เมื่อเห็นว่าระยะห่างระหว่างทั้งสองคนอาจไม่ถึงหนึ่งกำปั้น เสียงของอันเยว่ก็เริ่มสั่นเครือบ้างแล้ว “คือว่า จือฉือ ข้าไม่ค่อยสะดวก ดังนั้น วันนี้เ้ากลับไปก่อนดีไหม?”
นี่มันอะไรกัน?
หัวคิ้วอันงดงามของซูจือฉือขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนหน้านี้นางพยายามทุกวิถีทางเพื่อใกล้ชิดเขา และพยายามเอาเปรียบในเื่เล็ก ๆ น้อย ๆ ทุกการเคลื่อนไหวของนางมักเต็มไปด้วยจุดประสงค์
แต่ครานี้ เห็นอยู่ว่าสองคนแนบชิดกันขนาดนี้ ด้วยนิสัยของนาง ย่อมไม่ปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดลอย ทว่าใครจะรู้ว่านางกลับผลักไสมันเสียอย่างนั้น?
สามีที่ถูกภรรยารังเกียจ โดยทั่วไปยืนหยัดได้ไม่นานก็ถูกหย่า หากโดนตัดชื่อออกจากแผนผังวงศ์ตระกูลและ้าหาคนที่เหมาะสมอีกครั้ง ก็ยากกว่าขึ้น์เสียอีก
โดยทั่วไปหลังถูกหย่าจะมีเพียงสองจุดจบ อย่างแรกคือ เข้าไปเป็คณิกาชายในหอคณิกา ปรนนิบัติเหล่าสตรีที่เต็มใจจ่ายเงินเพื่อเสพสุข หรือไม่ก็เป็บ่าวไพร่ และถูกกำหนดให้เป็คนชั้นต่ำ
สามีทั้งสี่ของตระกูลอันรวมกลุ่มอยู่ด้วยกันมาแต่เดิม และเคยผ่านขั้นตอนที่ยากลำบาก หากต้องกลับไปใช้ชีวิตเหมือนเมื่อก่อนอีกครั้ง พวกเขาไม่เต็มใจอย่างยิ่ง
“เ้ารังเกียจข้าหรือ?”
“ไม่ ๆ ข้าแค่คิดว่าเื่ความรู้สึกจำเป็ต้องค่อย ๆ บ่มเพาะ ข้าแต่ก่อนนั้นเลวเกินไป บีบบังคับโดยไม่คำนึงความรู้สึก เป็ใครก็ต้องปฏิเสธ ซึ่งข้าเข้าใจดี ฉะนั้น ข้าไม่รีบ เราค่อยเป็ค่อยไปเถอะ”
อันเยว่ยิ้มอย่างเคอะเขิน ยามนี้นางทำเพื่อให้ตัวเองหลุดพ้นจากสถานการณ์ตรงหน้า หากในยามนี้ซูจือฉือเข้าใจแล้วจริง ๆ และ้าร่วมหลับนอนกับนาง เช่นนั้นนางจะทำอย่างไรดี!
“อีกอย่าง บุรุษต้องสำรวมสักหน่อย จะเป็ฝ่ายรุกเกินไปไม่ได้ ดังเช่นวันนี้ เราต่างไม่ได้เตรียมใจมาก่อน มันออกจะกะทันหันเกินไปสักนิด นี่…”
เป็เพราะความอับอายทำให้คำพูดติดกัน อันเยว่รีบแก้ต่างให้ตัวเองและหวังว่าซูจือฉือจะไม่เข้าใจนางผิด
“เ้าคิดว่าข้าเป็ฝ่ายรุกหรือ?”
“นี่…” แล้วไม่ใช่หรือ?
“เ้าทับแขนข้าอยู่”
ซูจือฉือยิ้มน้อย ๆ ขณะที่เขาเอ่ยคำพูดนั้น รอยยิ้มบนใบหน้าของอันเยว่พลันแข็งทื่อ
ั้แ่ต้นจนถึงตอนนี้นางคิดแบบนั้นจริง ๆ คิดว่าซูจือฉือกำลังเป็ฝ่ายอุทิศกายถวายชีวิต
“แค่ก ๆ”
อันเยว่กระแอมให้ลำคอชุ่มชื้น จากนั้นพลิกตัวไปทางอื่น และปล่อยให้ซูจือฉือดึงแขนกลับไป
นางยกผ้าห่มขึ้นมาปิดตา จนกระทั่งได้ยินเสียงปิดประตูถึงจะโผล่ตาออกมามอง น่าขายหน้าที่สุด
เข้าใจจุดประสงค์ของซูจือฉือผิดไปก็ทีหนึ่งแล้ว หนำซ้ำนางยังเอ่ยคำพูดเ่าั้ออกไป
เนื่องจากตอนกลางวันทำงานจนเหนื่อยมาก อันเยว่จึงผล็อยหลับอย่างรวดเร็ว ยามที่นางตื่นขึ้นมาอีกครั้งตะวันก็โด่งฟ้าเสียแล้ว
อันเยว่ยันกายลุกขึ้นนั่ง นางรู้สึกปวดเมื่อยเหลือเกิน งานที่ทำใน่สองสามวันนี้มีมากเกินไป ซึ่งนางไม่เคยต้องอดทนทำงานหนักขนาดนี้มาก่อน
กว่าจะขึ้นรถเข็นได้นั้นไม่ง่าย อันเยว่เข็นรถเข็นออกมาจากในห้องก็พบว่าวันนี้แดดดีมาก
ถังน้ำมันกลีเซอรีนถูกปิดฝาไว้ เมื่อเปิดฝาก็เห็นน้ำมันกลีเซอรีนในนั้นที่รอเพื่อผลิตเป็ครีมหอม นางรีบไปจัดการโดยไม่แม้แต่จะล้างหน้าก่อน แต่เลือกที่จะเริ่มผลิตครีมหอมแทน
จากนั้นไม่นานซูจือฉือก็เดินเข้ามาจากข้างนอก เขาถือสิ่งของที่อันเยว่สั่งให้ไปซื้อไว้ในมือแล้วนำไปจัดวางบนโต๊ะ
“เขียนหนังสือเป็หรือไม่?”
“เขียนเป็”
อันเยว่โบกมือให้ซูจือฉือ นางใส่ชาดแดงลงไปในรางหินแล้วหยดน้ำมันเมล็ดละหุ่งลงไปสองสามหยด จากนั้นก็บด เสร็จแล้วจึงหยิบพู่กันส่งให้ซูจือฉือ
“เขียนคำว่าลี่เจี๋ยบนฝาเครื่องเคลือบสีขาว”
“อืม”
ซูจือฉือไม่พูดอะไรอีก อันเยว่จัดแจงอย่างไรเขาก็ทำอย่างนั้น
เมื่อเขียนเสร็จทั้งห้าสิบฝาก็วางบนโต๊ะข้าง ๆ เพื่อตากให้แห้ง ต่อมาก็เห็นอันเยว่กรอกครีมหอมใส่ภาชนะทีละใบ
“ของสิ่งนี้ใช้สิ้นเปลืองกว่าสบู่มาก ส่วนราคานั้น เป็เพียงครีมหอมที่ให้ความชุ่มชื้นกับผิว ตั้งไว้สิบห้าอีแปะก็พอ”
อันเยว่เหมือนกำลังพูดกับตัวเอง ซูจือฉือจดจำคำพูดของนางแล้วพยักหน้าน้อย ๆ
จากนั้นครีมหอมจำนวนห้าสิบกล่องก็ถูกนำไปส่งที่ร้าน โดยนำไปจัดวางบนชั้นวางสินค้า จำหน่ายพร้อมกับสบู่
ในร้านได้จ้างผู้ดูแลไว้คนหนึ่ง หลังจากที่ซูจือฉือถ่ายทอดคำพูดของอันเยว่แล้ว ผู้ดูแลก็ชะงักไป
“นายจ้างหมายความว่าอย่างไร? นี่คือเงิน หากต้องเปิดหนึ่งกล่องเพื่อให้ทดลองใช้โดยเฉพาะจริง ๆ ใช้ได้ไม่กี่วันก็คงหมดเสียแล้วกระมัง?”
“หมดก็หมด ข้าทำตามความ้าของฮูหยิน”
ซูจือฉือเองก็ไม่เข้าใจเช่นกัน แม้ว่ากล่องหนึ่งจะราคาเพียงสิบห้าอีแปะ แต่มันก็คือเงิน คนที่ก้มหัวให้กับเงินแค่หนึ่งอีแปะเมื่อก่อนหน้านี้ กลับไม่เสียดายเงินสิบห้าอีแปะในยามนี้
“รับทราบ”
ผู้ดูแลเป็คนมีประสบการณ์คนหนึ่งเช่นกัน เขารู้เพียงว่าโรงน้ำชาจะมีการลิ้มรสใบชา กลับไม่รู้ว่าร้านขายสบู่และครีมหอมแห่งนี้ก็มีการทดลองใช้เช่นกัน
แต่ใครจะรู้ว่าหลังจากเื่ที่มีการทดลองใช้ครีมหอมแพร่สะพัดไปทั่ว กลับมีหลายคนมาดูเื่สนุก หลังจากได้ทดลองใช้ ครีมหอมอีกหลายสิบขวดที่เหลือก็ขายหมดอย่างรวดเร็ว
ซูจือฉือยังไม่ทันได้กลับไปด้วยซ้ำ ก็เห็นภาพที่ครีมหอมในร้านถูกขายหมดเกลี้ยง สิ่งนี้ทำให้เขาประหลาดใจยิ่งนัก
แม้เื่สบู่จะทำให้เขารู้สึกเหลือเชื่อบ้างแล้ว แต่ครีมหอมดูเหมือนจะทำให้ซูจือฉือสับสนงุนงงมากกว่าเดิม
อันเยว่เปลี่ยนจากคนเสเพลที่ไม่หยิบจับทำการใด ๆ สักอย่าง มาถึงตอนนี้ความคิดของนางกลับทำให้ผู้คนทึ่งเสียอย่างนั้น
“ผู้ดูแลหวัง ที่นี่มอบให้ท่านต่อแล้ว”
“นายท่านสี่ช่วยกลับไปบอกนายจ้างว่าครีมหอมนี้ขายดีกว่าสบู่เล็กน้อย หากยังมีของก็น่าจะนำมาเติมในร้านค้าอีกสักหน่อย”
“เรากำลังรับสมัครคนงาน อย่างไรเสีย ฮูหยินคนเดียวคงทำไม่ไหว”
“นายจ้างทำคนเดียวหรอกหรือ? นางคงเหนื่อยสายตัวแทบขาด เอาอย่างนี้สิ ข้าสามารถแนะนำคนจำนวนหนึ่ง หากใช้ได้ก็ให้อยู่ต่อเพื่อใช้งาน”
“เื่นี้ยังต้องให้ฮูหยินเป็คนตัดสินใจ”
ซูจือฉือตอบอย่างหนักแน่น ขากลับก็ยังเห็นผู้คนเดินเข้าร้านอย่างต่อเนื่อง ทำให้ในใจเขารู้สึกดี
นี่หมายถึงความสำเร็จของอันเยว่ แต่ความสำเร็จของนางหมายความว่าอย่างไร?
ไม่มีอะไรมากไปกว่าการพิสูจน์ว่านางได้เปลี่ยนไปแล้วจริง ๆ ซูจือฉือส่ายหน้าด้วยรอยยิ้มอย่างช่วยไม่ได้ ่นี้เขาได้รับอิทธิพลจากนางมากเกินไป ไม่ว่านางจะเปลี่ยนไปหรือไม่ อย่างน้อยก็สามารถทำให้ชีวิตปัจจุบันของพวกเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย
หลังจากที่อันเยว่ทำครีมหอมเสร็จก็ไปทำอาหารเช้าที่ห้องครัว สองสามวันนี้นางกินโจ๊กและผักดองจนปากไร้รสชาติแล้วจริง ๆ
นางหาผักมาจำนวนหนึ่ง จากนั้นหั่นเนื้อไม่ติดมันแล้วคลุกกับแป้งข้าวโพด ต้มเป็โจ๊กผักผสมเนื้อไม่ติดมัน หลังจากชิมไปหนึ่งคำก็พบว่าอร่อยไม่เท่าโจ๊กไข่เยี่ยวม้าผสมเนื้อไม่ติดมันจริง ๆ
ไข่เยี่ยวม้าหรือ?
อันเยว่ตื่นเต้นจนอยากลุกขึ้นยืนทันที แต่ความเ็ปที่บีบไปถึงขั้วหัวใจแผ่ซ่านขึ้นมาจากขาของนาง ถึงกับมีเหงื่อเม็ดโตไหลลงมาจากหน้าผากของนาง
“่นี้ดูเหมือนว่าเ้าจะว่าง”
น้ำเสียงถากถางนี้ หากไม่ผิดไปจากที่คิด ต้องเป็ปากเน่า ๆ ของหยูยวนแน่นอน
“หรือว่าเ้าไม่หิว?”
“เ้าเรียนรู้การทำอาหารเป็ั้แ่เมื่อใด?”
ตอบด้วยคำพูดอื่นก็ทำให้รู้สึกสบายใจเช่นกัน หยูยวนมองโจ๊กในหม้อ
“นี่ไม่ใช่งานง่าย ๆ หรอกหรือ? สำหรับข้าทั้งหมดนี้เป็เื่เล็กน้อย ขยับหม้อกับตะหลิวนิดหน่อยก็ทำได้แล้ว ไม่เห็นจะแปลก”
กล่าวจบอันเยว่ก็พยักพเยิดคางและบุ้ยปากไปยังหม้อ เพื่อบอกให้หยูยวนยกโจ๊กไปที่ห้องโถง แต่ใครจะรู้ว่าหยูหยวนกลับหัวเราะสองทีก่อนหมุนตัวจากไป
ชิ! ไม่ควรมีส่วนแบ่งของเขาเลยจริง ๆ!