59 เกลี้ยกล่อมหานซุ่น
เสียมหลอหลงที่ส่งตัวเองมาเป็นทูตเจรจาเอ่ยชื่นชมอีกฝ่ายจากใจจริง เพราะว่าเขารู้สึกว่าอดีตนายทหารที่ต้องกลายมาเป็นโจรผู้นี้ นับว่าเป็นวีรชนผู้กล้าคนหนึ่ง และคนผู้นี้จะเป็นกำลังสำคัญที่จะช่วยการใหญ่ของเขาในอนาคต และเมื่อได้ยินคำชมจากนายอำเภอหนุ่ม ทำเอาหานซุ่นถึงกับยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ “ ข้าก็เป็นแค่หัวหน้าโจรคนหนึ่ง ไม่คู่ควรให้ใต้เท้าเอ่ยถึงแต่อย่างใด กลับเป็นท่านที่ชาวบ้านต่างแซ่ซ้องสรรเสริญ เพียงแค่มารับตำแหน่งไม่กี่เดือน ท่านก็เปลี่ยนที่นี่ให้เจริญก้าวหน้าอย่างที่ไม่เคยมาก่อน นับถือ ๆ” หัวหน้าโจรกล่าวถ่อมตัว พร้อมทั้งเอ่ยชมอีกฝ่ายกลับไป ก่อนที่คนทั้งคู่จะยิ้มให้กันอย่างเป็นมิตร ทำให้บรรยากาศในการเจรจาถือว่าเริ่มต้นด้วยดี “ หามิได้ ข้าได้ยินมาว่า ที่ผ่านมาพี่หานประพฤติตนเป็นกลุ่มโจรที่ยึดคุณธรรม ปล้นคนรวยช่วยคนจน ทำให้มีพี่น้องเข้ามาร่วมอุดมการณ์เพิ่มขึ้นทุกวัน เพียงแต่ข้าไม่เข้าใจอยู่บ้างก็ตรงที่ เหตุใดครานี้พี่หานถึงได้จับชาวบ้านผู้บริสุทธิ์จำนวนมากเป็นตัวประกัน ซึ่งถือว่าผิดวิสัยของท่านจริง ๆ” อาหลงเอ่ยถามอีกฝ่าย ซึ่งหลังจากได้ยินคำถามดังกล่าว หานซุ่นจึงหันไปทางติงชิวชุน เพื่อให้รองหัวหน้าของตนเป็นผู้อธิบายเรื่องราวต่าง ๆ แทน โดยติงชิวชุนอธิบายว่า ที่พวกตนจับชาวบ้านมาเป็นตัวประกัน ก็เพื่อล่อให้เขาเข้ามาติดกับเท่านั้น หาได้มีเจตนาทำร้ายชาวบ้านแต่อย่างใด หนำซ้ำพวกตนยังเลี้ยงดูปูเสื่อชาวบ้านที่จับมาเป็นอย่างดีอีกด้วย “ ข้านึกไว้แล้วว่าต้องเป็นเช่นนี้ ว่าแต่พี่หานกับพี่ติงพอจะบอกข้าได้หรือไม่ ว่าเหตุใดพวกท่านถึงต้องการจะเอาชีวิตข้า หรือว่ามีผู้ใดบงการอยู่เบื้องหลังพวกท่านกันแน่?” ชายหนุ่มเอ่ยกับอีกฝ่าย ก่อนที่จะถามถึงสาเหตุและแรงจูงใจ รวมทั้งผู้อยู่เบื้องหลังการสังหารตนครั้งนี้ ทำเอาคนทั้งคู่มองหน้ากันไปมาด้วยความลำบากใจอย่างเห็นได้ชัด เพียงไม่กี่อึดใจจากนั้นหานซุ่นก็พยักหน้าให้กับติงชิวชุน เหมือนเป็นสัญญาณให้อีกฝ่ายเปิดปากเล่าเรื่องราวให้นายอำเภอหนุ่มฟัง “ บอกท่านตามตรง ตอนแรกที่มีคนมาจ้างวานพวกข้าให้สังหารท่านถึง 2 ราย ด้วยค่าหัว 20,000 และ 30,000 ตำลึงตามลำดับ ข้ากับท่านหัวหน้าตัดสินใจรับงานนี้ทันที เพราะพวกเรามีความจำเป็นต้องใช้เงินจำนวนนี้เพื่อไปแก้ปัญหาปากท้องพี่น้องและครอบครัวของพวกเราที่กำลังจะอดตายกันอยู่แล้ว ที่สำคัญข้าเองต้องการที่ล้างแค้นในสิ่งที่ท่านได้เคยฝากแผลเป็นให้ข้าถึง 2 แห่ง เมื่อครั้งเหตุการณ์ชายป่าคราวนั้น” ติงชิวชุนเอ่ยอธิบายให้อีกฝ่ายฟังอย่างใจเย็น ก่อนที่หานซุ่นจะกล่าวเสริมอีกว่าหลังจากที่เขาได้สอบถามจากชาวบ้านที่จับตัวมา ทำให้ได้รู้ว่านายอำเภอคนใหม่เป็นขุนนางน้ำดีที่หาได้ยาก เข้ามาช่วยปฏิรูปอำเภอหลงซานแห่งนี้ให้เจริญก้าวหน้าและสงบสุขอย่างที่ไม่เคยมาก่อน นอกจากนี้อริคนสำคัญของเสียมหลอหลงอย่างติงชิวชุน ก็ยังเปลี่ยนมาเอ่ยปากชื่นชมอีกฝ่าย ทำให้เขาต้องกลับมาทบทวนเรื่องราวใหม่อีกครั้ง “ ขอบคุณพี่หานที่เป็นผู้ที่มีเหตุและผล เช่นนั้นท่านพอจะบอกข้าได้หรือไม่ว่าผู้จ้างวานทั้งสองรายนั้นเป็นผู้ใดกัน?” “ ใต้เท้า ข้าต้องขออภัยด้วย ที่ไม่สามารถบอกต่อท่านได้จริง ๆ มิเช่นนั้นหลงซานผิงกับใต้เท้าหลี่คงจะหาว่าข้าทำผิดจรรยาบรรณได้” หานซุ่นนึกขอโทษอีกฝ่ายในใจ ทำให้อาหลงถึงกับยิ้มออกมาด้วยความยินดี ก่อนที่จะคารวะแสดงความขอบคุณต่อหัวหน้าโจรผู้นี้ที่ช่วยทำให้ตนรู้คนบงการโดยไม่ตั้งใจ “ ขอบคุณพี่หาน ที่ทำให้ข้าได้รู้ว่าใครคือผู้บงการในการสังหารข้าครั้งนี้” “ เอ๊ะ ! เดี๋ยวก่อนใต้เท้า ข้าบอกท่านตั้งแต่เมื่อใดกัน ใยท่านจึงกล่าวเช่นนี้?” หานซุ่นเอ่ยถามอีกฝ่ายอย่างงุนงง ก่อนที่เสียมหลอหลงจะเบี่ยงประเด็นโดยการยกจอกชวนเขาและติงชิวชุนร่ำสุราตามที่ท่านหัวหน้าได้เอ่ยปากชวนตั้งแต่ต้น “ พี่หาน พี่ติงเชิญ” “ ใต้เท้า เชิญ” “ พี่หาน ที่ข้าเคยยื่นข้อเสนอให้ท่านนำไปพิจารณา ไม่ทราบว่าท่านมีความคิดเห็นเช่นไร?” เสียมหลอหลงเอ่ยถามเพื่อทวงคำตอบจากอีกฝ่าย ที่ตนเคยเอ่ยปากชวนให้หานซุ่นนำกำลัง 2,000 นายเข้าร่วมทัพเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของหน่วยรบพิเศษหลงหู่ “ ใต้เท้า จริง ๆ ข้าก็อยากจะให้เหล่าพี่น้องของข้าได้กลับเข้าประจำการเป็นทหารเช่นเดิม พวกเขาจะได้ไม่ต้องเร่ร่อนเป็นผีไม่มีศาลเช่นนี้ เพียงแต่พวกเราล้วนแต่มีคดีติดตัวและต้องมลทิน เกรงว่าอาศัยแค่ตำแหน่งนายอำเภอของท่าน คงไม่อาจจะช่วยพวกเราได้อย่างแน่นอน” หานซิ่นเอ่ยทักท้วงอีกฝ่าย แต่เขาต้องแปลกใจเป็นอย่างมาก เมื่อเห็นว่านายอำเภอผู้นี้กลับยิ้มน้อย ๆ เสมือนหนึ่งเขามั่นใจในตัวเองว่าสามารถที่จะจัดการเรื่องนี้ได้ไม่ยาก “ พี่หาน ถึงข้าจะมีตำแหน่งเล็ก ๆ เป็นเพียงแค่นายอำเภอเท่านั้น แต่ท่านคงยังไม่รู้ว่า ฝ่าบาททรงพระราชทานกระบี่อาญาสิทธิ์ให้กับข้าด้วยพระองค์เอง สามารถประหารก่อนกราบทูล รวมทั้งยังทรงให้อำนาจข้าจัดการเรื่องราวที่นี่ได้อย่างเต็มที่ เพื่อทำการปฏิรูปที่นี่ให้กลายเป็นต้นแบบของที่อื่น ๆ ดังนั้นเรื่องที่ท่านกำลังกังวลอยู่ หาใช่เรื่องใหญ่โตอันใดไม่” “ ที่ใต้เท้ากล่าวมา เป็นเรื่องจริง?” หัวหน้าโจรที่รูปร่างสูงใหญ่ หน้าตาดูทรงคุณธรรม ดู ๆ ไปคล้ายกับท่านกวนอูในเรื่องสามก๊กก็ไม่ปาน เอ่ยถามชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความประหลาดใจที่ได้ยินเช่นนั้น “ พี่หาน จากที่ข้าได้สืบทราบมา ผู้ที่ให้ร้ายท่านจนท่านต้องหลุดจากตำแหน่ง ออกมาร่อนเร่อย่างเช่นทุกวันนี้ก็คือขุนนางชั่วฟ่านเหลย ท่านคงยังไม่รู้ว่าคนผู้นี้ก็คือน้าชายของหลงซานผิง ซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างท่านให้มาสังหารข้านั่นเองใช่หรือไม่?” อาหลงเอ่ยถามอีกฝ่ายอย่างใจเย็น ทำเอาหานซุ่นถึงกับตกใจจนหน้าถอดสี ที่นายอำเภอหนุ่มผู้นี้สามารถล่วงรู้ผู้อยู่เบื้องหลังและจ้างวานเขาได้ “ หลงซานผิงผู้นี้ ก่อกรรมทำเข็ญต่อชาวบ้านมานักต่อนัก ถ้าท่านอยากรู้ว่าที่ข้ากล่าวมาเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ท่านสามารถถามความจริงจากชาวบ้านที่อยู่ละแวกนี้ ก็น่าจะทำให้ท่านรู้ความจริงได้ไม่ยาก ส่วนบิดาของมัน ข้าได้จัดการให้มันได้รับผลกรรมในสิ่งที่ได้ทำลงไปเรียบร้อยแล้ว” “ พี่หาน ข้าเชื่อว่าท่านเป็นลูกผู้ชายคนหนึ่ง เพราะฉะนั้นหวังว่าท่านจะรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับผู้น้องอย่างแน่นอน” เสียมหลอหลงเอ่ยยกย่องอีกฝ่าย ก่อนที่หานซุ่นจะถามกลับมาว่า จะเลือกให้เขานำทัพ 2,000 คนเข้าร่วมด้วย หรือจะเลือกให้เขาช่วยเรื่องหลงซานผิง “ จริง ๆ ข้าอยากให้ท่านนำพี่น้องของท่านเข้าร่วมทัพของเราในตอนนี้เลย แต่ข้าคิดว่าให้เวลาท่านกับพี่น้องได้ไตร่ตรองโดยละเอียดอีกสักหน่อยน่าจะดีกว่า” “ ตกลงตามนี้ ถ้าเช่นนั้นข้าจะยอมเสียจรรยาบรรณดูสักครั้ง แต่ถือว่าเป็นการเอาคืนเจ้าฟ่านเหลยที่มันเคยให้ร้ายข้าในอดีตก็แล้วกัน ฮ่า ๆ” หัวหน้าโจรตอบตกลงกับนายอำเภอหนุ่มหลังจากที่ลังเลอยู่สักพัก จากนั้นทั้งคู่จึงหารือเรื่องแผนการต่าง ๆ เมื่อเสร็จเรียบร้อยจึงร่ำสุราไปพลาง พร้อมทั้งคุยเรื่องสถานการณ์บ้านเมืองไปพลาง “ พี่หาน ไม่ทราบว่าแม่ทัพไร้พ่ายแห่งราชวงศ์ฮั่น อย่างเช่นท่านหานซิ่น มีความเกี่ยวข้องอันใดกับตัวท่านหรือตระกูลท่านหรือไม่?” ชายหนุ่มเอ่ยถามถึงบรรพบุรุษและต้นตระกูลของอีกฝ่าย เนื่องจากเห็นว่าหัวหน้าโจรผู้นี้แซ่หานเช่นเดียวกับยอดขุนศึกผู้มีชื่อเสียงเลื่องลือ “ ฮ่า ๆ นับว่าท่านช่างรู้จักสังเกตโดยแท้ ถูกต้องแล้ว ท่านหานซิ่นก็คือบรรพบุรุษของสกุลหานของเรานั่นเอง” “ มิน่า พี่หานถึงดูองอาจและห้าวหาญ สมกับทายาทของยอดขุนศึกโดยแท้ แล้วท่านไม่คิดจะฝากชื่อไว้ให้ชนรุ่นหลังได้กล่าวขานถึงอย่างท่านหานซิ่นบ้างรึพี่หาน?” “ เฮ้อ....ข้าเปรียบดังแสงหิ่งห้อย ส่วนท่านหานซิ่นเปรียบดังแสงจันทรา ข้าคงมิอาจจะยกตนไปเปรียบเทียบกับท่านได้ เพียงแค่ข้ามีโอกาสทำหน้าที่ปกป้องแผ่นดินเกิด ก็ถือว่าชาตินี้ไม่เสียทีที่ได้เกิดมาแล้ว” หานซุ่นที่เป็นลูกหลานของยอดแม่ทัพนามกระเดื่อง กล่าวอย่างเจียมตัวพร้อมทั้งถอนหายใจออกมาเบา ๆ “ พี่หาน ท่านอย่าได้ดูถูกตนเอง ท่านหานซิ่นในอดีตก็คงไม่ได้แตกต่างจากท่านในตอนนี้มากนัก ท่านคงจำได้ว่า ยอดแม่ทัพผู้นี้ถึงกับเคยยอมรับความอัปยศด้วยการคลานลอดหว่างขาผู้อื่นมาแล้ว แต่สุดท้ายมิใช่ท่านสามารถพิชิตไปทั่วทิศ เป็นขุนศึกไร้พ่ายที่ทุกคนยอมรับหรอกหรือ?” “ ยังมีหลิวปัง ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์ฮั่น และจูหยวนจางแห่งราชวงศ์หมิง ทั้งสองพระองค์ก็ล้วนถือกำเนิดมาจากสามัญชนที่เป็นเพียงชาวนาธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น เพราะฉะนั้น ข้ามั่นใจว่า ขอเพียงท่านไม่ยอมล้มเลิกหรือยอมแพ้เสียก่อน ท่านต้องสามารถสร้างวีรกรรมให้เลื่องลือสะท้านแผ่นดินได้ไม่แพ้ท่านหานซิ่นได้อย่างแน่นอน” เสียมหลอหลงเอ่ยกระตุ้นอีกฝ่าย ก่อนที่หานซุ่นจะมีท่าทีและสีหน้าที่ดูมุ่งมั่นและมีความหวังขึ้นมาใหม่ ต่างจากเมื่อครู่ที่ขาดความมั่นใจอย่างเห็นได้ชัด “ ขอบคุณใต้เท้าที่ช่วยกระตุ้นให้ข้าไม่ลืมปณิธานของตนเอง เอ่อ...ติงชิวชุนเคยเล่าถึงเจ้าอาวุธปืนที่ท่านเคยใช้กำราบเขา ไม่ทราบว่าข้าพอจะมีวาสนาได้ชมเป็นขวัญตาหรือไม่?” “ ได้สิพี่หาน เรื่องเล็กน้อยเช่นนี้ ตอนนี้ข้ากำลังสั่งให้หน่วยอาวุธเพลิงเร่งผลิตอาวุธพวกนี้ออกมาให้เพียงพอสำหรับนายทหารยศไป่ฮู่ขึ้นไปทุกคน เมื่อท่านกับพี่ติงเข้าร่วมทัพของเรา พวกท่านจะได้รับอาวุธปืนกระบอกนี้อย่างแน่นอน” อาหลงเอ่ยกระตุ้นความอยากของอีกฝ่าย จากนั้นจึงนำเจ้าอาวุธมฤตยูกระบอกที่เคยใช้ฝากรอยแผลที่กลางหลังรองหัวหน้าโจรอย่างติงชิวชุนส่งให้กับหานซุ่นได้ชมเป็นขวัญตา พร้อมทั้งเอ่ยให้อีกฝ่ายใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะว่าเขายังไม่ได้นำลูกกระสุนออกจากปืนกระบอกนี้ หานซุ่นพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้ ก่อนจะนำมาพิจารณาดูอย่างละเอียด จากนั้นอยู่ดี ๆ หัวหน้าโจรผู้นี้ก็หันปลายกระบอกปืนมาทางเสียมหลอหลงที่เป็นเจ้าของปืนกระบอกนี้ด้วยแววตาที่ยากจะหยั่งถึง “ พี่หาน ท่านจะทำอะไร ระวัง!” “ ปัง ปัง ปัง” ณ ตลาดอำเภอหลงซาน “ ฮือ ๆ เจ้ารู้ข่าวร้ายเช้านี้แล้วหรือยัง?” ชาวบ้านวัยกลางคนผู้หนึ่งเอ่ยถามสหายสนิทของตนด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้าอย่างหาที่สุดมิได้ “ ข่าวร้ายอันใดของเจ้า ข้าเพิ่งกลับมาจากค้าขายจากต่างเมืองเมื่อเช้าจึงยังไม่ได้รับรู้ข่าวอันใด ว่าแต่มีเรื่องคอขาดบาดตายอันใด เจ้าจงรีบเล่ามาโดยเร็ว อย่ามัวแต่อมพะนำอยู่เลย อาไฉ” ผู้เป็นสหายกล่าวกับอีกฝ่ายอย่างร้อนใจและใคร่อยากรู้ จากนั้นอีกฝ่ายจึงค่อย ๆ ควบคุมเสียงตัวเองให้เป็นปกติ ไม่ให้สั่นเครืออย่างเช่นเมื่อครู่ “ เอ่อ....คือ...คือ เมื่อเช้าข้าได้ข่าวมาว่าท่านนายอำเภอของเราตายแล้ว” ชาวบ้านผู้นี้กล่าวไปพร้อมกับน้ำตาที่คลอเบ้า เพราะเขาเองรู้สึกนับถือและชื่นชมในตัวนายอำเภอหนุ่มผู้นี้เป็นอันมาก เพราะใต้เท้าเสียมหลอคือผู้ที่เข้ามาพลิกโฉมอำเภอแห่งนี้ให้ก้าวหน้าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ดังนั้นชาวบ้านที่นี่จึงรักและเคารพขุนนางตงฉินรายนี้ประดุจบุตรรักและเคารพบิดาเลยทีเดียว“ เหตุใดท่านนายอำเภอเสียมหลอถึงได้เสียชีวิตได้ล่ะ อำเภอของเรากำลังไปได้ด้วยดีแท้ ๆ ยากนักที่พวกเราจะมีโอกาสได้นายอำเภอที่ทั้งดีและก็เก่งเช่นนี้” “ ข้าได้ยินมาว่าท่านนายอำเภอเดินทางบุกเดี่ยวไปยังค่ายโจรโดยลำพังเพื่อเจรจาให้อีกฝ่ายวางอาวุธและเข้าร่วมทัพกับทางการอีกครั้ง แต่นึกไม่ถึงว่าในขณะที่กำลังเจรจากันไปพร้อม ๆ กับร่ำสุราไปด้วย หัวหน้าโจรจะขอดูอาวุธปืนคู่ใจที่ใต้เท้าเสียมหลอใช้ หลังจากที่ใต้เท้าหลงกลเจ้าโจรชั่ว มันก็ใช้ปืนกระบอกนั้นสังหารท่านจนสิ้นใจ ที่แท้มันก็แสร้งยอมจำนวน เพื่อหลอกให้ใต้เท้าไปติดกับนั่นเอง พวกมันช่างเลวระยำ จนข้าอยากจะสับพวกมันให้เป็นหมื่น ๆ ชิ้นเลยทีเดียว” ชาวบ้านที่รักใคร่และศรัทธาในตัวเสียมหลอหลงเล่าเรื่องราวที่ตนได้ยินมาให้คนอื่น ๆ ฟังอย่างละเอียด ราวกับว่าตนเองอยู่ในเหตุการณ์นั้น ตอนนี้ในใจของเขามีแต่ความเคียดแค้นพวกโจรชั่วกลุ่มนั้นอย่างยิ่ง “ เอ่อ พี่ชาย ไม่ทราบว่าศพนายอำเภอตอนนี้ตั้งอยู่ที่ใด?” ชายฉกรรจ์ท่าทางซอมซ่อผู้หนึ่ง เอ่ยถามชายวัยกลางคนที่เพิ่งเล่าเรื่องราวจบ โดยบอกว่าตนเองได้รับความเมตตาจากนายอำเภอจึงทำให้ไม่ต้องอดตาย ดังนั้นจึงอยากจะไปคารวะศพท่านเป็นครั้งสุดท้าย “ อ้อ ศพของท่านตั้งอยู่ที่จวนนายอำเภอนั่นแหละ นี่พวกข้าก็กำลังจะไปคารวะศพท่านอยู่พอดี เจ้าก็ไปพร้อมกับพวกข้าสิ” “ ขอบคุณพี่ชาย เชิญท่านนำทาง” กล่าวจบ คนทั้งหมดก็พอกันเดินเท้าไปที่จวนนายอำเภอ ซึ่งบรรยากาศในงานเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ทุกคนต่างสวมใส่ชุดไว้ทุกข์ ไม่ว่าจะเป็นผู้ช่วยนายอำเภอทั้งสองอย่างเจียงกัดหลูซึ่งมาพร้อมกับคุณหนูเจียวเหล่งนึ่ง และหวังฮั่น รวมทั้งสตรีที่ผู้คนพากันกล่าวว่านางเป็นผู้หญิงของท่านนายอำเภออย่างหลินซู่เฟินอีกด้วย นอกจากนี้สองพี่น้องร่วมสาบานอย่างฮวยเซ็งและอาห่าวก็รีบรุดมาเป็นเจ้าภาพในงาน ซึ่งคนทั้งสองต่างมีท่าทีโศกเศร้าอย่างมากที่ต้องมาสูญเสียพี่ใหญ่ไปอย่างกระทันหันเช่นนี้ “ ขอให้ท่านนายอำเภอไปสู่สุคติเถิด พวกเราจะไม่มีวันลืมสิ่งที่ท่านได้ทำให้ชาวหลงซานไปชั่วชีวิต” “ คนดี ๆ อย่างใต้เท้า ทำไมถึงได้อายุสั้นเช่นนี้ สวรรค์ช่างไม่ยุติธรรมจริง ๆ” “ ขอให้คนที่มันทำร้ายใต้เท้าไม่ได้ตายดี ขอให้มันฉิบหาย ตายด้วยคมหอกคมดาบ” ชาวบ้านทุกคนล้วนแต่มาแสดงความอาลัยต่อขุนนางตงฉินที่เพิ่งลาโลกนี้ไปอย่างกระทันหัน ด้วยท่าทีที่โศกเศร้าอาลัยอาวรณ์ในตัวของนายอำเภอหนุ่มไฟแรงผู้นี้ “ ฮ่า ๆ และแล้ววันนี้ของเจ้าก็มาถึงจนได้ เสียมหลอหลง ท่านพ่อ ลูกได้แก้แค้นให้กับท่านแล้ว ท่านจงไปอย่างหมดห่วงเถิด” .................................................................................................................................คุยกันหลังฉาก....มาแล้วนะครับ สำหรับตอนที่ 59 ขออภัยที่มาล่าช้าไปหน่อย สำหรับตอนนี้อาหลงของเราก็ได้บุกเข้าถ้ำเสือเพื่อไปเจรจาเกลี้ยกล่อมหัวหน้าโจรอย่างหานซุ่น ซึ่งเหตุการณ์น่าจะลงเอยด้วยดี แต่กลับไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดเหตุโศกนาฏกรรมขึ้นกับเขาเช่นนี้ ทำให้บรรดาชาวบ้านต่างโศกเศร้าเสียใจในการจากไปของเขาเป็นอันมาก ส่วนเรื่องราวจะเป็นเช่นไรต่อไป รอลุ้นและรออ่านได้ในตอนต่อไปได้เลยครับ ขอบคุณทุก ๆ ท่านที่ติดตามอ่านด้วยดีเสมอมานะครับ ขอบคุณอีกครั้งครับ....................................................................................................................................สุดยอดข้อคิด พิชิตความสุขและความสำเร็จในชีวิต“ ข้าไม่ปล่อยให้ความพึงพอใจเพียงชั่วครู่ มาฉกฉวยผลประโยชน์จากอนาคตของข้า”