"ฉันบอกให้เปิดไงนังบ้า! แกกล้าให้ข่าวแบบนั้นได้ยังไง! "
ใช่แล้วในเมื่อพวกนั้นให้ข่าวได้ทำไมเธอจะให้ข่าวไม่ได้ เมื่อวานเธออัดคลิปร่านสวาทของทั้งสองมาด้วยเผื่อได้ใช้ และมันก็ได้ใช้จริงๆ แบบนี้สินะที่บอกว่าหัวเราะที่หลังดังกว่า
ผลั๊ก!
"มีอะไร? "
"ยังกล้ามาพูดแบบนี้ แกทำบ้าอะไรลงไปรู้บ้างไหม"
"ถ้าหมายถึงคลิป ใช่! ฉันรู้ถึงได้ทำไง"
เฟิ่งเยว่พูดด้วยท่าทางเยาะเย้ยรู้สึกทั้งรังเกียจและสมเพชพี่สาวคนนี้มากจนไม่อยากอยู่ใกล้
"แก! ปากดีไปเถอะรู้เอาไว้ด้วยว่าฉันจะแย่งทุกอย่างที่เป็ของแกมาทั้งคนรักและพิพิธภัณฑ์ของแก "
"ถ้าทำได้ก็ลองดูสิ พี่ก็รู้นะว่าตอนนี้พ่อดูจะรักฉันมากกว่าเพราะฉันทำประโยชน์ให้เขาได้มากกว่าพี่ ยังจะกล้ามาพูดอะไรเกินตัว"
เฟิ่งเยว่จงใจพูดให้อีกฝ่ายโมโหและเจ็บช้ำใจเหมือนที่เธอเจอรู้ดีว่าที่พ่อรักเธอเพราะงานประมูลครั้งก่อนเธอทำเงินให้มหาศาล เื่อะไรเธอจะมาร้องไห้ฟูมฟายแสดงความอ่อนแอให้คนพวกนี้เห็น
"แล้วแบบนี้เกินตัวไปไหม! "
หนิงเหมยล้วงลงไปในกระเป๋าใบเล็กก่อนจะคว้าปืนพกอันเล็กออกมาแน่นอนว่าปลายกระบอกต้องหันไปหาผู้ที่เธอเกลียดชังจนอยากให้มันตายไปมากๆ ในตอนนี้
"หนิงเหมย! เธอทำบ้าอะไร นี่จะตัดอนาคตของตัวเองเพราะฉันเลยเหรอนังพี่บ้า"
เฟิ่งเยว่พูดพร้อมกับถอยหลังไปจนสุดระเบียบห้องข้างๆ กันนั้นมีแจกันโบราณที่เธอรักนักรักหนาเพราะเป็ของหายากจากราชวงศ์ฮั่นในอดีตหลายร้อยปีวางรับลมอยู่
"แกบ้าของโบราณจนถึงขนาดเอามาไว้ทุกมุมบ้านเลย ดี! แกจะได้ตายไปพร้อมของที่แกรัก"
"ถ้าเธอยิงฉันชีวิตเธอก็จบ"
"ชีวิตฉันจบั้แ่มีแกเป็น้องแล้ว! อีกอย่างแกเพิ่งทำลายชีวิตฉันไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนงั้นแกก็อย่าอยู่เลย! "
ด้วยความโมโหและโกรธแค้นทำให้หนิงเหมยเหนี่ยวไกปืนทันทีหวังยิงขู่ไปที่แจกันก่อนให้เฟิ่งเยว่กลัว
ปัง!
เพล้ง!
ว้าย!
แต่ทุกอย่างกลับไม่เป็เช่นนั้นเมื่อความรักในของเก่าแก่ทุกชิ้นทำให้สัญชาตญาณของเฟิ่งเยว่รีบเข้าไปขวางวิถีะุโอบกอดแจกันโบราณเอาไว้ทันทีที่หนิงเหมยลั่นไก
แต่ที่ทำให้หนิงเหมยใมากที่สุดคือน้องสาวที่เธอเกลียดมากๆ เอาตัวมาขวางทำให้โดนยิงเข้าที่หลังทะลุไปที่แจกันจนแตก
"กะ แก ทำอะไร แกเอาตัวมาโดนะุเองฉันไม่ได้ทำนะ! "
เืสีแดงสดไหลทะลักออกมาตกหน้าอกทำให้เฟิ่งเยว่เหมือนคนกำลังหน้ามืดภาพเบื้องหน้ากำลังเลือนราง
"ถ้าเกิดใหม่ได้ฉันจะกลับมาล้างแค้นเธอจะทำให้ชีวิตรักของเธอพังพินาศเหมือนกับฉันหนิงเหมย! "
พูดจบร่างของเฟิ่งเยว่ก็หมดสติวูบไปเพราะเืไหลเร็วมาก แต่เธออยู่ใกล้ระเบียงมากเกินไปทำให้เธอล้มลงทางระเบียงร่างลอยละล่องสู่เบื้องล่างจากชั้น 20 พร้อมกับแจกันโบราณที่เธอโอบกอดเอาไว้คล้ายเป็ของรักชิ้นสุดท้ายที่เธอพร้อมตายไปด้วย
ตู้ม!!
เบื้องล่างคือสระว่ายน้ำทำให้ร่างของเธอกระแทกน้ำอย่างแรงความรู้สึกรับรู้ถึงความเจ็บทรมานไปทั่วร่างสายตาที่พร่ามัวมองขึ้นไปจุดที่เธอตกลงมายังเห็นพี่สาวมองลงมาด้วยสายตาที่ไม่รู้สึกผิดต่อการกระทำ
ไม่รู้เป็เพราะเธอกำลังจะตายหรือเปล่าทำให้เฟิ่งเยว่เห็นใบหน้านั้นชัดเจนว่าสะใจที่เห็นเธอเป็เช่นนี้มากแค่ไหน
'หากข้าเกิดใหม่ข้าจะไม่เป็คนดีแล้วเสียทุกอย่างไปเช่นนี้อีก'
เฟิ่งเยว่คิดในใจพร้อมกับสติเธอที่ดับวูบสู่ความดำมืดไม่รู้จุดหมายว่าต้องไปที่ใดและไม่รู้ว่าจะต้องพบเจอสิ่งใด
ข้างๆ ร่างของเธอมีแจกันโบราณที่เธอปกป้องมันลอยมาอยู่ข้างๆ ร่างของเธอในสภาพที่ยังคงสมบูรณ์อยู่ไม่มีรอยะุเลยอย่างที่เห็นตอนแรก คำขอของเธอหรือปาฏิหาริย์ของสิ่งศักดิ์สิทธิ์โบราณทำให้แจกันนั้นเปล่งประกายแสงจ้าออกมาจนเธอแสบตา
แสงสว่างวาบไปทั่วบริเวณเพียงครู่เดียวก่อนที่มันจะดับไปพร้อมจิติญญาของเฟิ่งเยว่และแจกันที่หายไปด้วยมีเพียงร่างที่ไร้ิญญาของเฟิ่งเยว่ที่ยังคงเหลืออยู่
1000 ปีก่อน
ตู้ม!!
"พระสนม! พระสนมเพคะ พวกเ้ายืนดูกันทำไมรีบลงไปช่วยพระสนมเดี๋ยวนี้"
เสียงของนางกำนัลดังไปทั่วบริเวณบึงหลวงของวังหลังเมื่อพระสนมที่เพิ่งรับเข้าวังหลวงของชินอ๋องฮุ่ยหมิ่งถูกผลักให้ตกลงในสระบัว
ข้างขอบสระยังมีพระชายารองหรือเฉ้นฝูจิ้นยืนมองดูอยู่อย่างตื่นตระหนกมือสั่นไปหมดใบหน้าซีดเผือด
นางมาพบพระสนมคนใหม่ในวันนี้เพียงเพราะ้าสอบถามถึงเื่การลอบทำร้ายนางกำนัลคนสนิทเมื่อ 2 วันก่อน
ไม่คิดว่าอยู่ดีๆ พระสนมเฟิ่งเยว่จะะโลงสระหวังปลิดชีวิตตัวเองเพื่อแสดงความบริสุทธิ์แม้จะมีนางกำนัลคอยของนางคอยผลักลงไปอีกแรกแต่มันก็เป็ประสงค์ของสนมเฟิ่งเยว่เองที่จะตายอยู่แล้ว
เฟิ่งเยว่นางผู้นี้เท่าที่รู้เป็คนอ่อนแอและหัวอ่อนไม่คิดว่าวันนี้นางจะกล้าทำเื่เช่นนี้ได้ต่อหน้าของพระสนมเอกอย่างนาง หรือนางหวังจะแสร้งทำเป็อ่อนแอแล้วใส่ร้ายผู้อื่นอีก
ในเวลานี้วังหลังต่างวุ่นวายเพราะหาร่างของพระสนมไม่เจอ นางเพิ่งตกลงไปแต่ดูเหมือนร่างจะหายไปราวกับนางไม่มีตัวตน
เหล่าขันทีและนางกำนัลต่างลงไปช่วยค้นหากันให้วุ่น แต่ก็ไร้ซึ่งวี่แววทำให้พระชายาหนิงเหมยหวาดกลัวความผิด
ยิ่งเวลานี้ท่านอ๋องไม่อยู่ในวังหลวงแล้วยิ่งต้องระวัง นางจะต้องทำทุกอย่างให้รอบคอบและแล้วเสร็จก่อนท่านอ๋องกลับมา
เพราะที่ท่านอ๋องรับพระสนมคนใหม่เข้าวังเพราะ้าทัดทานอำนาจของตระกูลเลี่ยงที่กุมอำนาจทางทหารอยู่เกือบครึ่ง
ส่วนอีกครึ่งเป็ของตระกูลจิ้งที่นับว่าจงรักภักดีต่อราชวงศ์ไม่น้อย เพียงแต่หลายปีมานี้ผลงานไม่โดดเด่นจึงทำให้ไม่ค่อยเป็ที่โปรดปราน
ตำแหน่งพระชายารองจึงตกเป็ของตระกูลเลี่ยงที่มีองค์ฮองเฮาหนุนหลัง ส่วนตระกูลจิ้งมีเพียงพระชายาเอกองค์ก่อนที่จากไปปริศนาเท่านั้นจึงไม่มีผู้หนุนหลังในเวลานี้
ทำให้จิ้งตงบิดาของสนมเฟิ่งเยว่ส่งนางที่เป็น้องสาวต่างมารดาของพระชายาเอกองค์ก่อนเข้าวังหลวงอีกครั้งหวังทัดทานอำนางเสนาบดีเลี่ยงซูที่นับวันยิ่งเหิมเกริม
"หาให้ทั่วหากวันนี้ไม่เจอพวกเ้าต้องโดนลงอาญาเป็แน่"
เล่ากงกงบอกกับขันทีและนางกำนัลทั้งหลายที่ยังหาร่างพระสนมไม่เจอ มันนานจนใจหายเกรงว่าเวลานี้พระสนมจะไม่มีลมหายใจอยู่แล้ว
"เจอแล้ว! อยู่ทางนี้! "
"พระสนม! "
นางกำนัลที่ได้ยินเช่นนั้นต่างวิ่งไปดูภาพที่เห็นคือพระสนมไม่เป็อะไรมากนางกำลังสำลักน้ำออกมาเพราะเพิ่งได้สติ
แค่กๆๆ
"ฉันอยู่ที่ไหน..."
เสียงที่เปล่งออกมาแ่เบาก่อนที่นางจะหมดสติไปเหล่านางกำนัลต่างพากันเรียกหาหมอหลวงพาร่างของพระสนมกลับตำหนักโดยเร็วท่ามกลางสายตาของพระชายารองที่มองอยู่แต่ไม่มีผู้ใดสนใจนาง
"พระชายาไม่มีเื่ต้องกังวลแล้วเพคะ ทรงกลับตำหนักเถิดเวลานี้ลมเริ่มแรงแล้วรักษาพระวรกายด้วยนะเพคะ"
"ให้คนไปดูนางด้วยว่าอาการเป็เช่นไร ข้าคิดว่านางแสร้งทำ"
"เพคะๆ ทรงกลับไปรอฟังที่ตำหนักเถิดที่แห่งนี้ไม่เหมาะที่จะเอ่ยเช่นนี้ออกมา"
นางกำลังคนสนิทกระซิบบอกเมื่อเห็นสายตาของเล่ากงกงรองหัวหน้าขันทีจ้องมองดูอยู่ไม่ห่างรู้ดีว่าเล่ากงกงผู้นี้เป็คนสนิทชินอ๋องและฮ่องเต้หากมีเื่ถึงหูคงไม่เป็การดี