เ้าของร่างอวบนั่งสะอื้นบนเตียงกว้าง หลังจากถูกชายที่เรียกได้ว่าเป็คู่หมั้นทำร้ายจิตใจมาหมาดๆเธอกัดฟันทนกับสิ่งที่ได้ยิน เขาหายเข้าไปในห้องนั้นไม่นาน เธอก็ได้ยินเสียงหวีดร้องและเสียงตวาดจากนั้นเสียงทั้งหมดก็เงียบหายไปเขาไม่แม้แต่จะสนใจไยดีเธอที่นั่งร้องไห้เพราะเขาที่หน้าห้อง ขนาดเธออยู่ตรงนี่ เขายังกล้ามีอะไรกับผู้หญิงอีกคนไม่ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็ใคร เธอจะกำจัดให้พ้นทางไม่มีวันยอมเสียเขาให้ใครเด็ดขาด
พินอาภาน้ำตาอาบแก้มเธอพยายามโทรหาลุงเป็ร้อยสาย แต่กลับฝากข้อความ ไม่รู้จะช่วยเพื่อนยังไงเพื่อนเธอจะเป็เช่นไรบ้างก็ไม่รู้ ทำไมเธอต้องมาเจอเื่ราวเลวร้ายเช่นนี้ด้วยนะมือบางพยายามกดเบอร์ติดต่อหาลุงอีกครั้งในที่สุดความพยายามเธอก็สัมฤทธิ์ผล
“ลุงคะ! ลุงอยู่ที่ไหน?”เธอถามเสียงสั่น
“ลุงมีปัญหานิดหน่อยน่ะพิน ลุงเลยไม่ได้อยู่ที่บ้าน”
“ลุงคะ! เพื่อนของพินโดนผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้จับตัวไปพวกมันบอกให้เราบอกที่อยู่ของลุง เกิดอะไรขึ้นกันแน่คะลุงช่วยเพื่อนของพินด้วยนะคะ ฮือๆๆ”พินอาภาสะอื้น
“พินลุงขอโทษนะ”
“ช่วยเพื่อนพินด้วยนะคะลุง ได้โปรดเถอะค่ะ...”
ไมเคิลตัดสายกุมขมับแน่น เขาคิดหนักขบกรามแน่น กลัวหากว่าเขายินยอมไปหาลุคส์เองครอบครัวของอาจจะตกอยู่ในอันตรายก็ได้ แล้วจะทำยังไงดี หลานสาวไม่รู้เื่นี้ด้วยพวกเด็กๆ ไม่ควรมารับเคราะห์เพราะการกระทำของเขาเลย
พินอาภานั่งจ้องมองดูโทรศัพท์ทั้งน้ำตา ได้แต่ภาวนาให้ลุงติดต่อเธอมา ไม่อย่างนั้นปรางค์ต้องแย่แน่ๆมาติชยืนดูร่างบางที่นั่งมองดูโทรศัพท์ในมือด้วยความสงสัย มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่แล้วผู้หญิงคนนี้เธอเป็ใครกัน เขารู้สึกสงสัยกับเื่นี้
ร่างอวบอัดเยื้องกรายมาเยื้อนคฤหาสน์ของคู่หมั้นอีกครั้ง แต่คราวนี้เธอวางแผนมาอย่างดี และแผนนี้ต้องสำเร็จทุกคนหันมามองผู้มาเยือนด้วยความสงสัย เมื่อเธอหอบหิ้วทั้งขนมและน้ำมาแจกบอดี้การ์ดที่ทำหน้าที่ทุกคนทุกคนยอมรับน้ำใจเธอ แม้จะรู้สึกงุนงงกับการกระทำในครั้งนี้ก็ตามเธอรีบเดินไปที่ชั้นสองของคฤหาสน์ แล้วสาวเท้าเดินไปหาบอดี้การ์ดสองคนที่ทำหน้าที่เฝ้าห้องต้องสงสัยเธอ้ารู้ว่าใครซ่อนตัวอยู่ในนั้น เอมม่ายื่นน้ำให้อย่างมีไมตรี
“ฉันซื้อมาให้ กินซะสิ” เอมม่าบอก
บอดี้การ์ดทั้งสองมองหน้ากันแล้วส่ายหน้าปฏิเสธน้ำใจเธอหญิงสาวเม้มริมฝีปากด้วยความไม่พอใจ หากเป็แบบนี้เห็นที ต้องจัดการแผนสองเธอจัดการใช้ผ้าปิดปากไว้แล้วหยิบกระป๋องสเปรย์ขึ้นมาแอบซ่อนไว้ด้านหลัง บอดี้การ์ดทั้งสองหันมามองเธออีกครั้งด้วยความงุนงงเมื่อเห็นว่าคู่หมั้นของเ้านายยังไม่ยอมไปไหน
“มีอะไรอีกหรือเปล่าครับคุณเอมม่า?”
“ไม่มีอะไรหรอกแค่หันมานี้หน่อย!”
บอดี้การ์ดหันมามองเธอ สเปรย์ในมือถูกฉีดออกใส่ใบหน้าทั้งสองสั่นศีรษะไล่ความมึนงงและรู้สึกมึนออกไปแต่ไม่นานพวกเขาก็ไม่สามารถต้านทานฤทธิ์ยาสลบได้จนหลับไปในที่สุด
เอมม่ามองดูบอดี้การ์ดหน้าห้องหลับเพราะฤทธิ์ยาจากนั้นเธอจัดการค้นหากุญแจสำหรับเปิดห้อง เธอมองดูลูกกุญแจในมือใครที่อยู่ในห้องนี้ หากเป็ผู้หญิงที่มาอยู่กับคู่หมั้นเธอแล้วจริงๆ จะไม่มีวันยอมเด็ดขาด
กริ๊ก
เธอไขลูกบิดเข้าไปด้านใน ค่อยๆ สาวเท้าเดินไป ดวงตาเบิกกว้างเมื่อสายตากำลังเห็นร่างของหญิงคนหนึ่งกำลังนอนหลับใหลอยู่บนเตียงโดยมีสายน้ำเกลือห้อยระโยงระยางอยู่ เดินเข้าไปใกล้แล้วยืนนิ่งมองดูไม่อยากจะเชื่อ มันเกิดอะไรขึ้นหรือที่ผู้หญิงคนนี้เป็แบบนี้เพราะเขา
ปรางค์ปรียาเริ่มรู้สึกตัวดวงตาคู่สวยค่อยๆ ลืมขึ้นอย่างยากเย็นร่างอวบสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเห็นเ้าของร่างบางเริ่มขยับตัว เอมม่าตั้งท่าจะปลีกตัวออกไปเพราะเธอคงไม่ใจร้ายพอจะลากผู้หญิงที่นอนอยู่บนเตียงมาตบตีเพื่อให้ออกไปจากบ้านจากที่เห็น เธอคนนี้คงไม่มีแม้แต่แรงจะเดินด้วยซ้ำ ยิ่งร่องรอยนอกเสื้อผ้ายิ่งทำให้รู้สึกหดหู่ไม่น้อยเลย
“ชะ...ช่วยฉันด้วย ชะ...ช่วยฉันที”เสียงแ่เบาครางออกมาจากริมฝีปากแห้งผากเป็ภาษาสากลที่คิดว่าคนฟังคงจะเข้าใจเธอ
เอมม่ายืนนิ่งไม่รู้จะทำเช่นไรดี แรกเริ่มอยากจะมาชำระความที่อาจหาญมายุ่งกับคู่หมั้นตนแต่เวลานี้เธอไม่แม้แต่จะมีความคิดเช่นนั้นเลย จากสภาพที่เห็นตรงหน้า ทำให้อดสงสารผู้หญิงคนนี้ไม่ได้เลย
“ฉะ...ฉันช่วยอะไรคุณไม่ได้หรอกนะ!”เอมม่าตอบ
“ฮือๆๆๆ ช่วยฉันด้วย... ได้โปรดเถอะช่วยฉันที... ”หญิงสาวพยายามอ้อนวอนทั้งน้ำตาเธออยู่ต่อไปไม่ได้อีกแล้ว เธอคงต้องถูกเขาทรมานจนตายแน่ๆหากเขาฆ่าเธอเสียยังจะดีกว่า
“จะให้ฉันช่วยอะไร?”
“ช่วยพาฉันออกไปจากที่นี่ทีได้โปรด...” คนป่วยพยายามร้องขอ
เอมม่าไม่รู้จะทำเช่นไรดี ตัดสินใจเข้าประคองหญิงสาว ดึงสายน้ำเกลือออก ตัดสินใจช่วยเพราะสงสารหรอกนะคงต้องรีบจัดการเพราะต้องแข่งกับเวลา เอมม่าพยุงร่างบางออกมาจากห้อง เธอพยายามกวาดสายตามองรอบๆใจก็ภาวนาขออย่าให้เจอคนที่เธอไม่อยากเจอในเวลานี้เลย
“ฉันคงจะบ้าไปแล้ว!”เอมม่าบ่น
ปรางค์ปรียามองหน้าหญิงชาวฝรั่งเศสคนนี้ด้วยความรู้สึกขอบคุณเอมม่าได้แต่ทำหน้าบูดบึ้งแล้วรีบพยุงร่างบอบช้ำของปรางค์ปรียาออกมาถึงด้านหลังของคฤหาสน์เธอรีบวางร่างสาวเอเชียพิงกำแพงไว้ก่อนจะเดินออกไปดูต้นทางแล้วรีบกลับมาประคองร่างเธอออกมาด้านนอกไม่นานนักเธอก็พาสาวเอเชียมาถึงหน้าประตูเล็กด้านหลังคฤหาสน์แล้วรีบสั่งให้ลูกน้องขับรถมารับเธอ
“จะไปไหนหรือเอมม่า?”เสียงหนึ่งดังขึ้นที่ทำให้คนฟังถึงกับขนลุกเกรียว
ร่างอวบยืนนิ่งกายเธอกำลังสั่นเทาปรางค์ปรียารู้สึกได้ถึงอาการสั่นสะท้านนั้นดี
“ผมถามว่าจะไปไหนไม่ได้ยินหรือไง!”เสียงตวาดกร้าวดังขึ้นมาอีกครั้ง
เอมม่าสะดุ้งปล่อยมือจากร่างบางทันทีส่งผลให้หญิงสาวทรุดลงนั่งกับพื้นเพราะร่างกายยังไม่ฟื้นจากอาการป่วยเ้าของร่างอวบยืนนิ่งทำอะไรไม่ถูก รู้สึกเหมือนตนเองกำลังจะถูกตัดสินโทษ เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าเขาเดินเข้ามาใกล้มากขึ้นเธอตัดสินใจหันไปเผชิญหน้า แล้วแสร้งยิ้มออกมาแม้ใจจะกลัวจนหัวใจเต้นโครมคราม แทบทะลุออกมานอกอก
“คุณกลับมาเมื่อไหร่คะลุคส์?”เอมม่าถามเขาเสียงสั่น
“ผมกลับมาได้สักพักแล้วก็ทันที่ได้เห็นว่าใครบางคนกำลังวุ่นวายเื่ส่วนตัวของผม”
“คือ... เอมม่าไม่ได้ตั้งใจนะคะ ผู้หญิงคนนี้ต่างหากที่ขอร้องเอมม่า”เธอปัดความรับผิดชอบทันที
ชายหนุ่มยิ้มเย็นออกมา ดวงตาคมกริบหรี่มองไปยังคู่หมั้นตนเอง เขารู้สึกไม่ชอบใจเลยสักนิดที่เธอบังอาจมายุ่งเื่ของเขา อุตส่าห์เตือนไว้แล้วเชียว มือหนากระชากท่อนแขนอวบแล้วจ้องหน้าด้วยสายตาที่ทำให้คนสบตารู้สึกขนลุกขึ้นมาในทันใดปรางค์ปรียารีบพยุงกายลุกขึ้น เธอหวังจะช่วยผู้หญิงที่ยอมลงทุนช่วยพาเธอออกมามือบางทุบตีเขาไม่หยุดเพื่อให้เขาปล่อยตัวหญิงฝรั่งเศสที่เธอเคยเห็นหน้าเพียงครั้งแรกเท่านั้น
ลุคส์ขบกรามแน่นด้วยความเดือดดาล เขาสะบัดร่างบางจนล้มลงไปกับพื้นแล้วหันมาสนใจกับคู่หมั้นตนเองต่อมืออีกข้างหนึ่งยกขึ้นมาบีบปลายคางไว้แน่นพร้อมกับโน้มใบหน้าลงมาใกล้
“อย่าได้บังอาจมายุ่งกับเื่ของผมอีกไม่อย่างนั้นผมจะไม่ไว้หน้าคุณหรือพ่อคุณ!”เขาสั่งเสียงกร้าว
เอมม่าหน้าซีดเผือดลงในบัดดล เขายอมปล่อยมือจากท่อนแขนอวบแล้วหันไปหาร่างบางที่ทรุดกายอยู่กับพื้นแทนปรางค์ปรียาชะงักเมื่อเห็นสายตาของเขา ร่างบางพยายามพยุงกายลุกขึ้น แม้จะเป็เพียงความหวังอันน้อยนิดแต่เธออยากจะหนีไปจากเขาให้ไกลจริงๆ แต่เธอทำไม่ได้อย่างใจคิด เมื่อเขาช้อนร่างบางไว้ในอ้อมแขนแล้วเดินออกไปจากตรงนั้น
“ปล่อยให้ฉันตายไปซะ!”เธอบอกในขณะที่อยู่ในอ้อมแขนของเขา
“เธอยังตายไม่ได้เพราะฉันยังไม่้าให้เธอตายชีวิตของเธอจะอยู่หรือตายมันขึ้นอยู่กับฉันเท่านั้น!”เขาบอก
ชายหนุ่มวางร่างบางไว้บนเตียงแล้วจัดการให้หมอมาใส่สายน้ำเกลือให้เธอเช่นเดิมปรางค์ปรียาพยายามดิ้นรนขัดขืนแต่กลับถูกเขาจับท่อนแขนกดไว้แล้วส่งสายตาแข็งกร้าวมาเลยทำให้เธอต้องจำยอมทำตามเขา แม้จะรู้สึกเจ็บใจอย่างที่สุดก็ตาม
ในที่สุดไมเคิลก็ตัดสินใจมาหาหลานสาวตนเอง พินอาภานั่งมองลุง เอาแต่ก้มหน้านิ่งไม่กล้าสบตาแต่ท้ายที่สุดแล้วเขายอมเล่าเื่ทั้งหมดให้กับพินอาภาฟังโดยไม่ปิดบังอะไร เธอนิ่งงันพูดไม่ออกหากเื่เป็แบบนี้ ลุงไปหาผู้ชายคนนั้นครอบครัวของลุงก็จะมีอันตรายแต่ถ้าหากไม่ไปเพื่อนสาวของเธอต้องแย่แน่ๆ
สองร่างที่กำลังนั่งสนทนากันไม่พ้นสายตาของบอดี้การ์ดคนสนิทของลุคส์เลยแม้แต่น้อยแต่เวลานี้เขาไม่อยากจะไปจัดการไมเคิล อยากรู้ว่ามันมีแผนอะไรและมันกำลังทำอะไรกันแน่ถึงได้อาจหาญทรยศหักหลังเ้านาย
ถาดอาหารถูกวางไว้ตรงหน้าหญิงสาว ช้อนสายตามองคนที่วางมัน เธอเกลียดเกินกว่าจะรับอะไรจากเขาเมินหน้าหนี การกระทำเช่นนั้นสร้างความหงุดหงิดให้กับเขาไม่น้อย หย่อนกายนั่งลงแล้วจับคางเรียวไว้ออกแรงบีบเพื่อให้ปากบางเปิด เธอพยายามผลักเขาให้หยุดการกระทำเช่นนั้น แต่ชายหนุ่มกลับไม่ะเืเพิ่มแรงบีบที่ปลายคางแล้วจัดการยัดอาหารเข้าปากของเธอทันที
ปรางค์ปรียาอมอาหารไว้ในปากแล้วกัดฟันแน่น แล้วพ่นใส่หน้าคนป้อน ดวงตาคมวาวโรจน์เขาขบกรามแน่น จ้องหน้าหญิงสาวด้วยสายตาเอาเื่ กระชากเอวบางเข้ามาแนบชิดแล้วบดขยี้ริมฝีปากลงไปเพื่อเป็การสั่งสอนที่เธอบังอาจทำกับเขาเช่นนั้น
“อื้อ!”
เขาถอนริมฝีปากออกมาแล้วตักอาหารขึ้นมาอีกครั้ง จ้องหน้าคนตัวเล็กไม่ละปรางค์ปรียารู้ดีหากว่าวันนี้เธอไม่ยอมกินเขาคงต้องทำมากกว่านี้แน่
สุดท้ายแล้ว ต้องยอมกินอาหารที่เขาป้อนให้ ตักให้ไม่กี่คำเธอก็หน้าหนีเมื่อรู้สึกว่าอิ่มแล้วเขามองแล้ววางช้อนลง ส่งยาให้เธอทาน หญิงสาวมองเขาด้วยความงุนงง เพราะคิดว่าคนอย่างเขาคงไม่มีวันทำเช่นนี้แน่เธอทำท่าจะไม่รับแต่เมื่อเห็นสายตาเขา หญิงสาวจำต้องรับมาแล้วใส่มันลงไปในปาก ดื่มน้ำตามชายหนุ่มมองด้วยความพอใจในขณะที่หญิงสาวรีบเอนกายลงนอนเพราะทนเห็นหน้าเขาต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว
ดวงตาคมมองร่างบางที่นอนอยู่ ตอนนี้เขาจะยังไม่คาดคั้นหรือทำอะไร แต่หากหายดีเมื่อไหร่เขาคงต้องทำตามวิถีทาง เช่นเคย ความจริง...เขาก็แทบทนไม่ได้ที่ทำได้แค่เพียงมองร่างงามตรงหน้า แต่ไม่สามารถแตะต้องได้หายเมื่อไหร่เขาจะทบต้นทบดอกให้คุ้มเลยทีเดียวเชียว
“ต่อไปนี้เธอต้องกินอาหารที่แม่ครัวทำมาให้ ถ้าฉันรู้ว่าเธอไม่กินเมื่อไหร่แล้วล่ะก็เธอได้เจอดีแน่!” ลุคส์ขู่ก่อนเดินออกจากห้อง
อาการของหญิงสาวดีขึ้นเรื่อยๆ เพราะเธอยอมทานอาหาร ร่างกายที่ซีดเซียวกลับดูมีน้ำมีนวลใบหน้าเรียวสวยเคยซูบซีดกลับสดใสขึ้นอีกครั้ง เธอเริ่มคุ้นชินกับการอยู่ที่นี่ แม้จะถูกขังอยู่ในห้องก็ตามเวลานี้เธอเริ่มรู้สึกปลงและคิดว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคงเป็เพราะกรรมทำให้ได้พบกับผู้ชายใจร้ายคนนี้อีกทั้งตอนนี้ เธอไม่จำเป็ต้องเดินใส่เสื้อเชิ้ตในห้องเขาอีกแล้วเมื่อไม่กี่วันมานี้เขาให้สาวใช้เอาเสื้อผ้ามาให้เธอใส่แทน
อีกอย่างท่าทีของเขาก็ไม่โหดร้ายเหมือนแรกๆ แต่ที่น่าแปลกก็คือ... เขาไม่เคยถามที่อยู่ของลุงไมเคิลอีกเลยแม้จะรู้สึกแปลกใจก็ตาม แต่เธอก็ยังหวังให้เขาปล่อยตัวเธอไปในเร็ววัน หากเวลานี้เขาไม่้าคำตอบอีก
สองเท้าก้าวชิดริมหน้าต่างรูดม่านสีขาวเปิดออก แสงแดดระยิบระยับเหนือแม่น้ำเชนยิ่งทำให้เธอรู้สึกหลงใหลกับวิวที่นี่ หากเธอไม่ได้ถูกกักขังแล้วได้มาอยู่ที่ห้องนี้ เธอคงสุขใจไม่น้อยความสวยงาม ช่วยลดทอนความรู้สึกเ็ปในใจให้เบาบางลงได้บ้าง แม้จะไม่มากก็ตาม
ร่างสูงใหญ่ก้าวเดินมาจากด้านล่างของคฤหาสน์ มันเป็กิจวัตรประจำวันของเขาไปแล้วทุกวันนี้เขากลับบ้านเร็วและจุดหมายก็คือห้องนอน ค่อยๆ แง้มประตูเขาไปด้านใน แต่ภาพที่เห็นตรงหน้ากลับทำให้เขาหยุดยืนตรงหน้าประตูไม่ขยับเขยื้อนไปไหนรอยยิ้มนั้นทำให้รู้สึกราวกับต้องมนต์สะกด
ผู้นำตระกูลใหญ่ถึงกับใจเต้นระรัว รู้สึกเหมือนตนเองกำลังควบคุมหัวใจไม่ได้เมินหน้าหนี พยายามควบคุมอารมณ์ตนเอง ไม่เคยเป็แบบนี้ เป็ไม่ได้คนอย่างเขาไม่มีทางหลงเสน่ห์หญิงคนไหน เพราะความรักจะทำให้อำนาจของเขาลดทอนลงไปความคิดฉาบฉวยเ่าั้ต้องไล่มันออก