“ไอผีแก่....ข้ากลับมาแล้ว! เสียงของฉินซานพุ่งออกมาอย่างสนั่น”
“เ้าหนู้!!...ฮ่า ฮา ฮา ผู้เฒ่าพูดโต้กลับพร้อมสีหน้าที่แจ่มใส เมื่อเห็นฉินซานออกมาจากโลงศพ”
เมื่อิญญาของฉินซานได้ออกมาจากโลงศพ เขาได้เข้าสู่กายหยาบในทันที! ฉินซานได้ลืมตาขึ้นครั้งจากการหลับใหลของร่างกายมานานถึงสองวันโดยที่เขาไม่รู้เวลา ไม่ทันใด! เมื่อฉินซานได้เห็นหน้าผู้เฒ่า เขาได้พูดขึ้นอย่างฉับพลัน!
“ตาแก่! สายเืที่เ้าตัวแปลกประหลาดนั้นกล่าวคืออะไร อ้อไม่ใช้(รุกร่น) ท่านเทพกล่าว? ทำไมถึงให้ข้ามาทำอะไรแบบไม่บอกข้อมูลข้า แล้วท่านตายแล้วทำไมถึงมาอยู่กับข้าล่ะ? แล้วไหนบอกว่าจะพาข้ามาหาของกิน? ฉินซานพูดอย่างรวดเร็ว ทั้งความอยากรู้และความโกรธเล็กน้อยที่ได้พาเขาไปเสี่ยงตายโดยไม่กล่าวอะไร”
“ป๊อก!! ผู้เฒ่าเคาะหัวฉินซานไปหนึ่งครั้ง ฮาย แก่นี้มัน ยังเหมือนเดิมไม่ปลี่ยน ผู้เฒ่าพูดด้วยความขัดใจเล็กน้อย”
“ออกไปจากที่นี้ให้ได้ก่อน ค่อยว่ากันเ้าหนู ผู้เฒ่าได้พูดอย่างขรึงขัน”
เสียงดังสนั่นสั่นะเืไปทั่วดันเจี้ยน ผนังต่างๆเริ่มแตกร้าว ก้อนหินจำนวนมากได้ตกลงมาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ทั้งสองหยุดกล่าววาจาได้แต่เพ่งสมาธิรวบรวมปราณเพื่อป้องกันร่างกาย
"ผ่านไปไม่ถึงครึ่งก้านธูป! ตาแก่ ข้าไม่ไหวแล้ว ข้าอ่อนล้าเต็มทนแล้ว ร่างกายของฉินซานในตอนนี้ถึงขีดจำกัดสูงสุดของเขาแล้ว"
การถล่มอย่างบ้าคลั่งของดันเจี้ยนดูแล้วไม่มีทางหยุด ประตูทางออกของดันเจี้ยนโดนปิดกั้นจนสนิท เนื่องด้วยผู้เฒ่าได้เห็นฉินซานท่าทางที่น่าเป็ห่วง หากเขารั้งต่อไปมีแต่จะทำให้หมดแรงเสียเปล่าประโยชน์
“ฮึ ออกแรงสะหน่อยแล้วกัน เ้าหนูข้าจะแสดงให้เ้าเห็นถึงพลังที่แท้จริงในโลกนี้ ดูไว้ให้ดีล่ะ ผู้เฒ่าพูดด้วยน้ำเสียงที่เข้มข้นนี่คือครั้งแรกที่เขาได้แสดงพลังสายเื”
ฉินซานเงียบพูดเฝ้าดูอย่างจริงจัง ไม่ทันใดผู้เฒ่าได้เอยกล่าว “หนึ่งโลหิตนิจนิรันดร์หนึ่งพลังแห่งอำนาจ จงหลอมรวมกายให้เป็หนึ่ง” เมื่อสิ้นเสียงกล่าวได้เกิดแสงสีฟ้าเปล่งออกมาจากร่างกายของผู้เฒ่า แสงที่เปล่งออกมานั้นฉินซานไม่สามารถรับรู้ได้ว่าเป็พลังปราณรูปแบบใด พลังหยวนหรือปราณโลหิตจำนวนมากได้รวบตัวปรากฏเป็ดาบใหญ่ราวๆเท่าตัวของเขา ซึ่งเป็ภาพที่อัศจรรย์ต่อฉินซานเป็อย่างมาก หากมองดาบที่ปรากฏออกมานั้นแทบที่จะไม่มีรูปกายใดๆที่สามารถจับต้องได้ ซึ่งดาบนั้นคล้ายเป็พลังทางิญญาที่ฉินซานเคยใช้มโนภาพในจิต แต่ทั้งสองมิอาจเปรียบเทียบกันได้เลยนี้คือพลังที่แท้จริงไม่ใช้มโนภาพแต่อย่างใด
‘สายเืมนุษย์ะิญญาแห่งดาบ ทักษะที่1 ดาบทะลวงพิภพ’ ผู้เฒ่าได้เปล่งเสียงออกมาต่อท้าย ไม่ทันใดิญญาดาบด้านหลังผู้เฒ่าที่นิ่งไม่ขยับเขยื้อนไปไหน ได้เกิดสั่นไหวขึ้นจากเหลี่ยมดาบที่ชี้ขึ้นบ่นได้ลอยตัวขึ้นมาบ่นศีรษะของผู้เฒ่า เหลี่ยมดา่บได้ชี้ไปที่ประตูของดันเจี้ยนในทันที จากดาบที่ขนาดเท่าตัวของผู้เฒ่าในตอนแรก ขณะนี้ได้ขยายขึ้นอีกครั้งซึ่งมีความยาวมากกว่าเดิมถึงสองเท่า
"ตาแก่ พลังอะไรกัน สุดยอดมาก สอนข้าด้วย ฮ่า ฮา จับตาดูไว้ให้ดีล่ะฉินซาน"
เมื่อสิ้นเสียงพูด ผู้เฒ่าได้ยกมือทั้งสองข้างขึ้นแล้วพับข้อศอกประมา่ณ90องศา ผู้เฒ่าได้ชี้ทั้งสองมือไปที่ประตูของดันเจี้ยนคล้ายกับการผลักวัตถุอะไรสักอย่าง ทั้งความเร็วความใหญ่โตมโฬารของดาบได้มุ่งทะลวงไปที่ประตูของดันเจี้ยน จากก้อนหินที่หนาประมาณหนึ่งเมตรได้แตกสลายกลายเป็ธุลีในทันที นี้คือพลังที่แท้จริงของโลกนี้ หากพูดสิ่งเหล่านี้ยังห่างไกลจากฉินซานเป็อย่างมากโข
“ว้าว..!! นี้คืออะไรกัน ฉินซานได้พูดขึ้นอย่างประหลาดใจ แสดงให้เห็นถึงหน้าตาที่ชื่นชอบถึงสิบส่วน”
“ฮ..ฮ่า เอาล่ะเ้าหนู ออกจากที่นี่ก่อนเถอะ เื่อื่นค่อยว่ากัน ผู้เฒ่าพูดอย่างเรียบๆ พร้อมกับเผยรอยยิ้มกระชากใจซึ่งภูมิใจท่ี่ได้อวดพลังให้ฉินซานดู"
ทั้งสองเลยได้ออกจากดันเจี้ยนอย่างปลอดภัย และเดินทางไปกับเสี่ยวไป่ที่รอด้านนอกของดันเจี้ยนอยู่โดยตลอด บริเวณทางเข้าดันเจี้ยนปรากฏให้เห็นสัตว์ที่นอนตายเกลื่อนอยู่จำนวนมากมาย เป็ภาพที่แสดงให้เห็นถึงพลังอำนาจที่มีมากมายของเสี่ยวไป่สมกับเป็สัตว์สายเืาา
เมื่อถึงห้องโถงบรรพบุรุษจากคำถามที่มากมายของฉินซาน ผู้เฒ่าได้อธิบายถึงสาเหตุต่างๆให้ฉินซานฟังในทันที พร้อมกับให้ฉินซานทำพันธสัญญากับสายเืให้เสร็จสิ้นก่อน เนื่องจากผู้เฒ่าไม่ได้เห็นอักขระที่ปรากฏบนหน้าผากของฉินซาน นี่คือสิ่งที่เทพเ้าได้พูดก่อนหน้าที่ฉินซานออกมาจากโลงศพ
ฉินซานได้นั่งขัดสมาธิปรากฏให้เห็นถึงสายโลหิตในตัวของเขาที่มีทั้งสีครามและสีแดงที่ผสานรวมกันอย่างกลมกลืน ฉินซานได้เข้าสู่ทะเลในจิติญญาเขาได้ทำตามคำแนะนำของผู้เฒ่าอย่างว่านอนสอนง่าย ผู้เฒ่าได้กล่าวกับฉินซานก่อนหน้าว่าถ้าหากพบศิลาโลหิตให้รีบแพร่พลังปราณลงไปในทันที และตามด้วยปรับจิตให้ว่างเปล่าเพื่อซึมซับถึงแหล่งที่มาของปราณโลหิต
เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้น! หน้าผากของฉินซานได้ปรากฏเป็ตราประทับสีครามมีรูปร่างคล้ายเทพเ้าในมิติโลงศพ ดวงตาที่ดำข้นของเขาได้เปลี่ยนสีเป็สีครามในทันที แสงที่เปล่งประกายออกมานั้นได้สว่างทั่วทั้งห้องโถง เมื่อฉินซานกลับมาจากจิตทุกอย่างก็ได้วับหายไปอย่างสิ้นเชิง
ผู้เฒ่าอธิบายถึงข้อสงสัยทุกอย่างให้ฉินซานฟัง ผู้เฒ่าได้กล่าวว่าตัวของเขาเองนั้นได้ตายไปเมื่อหนึ่งหมื่นปีก่อน สายเืเทพเ้าโบราณเป็สายเืของตระกูลที่เก่าแก่ของผู้เฒ่ามาั้แ่เนิ่นนาน ด้วยเหตุการณ์บางอย่างทำให้ผู้เฒ่านั้นได้เสียโอกาสในการสืบทอด เขาเลยได้ผนึกิญญาเอาไว้ว่าอีกหนึ่งหมื่นปีเขาจะตื่นขึ้นมาอีกครั้งเพื่อที่จะเลือกผู้สืบทอดต่อจากเขาให้สำเร็จ เขาเลยได้ตื่นขึ้นมาเมื่อสามปีก่อนที่ห้องโถงแห่งนี้และได้เจอกับฉินซานโดยบังเอิญ สีหน้าคำพูดของผู้เฒ่าแสดงให้เห็นถึงความเ็ปเป็อย่างมากเมื่อพูดถึงเื่ราวในอดีต แต่ผู้เฒ่าไม่ได้กล่าวรายละเอียดใดๆให้ฉินซานฟัง
ั้แ่ผู้เฒ่าได้เจอกับฉินซาน เขาได้เตรียมการทุกอย่างมาก่อนหน้านี้ทั้งหมดแล้ว ไม่ว่าจะฝึกรวบรวมลมปราณฝึกความแข็งแกร่งทางร่างกาย ส่วนรายละเอียดอื่นๆผู้เฒ่าเคยพยายามที่จะสอนฉินซานแล้ว แต่ฉินซานนั้นค่อยไม่สนใจแต่อย่างได เขาได้แทรกพูดขึ้นมา
“ตาแก่ แล้วพลังทางเืนี้คืออะไรล่ะ จากภาพเหตุการณ์ที่มหัศจรรย์ก่อนหน้าทำให้ไม่จำเป็ต้องพลุ่งพล่านมีความคลั่งในการยั้งรู้เป็อย่างมาก”
ผู้เฒ่าได้อธิบายต่อว่า หากจะเปรียบ ‘พลังภายนอกคือการหายใจเข้า’ ‘พลังภายในเป็การหายใจออก’ พลังภายนอกหรือการบ่มเพาะกายนั้น เป็การดึงพลังทางธรรมชาติเข้ามาสู่จุดตันเทียนทั้งสามแล้วปล่อยออกมาเป็กำลังในการโจมตี ส่วนพลังภายในหรือการบ่มเพาะทางสายเืนั้นจะเป็การดึงพลังสายเืเข้าสู่จุดตันเทียนทั้งสามแล้วปล่อยออกมาเป็พลังในการโจมตี
พลังทางสายโลหิต คือการเพิ่มระดับพลังจะเป็การเปิดเส้นลมปราณหรือเส้นสายโลหิตนั้นให้เพิ่มมากขึ้นและเปิดกว้างขึ้น สายโลหิตยิ่งมีมากพลังในการปล่อยจึงมีมากขึ้นตามไปด้วย พลังทั้งสองไม่ว่าภายนอกหรือภายในจะมีจุดตันเทียนเป็บ่อเก็บปราณและมีเส้นลมปราณหรือเส้นโลหิตเป็ทางเดินก่อนที่จะใช้ออกมาเป็รูปแบบในการต่อสู้ต่างๆ พลังที่ออกมาจะเรียกว่าพลังหยวนหรือปราณโลหิต
“เ้าไม่ต้องถามหรอก! ข้ารู้ว่าเ้าอยากรู้ถึงิญญาดาบของข้า ใช้หรือไม่ล่ะฉินซาน ฮ่า ฮา ผู้เฒ่าพูดดักฉินซานเพราะรู้ว่าิญญาดาบต่างหากที่เป็ความสนใจของฉินซานที่แท้จริง”
“ตาแก่ ข้าจะมีิญญาดาบไหม? ฉินซานใคร่ถาม ด้วยั์ตาที่เปล่งประกายดั่งเพรชเม็ดใหญ่”
“เ้าพร้อมที่จะเข้าสู่โลกของการบ่มเพาะไหมล่ะ ผู้เฒ่าได้พูดถาม อือ อือ ฉินซานตอบกลับทันควัน”
“ดี ดี เอาล่ะฉินซาน หลังจากนี้เ้าห้ามหลบหนีเกียจคร้าน ข้าจะถ่ายทอดทุกอย่างที่ข้ามี เพื่อให้เ้าได้เป็หนึ่งในยุทธภพนี้ ผู้เฒ่าพูดอย่างทะนงตัวั์ที่ดำข้นดั่งภูผา ฉินซานแสดงท่าทางที่ตื่นเต้นเป็อย่างมากเมื่อรู้ว่าตนก็สามารถที่จะมีพลังแบบผู้เฒ่าได้”
ทั้งสองได้แยกย้ายเข้าไปพักผ่อน เวลาใกล้มืดค่ำบนหลังคาของห้องโถงบรรพบุรุษ ฉินซานได้ออกมานอนมองดูเดือนดาวเขาเอามือทั้งสองพลาดกันรองศีรษะเอาไว้ เขาได้ครุ่นคิดถึงเื่ราวทั้งหมดที่ได้เกิดขึ้นกับเขามาก่อนหน้านี้ และคำพูดของผู้เฒ่าที่บอกว่าได้เจอกับเขาโดยบังเอิญ ทำให้ฉินซานได้พยายามที่จะเรียกความทรงจำก่อนหน้ากลับคืน แต่ไม่ว่าคิดยังไงก็ไม่สามารถที่จะจำอะไรได้
“พ่อ แม่ ของข้าคือใครกัน? แล้วข้าโดนทิ้งมาอยู่ในที่แห่งนี้ได้อย่างไรกัน บุคลิกที่เปลี่ยนไปทำให้ฉินซานเกิดความสนใจถึงโลกภายนอกเป็อย่างมาก”
แสงอาทิตย์ส่องแสง แดงจ้า ฉินซานตื่นเช้าขึ้นมาอีกวัน! เสียงหยดน้ำค้างบนใบไม้ตกลงสู่พื้น เสียงน้ำในลำธารที่ไหลอย่างรื่นรมย์ เสียงใบไม้พัดปลิวเมื่อโดนสายลมกระแทก เสียงสั่นะเืจากรอยเท้าของสัตว์จำนวนมาก ความสามารถของปราณจิตที่สามารถมองเห็นและได้ยินเสียงในระยะหนึ่งกิโลเมตร เป็ความรู้สึกที่แปลกใหม่และพิเศษเป็อย่างมากสำหรับเขาในเช้าวันใหม่นี้ สิ่งเหล่านี้ยิ่งทำให้เขาได้เพิ่มพลังแห่งความสนใจในยุทธภพอย่างต่อเนื่อง
วันแรกแห่งการศึกษายุทธภพอย่างจริงจังสำหรับฉินซาน เขาตื่นมาเช้าตรู่พร้อมนั่งรวบรวมลมปราณในห้องโถงหน้ารูปปั้นบรรพบุรุษอย่างเช่นเคย
“ตาแก่ ข้าอยากใช้พลังิญญา ข้าต้องทำอย่างไรขอรับ เมื่อพบหน้าผู้เฒ่านี่คือสิ่งแรกที่ฉินซานเอยถามผู้เฒ่าอย่างร้อนรน”
“เ้าหนูเ้ายังห่างไกลอีกมากสำหรับพลังิญญาของโลหิต ผู้เฒ่าได้พูดอย่างเรียบๆพร้อมอธิบายสาเหตุให้เขาเข้าใจอย่างถ่องแท้”
สายเืมีสองรูปแบบในอาณาจักรสายเืคือสายเืั้แ่กำเนิดและสายเืสืบทอด การบ่มเพาะสายเืมีหลักเกณฑ์ดังนี้คือ สายเืั้แ่กำเนิดคือสายเืที่มีมาั้แ่เกิดสำหรับผู้บ่มเพาะทุกคน ส่วนสายเืสืบทอดจะเป็สายเืเสริมมาอีกหนึ่งรูปแบบที่ผู้บ่มเพาะได้รับจากเ้าของสายเืนั้นๆ
กล่าวได้ว่าสายเืเทพเ้าโบราณของฉินซานนั้น หากเขา้าที่ใช้พลัง เขาจำต้องบ่มเพาะสายเืั้แ่กำเนิดของเขาก่อนจึงจะสามารถที่จะบ่มเพาะสายเืสืบทอดของเขาได้ โดยมีลำดับการบ่มเพาะดังนี้
ขั้นที่1…
รวบรวมสายเื คือขั้นเริ่มต้นสำหรับผู้บ่มเพาะพลังโลหิตมีสามระดับคือระดับขั้นต้น กลาง สูง ระดับนี้ยังไม่สามารถที่จะบ่งบอกได้ว่าผู้บ่มเพาะนั้นมีสายเืใดในแรกเกิด ระดับนี้สามารถเรียกพลังภายในหรือปราณโลหิตนั้นออกมาใช้ในการต่อสู้ได้ แต่ไม่สามารถสร้างเป็รูปแบบใดๆได้และยังไม่สามารถที่จะระบุได้ว่าผู้บ่มเพาะมีสายเือะไร การใช้ปราณโลหิตออกมาโจมตีนั้น กล่าวอีกนัยหนึ่งคล้ายเป็การรวบรวมแรงเข้าไปในจุดเดียวเพื่อทำให้การโจมตีนั้นแรงขึ้น
ขั้นที่2…
ปลุกสายเื คือเมื่อเข้าถึงคอขวดของการรวบรวมสายเืขั้นสูง ระดับต่อไปจะเป็การปลุกสายเื ซึ่งมีสามระดับต่ำกลางสูง ขั้นนี้จะมีความสำคัญเป็อย่างมากที่จะบ่งบอกได้ว่าผู้บ่มเพาะมีสายเือะไร เมื่อปลุกสายเืจะสามารถแสดงให้เห็นถึงออร่าสีของสายเืในแต่ละสายเืได้อย่างชัดเจน และยังสามารถที่จะปล่อยปราณโลหิตออกมาเป็รูปแบบในโจมตีได้อย่างเช่น การต่อยสามารถปล่อยพลังมัดออกมาโจมตีได้โดยไม่จำเป็ต้องให้ร่างกระทบตัว และยังสามารถใช้เป็การป้องกันได้อีกด้วย ทั้งสิ้นล้วนเป็การปรับใช้ของผู้บ่มเพาะในแต่ละคน
ขั้นที่3…
แก่นสายเื คือระดับที่เข้าสู่โลกแห่งการบ่มเพาะอย่างแท้จริง ขั้นนี้จะบ่งบอกได้ว่าสายเืในแต่ละสายเืมีิญญาแห่งการต่อสู้อะไร จะเป็การแบ่งแยกอย่างชัดเจนเมื่อผู้บ่มเพาะเข้าสู่แก่นสายเื ซึ่งจะสามารถระบุได้อย่างชัดเจนว่าผู้บ่มเพาะนั้นมีิญญาโลหิตที่แข็งแกร่งหรือขยะ ระดับนี้ในโลกของอาณาจักรสายเืจะบอกให้เห็นถึงอำนาจความแตกต่างในแต่ละคน แก่นสายเืมีสิบระดับตามข้อมูลในเื่ การเลื่อนระดับในแต่ละขั้นจาก1-10 ความยากจะทวีคูณเพิ่มขึ้นเป็เท่าตัว ระดับทั้งสองก่อนหน้ามิอาจเปรียบเทียบได้
ิญญาโลหิต คือพลังทางิญญาชนิดหนึ่งที่มากมายหลากหลายรูปแบบในสายเืต่างๆ ซึ่งลักษณะิญญาของแต่ละสายเืนั้นแตกต่างกันอย่างชัดเจนเช่น สายเืมนุษย์ิญญาจะเป็อาวุษหรือสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆที่มนุษย์สร้าง ส่วนสายเืสัตว์ิญญาโลหิตจะปรากฏเป็สัตว์ในประเภทต่างๆ
“เ้าหนู! ตอนนี้เ้ายังอยู่ในระดับการรวบรวมสายเืเริ่มต้นอยู่เลย เ้ายังห่างไกลอีกมากมายที่เ้าจะสามารถใช้ิญญาโลหิตได้ ผู้เฒ่าได้พูดด้วยสีหน้าที่จริงจังเพิ่มแรงกดดันให้ฉินซาน”
“ตาแก่แล้วสายเืสืบทอดของข้าล่ะ! ท่านว่ามันวิเศษนักไม่ใช่หรือขอรับ! ทำไมถึงต้องมีเงื่อนไขอะไรมากมาย ฉินซานพูดท่าทางที่ผิดหวังซึมซื่อ”
ผู้เฒ่าได้พูดต่อกับฉินซาน ว่าสายเืสืบทอดนั้นจำต้องบ่มเพาะสายเืั้แ่กำเนิดให้เข้าถึงในระดับแก่นสายเืก่อน จึงจะสามารถบ่มเพาะเทพเ้าได้ หากเปรียบเทียบสายเืก็เหมือนสถานะของเรา เราเป็มนุษย์เราก็ต้องใช้ชีวิตแบบมนุษย์ให้สมบูรณ์แบบก่อน เมื่อเราใช้ชีวิตอย่างประสบความสำเร็จ เราก็จะสามารถเปลี่ยนสถานะของเราให้เป็อย่างอื่นได้ มันเป็กฎที่ตายตัวอย่างชัดเจนสรุปง่ายๆคือจะต้องแข็งแกร่งก่อนถึงจะสามารถบ่มเพาะสายเืสืบทอดได้
“เ้าไม่ต้องผิดหวังไปหรอกฉินซาน เ้าแค่พยายามฝึกฝนอย่างตั้งมั่น เพิ่มประสบการ์ให้มากขึ้น และบำเพ็ธอย่างสม่ำเสมอ ไม่ช้าก็เร็วเ้าก็จะใช้ิญญาโลหิตของเ้าได้แล้ว”
การเลื่อนระดับพลังโลหิต คือการเปิดเส้นลมปราณหรือสายเืให้เปิดมากขึ้น โดยมีวิธีเพิ่มพลังเพื่อเลื่อนระดับที่มีมากมายหลากหลายรูปแบบเช่น การบำเพ็ญ การต่อสู้ การกินยา การซึมซับ การดึงดูดและยังมีของวิเศษอีกมากมายในอาณาจักรสายเืที่จะสามารถทำให้การเลื่อนระดับนั้นเพิ่มเร็วยิ่งขึ้น
ฉินซานดวงตาเปล่งประกายขึ้นทันที! เผยให้เห็นรอยยิ้มที่ออกมาอย่างภูมิใจ เมื่อรู้ว่าการเลื่อนขั้นนั้นไม่จำเป็ต้องอ่านตำราหรือนั่งขัดสมาธิเพียงอย่างเดียว ยังมีทางเลือกในฝึกบ่มเพาะอีกมากมายที่เขาถนัด เขาจึงมีแรงสู้ขึ้นเป็เท่าตัวจากความผิดหวังก่อนหน้า
“ตาแก่มาเริ่มกันเถอะ! ความหลงใหลในการบ่มเพาะสายเื ทำให้เืของเขาพลุ่งพล่านแบบบ้าคลั่งเป็ความกระหายที่จะสามารถกลืนกินูเาได้ทั้งใบ”
"ดี ดี เ้าหนูข้าจะขอเตือนเ้าอีกอย่างหนึ่ง สายเืเทพเ้าโบราณของเ้า เมื่อเ้าได้ออกสู่โลกภายนอกในวันใดวันหนึ่ง เ้าห้ามบอก ห้ามกล่าว ห้ามแสดงให้ใครอื่นได้รู้เป็อันขาด ผู้เฒ่าพูดอย่างเรียบๆด้วยน้ำเสียงที่เข้มข้น ทำให้ฉินซานเพิ่มความสงสัยเกี่ยวกับที่มาที่ไปของสายเืเทพเ้าโบราณขึ้นมาเป็เท่าตัว แต่เขาก็ไม่ใคร่ถามผู้เฒ่าถึงสาเหตุแต่อย่างใด เพราะด้วยสีหน้าของผู้เฒ่าในตอนนี้นั้นเขาจริงจังเป็อย่างมาก"
.
.
“ฮือ ฮือ ฮือ พ่อ พ่อ.............”
..โปรดติดตามต่อนต่อไป..