การไล่พนักงานฝ่ายขายต่างประเทศออกของท่านประธานหนุ่มกลายเป็ Talk of The Hotel เป็ประเด็นร้อนให้พนักงานในโรงแรมได้พูดถึงกันปากต่อปากกระจายไปไวระดับน้อง ๆ ของความไวแสงกันเลยทีเดียว เพราะแค่เพียงกมลฉัตรออกจากห้องประชุมเอาสมุดจดและเอกสารไปเก็บที่โต๊ะ เสร็จก็เดินถือแก้วกาแฟเข้าห้องครัวของฝ่ายเพื่อไปชงเพิ่มก็ถูกแม่บ้านถามถึงเื่นี้แล้ว
“น้องฉัตรขา จริงหรือเปล่าคะที่เขาบอกว่าท่านประธานไล่คุณ อนิรุทธ์ออกแล้ว?”
ป้านงแม่บ้านของโรงแรมที่ดูแลชั้นแปดและชั้นเก้า ซึ่งเป็ส่วนของออฟฟิศเอ่ยถามด้วยหน้าตาแสดงความอยากรู้อยากเห็นเต็มที่
“จริงค่ะ ฉัตรยังอึ้งอยู่เลยค่ะนึกแล้วขนลุกเลย โหดจริงท่านประธานที่นี่”
“ป้าก็นึกว่าท่านจะเปลี่ยนไปแล้วนะคะเนี่ยเห็นว่าท่านไม่ได้ไล่ใครออกนานแล้ว อูยยย...ตอนที่ท่านเข้ามารับตำแหน่ง่แรก ๆนะคะ ไล่ออกเรียงตัวเลยละค่ะ โดนกันเป็แถว ฝ่ายขาย จัดซื้อ บุคคลโดนกันทั่วหน้าเลยค่ะ” น้ำเสียงกระซิบกระซาบ แต่แฝงไปด้วยรสชาติของการเม้าท์มอย
“ขนาดนั้นเลยเหรอคะป้า”
“ขนาดนั้นเลยค่ะจัดซื้อนี่โดนยกทีมเลยนะคะ ที่ทำกันอยู่นี่ รับมาใหม่ทั้งนั้นละค่ะแต่ก็ยอมรับนะคะ ว่าท่านเก่ง เพราะั้แ่ที่ท่านเข้ามาบริหารงานโบนัสพนักงานดีมากค่ะ ออกปีละสองครั้ง ครั้งละไม่ต่ำกว่าสองเดือนเลยนะคะถึงไม่มีใครอยากออกจากงานยังไงละคะ”
“ก็คงจะเก่งจริง แต่ฉัตรว่าการไล่คนออกต่อหน้าคนอื่นอย่างนี้มันก็ดูจะเกินไปหน่อยนะคะมันทำให้บรรยากาศการทำงานดูอึมครึมค่ะ พนักงานที่ถูกไล่ก็คงไม่ชอบใจอาจจะอับอายจนผูกใจเจ็บได้ ส่วนพนักงานที่ได้เห็นเหตุการณ์ก็เกร็งและกลัวกันซึ่งฉัตรว่ามันน่าจะส่งผลเสียกับการทำงานมากกว่า...หรือเปล่าก็ไม่รู้นะคะแต่ว่าฉัตรคิดอย่างนี้”
“จริงนะคะ ขนาดป้าเป็แม่บ้านไม่ได้เกี่ยวกับส่วนงาน ยังเสียวสันหลังเลยค่ะ ว่าแล้วก็ไปทำงานดีกว่าเดี๋ยวท่านมาเห็นว่ายืนเม้าท์กันอยู่ จะพลอยโดนไล่ออกไปด้วยป้ายังไม่อยากตกงานตอนแก่ค่ะ”
ป้านงพูดจบก็เดินถือผ้าขี้ริ้วซึ่งเป็อุปกรณ์ประจำกายออกจากห้องครัวไปกมลฉัตรล้างแก้วกาแฟของเธอคว่ำไว้ แล้วเดินไปเข้าห้องน้ำ
ที่ห้องน้ำพนักงานหญิงก็เหมือนกับห้องน้ำในที่สาธารณะ มีทั้งหมดสี่ห้อง สี่อ่างล้างมือและกระจกบานใหญ่แปะยาวเต็มความกว้างของผนังให้พนักงานได้สำรวจความเรียบร้อยของตัวเองก่อนออกจากห้องน้ำระหว่างที่กมลฉัตรอยู่ในห้องน้ำทำธุระของเธอ ก็มีเสียงพูดคุยกันของสาว ๆที่เข้ามาใช้ห้องน้ำ ลอดเข้ามาให้เธอได้ยินด้วย
“แก..วันนี้ท่านประธานสุดหล่อของฉันไล่ฝ่ายขายออกไปคนหนึ่งละ”
“จริงดิ?”
“จริงสิฉันเพิ่งไปฟังพีอาร์ข้างล่างเม้าท์กันมาเมื่อกี้นี่เอง ข่าวนี้คอนเฟิร์มจ้า ฉันเช็คแล้วด้วยฝ่ายบุคคลทำเื่จ่ายค่าชดเชยให้อยู่นิ”
พีอาร์ที่หญิงสาวพูดถึงก็คือ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของโรงแรมนั่นเอง
“หือ..แกนี่แน่นอนจริง ๆ เลยรู้ถึงขนาดนั้น ตกลงแกอยู่ฝ่ายจัดซื้อหรือว่าอยู่ฝ่ายบุคคลกันแน่ยะ”
“เขาเรียกว่าเป็คนหูตาไวย่ะจะอยู่ฝ่ายไหนก็ไม่เกี่ยวหรอก อันนี้เป็ความสามารถเฉพาะตัวล้วน ๆ”
“จ้า..ว่าแต่ไม่รู้ว่าคนนั้น ไปทำอะไรไม่ถูกใจท่านประธานเข้าสิแกรู้หรือเปล่า?”
“เห็นว่าตอบคำถามไม่ได้หรือไงนี่ละ”
“แค่ตอบคำถามไม่ได้เนี่ยนะ?ถึงกับไล่ออกเลย โหดจังวะ ท่านประธานสุดหล่อของแกเนี่ย”
“ก็ไม่รู้ไงแกว่ามีอะไรมากกว่านั้นอีกหรือเปล่า เราไม่ได้เข้าไปอยู่ในห้องประชุมกับเขาเสียหน่อยแต่ถึงยังไงฉันก็โอเคนะ ตราบใดที่ไม่ได้ไล่ฉันออกและยังจ่ายโบนัสงาม ๆ อยู่นอกนั้นด้วยอานุภาพของความหล่อ ฉันก็รับได้หมดแหละ อิอิ”
ฝ่ายจัดซื้อที่คลั่งไคล้ความหล่อของท่านประธานหนุ่มตอบกลับเสียงเล็กเสียงน้อยราวกับพูดไปเขินไป ตามด้วยเสียงหัวเราะคิกคักอีกด้วย
“จะว่าไปสามคนพี่น้องตระกูลนี้นี่หล่อจริงจังเนอะแกคนละแบบเลย น้องชายสองคนมีแฟนกันไปแล้ว เหลือแต่ท่านประธานนี่ละดุอย่างนี้ไม่รู้ว่าจะมีผู้หญิงที่ไหนกล้าเสี่ยงตายหรือเปล่านะ”
“แหม! แก...เวลาที่เขาอยู่กับแฟนเขาอาจจะหวานจนน้ำตาลเรียกพี่ก็ได้ใครจะรู้ เอาจริงฉันก็อยากอยู่เหมือนกันนะ แต่ไม่รู้จะไปอ่อยยังไงแค่โอกาสจะเจอยังไม่ค่อยจะมีเลย”
“ไม่เจอน่ะดีแล้วฉันว่าแกนัวกะอิพี่แม็คของแกต่อไปเหอะ ออกจะตามเอาใจแกซะขนาดนั้นเป็ฉันนะไม่ทิ้งไปไหนหรอก อยู่กับคนที่เขาเอาใจเรา ดีกว่าอยู่กับคนเราต้องไปเอาใจเขานะแก”
“ก็จริง”
เสียงตอบกลับเห็นด้วยกับความคิดของเพื่อนสาวและทุกอย่างก็เงียบลงชั่วขณะกมลฉัตรจึงตัดสินใจจะกดชักโครกเสร็จสิ้นธุระของเธอในห้องน้ำหลังจากฟังทั้งสองคนเม้าท์ท่านประธานจนเพลิน แต่แล้วก็ต้องชะงักมือเสียก่อนเมื่อได้ยินประโยคต่อมาของสองสาวอีกครั้ง
“นี่แกได้ข่าวเื่เด็กใหม่ฝ่ายขายหรือเปล่า ที่เพิ่งเข้ามาทำงานยังไม่ถึงเดือนน่ะ”
“ผู้หญิงที่สวย ๆ นั่นใช่เปล่า?”
กมลฉัตรถึงกับนั่งยิ้มกว้างอยู่บนชักโครกเมื่อได้ยินคนชมลับหลังเช่นนี้ ก่อนที่รอยยิ้มนั้นจะเหือดหายไปเมื่อได้ยินประโยคตอบกลับ
“อืมก็มีคนเดียวนั่นแหละที่เพิ่งเข้ามาใหม่น่ะ เห็นว่านางมาแรงมากนะหาลูกค้ากรุ๊ปใหญ่ให้โรงแรมได้ตั้งหลายกรุ๊ป งานนี้ผ่านทดลองงานชัวร์ฉันก็เลยนึกสงสัย ว่านั่นความสามารถของนางล้วน ๆ หรือเพราะว่าได้หน้าตาสวย ๆของนางช่วยกันแน่”
“ยังไงของแกยะ หาลูกค้าเข้าพักมันใช้หน้าตาหากันได้ด้วยเหรอ?”
“เอ๊า! ได้สิยะสวยซะอย่าง ไปอ้อนเซลล์ผู้ชายคนไหนให้ช่วยเอากรุ๊ปเข้ามาในชื่อของตัวเองก็ได้ใครจะไปรู้”
เสียงกดชักโครกดังขึ้นทันทีกมลฉัตรถึงกับทนนั่งฟังต่อไปไม่ไหว ต้องขอออกมาดูหน้าคนพูดเสียหน่อย แต่เมื่อเปิดประตูห้องน้ำออกมาก็ไม่พบคู่หูคู่เม้าท์เสียแล้ว
“หายตัวไวจังเลยนะ ระดับฉันน่ะความสามารถล้วน ๆ หรอกจ้ะ ไม่เชื่อก็คอยดูไปละกัน”
กมลฉัตรเดินกลับเข้ามาในห้องทำงานพร้อมกับกาแฟใส่น้ำผึ้งของเธอก็ได้ยินเสียงเรียกจากพจนีย์ทันที
“ฉัตร มาหาพี่หน่อยจ้ะ”
“ค่ะ พี่พจน์”
ฝ่ายขายต่างประเทศคนใหม่ เดินถือแก้วกาแฟในมือไปวางที่โต๊ะทำงานของตนและเดินเลยไปยังโต๊ะของผู้จัดการฝ่ายขายที่อยู่หลังห้อง
“นั่งก่อนสิ”พจนีย์บอกให้ลูกน้องของเธอที่ยืนอยู่ ให้นั่งลงที่เก้าอี้หน้าโต๊ะ
“พี่พจน์ มีอะไรจะให้ฉัตรทำหรือเปล่าคะ?”กมลฉัตรนั่งลง พร้อมกับเอ่ยถาม
“ฉัตรบอกพี่ว่าจะมีลูกค้าของฉัตรเข้ามาอีกสามกรุ๊ปใช่ไหมเดือนนี้?”
“ใช่ค่ะพี่ แจ้งวันมาแล้วสองกรุ๊ปวันที่ 25 กับ 28ฉัตรบุ๊กกับฝ่ายบุ๊กกิ้งไปแล้วค่ะ ส่วนอีกกรุ๊ปยังไม่แจ้งเลยวันนี้ฉัตรว่าจะโทรไปถามอยู่ค่ะ”
“ดีมากจ้ะก็เท่ากับว่าฉัตรผ่าน่ทดลองงานนะ ทีนี้มาถึงงานจริงบ้าง สิ้นเดือนนี้พี่กับบอส เอ่อ..ท่านประธานน่ะ จะไปลุยหาลูกค้าที่จีนกันพี่จะให้ฉัตรไปด้วย ฉัตรติดอะไรหรือเปล่า”
“ไม่ติดค่ะ..ไม่ติด สิ้นเดือนนี้วันที่ 31 เลยหรือเปล่าคะ แล้วไปกี่วันคะพี่”กมลฉัตรตอบกลับรวดเร็วอย่างไม่ต้องเสียเวลาคิดแถมยังถามกลับด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นอีกด้วย
“วันที่ 30 จ้ะกลับวันที่ 3 อันนี้คือที่พี่กำหนดไว้นะ แต่เดี๋ยวต้องถามบอสดูอีกที”กมลฉัตรเอื้อมมือหยิบปฏิทินที่วางอยู่บนโต๊ะของพจนีย์ขึ้นมาดูทันทีเห็นว่าตรงกับวันจันทร์ถึงวันศุกร์ หญิงสาวจึงมีความคิดใหม่ขึ้นมาทันที
“พี่พจน์คะพี่พจน์ยังไม่ได้จองเที่ยวบินใช่ไหมคะ?”
“จ้ะ พี่เพิ่งคุยกับบอสมาแล้วก็เพิ่งจะวางกำหนดการนี่เอง ยังไม่ได้จองอะไรเลย”
“ถ้าอย่างนั้นฉัตรจัดการให้ก็ได้ค่ะฉัตรจะขอกลับวันเสาร์นะคะ ขออยู่เที่ยวต่ออีกสักวันค่าโรงแรมอีกคืนที่เพิ่มมาฉัตรจ่ายเองค่ะ ไม่น่าจะมีปัญหาใช่ไหมคะพี่พจน์”
“ก็ได้นะ ไม่มีปัญหาหรอกอยากช้อปต่อละสิ” พจนีย์เอ่ยตอบลูกน้องสาวอย่างรู้ทัน
“ใช่ค่ะพี่ น้านนนนนน...นานมากแล้วค่ะที่ฉัตรไม่ได้ไปต่างประเทศเลย รอบนี้มีโอกาสได้ไปแล้ว ขอสักหน่อยนะคะ อิอิ”
“จ้ะ ถ้าพี่ไม่ติดว่าต้องกลับมาดูแลคนที่บ้านพี่ก็อยากเที่ยวต่อเหมือนกันแหละ แต่ว่าใจเย็น ๆ นะเดี๋ยวพี่คอนเฟิร์มวันกับบอสก่อน”
“ได้ค่ะแล้วพี่พจน์มีอะไรให้ฉัตรช่วยหรือเปล่า บอกได้นะคะ”
“มีสิ จะบอกอยู่นี่ละ นี่จ้ะ..”พจนีย์พูดพร้อมกับส่งแฟ้มมาให้กมลฉัตรหนึ่งแฟ้ม
“นี่เป็แฟ้มลูกค้าที่จีนฉัตรช่วยนัดให้พี่ที เรียงตามโซนหน่อยนะ ไม่ใช่ว่าเช้านัดที่ปักกิ่งบ่ายไปกวางตุ้ง แล้วพรุ่งนี้เช้ากลับมาเทียนจิน อย่างนี้ไม่เอานะ”
“ไม่เป็อย่างนั้นแน่นอนค่ะเดี๋ยวฉัตรจัดให้ พี่พจน์ไปคอนเฟิร์มวันกับท่านประธานเถอะค่ะถ้าชัวร์แล้วฉัตรจะได้เรียงที่นัดเลย”
“โอเคจ้ะแหม..พี่ต้องไปขอบคุณยัยขวัญนะเนี่ย ที่แนะนำฉัตรมาให้ รู้งานอย่างนี้ช่วยงานพี่ได้มากเลย”
กมลฉัตรยิ้มรับ ก่อนจะหยิบแฟ้มเดินกลับโต๊ะของตัวเองไป
การแบ่งเวลาของต้นกล้าสำหรับการทำงานสองที่ คือ ่เช้าเป็เวลาของงานโรงแรมส่วน่บ่ายเป็เวลาของงานส่วนตัว ซึ่งก็คือบริษัท ต้นกล้าสถาปัตย์ จำกัดชีวิตการทำงานของเขาเป็เช่นนี้ทุกวัน เช้าเข้าโรงแรมบ่ายเข้าบริษัทของตนเองหรือบางครั้งก็ออกไปที่ไซต์งาน วันนี้ก็เช่นกันต้นกล้าออกจากห้องประชุม ก็รีบเข้ามาเคลียร์งานที่โต๊ะทำงานของตนเอง
“คุณชุงานทั้งหมดอยู่บนโต๊ะผมแล้วใช่ไหมครับ” ต้นกล้าที่เดินกลับมาที่ห้อง เอ่ยถามเลขานุการวัยห้าสิบต้นๆ ที่นั่งอยู่หน้าห้อง ในขณะที่เท้าก็ยังไม่หยุดก้าว
“ค่ะ คุณใหญ่” ชุติมาเอ่ยตอบตามหลังเ้านายของเธอเข้าไปในห้อง
ตื๊ดดดด...ตื๊ดดดด...
ต้นกล้าเข้ามาในห้องเสียงโทรศัพท์บนโต๊ะก็ดังขึ้นพอดี
“ครับ ต้นกล้าพูด”
(บอสคะ พจน์กำหนดวันไปจีนเป็วันที่ 30กลับวันที่ 3 บอสโอเคไหมคะ?)
“ได้!..แต่ว่าจองFlight ให้ผมกลับวันที่ 5 นะผมมีธุระต่อ”ต้นกล้าแจ้งความประสงค์ว่า้าให้จองเที่ยวบินขากลับเป็คนละวันกัน
(โอเคค่ะบอส อย่างนี้พจน์ก็ต้องกลับวันที่3 คนเดียวเลยน่ะสิคะ เพราะน้องฉัตรก็จะขออยู่ช้อปต่ออีกหนึ่งวัน)
“อืม...ถ้าอย่างนั้นก็ให้เขากลับพร้อมผมเลยสิดีเหมือนกันผมจะได้มีผู้ช่วย คุณลองถามเขาดูที ว่าจะอยู่ช่วยงานผมต่ออีกสองวันได้หรือเปล่า บอกว่าผมมีเบี้ยเลี้ยงให้”
(ได้ค่ะบอส)
คงจะมีคนที่ไม่อยากได้เงินอยู่บ้างแต่คนนั้นไม่ใช่กมลฉัตร ได้เที่ยวด้วย ได้เงินด้วย แล้วทำไมเธอจะปฏิเสธดังนั้นคำตอบของสาวฝ่ายขายคือการตอบรับอยู่ช่วยงานท่านประธานที่จีนต่ออีกสองวันและกลับมารับเบี้ยเลี้ยงงาม ๆ
กมลฉัตรทำตารางและส่งอีเมล์นัดพบบริษัททัวร์ที่จีนจนครบเหลือเพียงรอการตอบกลับ ่บ่ายเธอจึงวางแผนออกไปพบตัวแทนบริษัททัวร์จากต่างประเทศที่อยู่ในไทยเพื่อแนะนำตัวและสร้างความคุ้นเคย ต่อจากนั้นก็จะขอไปช้อปเสื้อผ้าและของใช้เตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางเสียหน่อย
ไม่ได้ตื่นเต้นนะเรียกว่าเป็คนเตรียมพร้อมจะดูดีกว่า :D
และข่าวดีของกมลฉัตรถูกส่งไปถึงคุณย่าทิพย์ทันทีที่เธอมีโอกาสหญิงสาวผู้เติบโตมาจากการเลี้ยงดูของคุณย่าที่จังหวัดจันทบุรีก่อนที่จะย้ายกลับมาอยู่กับพ่อแม่และน้องสาวเมื่อต้องย้ายเข้ามาเรียนระดับอุดมศึกษาในกรุงเทพฯ ความผูกพันระหว่างเธอกับคุณย่าจึงมีมากดังนั้นเมื่อมีอะไรเกิดขึ้นในชีวิตคนแรกที่กมลฉัตรจะคิดถึงก็คือคุณย่าทิพย์นั่นเอง
ในระหว่างที่ขับรถอยู่หญิงสาวก็โทรหาคุณย่าสุดที่รักโดยไม่ลืมที่จะใช้อุปกรณ์เสริมอย่างบลูทูธเพื่อความปลอดภัยและถูกกฎจราจร
“คุณย่าขา สิ้นเดือนนี้ฉัตรจะได้ไปเมืองจีนด้วยละค่ะคุณย่า”น้ำเสียงตื่นเต้นจากหลานสาว ส่งไปถึงคนที่กำลังถือโทรศัพท์แนบหูอยู่อีกฝั่ง
(ไปทำอะไร แล้วไปกับใครลูก)คุณย่าทิพย์ตอบกลับเสียงเหน่อ อันเป็เอกลักษณ์เฉพาะของคนภาคตะวันออก และสั่นเล็กน้อยเพราะเส้นเสียงที่เสื่อมสภาพไปตามอายุที่เพิ่มมากขึ้นจนเกือบจะถึงแปดสิบอยู่ในไม่กี่ปีนี้
“ไปทำงานค่ะคุณย่าไปกับผู้จัดการที่โรงแรม”
(ไปกี่วันลูก นานหรือเปล่า)
“หนึ่งอาทิตย์ค่ะคุณย่าอยากได้อะไรไหมคะ เดี๋ยวฉัตรจะซื้อมาให้ค่ะ”
(ย่าไม่เอาอะไรหรอกไปตั้งอาทิตย์หนึ่ง ดูแลตัวเองดี ๆ นะ เมืองเขาจะหนาวหรือเปล่า ยิ่งขี้หนาวอยู่ด้วยเราน่ะแล้วเอาน้ำพริกตาแดงติดไปไหม เผื่อกินอาหารของเขาไม่ได้ย่าทำใส่กระปุกไปให้เอาไหมลูก) คุณย่าทิพย์เอ่ยถามด้วยความเป็ห่วงหลานสาวสุดที่รัก
“หูยยย ไม่เป็ไรหรอกค่ะคุณย่า แต่ถ้าคุณย่าจะทำอยู่แล้วก็เผื่อฉัตรด้วยนะคะอิอิ ไม่ต้องถึงกับใส่กระปุกส่งมาให้ฉัตรหรอกค่ะ เดี๋ยวฉัตรจะลงไปทานที่จันท์เองเลยอยากไปนอนกอดคุณย่าแล้ว ไม่ได้เจอตั้งหนึ่งเดือน คิดถึงคุณย่ามากเลยค่ะ”
(เหอะ ๆ ปากหวานจริงเชียวหลานสาวคนนี้แล้วตกลงจะมาเมื่อไหร่ล่ะ ย่าจะได้ทำเอาไว้ให้)
“วันเสาร์นี้เลยละกันค่ะฉัตรจะออกจากกรุงเทพฯ แต่เช้า คุณย่าจะเอาอะไรที่นี่หรือเปล่าคะ ฉัตรจะซื้อไปให้”
(ไม่เอาหรอก มาก็ขับรถดี ๆเดินทางปลอดภัยนะลูก)
“ค่ะคุณย่า เจอกันเสาร์นี้นะคะรักนะจุ๊บ..จุ๊บ” กมลฉัตรส่งจุ๊บไปตามคลื่นโทรศัพท์ถึงคุณย่าสุดที่รัก ก่อนจะวางสายไปและกลับมาตั้งใจขับรถไปพบลูกค้าต่อ
บ่ายนี้ต้นกล้าตั้งใจเข้าไปตรวจงานที่ไซต์งานด้วยตัวเองเนื่องจากเป็โพรเจกต์ใหญ่ การก่อสร้างคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมือง เขาไม่้าให้มีอะไรผิดพลาดโพรเจกต์ใหญ่ที่ใคร ๆ ก็จับตามอง หากคอนโดมิเนียมโครงการนี้สำเร็จอย่างสวยงาม ก็จะยิ่งเป็การตอกย้ำชื่อเสียงของบริษัทต้นกล้าสถาปัตย์ ให้ลอยติดลมบนเป็ที่รู้จักดียิ่งขึ้นไปทั่วทั้งวงการอสังหาริมทรัพย์
ระหว่างที่ขับรถอยู่เสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์มือถือของชายหนุ่มก็ดังขึ้นนิ้วใหญ่กดปุ่มรับสายที่พวงมาลัยรถ เนื่องจากได้เชื่อมต่อสัญญาณเอาไว้แล้วระบบของรถรองรับความทันสมัยได้สมกับราคารถที่สูงลิบลิ่ว
“สวัสดีครับแม่”ต้นกล้าเอ่ยทักทายแม่ของตนได้ทันทีเนื่องจากที่หน้าปัดรถโชว์ชื่อให้รู้อยู่แล้วว่าใครโทรเข้ามา
(สวัสดีจ้ะพี่ใหญ่ยุ่งอยู่หรือเปล่าจ๊ะ แม่คุยได้ไหม?)คุณทัศนีย์เอ่ยถามเพื่อให้มั่นใจว่าการสนทนาของตนจะไม่รบกวน่เวลาทำงานของลูกชายคนโต
“คุยได้ครับแม่แม่โทรมานี่แสดงว่าหน่วยข่าวกรองรายงานข่าวไปแล้วใช่ไหมครับเนี่ย”