"เเม่นางเฟยอวี้ในที่สุดเ้าก็มาสักที เ้าหายไปไหนตั้งหลายวัน รู้มั้ยว่าเมื่อสองวันก่อนวุ่นวายจนสมุนไพรแทบไม่พอ"
พอเห็นร่างบางในอาภรณ์สีดำที่คุ้นตาเฒ่าแก่โรงหมอก็รีบเดินไปหาอย่างรีบร้อนราวกับรอมานานแล้วก่อนจะเล่าเื่ราวที่เกิดขึ้นที่โรงหมอให้กับเสิ่นเฟยอวี้ฟัง
"ต้องขออภัยเฒ่าเเก่ข้าติดธุระ"
นางกล่าวก่อนจะหยิบยาและสมุนไพรไปวางที่โต๊ะเฒ่าเเก่เดินตามมาดู
"มีสมุนไพรอะไรบ้างล่ะ อืมได้หลายอย่างอยู่แล้วนี่ยาอะไรหรือข้าไม่เคยเห็น"
ว่าพร้อมกับที่มือหยิบหญ้าชนิดหนึ่งขึ้นมารูปร่างมีลักษณะเป็รูปหยดน้ำผิวเรียบ้าสีเขียวสดใต้ใบมีสีขาวอมฟ้า ยิ่งกว่านั้นต้นนี้ยังไม่ตาย ..เพราะเสิ่นเฟยอวี้เอามาทั้งต้น
"นี่คือต้นหญ้าแสงจันทร์ มีฤทธิ์เย็นช่วยในการสมานแผลแก้พิษห้ามเืปรับสมดุลหยินหยางในร่างกาย ที่สำคัญมีส่วนช่วยให้ผิวเรียบเนียนกระจ่างใส"
พอเฒ่าแก่ได้ยินถึงสรรพคุณก็ตาโตก่อนจะกำแน่นและยิ้มออกมาอย่างคนเพ้อแล้วจะหันมาถามนาง
"มีแค่ต้นนี้หรือมีอีกมั้ย"
เสิ่นเฟยอวี้ส่ายหัว สมุนไพรชนิดนี้หายากจะตายไปมันเติบโตในป่าลึกที่เต็มไปด้วยอันตรายนางไหนเลยจะกล้าเข้าไปกัน เจอต้นหนึ่งก็ถือว่าดีมากแล้วอีกอย่างหญ้าแสงจันทร์สามารถใช้ร่วมกับสมุนไพรอื่นไปที่มีฤทธิ์เย็นหรือร้อนไม่เหมือนสมุนไพรชนิดอื่นที่ต้องใช้ชนิดที่มีฤทธิ์เย็นแบบเดียวกัน
"ต้นนี้สามารถใช้ร่วมกับสมุนไพรฤทธิ์ร้อนได้แม้จะใช้เพียงเล็กน้อย"
พอยิ่งได้ฟังที่นางพูดสายตาของเฒ่าแก่ก็ยิ่งเป็ประกายเขาหมายมั่นว่าจะต้องซื้อจากนางมาให้ได้
"สมุนไพรนี่เ้าจะขายในราคาเท่าไหร่ข้ายินดีจ่าย"
พอได้ยินเช่นนี้เสิ่นเฟยอวี้ก็ยิ้อย่างมีเลศนัยก่อนจะตอบคำตอบที่ทำให้เฒ่าแก่ถึงกับอ้าปากค้าง
"20ตำลึงทอง"
ไอ้หยานี่นางกะจะปล้นกันเลยหรือนี่ สมุนไพรหายากเพียงต้นเดียวแต่กลับราคาสูงเท่ากับรายได้เดือนหนึ่งในโรงหมอ
พอเห็นท่าทางลังเลของเฒ่าแก่นางก็ทำท่าจะเอื้อมมือไปหยิบต้นหญ้าแสงจันทร์กลับ
"ถ้าไม่ซื้อข้าจะได้นำไปขายที่อื่น"
พอเฒ่าแก่ได้ยินก็รีบถอยหลบก่อนจะยกมือขึ้นปัดเหงื่อแล้วกล่าวขึ้น
"ไอหยาแม่นางเฟยอวี้เ้าใจเย็นๆสิข้าซื้อเเน่นอนเพียงแต่ว่าเ้าช่วยลดราคาลงหน่อยได้หรือไม่"
เสิ่นเฟยอวี้ครุ่นคิดสักครู่ก่อนจะกล่าวขึ้น
"เช่นนั้นท่านรอข้าเอาไปขายให้โรงหมอที่อื่นหากราคาต่ำกว่าที่ข้ากำหนดข้าจะได้ขายให้ท่าน"
ว่าแล้วก็เดินมาหยิบต้นหญ้าแสงจันทร์ไปจากมือเฒ่าเเก่แล้วเตรียมเก็บใส่ย่ามตามเดิม
"ช้าก่อน"
เสิ่นเฟยอวี้เหล่ตาไปมองเห็นเฒ่าเเก่ชิงต้นหญ้าเเสงจันทร์ไปกอดแน่นก่อนจะกล่าวต่อ
"ข้าซื้อๆ เด็กๆไปเอาเงินมาให้ข้า"
ในที่สุดนางก็มีเงินแล้ว เอาไปซื้อผ้าห่มกับเสื้อผ้าหนาๆพอถึงหน้าหนาวท่านแม่กับนางก็ไม่ต้องทนหนาวแล้ว อีกส่วนหนึ่งก็นำไปมอบให้ป้าฉินนำไปซื้อเสื้อผ้าให้พวกเด็กๆ
จะว่าไปแล้วพวกเด็กๆจะเป็ยังไงบ้างแล้วนะเดี๋ยวขากลับไปเยี่ยมพวกเด็กๆด้วยดีกว่า
เสิ่นเฟยอวี้ใช้เวลาไม่นานก็ซื้อผ้าห่มเสร็จก่อนจะให้รถม้านำไปส่งที่กระท่อมชายป่าก่อนที่ตัวนางจะไปซื้อหมั่นโถวแล้วไปหาเด็กๆ
ทันทีที่เห็นสตรีร่างบางในอาภรณ์สีดำล้วนเด็กๆต่างก็กรูกันเข้ามารายล้อม
"เฟยอวี้เจี่ยเจีย"
รอยยิ้มมากมายถูกส่งมาให้นางก่อนที่เสิ่นเฟยอวี้จะยิ้มรับแล้วแจกหมั่นโถวให้กับเด็กๆไถ่ถามอาการป่วยของป้าฉินแล้วสอนอาหลินน้องคนรองและอาเหมยน้องเล็กปักผ้าสอนอาหยางเื่ยา
สอนสองเเสบอาลี่กับอาลู่กวาดใบไม้บริเวณหน้าบ้านสอนอาชางทำงานบ้าน
"งานบ้านไม่จำเป็ต้องให้สตรีทำอย่างเดียวรู้มั้ยสิ่งไหนที่พอช่วยกันได้ก็ต้องช่วยกันนะ"
นางลูบผมอาชางพลางกล่าวขึ้นเด็กชายตัวน้อยพยักหน้า
"ข้าจะจำคำสอนของเฟยอวี้เจี่ยเจียไว้"
"เด็กดี"
ปลายยามเว่ย*เสิ่นเฟยอวี้จึงลาป้าฉินและเด็กๆกลับวันนี้ก็เป็อีกวันที่นางนั้นเหนื่อยด้วยร่างกายยังไม่ทันหายดีก็หักโหมแต่ก็นั้นเเหละเป็ไปตามความ้าของนาง
พอกลับมาถึงเสิ่นเฟยอวี้ก็ไปอาบน้ำทำธุระส่วนตัวเสร็จก่อนจะเข้าไปนอนและก็ผล็อยหลับ
วันต่อมาเสิ่นเฟยอวี้ตื่นเเต่เช้าตรู่มาช่วยมารดาทำสวนผักก่อนจะไปตักน้ำจากลำธารมาไว้ที่ถังน้ำไว้ใช้แล้วจึงกลับเข้าไปในกระท่อม
ตั้งหน้าตั้งตาต้มยาสมุนไพร เป็สมุนไพรที่เสิ่นเฟยอวี้เหลือไว้ใช้ก่อนจะเอาต้นหญ้าเเสงจันทร์อีกต้นออกมาจากเป้สานไม้ไผ่
เคยบอกไปแล้วใช่มั้ยว่าต้นหญ้าแสงจันทร์นั้นหายากแค่เจอต้นเดียวถือว่าโชคดีมากแต่ทว่าเสิ่นเฟยอวี้กลับโชคดีเป็สองเท่าเพราะนางเจอสองต้นอยู่ใกล้กันนางเก็บต้นที่ใหญ่กว่าไว้แล้วนำต้นที่เล็กกว่าไปขาย
อย่างที่รู้กันว่าต้นหญ้าเเสงจันทร์มีฤทธิ์เย็นปรับสมดุลหยินหยางและข้อสำคัญสำหรับหญิงสาวนั้นต้นหญ้าเเสงจันทร์ยังช่วยให้ผิวเรียบเนียนกระจ่างใสขึ้นอีกด้วย
ถึงสรรพคุณจะล่อตาล่อใจแต่เวิ่นเฟยอวี้กลับไม่ได้สนใจจุดนี้นางหวังเพียงว่าจะช่วยรักษารอยแผลเป็บนใบหน้าของท่านแม่ให้หายได้
นี่เป็หนึ่งในปณิธานที่นางตั้งไว้เป็เเรงผลักดันให้นางศึกษายาสมุนไพร
ว่ากันว่าใบหน้าของหญิงสาวนั้นมีค่าดั่งทองแล้วเช่นนี้ท่านแม่ที่ต้องเสียโฉมจะรู้สึกเศร้าใจแค่ไหนกัน
หลังจากที่ทางยาไปบนใบหน้าของท่านเเม่และให้ท่านแม่ดื่มสมุนไพรเสิ่นเฟยอวี้ก็เข้าเมือง นำยาที่ได้ไปขายให้กับคุณหนูตระกูลไป๋ ไป๋เหม่ยลี่
เื่การความเป็มาที่ทำให้นางได้รู้จักคุณหนูตระกูลนี้ก็ไม่มีอะไรมากเพียงเเค่อยู่มาวันหนึ่งคุณหนูไป๋ที่เดินทางกลับมาจากไปไหว้พระเกิดเป็ไข้เเล้วใกล้โรงหมอที่นางอยู่ที่สุด และนางเป็ผู้หญิงคนเดียวเฒ่าเเก่เลยให้นางไปดูอาการของคุณหนูไป๋
พอดูไปดูมาก็เห็นว่าคุณหนูผู้นี้ไม่ได้เป็อะไรมากเพียงแค่ไม่สบายเพราะตากลมหนาวมากเกินไปพอกลับก็อยู่แต่ในรถม้าแออัดอบอ้าวจึงทำให้ร่างกายอ่อนแอจนไข้ขึ้น
พอคุณหนูไป๋เห็นผิวขาวเนียนสุขภาพดีของเสิ่นเฟยอวี้เลยถามวิธีการดูแลผิวจากนาง เสิ่นเฟยอวี้ที่ผิวขาวมาตั้งเเต่เด็กไม่รู้จะตอบอย่างไรพอโดนรบเร้ามากๆเข้าก็จึงพลั้งปากว่าจะลองคิดค้นสมุนไพรดูแลผิวให้
ั้แ่นั้นเสิ่นเฟยอวี้ก็ติดต่อกับคุณหนูไป๋เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน
ภายในโรงน้ำชาแห่งหนึ่งในเมืองหนิงอัน
ร่างบางของสตรีในอาภรณ์สีดำล้วนเดินเข้ามาก่อนจะเดินไปพูดอะไรกับเสี่ยวเอ้อแล้วเสี่ยวเอ้อก็เดินนำนางขึ้นไปยังชั้นสอง
"แม่นางเฟยอวี้ในที่สุดท่านก็มา"
พอเดินเข้ามายังห้องหนึ่งสตรีแบบบางในอาภรณ์สีชมภูเรียบหรูก็เอ่ยทักขึ้นก่อนจะเชิญเสิ่นเฟยอวี้นั่งลงข้างๆแล้วรินน้ำชาให้
"ไม่ทราบว่าวันนี้ท่านมีอะไรมาขายให้ข้าอย่างนั้นหรือ"
เสิ่นเฟยอวี้รับถ้วยน้ำชามายังไม่ทันได้ดื่มแก้กระหายคุณหนูไป๋ก็ถามขึ้นมาด้วยดวงตาเป็ประกาย
เสิ่นเฟยอวี้ถึงกับยกมือขึ้นห้าม นางวางถ้วยชาลงก่อนจะถอนหายใจเบาๆแล้วหยิบของในย่ามขึ้นมาวางบนโต๊ะ
เป็ยาสีใสขวดหนึ่ง ก่อนที่เสิ่นเฟยอวี้จะกล่าวอธิบาย
"นี่เป็ยาที่ใช้ทาบนใบหน้าช่วยให้ผิวเรียบเนียนขึ้นแต่อย่าใช้ในปริมาณมากล่ะค่อยใช้ไปนานๆเเล้วเ้าก็จะเห็นการเปลี่ยนเเปลงเอง"
ทันทีที่กล่าวจบมือบางคู่นั้นก็คว้ามือนางไปกำก่อนจะยิ้มกว้างให้
"เ้าช่างยอดเยี่ยมข้าจะค่อยๆใช้อย่างที่เ้าว่า"กล่าวจบแค่นั้นก่อนจะปล่อยมือของนางแล้วเท้าคังยิ้มหวานบอกเล่าเื่ราวของตน
"เ้ารู้มั้ยครั้งก่อนที่ข้าใช้ยาทาผิวของเ้าท่านพี่ชมว่าข้าดูสุขภาพดีขึ้นเยอะท่านพี่ยิ้มให้ข้าด้วยล่ะ"
เสิ่นเฟยอวี้ไม่ได้พูดอะไรนางเพียงรับฟังเื่ราวของคุณหนูไป๋อยู่เงียบๆ
หากถามว่าเสิ่นเฟยอวี้เคยคิดอิจฉาคุณหนูไป๋หรือไม่แน่นอนนางจะไม่อิจฉาได้อย่างไร อีกฝ่ายเกิดมาในครอบครัวที่สมบูรณ์กินอิ่มหลับสบายหน้าหนาวมีเสื้อขนสัตว์ให้มีเหล่าบริวารคอยรับใช้
มีเงินทองอยากได้สิ่งไหนก็ซื้อไม่ต้องคอยทำงานเลี้ยงปากท้องเช่นนาง
แต่พอหันกลับมาถามตัวเองว่าตัวนางนั้นไม่ดีหรือเหตุใดจึงต้องอิจฉาผู้อื่นอีก
หากไม่เคยล้มแล้วลุกขึ้นเองจะยืนหยัดด้วยตัวเองได้อย่างไรหากไม่เคยลำบากจะรู้คุณค่าของเงินได้อย่างไร
หากไม่เคยร้องไห้จะรู้ซึ้งถึงความสิ้นหวังได้อย่างไรหากไม่เคยอ่อนแอจะเข็มแข็งได้อย่างไร
หากว่าชีวิตนางไม่เคยเจอสิ่งเหล่านี้นางจะกลายเป็เสิ่นเฟยอวี้เช่นทุกวันนี้ได้หรือ
แค่คิดว่าต้องโตท่ามกลางการดูแลประคบประหงมก็นึกภาพไม่ออกจริงๆว่าตัวนางจะเติบโตมาเช่นไร
"เเม่นางเฟยอวี้เ้าได้ยินที่ข้าพูดหรือไม่"เเรงเขย่าเบาๆที่ต้นแข็งปลุกให้เสิ่นเฟยอวี้ตื่นจากภวังค์
"แม่นางเฟยอวี้เ้าเป็อะไรหรือไม่"เสิ่นเฟยอวี้สบตาคุณหนูไปก่อนจะส่ายหน้า
เช่นนี้เเล้วนางยังจะอิจฉาผู้อื่นอีกทำไมกันอีกอย่างหากต้องไปไหนมาไหนแล้วมีคนติดตามไปทุกที่นางจะอึดอัดเปล่าๆสู้นางไปคนเดียวอิสระกว่าเยอะ
"แม่นางเฟยอวี้เ้าจะขายให้ข้าในราคาเท่าใดหรือแต่ไม่ว่าราคาเท่าใดข้ายินดีซื้อ"
นี่แหละนะข้อดีที่นางคบค้าสมาคมด้วยเพราะอีกฝ่ายไม่เกี่ยงเื่เงินทองไงล่ะ
หลังจากที่ขายยาขวดนั้นให้คุณหนูไป๋ต่างก็แยกย้ายเสิ่นเฟยอวี้เดินลงมาเห็นชายชราคนหนึ่งกำลังเล่านิทาน
เป็เื่ราวของ**แม่ทัพไร้พ่ายที่เก่งเเต่กลับพ่ายแพ้ให้กับความรักชนิดยับเยินที่น่าสนใจคือสตรีที่ท่านแม่ทัพพ่ายแพ้ให้นางก็เป็หมอเหมือนเสิ่นเฟยอวี้ไงล่ะ
เเรกเริ่มการแต่งงานของแม่ทัพผู้นี้เป็ราชโองการภายใต้เงื่อนไขบางอย่างทำให้ทั้งคู่ต่างช่วยเหลือกันมาโดยตลอดแต่ทว่าแม่ทัพผู้นี้กลับยังไปพัวพันกับสตรีอีกนางหนึ่งที่ไม่ใช่ฮูหยินของตัวเอง
จนวันนึงฮูหยินก็ตัดสิ้นใจเขียนใบหย่าแล้วจากไปตามทางของนาง
แม่ทัพโง่เขลาที่พึ่งรู้ตัวว่าตนรักฮูหยินตัวเองมากแค่ไหนก็ไม่ทันเสียแล้วก่อนจะออกตามหานาง
"เื่วันนี้ก็จบลงเพียงเท่านี้หากใครอยากฟังก็รอครั้งต่อไป"
เสียงโห่ร้องพร้อมกับเสียงที่บอกว่าเสียดายดังขึ้นเป็ระยะๆ เสิ่นเฟยอวี้ที่ยืนฟังมานานก็ถึงกับทำหน้าไม่สบอารมณ์
อะไรกันเล่ามาขนาดนี้แล้วเหตุใดไม่เล่าต่อให้จบจะมากักอะไรไว้อีกคงกะจะเรียกเงินเพิ่มล่ะสิ
เเต่พอเห็นว่ามีคนเสนอจะจ่ายเงินเพิ่มเพื่อแลกกับการให้ชายชราเล่าต่อชายชราก็เพียงส่ายหัวนางจึงจำต้องเปลี่ยนความคิด
พอเห็นว่าไม่มีอะไรน่าฟังแล้วเสิ่นเฟยอวี้เลยเดินจะออกจากโรงน้ำชาแต่แล้วกลับมีเสียงหนึ่งเอ่ยขึ้นใกล้ๆ
"เเม่นางถุงเงินของเ้าตก"
เสิ่นเฟยอวี้หยุดชะงักก่อนจะเลื่อนมือไปแตะข้างเอวบริเวณที่เเขวนถุงเงินปรากฏว่าถุงเงินหายไปนางจึงหันหลังกลับไปก่อนจะมองพื้นก็เห็นถุงเงินของตัวเองตกอยู่เสิ่นเฟยอวี้จึงก้มลงไปเก็บพร้อมกับกล่าวขอบคุณคนผู้นั้น
"ขอบ...."
คำขอบคุณถูกกลืนหายไปในลำคอทันที่เมื่อนางเงยหน้าไปสบกับดวงตาสีอำพันคู่หนึ่งเข้า
อย่าบอกนะว่าคนที่ทักนางว่าถุงเงินตกเมื่อกี้ก็คือเย่หลี่จวิน
คนตรงหน้านางเขาไม่ได้พูดอะไรเพียงเผยยิ้มบางๆมาให้เสิ่นเฟยอวี้ขยี้ตามองอีกครั้งยังคงเป็ภาพเดิมฝ่ามือบางจึงค่อยเอาถุงเงินเเขวนไว้ที่ข้างเอวเช่นเดิมก่อนจะลุกขึ้นยืน
ดูเหมือนคนผู้นี้จะไม่รู้จักนางอาจจะเป็คนหน้าเหมือนเย่หลี่จวินเฉยๆ
เสิ่นเฟยอวี้ยังไม่ทันจะพูดอะไรต่อรอยยิ้มของคนตรงหน้าก็ค่อยๆเปลี่ยนไปเป็เเสระยิ้ม
เหมือนก็บ้าแล้ว!!!นี่เป็เย่หลี่จวินตัวจริงเลยต่างหาก
หมับ!!
เสิ่นเฟยอวี้ยังไม่ทันหันหลังกลับแขนนางก็ถูกคว้าไปฝ่ามือหนาดันร่างของนางให้แนบชิดกับเขา
เสิ่นเฟยอวี้พยายามใช้มือข้างหนึ่งดันออกแต่เขากลับกอดเอวนางแน่นก่อนที่ใบหน้าราวเทพเซียนนั้นจะเคลื่อนเข้ามาใกล้ ลมหายใจเป่ารดที่ข้างหู
"แล้วเจอกัน"
พอกล่าวจบก็ปล่อยนางเป็อิสระเสิ่นเฟยอวี้ที่อยากจะหนีเป็ทุนเดิมไม่ทันได้คิดไตร่ตรองคำของอีกฝ่ายก็วิ่งออกไปหน้าตั้ง
พอเห็นว่าอีกคนไม่ได้วิ่งตามมาก็จึงใจชื้นขึ้นบ้างก่อนที่จะหยุดพักหายใจครู่หนึ่ง
ไม่ได้การล่ะทีแรกกะว่าจะเที่ยวดูของในตลาดสักหน่อยแต่พอเจอเย่หลี่จวินความนึกอยากเที่ยวก็หายวับไปทันควัน
ตอนนี้ในหัวมีแต่ความอยากหลีกหนีจากอีกฝ่ายแม้เขาจะไม่ตามมาก็เถอะ แต่การไปให้ไกลจากที่นี่คงจะเป็การดีที่สุดคิดได้ดังนั้นเสิ่นเฟยอวี้จึงเดินไปหาคนบังคับรถม้าเพียงแค่ไม่กี่นาทีก็เจอรถม้าคันที่ว่าง คนบังคับม้าที่กำลังนอนไขว่ห้างโดยมีหมวกหวายสานปิดหน้าไว้กันแดดพอได้ยินเสียงนางเดินมาก็ลุกขึ้นก่อนจะเลื่อนหมวกไปใส่ในลักษณะต่ำ
"รบกวนไปส่งที่กระท่อมชายป่าหน่อย"ชายคนบังคับรถม้าที่ใส่หมวกหวายสานพยักหน้าก่อนจะรับนางขึ้นรถม้าแล้วบังคับม้าให้ออกตัวเดิน
เสิ่นเฟยอวี้เลิกผ้าขึ้นหันกลับไปมองเห็นป้ายประตูเมืองก็รู้ได้ทันทีว่าออกมาจากตัวเมืองแล้วคราวนี้เย่หลี่จวินคงหานางไม่เจอเเล้วแน่นอน
ก่อนจะถอนหายใจอย่างโล่งอกกลิ่นหอมของกำยานในรถม้าทำให้เสิ่นเฟยอวี้ผ่อนคลายจนเริ่มง่วง
กลิ่มหอมยังคงลอยเอวลอยู่ในรถม้ากลิ่นหอมที่แสนจะคุ้นเคยแต่เสิ่นเฟยอวี้ง่วงเกินกว่าจะเก็บมาใส่ใจ
ครู่ต่อมาั์ตาสีมรกตเปิดกว้างอย่างในางจำได้แล้วกลิ่นนี้มันกลิ่นของยาสลบที่ถูกผสมกับกลิ่นกำยานมิน่าล่ะนางถึงรู้สึกคุ้นเคย ถึงอยากจะหนีไปเเต่ดูเหมือนจะไม่ทันซะเเล้วเพราะตอนนี้ร่างกายของนางไม่ขยับเปลือกตาหนักอึ้ง
ท้ายที่สุดก็ไม่อาจฝืนต่อความง่วงที่กำลังจู่โจมเข้ามาร่างกายของนางเอนลงนอนกับผนังรถม้าก่อนที่สติของนางจะค่อยๆเลือนหายไป
*เวลา14.00-14.59น.
**สปอยนิยายเื่ฮูหยินกลับจวนกับข้าเถอะ(ยังไม่เขียน)