บทที่ 4 รู้สึกเหมือนเป็ซูสีไทเฮา
หลิวชิงเพิ่งเดินมาถึงประตูก็เห็นลูกชายสุดที่รักวิ่งเข้ามาหาตัวเอง เธอรีบรับตัวเขาไว้ แล้วก้มลงถามว่า "ลูกรัก พ่อของลูกรังแกอีกแล้วเหรอ"
"เขาหักเงินค่าขนมทั้งเดือนของผมไปหมดเพราะเด็กน้อยคนหนึ่ง"
"เด็กน้อย?" หลิวชิงครุ่นคิดอยู่ในใจ
ทันใดนั้นเธอก็นึกถึงถังโย่วโย่วที่ชางโหยวเคยเล่าให้ฟังเมื่อไม่กี่วันก่อน พอนึกถึงถังโย่วโย่ว หัวใจของหลิวชิงก็พองโตด้วยความรู้สึกอบอุ่น จากรูปถ่ายที่เห็น ถังโย่วโย่วเป็เด็กผู้หญิงที่มีใบหน้าน่ารักและบอบบาง
หลิวชิงชอบลูกสาวที่น่ารักและอ่อนโยน แต่กลับให้กำเนิดลูกชายที่ซุกซน นี่เป็ความเสียดายอย่างหนึ่งของเธอ แต่ตอนนี้ถังโย่วโย่วมาถึงแล้ว เธอรู้สึกดีใจเหลือเกิน รีบลุกขึ้นยืนแล้วเดินผ่านชางจื่อไปยังห้องนั่งเล่นทันที
พอเดินมาถึงห้องนั่งเล่นก็เห็นเ้าตัวน้อยอยู่บนโซฟา
"โอ้โห! ดวงใจของฉัน! ในที่สุดเธอก็มาแล้ว!" หลิวชิงเดินเร็ว ๆ ด้วยสีหน้าเปี่ยมความอ่อนโยนไปที่โซฟาแล้วแย่งตัวถังโย่วโย่วมาจากชางโหยวทันที เธอห่อริมฝีปากสีแดงแล้วรีบจูบลงบนแก้มเล็ก ๆ ของถังโย่วโย่วอย่างใจร้อน
ใช่แล้ว! ลูกสาวสุดที่รักคือแก้วตาดวงใจของหลิวชิง
แต่ในวินาถัดมา เธอก็เห็นรอยแดงบนหน้าของถังโย่วโย่ว ทั้งยังบวมด้วย เมื่อเห็นรอยนั้นหลิวชิงก็ะเิอารมณ์ทันที
หลิวชิงะโด้วยความโกรธเกรี้ยว "ชางโหยว! นี่มันเื่อะไรกัน?! ทำไมลูกรักของฉันถึงมีรอยแดงแบบนี้?! คุณมือไม้พันกันจนทำร้ายเธอใช่ไหม!"
ถังโย่วโย่วถูกหลิวชิงอุ้มไว้ในอ้อมกอด ตอนนี้หน้าของเธอทายาแล้ว จึงรู้สึกเย็นสบายและไม่เจ็บอีกต่อไป เธอเบิกตากลมโตมองหญิงสาวคนสวยตรงหน้า ใบหน้าแต้มแต่งอย่างประณีต ดูสูงส่งและเ็า
ทันใดนั้นเธอก็เดาได้ว่านี่คือภรรยาของชางโหยว
ในเมื่อเป็ภรรยาของชางโหยว นั่นก็หมายความว่าอีกฝ่ายคือป้าของเธอ!
"ป้าคะ!" มองหลิวชิงแล้วถังโย่วโย่วก็หัวเราะคิกคัก เอ่ยเรียกเสียงหวาน
เสียงเรียกป้าของถังโย่วโย่วนั้นส่งถึงหัวใจของหลิวชิง
หลิวชิงเหมือนแมวที่ถูกลูบขน เก็บสีหน้าของแม่เสือไป มองถังโย่วโย่วด้วยสีหน้าอ่อนโยนพลางพูดว่า "โอ้โห สาวน้อยของฉันยังรู้จักเรียกว่าป้าด้วย" หลังจากพูดจบ หลิวชิงก็จ้องมองชางโหยวอีกครั้ง
"มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?"
เมื่อถูกภรรยามองแบบนั้น ชางโหยวก็รีบโบกมือทันที "ที่รัก นี่ไม่เกี่ยวกับผมเลยนะ เป็ฝีมือของเด็กบ้านั่นต่างหาก ผมเองก็ปวดใจเหมือนกัน"
"ชางจื่อ?!" เมื่อได้ยินคำพูดของชางโหยว หลิวชิงก็หันกลับมาทันที สายตาดุดันราวกับแม่มดจับจ้องไปทางชางจื่อ
ความโกรธของกษัตริย์ทำให้เืไหลนองไปพันลี้ ส่วนความโกรธของหลิวชิงเหมือนจะทำให้ชางจื่อถูกลอกหนังไปหนึ่งชั้น
แต่เดิมคิดว่าหลิวชิงกลับมาเพื่อช่วยเหลือเขา แต่ไม่คาดคิดว่าหลิวชิงจะปกป้องถังโย่วโย่วด้วย ชางจื่อสั่นไปทั้งตัว รีบเผ่นแน่บขึ้นบันได วิ่งกลับห้องของตัวเองอย่างรวดเร็ว ทั้งยังไม่ลืมะโว่า "แม่! ผมไม่ได้ตั้งใจนะ"
หลิวชิงมองชางจื่อที่วิ่งขึ้นบันไดไปแล้วพูดว่า "เดี๋ยวค่อยจัดการลูกทีหลัง"
จากนั้นเธอก็หันกลับมาและเปลี่ยนสีหน้าทันที มองถังโย่วโย่วพลางพูดว่า "โย่วโย่วของเรา กลับมาถึงบ้านั้แ่เมื่อไหร่กัน ทำไมไม่บอกป้าสักคำ ป้าจะได้ไปรับเธอ"
"ป้า หนูเพิ่งมาถึงเมื่อกี้นี้เอง" ถังโย่วโย่วตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน
"เพิ่งมาถึงเองหรือ ดูเหมือนป้าจะกลับมาได้จังหวะพอดีเลยนะ" หลิวชิงแสดงความอ่อนโยนอย่างหาได้ยาก ทั้งหมดนั้นมอบให้ถังโย่วโย่ว
การมาของถังโย่วโย่วเสมือนการเติมเต็มความปรารถนาที่อยากจะมีลูกสาวของเธอ หลิวชิงอุ้มถังโย่วโย่วไว้แน่นไม่อยากปล่อย เธอพูดว่า "โย่วโย่วได้ดูห้องของตัวเองแล้วหรือยัง? ชอบชุดเดรสในห้องแต่งตัวไหม? ถ้าไม่ชอบพวกเราจะเรียกคนมาตัดชุดที่หนูชอบให้ได้นะ"
สั่งตัดเสื้อผ้าสำหรับเด็กเลยเหรอ?
นี่มันฟุ่มเฟือยเกินไปแล้วนะ ต้องรู้ว่าร่างกายของเด็กมักโตเร็ว
เมื่อก่อนตอนที่อาศัยอยู่กับถังฮุ่ยหลาน ถังโย่วโย่วมักจะสวมเสื้อผ้าตัวเก่าที่เพื่อนบ้านไม่้าแล้ว เพราะถังฮุ่ยหลานไม่มีเงินซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่ให้เธอ และการใช้เงินไปกับเื่นี้ก็ไม่คุ้มค่า ไม่สู้เก็บเงินไว้ให้เธอเรียนหนังสือ
หลิวชิงพูดแบบนี้ ถังโย่วโย่วก็ส่ายหัวน้อย ๆ ทันทีและเอ่ยว่า "ป้าคะ หนูชอบมากเลย ไม่ต้องเปลี่ยนหรอก"
"ชอบเหรอ? ถึงชอบก็ไม่เป็ไร เราทำเพิ่มอีกสองชุดกันเถอะ ตอนเช้าชุดหนึ่ง ตอนเย็นชุดหนึ่ง ตอนสายชุดหนึ่ง ตอนบ่ายชุดหนึ่ง เด็กผู้หญิงตัวน้อย ๆ ควรจะใส่ชุดกระโปรงน่ารัก ๆ"
"..."
คุณป้าคนนี้ของเธอช่างเป็ผู้เชี่ยวชาญในการใช้เงินจริง ๆ
หลิวชิงแต่เดิมเป็คุณหนูจากตระกูลร่ำรวย ั้แ่เด็กไม่เคยลำบาก ่ครึ่งแรกของชีวิตเธอ ความกังวลพื้นฐานในแต่ละวันคือวันนี้จะใส่เสื้อผ้าอะไร พรุ่งนี้จะไปทำทรีตเมนต์อะไร มะรืนนี้จะทาสีเล็บสีอะไร
เธอไม่เข้าใจเื่อื่นเลย รู้เพียงเื่การใช้เงิน
ถึงอย่างไรชาตินี้ก็ใช้เงินไม่หมดอยู่แล้ว
ตอนนั้นเองที่พ่อบ้านเดินเข้ามาแล้วกล่าวอย่างนอบน้อมว่า
"คุณผู้ชาย คุณผู้หญิง คุณหนูน้อย เชิญทานอาหารก่อนเถอะครับ"
"ดีเลย โย่วโย่วของเราก็คงหิวแล้วล่ะ" หลิวชิงอุ้มถังโย่วโย่วด้วยความดีใจแล้วเดินตรงไปยังห้องอาหาร ส่วนชางโหยวก็ขึ้นไปชั้นบนเพื่อสั่งสอนชางจื่ออย่างจริงจัง แล้วลากเขาลงมากินข้าว
ห้องอาหาร
บนโต๊ะคริสตัลตัวยาวที่หรูหรา มีอาหารหลากหลายชนิดวางเรียงรายอยู่
มีครบทั้งของรสชาติเปรี้ยว หวาน ขม และเผ็ด
แปดสำรับอาหารหลัก สิบห้าวิธีการปรุง
ทั้งหมดมีครบบนโต๊ะอาหารนี้
หลิวชิงส่งตะเกียบสั้นคู่หนึ่งให้ถังโย่วโย่วอย่างอ่อนโยน แล้วเอ่ยว่า "โย่วโย่ว นี่คืออาหารที่หัวหน้าพ่อครัวของบ้านเราทำขึ้นมาเป็พิเศษสำหรับเธอ เพราะไม่รู้ว่าเธอชอบอะไร ฉันเลยให้เขาทำอาหารรสเด็ดทั้งหมดที่เขาถนัดมาให้ เธอเลือกกินตามที่ชอบได้เลย ถ้าบนโต๊ะไม่มีอาหารที่เธอชอบ เธอแค่บอกชื่ออาหารมาแล้วให้หัวหน้าพ่อครัวทำให้"
ถังโย่วโย่วตอบด้วยเสียงเล็กน่ารักว่า "ได้ค่ะ"
จากนั้นเธอก็มองอาหารบนโต๊ะ นี่มันช่างหรูหราเกินไปจริง ๆ
เธอไม่เคยกินอาหารที่หรูหราขนาดนี้มาก่อนเลย ไม่ว่าจะเป็ในศตวรรษที่ 21 หรือในโลกใบนี้
สถานการณ์นี้ทำให้ถังโย่วโย่วรู้สึกราวกับว่าตัวเองเป็ซูสีไทเฮา งานเลี้ยงใหญ่โตนี้อย่างกับงานเลี้ยงในราชสำนักเลยทีเดียว!
หลังจากหลิวชิงส่งตะเกียบให้ถังโย่วโย่ว
ชางโหยวก็มาถึงโต๊ะอาหารพร้อมกับจับคอเสื้อด้านหลังของชางจื่อไว้ด้วยมือข้างหนึ่ง "ขอโทษน้องสาวซะ!"
"..." ดวงตาคู่งามดั่งดอกท้อของชางจื่อเป็สีแดงก่ำ เขาพูดอย่างไม่เต็มใจนัก "ญาติน้องสาว ขอโทษด้วย"
ถังโย่วโย่วลูบแก้มน้อย ๆ ของตัวเอง ตอนนี้ไม่รู้สึกเจ็บแล้ว ถ้าตอนนี้ไม่ให้ทางออกกับชางจื่อ กลัวว่าต่อไปยมทูตน้อยคนนี้จะจดจำความแค้นกับเธอ
ถังโย่วโย่วใช้มือน้อยจับมือของชางจื่อ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงน่ารัก "ไม่เป็ไร ๆ โย่วโย่วไม่เจ็บแล้ว ยกโทษให้พี่ชาย"
ชางจื่อรู้สึกถึงความนุ่มนิ่มที่ส่งผ่านมาจากมือของเขา
หัวใจของชางจื่อสั่นไหว จากนั้นเขามองเด็กน้อยตรงหน้า เธอกะพริบตาปริบ ๆ ราวกับเป็ขนนกที่ปลิวมาััส่วนลึกในหัวใจของชางจื่อ
ตอนนั้นเอง ชางโหยวเอ่ยขึ้นว่า "เอาล่ะ ในเมื่อโย่วโย่วให้อภัยแกแล้ว ก็นั่งลงกินข้าวด้วยกันเถอะ"
"ต่อไปโย่วโย่วคือเ้าหญิงตัวน้อยของบ้านเรา แกในฐานะพี่ชาย ห้ามรังแกน้องสาวเชียวนะ! ได้ยินไหม"
"รู้แล้วครับ"
"พวกเราทุกคนในครอบครัวต้องรักและทะนุถนอมโย่วโย่ว ถ้ามีใครรังแกเธอ แกก็ต้องออกหน้าปกป้องน้องสาว! เข้าใจไหม"
"อืม" ชางจื่อพยักหน้า
"ดีแล้ว ั้แ่นี้ไปบ้านของเราก็จะมีเด็กสองคน! พี่ชายคนหนึ่ง น้องสาวคนหนึ่ง!" หลิวชิงพูดอย่างร่าเริง ยกแก้วสูงขึ้น "มา ๆ พวกเราทุกคนในบ้านมาชนแก้วกันหน่อย"