เทพสงครามมังกรเทวะ

    ง้อหญิงงาม

    "ท่านอาจารย์เจ้าคะ พวกข้ามีเรื่องจะสอบถาม"หลงเหม่ยอิงกล่าวขึ้นทำให้เฟยหรงพลันหยุดชะงัก

     

    "มีอะไรหรือ?"

     

    "เอ่อ......ท่านอาารย์ออกไปกับผู้อาวุโสเป่ยลู่หลินไม่ใช่หรือเจ้าคะ แล้วใยนางถึงไม่กลับมาด้วย"เหม่ยอิงกล่าวถามพร้อมกับทำหน้าฉงนสงสัย

     

    "เปรี้ยง!"

     

    เมื่อได้ยินคำถามของลูกศิษย์ของตน เฟยหรงถึงกับกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ใบหน้าที่หล่อเหล่าแข็งค้างและมีเหงื่อไหลออกมาเล็กน้อย นี่เขาลืมนางไปได้อย่างไร อีกทั้งยังจับนางขังเอาไว้ในแหวนอีก ไม่รู้ว่านางจะโมโหขนาดไหน หากเขาเข้าไปในตอนนี้มีหวังโดนแหกอกแน่ๆ

     

    "ดะ เดี๋ยวนางก็คงมากระมัง"เฟยหรงกล่าวอย่างตะกุกตะกักแล้วรีบเดินไปในทันที ทิ้งไว้เพียงหลงเหม่ยอิง หลงเหม่ยเหม่ย และหวูหลิงที่เท่านั้นที่จ้องมองไปที่ชายหนุ่มพร้อมทำตาปริบๆราวกับกำลังงุนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

     

    "ท่านแม่!!"เฟยหรงเดินไปหาท่านแม่ของเขาที่นั่งอยู่กับท่านย่า แต่เมื่อทั้งสองหันกลับมาเฟยหรงก็เข้าสวมกอดเป่ยอิงอิงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

     

    "เดี๋ยวเถอะ!ลูกคนนี้ ทำแม่ตกใจหมด"เป่ยอิงอิงบีบจมูกของเฟยหรงอย่างเอ็นดู แต่ทว่าเฟยหรงกลับทำใบหน้าที่จริงจังใส่นางเสียอย่างนั้น

     

    "หืม เป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมลูกถึงทำหน้าแบบนั้น"เฟยหรงเมื่อได้ยินคำถาม เขาก็สารภาพโดยพลันโดยเฉพาะเรื่องของเป่ยลู่หลินที่เขาจับนางขังเอาไว้

     

    "ห๊ะ! ลูกจับนางขังไว้??"

     

    "โถ่ ท่านแม่ท่านจะตะโกนทำไมขอรับ ข้ามาขอคำปรึกษาว่าควรทำอย่างไรดี หากข้าเข้าไปตอนนี้มีหวังนางได้ฆ่าข้าแน่ๆ ไม่รู้ว่าตอนนี้เหล่ยอิงกับเมิ่งฉีที่อยู่ด้านในจะรับมือนางได้หรือเปล่าด้วย"

     

    "เหอะ เจ้าตัวดีทีทำแล้วไม่คิด เป่ยลู่หลินถึงอย่างไรก็เป็นถึงมหาเทวะคนหนึ่ง การที่นางติดตามลูกไปก็เพราะอยากจะเป็นประโยชน์กับลูก แต่ทว่าลูกกลับไม่เชื่อใจนางและจับนางขังเอาไว้ แม่ละปวดหัวจริงๆ"

     

    "ก็ข้าไม่อยากให้นางได้รับบาดเจ็บนี่ขอรับ ข้าผิดหรือ"เฟยหรงทำหน้ามุ้ยกล่าวแก้ตัวไป

     

    "เห้อ เรื่องนี้อยู่ที่มุมมอง เจ้าเข้าใจเรื่องนี้หรือไม่ แน่นอนเจ้าห่วงความปลอดภัยของนางก็นับว่าถูกต้องหากมองให้ฐานะบุรุษและสตรี แต่ทว่าอย่าได้ลืมว่านางเป็นคนที่หยิ่งในศักดิ์ศรีเพียงใดอีกทั้งยังมีสถานะหนึ่งเป็นผู้ติดตาม และการที่เจ้านายไม่เชื่อใจผู้ติดตามของตัวเอง ลูกคิดว่ามันหน้าน้อยเนื้อต่ำใจหรือไม่ ในตอนนี้แม่คงแนะนำได้แค่เข้าไปขอโทษนางอย่างจริงใจและหาเหตุผลดีๆให้นางเข้าใจเสีย ส่วนนางจะตอบรับอย่างไรนั้นก็ล้วนแล้วแต่ตัวของนางเอง"เป่ยลู่หลินกล่าวอธิบายและแนะนำ เฟยหรงเมื่อได้ยินก็ถึงกับชะงักงัน นี่เขากลับคิดว่านางเป็นแค่หญิงสาวคนหนึ่งมาโดยตลอดจนลืมสถานะผู้ติดตามที่นางให้ความสำคัญไปหรือนี่ ดูเหมือนเรื่องนี้เขาจะคิดไม่รอบคอบเอาเสียเลย

     

    'เฟยหรงหนอเฟยหรง เกิดมาสองชาติภพแต่ความละเอียดอ่อนเช่นนี้กลับหลงลืมได้ หากเป็นชาติที่แล้วข้าทำเช่นนี้กับทหารไปมีหวังทหารเหล่านั้นย่อมหมดกำลังใจสู้รบเป็นแน่แท้'ชายหนุ่มก่นด่าตัวเองในใจ เมื่อได้รับคำแนะนำจากมารดาเขาไม่ลืมที่จะแวะไปหาบิดาของเขาและอธิบายถึงเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้น และพูดคุยกับบิดาเรื่องนี้พักใหญ่

     

    ก่อนที่เขาจะขอตัวออกไปอย่างรวดเร็วจนเฟยเทียนหรือแม้กระทั้งเฟยหงที่ดื่มชาอยู่ห่างๆยังต้องหันมามอง นี่เจ้าตัวแสบคิดไปไหนกัน ตั้งแต่ออกจากด่านมาไม่คิดจะอยู่เฉยๆบางหรือไร

     

    เฟยหรงเมื่อทำอะไรเสร็จสิ้นทุกสิ่งอย่างแล้วนั้นก็สูดหายใจลึกก่อนที่จะเข้าไปด้านในแหวนมิติเพื่อไปขอโทษเป่ยลู่หลินในทันที แต่เมื่อก้าวขาเข้ามายัังแหวนมิติจิตวิญญานสิ่งที่เขาเห็นถึงกับทำให้เขากลืนน้ำลายอึกใหญ่ สองสาวอย่างเหล่ยอิงและเมิ่งฉีนั่งอยู่ตรงที่ศาลาสวนสมุนไพรส่วนอีกครึ่งหนึ่งนั้นกลับกลายเป็นห้วงน้ำขนาดใหญ่ที่เกิดจากลมปราณเทพสมุทร

     

    "นะ นี่!"เฟยหรงถึงกับพูดไม่ออกในทันที โชคดีที่เป่ยลู่หลินยังมีเมตตาเหลือสวนสมุนไพรล้ำค่าเอาไว้ให้ ชายหนุ่มยืนกุมขมับอยู่พักใหญ่ดูเหมือนว่านางจะโกรธมากจริงๆ

     

    "สามี!"เหล่ยอิงและเมิ่งฉีเดินมาหาเมื่อสัมผัสถึงตัวตนของเฟยหรงได้ เฟยหรงกอดพวกนางในทันใดก่อนที่จะสำรวจร่างกายของพวกนางว่าบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า

     

    "พวกข้าไม่เป็นไร เจ้าไปดูนางเถอะตั้งแต่เจ้าขังนางเอาไว้ตอนแรกนางก็โมโหยกใหญ่นี่ก็พึ่งสงบเมื่อไม่นานนี้เอง"เมิ่งฉีกล่าว

     

    "ลำบากพวกเจ้าแล้ว ประเดี๋ยวข้าจะไปดูนางเสียหน่อย"เฟยหรงลูบศรีษะทั้งสองอย่างแผ่วเบาก่อนที่จะหันกายเดินเข้าไปยังห้วงน้ำที่ปกคลุมพื้นที่คฤหาสน์และครึ่งหนึ่งของแหวนมิติจิตวิญญานเอาไว้

     

    ด้วยอำนาจแห่งเทพสมุทรของเขา สายน้ำพวกนี้ไม่ได้ต่อต้านเขาได้และปล่อยให้ชายหนุ่มเดินเข้าไปอย่างง่ายดาย แล้วมาหยุดอยู่ที่ห้องๆหนึ่งด้านในคฤหาสน์

     

    "เป่ย...."

     

    "ปั้ง!"

     

    ขณะที่เฟยหรงกำลังจะเอ่ยปากขอโทษนั้นลมปราณเทพสมุทรด้านในพลันระเบิดอย่างรุนแรงในทันทีร่างเงาหญิงงามทะยานออกมาจากประตูและซัดฝ่ามือใส่เฟยหรงอย่างรุนแรงจนต้องถอยไปถึงสามก้าวด้วยกัน เมื่อเฟยหรงเงยหน้าขึ้นไปมองหญิงงามก็เห็นสีหน้าไม่พอใจของนางพร้อมด้วยจิตวิญญานแห่งการต่อสู้ที่ลุกโชน

     

    "เฟยหรง!! เจ้ากล้าขังข้า!" นางกล่าวด้วยความโมโหพุ่งเข้าไปโจมตีเฟยหรงในทันที การปะมือของทั้งสองเริ่มทวีความรุนแรงขึ้นมาจนคฤหาสน์เริ่มพังทะลาย

     

    "เป่ยลู่หลิน ฟังข้าอธิบายก่อนได้หรือไม่!"เฟยหรงพยายามเอ่ยปาก แต่มีหรือที่หญิงงามที่ความโกรธบังตาจะสนใจในคำกล่าวของเขา ฝ่ามืออันเรียวงามที่แฝงพลังปราณเทพสมุทรสีฟ้าครามฟาดใส่ชายหนุ่มอย่างต่อเนื่องจนเฟยหรงไม่มีทางเลือกอีกต่อไป หากปล่อยให้นางโจมตีต่อไปมีหวังที่นี่ได้พังทะลายเป็นแน่แท้

     

    เฟยหรงสบัดมือของเขาในทันทีลมปราณเทพสมุทรของเป่ยลู่หลินหายไปราวกับไม่เคยใช้ออกมา อีกทั้งนางยังไม่สามารถใช้ออกด้วยลมปราณชั่วคราวจนห้วงน้ำที่ปกคลุมพื้นที่ครึ่งหนึ่งของแหวนมิติจิตวิญญานพลันหายไป เฟยหรงใช้โอกาสนี้พุ่งเข้าไปรวบตัวนางในทันทีเพื่อไม่ให้นางขัดขืนและดิ้นหนีอีกต่อไป

     

    "ปะ ปล่อยข้านะ เจ้าคนชั่วช้า!!"เป่ยลู่หลินตื่นตระหนกอย่างสุดขีดตอนนี้ลมปราณของนางก็ใช้ออกไม่ได้ ทั้งยังถูกชายหนุ่มสวมกอดเอาไว้ นี่มันน่าอับอายเกินไปสำหรับนาง

     

    "ไม่ปล่อย เจ้าต้องฟังข้าอธิบายก่อน!!"

     

    "ข้าไม่ฟังอะไรทั้งนั้น เจ้าไม่เชื่อใจข้า เหตุใดข้าต้องฟังเจ้าด้วย ปล่อยข้านะ!"หญิงงามดิ้นรนสุดฤทธิ์แต่มีหรือที่นางจะขัดขืนเฟยหรงได้ ทั้งตบะพลังทั้งลมปราณที่บริสุทธิ์มากกว่า เฟยหรงในตอนนี้ได้เปรียบนางในทุกๆด้าน ต่อให้นางใช้ออกด้วยลมปราณของนางได้ก็ย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้ของชายหนุ่ม

     

    "ลู่หลินๆ เจ้าฟังข้า ข้าขอโทษ ข้าแค่เป็นห่วงความปลอดภัยของเจ้าเท่านั้นเอง ไม่ได้มีเจตนาจะดูถูกฝีมือเจ้าหรือทำให้เกียรติของเจ้าต้องเสื่อมเสีย"

     

    "แล้วคิดว่าข้าไม่ห่วงความปลอดภัยของเจ้าหรือไง เจ้าคนโง่เง่า!!"นางเค้นเสียงตะโกนขึ้นมา เฟยหรงที่ได้ยินถึงกับชะงักค้างในทันใดก่อนที่จะจับนางหันหน้ามาหาตัวเอง สิ่งที่เห็นคือหญิงงามที่หน้าแดงกล่ำและมีน้ำตาไหลออกมา นางค่อยๆกำหมัดและทุบไปที่อกของเฟยหรง แต่ทว่าตอนนี้เฟยหรงมีหรือจะสนใจการกระทำนี้ ในหัวของเขากำลังวิเคราะห์พูดของนางเมื่อครู่จนไม่ได้สนใจการทุบตีของนางเลยแม้แต่น้อย

     

    "เจ้าจะบอกว่าที่โกรธนี่เพราะห่วงข้าหรือ??"เสียงของเฟยหรงดังขึ้นอีกครั้ง เป่ยลู่หลินที่กำลังทุบตีเฟยหรงอยุ่พลันชะงักค้างและค่อยๆเบือนหน้าหนีอีกฝ่าย

     

    "จะ เจ้าอย่าคิดไปเองข้าแค่บอกว่าห่วงความปลอดภัยของเจ้าในฐานะที่เป็นนายน้อย ไม่ได้คิดเป็นอื่น"

     

    "โอ้ เช่นนั้นเอง ลู่หลินอย่าคิดว่าข้าไม่รู้เจ้ามักจะแอบมองข้าอยู่บ่อยๆ แน่ใจหรือว่าห่วงข้าในฐานะนายน้อยเท่านั้นน่ะ"

     

    "เจ้าคนหลงตัวเอง!"

     

    "หลงตัวเองก็ยังดีกว่าปากไม่ตรงกับใจเช่นเจ้าละนะ ตกลงเจ้าจะยกโทษให้ข้าหรือไม่ หากไม่ข้าก็จะกอดเจ้าเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆจนกว่าเจ้าจะยอมยกโทษให้ การได้กอดหญิงงามเช่นเจ้านานๆก็นับว่าดีไม่น้อย"เฟยหรงกล่าวพร้อมกระชับอ้อมกอดเข้ามาทำให้ร่างกายของทั้งสองอิงแอบเเนบชิดกันมากขึ้น

     

    เป่ยลู่หลินที่ได้ยิน จากเดิมที่หน้าแดงกล่ำอยุ่แล้วก็แดงเข้าไปใหญ่แต่ทว่าครั้งนี้นางไม่ได้ขัดขืนแต่อย่างใดและทำเพียงแค่ตีมือเฟยหรงเบาๆเท่านั้น "หึ วาจาไร้ยางอายเช่นนี้ก็กล่าวออกมาได้ มิน่าถึงได้มีภรรยามากมายอีกทั้งยังมีหญิงงามมาติดพันกันเยอะแยะไปเต็มไปหมด"

     

    "แล้วหญิงงามคนนี้คิดจะติดพันข้าหรือไม่"เฟยหรงกระซิบข้างหู เป่ยลู่หลินถึงกับหน้ามาพร้อมด้วยสีหน้าที่ยังคงความแง่งอนเล็กน้อย

     

    "แค่นี้ยังไม่ติดพันมากพออีกหรือ เจ้าคนโง่!"นางกำหมัดและทุบแผงอกของเฟยหรง แม้จะเหมือนกับครั้งแรกทุกประการแต่ความรู้สึกกลับแตกต่างกันออกไป ในตอนแรกที่นางทุบตีเขาเนื่องจากความโกรธที่มีในใจ แต่ทว่าตอนนี้นางเหมือนกำลังแง่งอนและเขินอายเสียมากกว่า ซึ่งชายหนุ่มเองก็คิดว่าการกระทำเช่นนี้ของนางนั้นช่างดูน่ารักน่าชังผิดกับกับที่นางชอบทำตัวเย็นชาลิบลับเลยทีเดียว

     

     

     

    คล้ายกับเรื่องเทพสงครามมังกรเทวะ ที่คุณอ่าน