ตอนที่ 16 สังหารเ้าเมือง
ที่ข้างทะเลสาบแห่งหนึ่งในหุบเขาหมอกสองยอดปรมาจารย์ยังไม่อาจจะตัดสินผลแพ้ชนะซูรั่วซานแม้ได้เปรียบแต่ก็ยังไม่อาจกำชัยได้โดยง่าย สภาพนางยังไร้รอยาแแม้พลังนางยามนี้จะเหนือกว่าเ้าเมืองจิ้นหยงไม่มากนัก
แต่ความสามารถในการควบคุมพลังต่างกันราวฟ้ากับเหวนี่คือข้อแตกต่างสำคัญของปรมาจารย์ยุทธ์ทั่วไป กับปรมาจารย์ยุทธ์ที่มาจากสำนักขั้นเอกเหมือนดั่งาาและขุนนาง แม้ใกล้เคียงแต่ไม่สามารถเทียบเคียง
ซูรั่วซานนั้นไม่แน่ใจว่า อาการลมปราณแตกซ่านของตนเองจะกำเริบเมื่อไหร่นาง้ารีบสู้รีบจบ ไม่อยากยื้อไว้นาน นางใช้กระบี่ทั้ง 64เล่มโจมตีพัวพันเ้าเมืองจิ้นหยงไว้
เ้าเมืองจิ้นหยง ควงง้าวารอบตัวสร้างปราการอัคคีขึ้นมาป้องกัน“ปราการอัคคี” คมกระบี่เหมันพุ่งเข้าปะทะกับปราการเพลิงเกิดเสียงซู่ดังสนั่น เมื่อความเย็นปะทะความร้อน
เนื่องด้วยซูรั่วซานใช้พลังออกได้แค่ห้าส่วนคมกระบี่น้ำแข็งส่วนมากนั้นละลายด้วยปราการเพลิง แต่ก็ยังสามารถทำให้ปราการเพลิงลดพลังไปได้ส่วนมาก
ซูรั่วซานเสกกายาปรานน้ำค้างเหมันห่อหุ้มร่างพุ่งฝ่าปราการเพลิง จี้กระบี่ใส่เ้าเมืองจิ้นหยง เ้าเมืองจิ้นหยงเร่งเล้าลมปราณอัคคีฟาดง้าวสวนใส่ร่างบาง
แต่ทันใดนั้นก่อนที่คมง้าว คมกระบี่จะปะทะหักหาญซูรั่วซานใช้ออกด้วยเขตแดนเหมันอีกคราง้าวที่ฟาดออกล้วนเชื่องช้าลงหลายส่วนคมกระบี่งามแทงเข้าที่หน้าอกของเ้าเมืองจิ้นหยง แต่มันโคจรกายาปรานอัคคีขึ้นต้าน
กายาปรานของมันโดนแทงทะลุแต่กระนั้นยังลดทอนพลังกระบี่ได้หลายส่วน กระบี่งามแทงเข้าที่หน้าอกเ้าเมืองจิ้นหยงกายาปรานทั่วร่างะเิออก มันกระเด็นดุจว่าวสายขาดพุ่งลงไปในทะเลสาบ
ตูม เสียงน้ำในทะเลสาบกระจายออกเกิดคลื่นเป็วงซัดเข้าฝั่ง ซูรั่วซานไม่มั่นใจว่ากระบี่เมื่อคู่จะสามารถเอาชีวิตของเ้าเมืองจิ้นหยงที่เป็ถึงขอบเขตปรมาจารย์ได้
ผ่าน ไปไม่นานทะเลสาบะเิขึ้น น้ำในทะเลสาบบางส่วนระเหยเป็ไอพร้อมกับดวงไฟดุจเพลิงนรกลอยขึ้นมาภายในลูกบอลเพลิงปรากฏด้วยเ้าเมืองจิ้นหยงเกราะทองแดงที่ได้รับมาจากราชวงศ์ลิขิตฟ้าพังทลายไปกว่าเก้าส่วนที่อกปรากฏด้วยแผลฉกัญ
แต่ออร่าของมันกลับเพิ่มขึ้นเป็สองเท่าเ้าเมืองจิ้นหยงได้กินยาเพิ่มพลังเพื่อจัดการกับนางเซียนตรงหน้ามันไม่คิดใช้ยาตัวนี้ เพราะรู้ผลลัพธ์ที่ตามมาแต่ในเมื่อโดนร่างเซียนที่งดงามตรงหน้าบีบให้จนตรอก มันก็ไม่มีทางเลือกอื่น
“นังเซียนหญิงหุบเขาสระเหมันข้าประเมินเ้าต่ำไปจริงๆ แต่สุดท้ายข้าก็คือผู้ชนะ” หน้าของซูรั่วซานดำมืดลง
มันพุ่งเข้าใส่นางเซียนลมปราณอัคคีแผ่ออกเป็คลื่นในมือฟาดด้วยง้าวั์รุนแรงกว่าเดิมถึงสองเท่า ซูรั่วซานเสกคมกระบี่เหมัน64เล่มขึ้นมาควบคุมทั้งหมดลอยมารวมตัวกันดุจดั่งโล่น้ำแข็ง
เปรี้ยง โล่น้ำแข็งแตกกระจายซูรั่วซานลอยถอยหลังจากแรงปะทะ หน้าตาซีดเซียวไร้สีเื เ้าเมืองจิ้นหยงไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดลอยตวัดง้าวในมือฟันต่อเนื่องเป็ชุด
ซูรั่วซานใช้ออกด้วยท่าเท้าพิสดารหลบคมง้าวที่ฟาดฟันกระบวนแล้วกระบวนเล่า ทุกกระบวนท่าล้วนฝากรอยคมง้าวเผาไหม้เป็ทางยาวที่ผืนป่าด้านหลัง
สุดท้ายซูรั่วซานหลบไม่พ้นต้องยกกระบี่บางขึ้นรับเปรี้ยงนางโดนง้าวั์ฟาดกระเด็นไปไกลครึ่งลี้นางกระอักเืออกมาคำใหญ่จนเปื้อนชุดนางเซียนสีขาวบริสุทธ์
พลังยุทธ์ที่เ้าเมืองจิ้นหยงะเิออกหลังใช้ยาเพิ่มพลังนั้นไม่ได้ต่างจากพลังสิบส่วนในสภาพสมบูรณ์ของนางมากนักท่านางไม่มีอาการลมปรานแตกซ่านคงไม่มีปัญหาใด เพียงแต่....
นางฝืนปลดปล่อยพลังยุทธ์ออกสิบส่วนออร่าของนางเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วดวงเนตรคู่งามเปล่งรัศมีเหมันต์ที่รอบข้างอุณหภูมิลดต่ำจนทะเลสาบทั้งทะเลสาบกลายเป็น้ำแข็งมีดอกบัวน้ำแข็งมากมายลอยขึ้นมาทั่วบริเวณ
เ้าเมืองจิ้นหยงเห็นท่าไม่ดีรีบโคจรท่าไม่ตาย ยกง้าวั์ขึ้นเหนือหัวเปลวเพลิงอัคคีแผ่กระจายออกดุจดั่งดวงอาทิตย์ก่อนฟาดออกเป็คลื่นเพลิงขนาดั์ที่สามารถผ่าูเาทั้งลูกได้อย่างง่ายดาย
“ง้าวคมอสูรโลกันต์!”
ซูรั่วซานเร่งลมปราณพุ่งตัวไปข้างหน้าจี้กระบี่ออกใส่ศัตรูดอกบัวเหมันต์กว่าพันดอกผลิบานสลายเป็กรีบดอกบัวน้ำแข็งลอยมารวมตัวกับคมกระบี่ของนางดุจดาวตกสีฟ้าขนาดใหญ่
“กระบี่บัวน้ำแข็งเริงระบำ!”
เปรี้ยงงงงงงงงง
................................
ภายในห้องโถงที่มืดมิดมือเจียงหวู่เฉินถูกดูดติดเข้ากับไข่ทมิฬ ตัวไข่นั้นเหมือนกำลังดูดกลืนพลังชี่จากเห็ดหลินจือหมอกโลหิตอย่างตะกละตะกลามแถมมันยังเหมือนดูดเืจากฝ่ามือของเขาไปอีกด้วย
“เกอเกอเป็อันใดหรือไม่?”เด็กหญิงกล่าวอย่างเป็ห่วง
“อย่าเข้ามาใกล้!”
เจียงหวู่เฉินกัดฟันพยายามดึงมือออกจากไข่งูเต็มกำลังแต่ไม่สามารถดึงออกมาได้เลยแม้แต่นิดเดียว
ตูม ตูม ตูม
กรี้ดดด
เสียงกรีดร้องของเด็กหญิงดังขึ้นเมื่อเ้าตะขาบั์ ที่ได้ััเข้ากับกลิ่นอายของเห็ดหลินจือหมอกโลหิตจึงเกิดคลั่ง้ากินมันขึ้นมา มันเอาหัวขนาดั์ชนรูอย่างแรง ครั้งแล้วครั้งเล่าจนรูถูกเปิดกว้างขึ้นทีละนิด
เจียงหวู่เฉินเหงื่อเย็นไหลออกมาเต็มหลัง มันไม่สามารถทำอะไรได้เลยเนื่องจากมันขยับตัวไม่ได้ที่ตัวไข่บัดนี้มีรอยโลหิตบางๆอยู่เต็มใบ
เ้าตะขาบั์กระทุ้งจนส่วนหัวเข้ามาได้ มันรีบคลานพุ่งมาอย่างรวดเร็วเข้าหาเจียงหวู่เฉินที่ไม่สามารถขยับตัวได้
............................
สภาพป่าแถบนี้พลังทลายไปหลายร้อยลี้ทะเลสาบที่กลายเป็น้ำแข็งะเิจนเป็หลุมใหญ่ ที่รอบด้านมีแต่ร่องรอยน้ำแข็งไร้ซึ่งร่องรอยอัคคีใดๆ
ร่างของเ้าเมืองจิ้นหยงตาเบิกกว้างที่หน้าอกลงมาถึงเอวเป็รูขนาดใหญ่ าแทุกส่วนจับไปด้วยน้ำแข็งเมื่อน้ำแข็งลามไปทั่วร่างกระแตกกระจายเป็สะเก็ดน้ำแข็งไป
ซูรั่วซานยืนนิ่งที่บนศีรษะงามผมที่เคยดำขลับกับเป็สีขาวทั้งหมดนางยืนโซเซคร้ายจะหมดสติ แต่ยังฝืนเสกบัวน้ำแข็งบินกลับไปที่ถ้ำด้วยความเป็ห่วงเด็กๆ
................
ในทันทีที่ร่างตะขาบอสูรเคลื่อนเข้าใกล้จู่ๆไข่สีดำก็เรืองแสงพุ่งออกจากมือหวู่เฉินดุจดั่งดาวตกชนจนหัวตะขาบั์ะเิกระจายไปในทีเดียวก่อนมันจะบินกลับมาอยู่บนมือเด็กชายพร้อมทั้งที่แสงของมันค่อยๆจางไป
เด็กชาย และเด็กหญิงตะลึงมองไปที่ไข่ทมิฬที่จู่มันก็เหมือนมุดหายไปรวมเข้าไปในมือขวาของหวู่เฉินปรากฏเหลือรอยดวงดาราหนึ่งดวงบนหลังมือขวา
..............
ทันทีที่ซูรั่วซานเข้ามาในปราการก็ไม่เจอเด็กทั้งสองทั้งยังััได้ถึงร่องรอยอสูรที่เหลืออยู่ก็ใจตกไปอยู่ตาตุ่มเร่งเคลื่อนกายเข้าไปในส่วนลึกของถ้ำ ก่อนที่จะได้เจอเด็กทั้งสองที่เดินสวนออกมานางถอนหายใจอย่างโล่งอก
“เสี่ยวไป๋เสี่ยวเฉิน เกิดอันใดขึ้น พวกเ้าไม่เป็ไรใช่มั้ย แล้วอสูรนั้นล่ะ?” ซูรั่วซานเป็ห่วง
“พวกเราไม่เป็ไรสัตว์อสูรนั้นก็ตายไปแล้ว”ซูรั่วซานได้ฟังก็งุนงง ทันใดนั้นเสี่ยวไป๋ก็ร้องออกมา “ท่านแม่ ท่านเป็ไรแล้วทำไมผมท่านถึงขาวไปทั้งหมด ท่านจะไม่เป็ไรใช่มั้ย?”
ซูรั่วซานได้ยินดังนั้นก็เ็ปในใจนางรู้สภาพตัวเองดีว่าคงอยู่ได้อีกไม่นานนางไม่รู้เลยว่าถ้าเสี่ยวไป๋รู้จะทำหน้าอย่างไร? จะเป็ยังไง?
”ท่านน้า! พวกเราเจอเห็ดนี้ ถึงมันจะเหลือแค่ซากแล้วก็เถอะแต่ข้าว่าน่าจะช่วยอันใดได้”เด็กหนุ่มยื่นซากเห็ดที่เหลืออยู่แก่ซูรั่วซาน
ซูรั่วซานแววตาแปลกใจถึงเห็ดหลินจือหมอกโลหิตจะเหลือแต่ซากแต่ก็ยังมีพลังบางส่วนหลงเหลืออยู่ถ้านางใช้กระบวนการพิเศษดูดซับอย่างน้อยก็อาจจะยืดชีวิตนางไว้ได้....อย่างน้อยก็จนเสี่ยวไป๋โตหรือปกป้องตัวเองได้?