บทที่ 24
อลินตาเห็นลิ่มหลุดออกจากกลางหลังของปู่โสมิญญาต่างภพและเป็เหตุให้ปู่โสมเ็ปทรมาน ก็ไม่รอช้าหญิงสาวประนมมือขึ้นแล้วพูดด้วยเสียงหนักแน่น
“ด้วยบุญกุศลที่ข้าพเ้าได้เคยถวายยาสามัญประจำบ้านยาบำรุงร่างกาย ทั้งแผนโบราณและแผนปัจจุบัน อุปกรณ์ทางการแพทย์แด่พระภิกษุสงฆ์และโรงพยาบาลต่างๆข้าพเ้าขอส่งผลบุญทั้งหมดทั้งมวลนี้เข้าปกปักรักษาิญญาปู่โสมเฝ้าทรัพย์ที่กำลังได้รับความทุกทรมานอยู่เบื้องหน้าของข้าพเ้าให้พ้นทุกข์พ้นโศกอย่างฉับพลันทันตาเห็นด้วยเทอญ..”อลินตาแผ่ส่วนบุญส่วนกุศลจบ พลันแผลจากลิ่มอาคมก็หายดีราวกับว่ามันไม่เคยมีแผลใดๆมาก่อน
กระแสแห่งบุญที่มาจากการอุทิศของอลินตาช่างเปี่ยมอานุภาพมหาศาลเหลือเกินทำให้รับรู้ได้ทันทีว่าผู้หญิงคนนี้ทำบุญครบถ้วนไม่ใช่เพียงแต่เคยถวายยารักษาแต่ไม่ว่าจะเป็บุญ ทาน การภาวนา สวดมนต์ไหว้พระ ชนิดที่เรียกได้ว่าครบทุกกระบวนบุญเลยเชียว ปู่โสมที่ตอนแรกร้องโอดโอยก็ค่อยๆยืดตัวขึ้นนั่งตัวตรงก่อนจะหันหน้ามาเผชิญกับอลินตาด้วยความองอาจ
“โอ.. แม่หญิงช่างเก่ง... เก่งกาจสมคำร่ำลือ” อลินตาค่อยๆเก็บผ้าแพรเข้าตู้เก็บอุปกรณ์การปราบผีของตัวเอง ซึ่งเป็ตู้ขนาดใหญ่แยกเป็ชั้นๆอย่างกับตู้เก็บสมุดหนังสือในหอสมุดแห่งชาติ ส่วนกุมารทองและกุมารเงินนั้นเมื่อเสร็จงานก็หายตัววับมานั่งอยู่ใกล้ๆ ประตูห้อง ขณะที่อลินตากำลังเก็บของอยู่นั้นก็อดถามไม่ได้
“ทำไมลุงอุ่นพรหมไม่ช่วยปู่โสมล่ะ?”ปู่โสมนั่งนิ่งในท่วงท่าเดิม
“สัปเหร่ออุ่นพรหมพยายามช่วยข้าแล้วแต่ช่วยไม่ได้อาคมไม่แกร่งพอที่จะถอดลิ่มออก หมอผีตนนี้วิชามันขลังนัก สัปเหร่ออุ่นพรหมจึงได้ส่งข้ามาหาแม่หญิงนี่อย่างไรล่ะแล้วอีกอย่างข้าก็จะมาว่าจ้างแม่หญิงให้ไปช่วยิญญาตนอื่นๆที่โดนหมอผีชั่วช้ามันสะกดิญญาเอาไว้ให้ข้าด้วย มันทำเช่นเดียวกับข้านี่แหละไม่ว่าจะเป็ผีพราย รุกขเทวดาบริเวณนั้น นางตานี ิญญาต่างๆ อีกเยอะแยะป่าทั้งป่าตอนนี้เต็มไปด้วยเสียงร่ำให้คร่ำครวญ เหล่าิญญาต่างๆไม่มีพลังที่จะปกปักรักษาป่าแลสมบัติบรรพบุรุษไว้ได้เสียแล้วเมื่อพวกมันเปิดทางสะดวกเช่นนี้ ไอ้พวกคนโลภซึ่งเป็กลุ่มคนที่ไม่รู้มาจากไหนเห็นที่จะเข้ามาเอาสมบัติของข้าไปได้ง่ายๆ ล่ะงานนี้” น้ำเสียงที่พูดออกมาเจือด้วยความสลดหดหู่อย่างเห็นได้ชัดอลินตานั่งฟังตาแป๋ว หึหึ ปู่โสมเปิดเจรจาการค้าโต้งๆ ถึงเพียงนี้มีหรือที่อลินตาจะวางเฉยต่อความทุกข์ร้อนของเพื่อนร่วมโลกไปได้ คิดได้ดังนั้นก็รีบหันไปบอกปู่โสม
“ออกไปคุยข้างนอกดีกว่าห้องนี้เอาไว้สวดมนต์ไหว้พระทำพิธีกรรมเท่านั้น ตามฉันมาทางนี้ค่ะ” อลินตาเดินนำปู่โสมไปที่ห้องรับแขก หญิงสาวเปิดไฟให้ความสว่างแล้วอ้อมมานั่งตรงโซฟาหรูตัวใหญ่ประจำตำแหน่งของตัวเองและไม่ลืมสิ่งสำคัญนั่นคือเครื่องคิดเลขที่วางอยู่ใกล้ๆ เครื่องคิดเลขของอลินตามีอยู่แทบจะทุกหนทุกแห่งในคอนโดหรูของเธอแม้แต่ในรถ และกระเป๋าถือ ก็ยังมีอุปกรณ์สิ่งนี้ติดไว้ราวกับเป็ปัจจัยที่ 5 อันสำคัญต่อชีวิตซึ่งจะขาดมิได้..
“ฉันช่วยปู่โสมและดวงิญญาอื่นๆได้แน่นอน” อลินตาเปิดฉากอย่างมั่นใจพร้อมกันนั้นก็ได้ทำพิธีอุทิศเครื่องดื่มและอาหารว่างไปให้กับปู่โสมด้วยทางด้านิญญาปู่โสมเมื่อได้รับส่วนบุญจากอลินตาก็เสพเครื่องดื่มและขนมโดยััทางกลิ่นจนหมดด้วยความหิวกระหาย
“อาหารบ้านเมืองแม่หญิงอร่อยแปลกๆน้ำดื่มก็รสแปลกไม่เหมือนน้ำฝนที่บ้านข้าเท่าไหร่” อลินตามองไปที่เครื่องดื่มและอาหารว่างซึ่งเป็ครัวซองท์อบร้อนๆราดด้วยนมข้นกลิ่นคาราเมลครัวซองท์ที่ว่านั่นก็ซื้อมาจากซุปเปอร์มาเก็ตใกล้บ้านแล้วนำมาแช่ตู้เย็นเก็บเอาไว้สำหรับรองท้องเวลาหิวใครจะรู้ล่ะว่ารสชาติครัวซองท์ในซุปเปอร์มันจะดันไปถูกใจปู่โสมรุ่นร้อยกว่าปีส่วนเครื่องดื่มก็แค่เครื่องดื่มผสมวิตามินต่างๆที่หาซื้อได้ที่ร้านสะดวกซื้อทั่วไป..
“แหม.. จะให้เหมือนเดิมได้ยังไงกันล่ะมันก็ผ่านกาลเวลามาเป็ร้อยๆ ปีแล้วนี่นะ ถ้ารสชาติเหมือนเดิมนี่สิถึงจะแปลก”อลินตาพูดยิ้มๆ ก่อนจะอธิบายเพิ่มเติม
“เครื่องดื่มนั้นไม่ใช่น้ำเปล่าปกติหรอกค่ะมันเป็น้ำผสมวิตามินหลายๆ ชนิด บำรุงคนเพิ่งฟื้นจากอาการาเ็ไงคะส่วนอาหารที่ปู่โสมว่านั่น ที่นี่เค้าเรียกว่าขนมปังครัวซองท์..” ปู่โสมชะงักก่อนจะมองไปที่ขนมปังก้อนโตในจานเซลามิคสีขาว
“คันส่องรึ... เรียกยากจริงขนมยุคนี้ข้าไม่เคยได้ยิน ข้าเคยกินแต่ถั่วตัด ขนมต้ม กล้วยต้มน่ะ” อลินตาที่นั่งจิบน้ำชาอยู่ได้ยืนปู่โสมเรียกชื่อครัวซองท์ในเวอร์ชั่นย้อนยุคก็ทำเอาน้ำชาแทบพุ่งสองกุมารเงินทองถึงกับขำกลิ้งอยู่ด้านหลังแม่หญิงผู้เป็เ้านายตน
“เอาละๆ ช่างมันเถอะค่ะปู่โสมมาหาฉันถึงที่นี่ ้าจะให้ฉันทำอะไรบ้างว่ามาเลย” อลินตามิรอช้าเข้าเื่ทันทีอีกอย่างก็อยากจะรู้ด้วยว่าการถูกตามตัวไปในครั้งนี้เธอจะต้องไปทำอะไรบ้าง ปู่โสมนั่งหลังตรงแล้วพูดขึ้นอย่างเป็ทางการ
“เื่นี้ถือว่าร้ายแรงสำหรับสิ่งมีชีวิตในโลกทิพย์โลกิญญาที่โดนพวกหมอผีโลภมากเข้ามารบกวนเพื่อหวังสมบัติอันมหาศาลที่ข้าเฝ้าอยู่”อลินตากางหูผึ่งราวกับหูช้างป่า เมื่อได้ยินคำว่าสมบัติมหาศาล ปู่โสมเล่าต่อเพราะ้าถ่ายทอดเื่ราวที่เป็ผลกระทบร้ายแรงกับการทำหน้าที่ปู่โสมเฝ้าทรัพย์ให้อลินตาฟังอย่างละเอียด
“พวกมันเข้าป่าเพื่อมาสำรวจเส้นทางมายังถ้ำเก็บสมบัติที่ข้าเฝ้าอยู่และระหว่างการสำรวจพวกมันก็ทำร้ายเหล่าิญญาที่ปกป้องป่า ด้วยการตอกลิ่มเข้าที่กลางหลังของพวกิญญาในป่าหากิญญาตนไหน มีพลังิญญาไม่มากพอ ิญญาเ่าั้ก็จะแตกสลายไม่ได้ไปผุดไปเกิดบางพวกก็กลายเป็ทาสของมันตอนนี้พวกมันทำสัญลักษณ์การเดินทางเข้าถ้ำเอาไว้หมดแล้ว” อลินตาฟังอย่างตั้งใจและเอ่ยถามขึ้นเพราะสะดุดใจในสิ่งที่ปู่โลมเล่า
“แล้วทำไมพวกนั้นไม่เข้าไปเอาสมบัติในถ้ำเลยล่ะ? เหตุใดถึงปล่อยเวลาล่วงเลยมาถึงป่านนี้?” ปู่โสมได้ฟังก็ยิ้มพึงใจ
“สมกับเป็หมอผีเลื่องชื่อปัญญาไวยิ่งนัก” ออกปากชมด้วยใจจริง
“วันที่พวกมันสำรวจป่านั้นมันมาแค่ไม่กี่คนไม่สามารถจะขนสมบัติกลับไปได้มันจึงต้องกลับลงจากดอยเพื่อไปเตรียมการณ์และพรรคพวกของพวกมันให้พร้อม ที่สำคัญมันยังเข้าถ้ำไม่ได้ข้าได้ใช้พลังทั้งหมดของข้าพรางตาพวกมันเอาไว้ แต่ข้าคิดว่าข้าเพียงลำพังคงไม่อาจจะรักษาถ้ำนั้นไว้ได้แน่ๆในตอนแรกข้านึกถึงสัปเหร่ออุ่นพรหม แต่เมื่อสัปเหร่ออุ่นพรหมถอนลิ่มออกจากหลังข้าไม่ได้สัปเหร่ออุ่นพรหมก็รีบแนะนำให้ข้ามาพบแม่หญิงอลินตา” อลินตานั่งไขว่ห้างมือกอดอกเคาะนิ้วไปที่แขนของตนเป็จังหวะ ไม่ใช่เพราะอารมณ์ดีอะไรนะแต่นางกำลังคำนวณความยากง่ายของงานในครั้งนี้ ระยะทาง อุปสรรคทั้งคนและผีที่ต้องเผชิญซึ่งต้องรวมอยู่ในค่าจ้างที่ปู่โสมจะต้องจ่ายในครั้งนี้
“แล้วปู่โสมมาได้ยังไงสัปเหร่ออุ่นพรหมสร้างทางลัดระหว่างภพให้เหรอคะ?” ปู่โสมพยักหน้าทันที
“สัปเหร่ออุ่นพรหมติดต่อแม่หญิงได้อย่างไรข้าก็มาหาแม่หญิงได้ด้วยวิธีนั้นเช่นกัน” อลินตาพยักหน้าทันทีก่อนจะปล่อยคำถามเด็ดที่
“งานนี้จะให้ฉันเท่าไหร่?”แม้สายตาจะนิ่ง แต่สมองของอลินตาตอนนี้ทำงานกันทางเป็เทือก ปู่โสมทำเป็อ้ำอึ้งเหมือนดังว่าจะบ่ายเบี่ยงไม่อยากพูดเื่นี้ อลินตากอดอกยิ้มเย็น ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นมากกว่ารอยยิ้มตัวเองเสียอีก
“ฉันรู้ว่าปู่โสมน่ะเข้าใจที่ฉันพูดแต่ที่เงียบ เพราะหวงก้างทรัพย์สมบัติที่อยู่ในถ้ำใช่ไหมล่ะ?” อลินตาพูดแทงใจดำ ไม่ว่าคนหรือผีก็ดูเหมือนว่าเธอจะล่วงรู้ความคิดไปหมดไม่ใช่จะเก่งแค่ทางปราบผีอย่างเดียวนะจ๊ะ ยี่ห้ออลินตา ไม่ได้มาเล่นๆ เพราะเ้าตัวยังมีวิชาจับยามสามตาฤกษ์ยามงามดี ดูดวงล่วงหน้าได้คร่าวๆ อีกด้วย อ้อ.. อีกอย่างนั่นคือหลักฮวงจุ้ยที่อลินตาชอบนักแล...
ซึ่งอลินตาได้แอบครูพักลักจำวิชานี้มาจากหมอดูต่างภพจอมขมังเวทย์คนหนึ่งใน่ยุคสมัยต้นรัตนโกสินทร์ตอนนั้นไปปราบภูติเปรตด้วยกัน เป็วิชาที่เข้มขลัง และไม่จอมปลอมอย่างสมัยนี้แน่นอน...