คิดออกมาให้อีกฝ่ายรับฟัง
ลีน่ามีสีหน้าใเล็กน้อย“เธอไม่ต้องตอบแทนอะไรพวกเราก็ได้นะ” กล่าวเชิงปฏิเสธ
“แล้วเธอรู้ใช่ไหมว่าเอลฟ์อย่างพวกเราไม่กินเนื้อ”ทารินที่ได้ยินสิ่งที่วิลล์พูดกับลีน่ากล่าวถามด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
“รู้สิทำไมจะไม่รู้ล่ะ” วิลล์ตอบอย่างร้อนรน “ฉันจะไม่ทำสิ่งที่ผิดกับกฎเกณฑ์ของพวกเธอหรอกนะ”กล่าวยืนยัน
เมื่อพูดคุยกันเรียบร้อยทางฝั่งของเอลฟ์ได้บอกให้วิลล์มายืนรออยู่หน้าที่พักโดยที่ทั้งสองคนจะเป็ฝ่ายมารับ
เมนูที่หญิงสาวเลือกมันเป็เมนูง่าย ๆ ที่เอลฟ์สามารถทำเองได้
ลีน่าและทารินขับรถพาวิลล์มายังตลาดแห่งหนึ่งมันเป็ตลาดที่อยู่ฝั่งเดียวกับชุมชนที่เอลฟ์ทั้งสองคนอาศัยอยู่โดยที่สินค้าส่วนใหญ่เป็สินค้าที่เกี่ยวกับพืช
มีเครื่องปรุงที่ไม่มีส่วนผสมต้องห้ามสำหรับเอลฟ์ขายอยู่บ้างและเครื่องปรุงเ่าั้ล้วนมีอยู่ในบ้านของเอลฟ์ทั้งสองคน
เมื่อเลือกซื้อวัตถุดิบต่างๆ จนเสร็จเรียบร้อย พวกเขาทั้งสามคนก็เดินทางกลับไปบ้านของลีน่าและทารินทันที
ภายในบ้าน
ทารินได้แยกตัวออกมาแล้วปล่อยให้สองสาวเตรียมอาหารกันอยู่สองคน
ลีน่าพาวิลล์มายังห้องครัวก่อนที่ทั้งสองคนจะลงมือจัดเตรียมวัตถุดิบที่ซื้อมา
และเมนูง่ายๆ ที่วิลล์จะทำให้กับเอลฟ์ก็คือ ‘ผักย่างทาซอสเทอริยากิ’
“เธอไปเตรียมผักนะส่วนฉันจะทำซอสสำหรับทาตอนย่าง” วิลล์กล่าว
“ได้”ลีน่าตอบ
...
วิลล์หยิบขิงสดปริมาณเล็กน้อยมาล้างน้ำให้สะอาดก่อนจะค่อย ๆ ขูดเปลือกออกอย่างเบามือ แล้วจึงหั่นเป็เส้นฝอยอย่างพิถีพิถัน
หญิงสาวปอกกระเทียมหนึ่งกลีบแล้วทำการสับจนกระเทียมละเอียด
ไม่นานหลังจากนั้นเครื่องปรุงรสอย่างซีอิ๊วขาว น้ำตาล น้ำเปล่า น้ำส้มสายชู ขิง และกระเทียมสับก็ถูกตวงและเทใส่รวมกันลงไปในหม้อใบเล็ก
เมื่อทุกอย่างถูกเตรียมเรียบร้อยวิลล์จุดไฟอ่อน ๆ ใต้เตา แล้วนำหม้อที่ใส่วัตถุดิบทั้งหมดขึ้นตั้ง ค่อย ๆ คนจนส่วนผสมละลายเข้ากัน
เมื่อเห็นว่าส่วนผสมละลายเข้ากันหญิงสาวได้นำแป้งข้าวโพดมาละลายกับน้ำเปล่า แล้วเทใส่ลงไปในหม้อคนส่วนผสมที่อยู่ในหม้อจนซอสเริ่มข้น
หลังจากที่ซอสข้นได้ที่วิลล์ก็ปิดไฟแล้วเติมน้ำมันงาลงไปเล็กน้อยเพื่อเพิ่มความหอมคนส่วนผสมให้เข้ากันก็เป็อันเสร็จสิ้น
“เสร็จแล้ว!” วิลล์กล่าวพลางยิ้มสดใส
กลิ่นหอมของซอสเทอริยากิโชยไปทั่วทั้งบ้าน
ลีน่าที่เฝ้ามองการทำอาหารของวิลล์อดไม่ได้ที่จะอุทานออกมาว่า“หอมจังเลย!”
ทารินที่แยกตัวออกไปั้แ่ที่เข้ามาภายในบ้านเขาได้มาแอบดูการทำอาหารของวิลล์ั้แ่ที่เขาได้กลิ่นหอมของซอสเทอริยากิโชยออกมา
“พวกเรามากินไปด้วยย่างผักไปด้วย ดีกว่าไหม?” วิลล์ยิ้มแล้วกล่าวถามเ้าของบ้านทั้งสองคน
“ดี!” เอลฟ์ทั้งสองคนผสานเสียงเข้าด้วยกัน
วิลล์สาธิตโดยการนำผักมาทาซอสเทอริยากิให้ทั่วก่อนที่จะนำผักลงไปย่างบนเตา
ระหว่างย่างซอสเทอริยากิถูกทาซ้ำลงไปอีกครั้งเพื่อเพิ่มความเข้มข้นและความเงางามให้กับอาหาร
กลิ่นหอมของซอสที่ถูกไฟร้อนๆ แผดเผา ได้ส่งกลิ่นหอมที่แตกต่างออกมาจนคนย่างน้ำลายเกือบไหล
“มาลองชิมกันเถอะ!” วิลล์กล่าว
“อื้อ”เอลฟ์ทั้งสองคนส่งเสียงตอบรับแล้วนำผักที่แต่ละคนย่างเข้าปาก
“อร่อยมาก!” ทารินอุทาน
“รสชาตินี่มันอะไรกัน!” ลีน่าทำหน้าเคลิบเคลิ้ม
เอลฟ์ทั้งสองคนรู้สึกชื่นชอบกับอาหารมื้อนี้เป็อย่างมากพวกเขาพูดคำว่าอร่อยออกมาจากปากอย่างไม่ขาดสาย
จนเมื่อทั้งสองคนกินใกล้จะอิ่มลีน่าก็กล่าวออกมาว่า “เธอสามารถทำขายให้เอลฟ์อย่างพวกเราได้เลยนะ!”
“จริงๆ นะ! มันอร่อยมาก!” ทารินกล่าวสมทบ
‘หรือว่าเราจะทำอาหารเอลฟ์ขายเพื่อหาเงินซ่อมแซมยานดีนะ?’วิลล์กล่าวในใจพลางทำสีหน้าครุ่นคิด
มื้ออาหารแห่งการตอบแทนจบลงอย่างเรียบง่ายและอบอุ่น
คำชมมากมายถูกคู่สามีภรรยาเอ่ยออกมาอย่างไม่ขาดสาย
…
ลีน่าที่กำลังทำความสะอาดห้องครัวมองไปที่วิลล์ด้วยสายตาแห่งความสงสัยจนเธอเผลอพูดถามออกมา
“เธอมาทำอะไรที่โลกของเอลฟ์แห่งนี้เหรอ?”
“ฉันรู้มาว่าโลกของเอลฟ์นั้นเต็มไปด้วยธรรมชาติฉันที่เรียนจบและอยากทำงานเกี่ยวกับภาษาโบราณ ทั้งภาษาสัตว์และภาษาพืช อยากจะมาที่โลกเอลฟ์แห่งนี้เพื่อฝึกฝนตัวเองและสะสมประสบการณ์เกี่ยวกับภาษาต่างๆ” วิลล์ตอบ
“เธอเก่งมาก!” ลีน่ามีสีหน้าตื่นเต้น“แล้วอาหารที่เธอทำคงเป็สิ่งที่เธอแปลออกมาจากภาษาโบราณสินะ!”
“ใช่” วิลล์มีสีหน้าลังเลเล็กน้อยก่อนที่เธอจะปรับสีหน้าแล้วยิ้มอย่างสดใสออกมา“ถ้าฉันทำอาหารที่ทำให้พวกเธอทั้งสองคนกินในวันนี้ออกมาขายพวกเธอคิดว่ามันจะขายได้ไหม?”
“ได้สิ!” ลีน่าและทารินกล่าวออกมาอย่างพร้อมเพรียง