"เอริค!!!"
"เอริค!!!"
"เอริคท่านตื่นขึ้นมาสิ!!!"
เอริคได้ยินเสียงที่ไพเราะของสาวน้อยดังเข้ามาในหูของเขาอย่างชัดเจน แต่ในตอนนี้หนังตาของของเขานั้นมันหนักเป็อย่างมากและไม่สามารถลืมตาตื่นมาได้เลยแม้แต่น้อย เขาจำได้ว่าตัวเองนั้นกำลังจะตายเพราะโดนลอบยิงในขณะที่เดินทางกลับบ้าน
ด้วยความทรงจำที่เลือนลางของเขานั้นเขาจำได้เป็อย่างดีว่าตัวเขานั้นแทบจะถูกยิงจนพรุนโอกาสรอดชีวิตนั้นมันริบหรี่เป็อย่างมาก แต่การที่เขานั้นได้ยินเสียงของใครบางคนที่ไม่คุ้นเคยเรียกแบบนี้นั้นมันทำให้เขานั้นงุนงงเป็อย่างมาก
เพราะเขารู้สภาพของตัวเองดีว่าเขาไม่รอดอย่างแน่นอน หรือว่าเสียงที่ได้ยินนั้นจะเป็การเพ้อก่อนตายที่เขาพูดต่อๆกันมากันนะ ถึงแม้ว่าหนังตาของเขานั้นจะหนักมากแต่ว่าด้้วยสัญชาตญาณของมนุษย์นั้นการที่ต้องต้องหลับตาอยู่ในความมืดแบบนี้นั้นมันเป็อะไรที่น่าอึดอัดเป็อย่างมาก เพราะฉะนั้นต่อให้จะต้องตายเขาก็ต้องลืมตาขึ้นมามองโลกเป็ครั้งสุดท้ายให้ได้
เอริคลืมตาขึ้นมาอย่างยากลำบากเพื่อที่จะได้มองดูโลกใบนี้เป็ครั้งสัดท้ายก่อนที่เขานั้นจะตาย แต่ว่าสิ่งที่เขาเห็นนั้นมันกลับสร้างความงุนงงให้กับตัวเขาเป็อย่างมาก
"เอริค ในที่สุดท่านก็ฟื้นขึ้นมา!!!!"
"โอ้โห ตื่นขึ้นมาเฉยเลย ข้าว่าให้เขาตายๆไปมันก็น่าจะดีกว่านะ"
"เ้าพูดอะไรน่ะสเตซี่ เงียบไปเลยนะ!!!"
"จ้าๆๆ เ้านี่นะ ก็รู้ว่าหมอนี่นั้นเป็คนยังไงเ้าก็ยังทำดีกับเขาอยู่นั่นแหละ!!!"
"ก็เขาเป็คู่หมั้นของข้า ข้าเองก็มีหน้าที่ที่ต้องดูแลเขาเป็ธรรมดา"
"เฮ้อออ เอาเถอะๆ ข้าละยอมเ้าเลยจริงๆ"
เอริคได้ยินเสียงของหญิงของสองคนคุยกันอยู่ข้างๆและดูเหมือนว่าพวกเธอนั้นกำลังพูดถึงใครบางคนอยู่ แต่จากมุมมองแล้วทำไม่เหมือนกับว่าพวกหล่อนทั้งสองนั้นกำลังพูดถึงเขาอยู่เลยล่ะ แล้วภาพที่เขาเห็นอยู่ตรงหน้านี้มันคืออะไรกันแน่วะเนี้ย
ห้องนอนขนาดใหญ่ เตียงนอนที่นุ่มสบาย ข้าวของเครื่องใช้ที่หรูหรา นี่มันบ้าอะไรกัน ทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่ได้ แล้วเขายังไม่ตายอย่างงั้นหรอ แล้วหญิงสาวที่สวยงามที่อยู่ข้างๆเขานั้นเป็ใครกันแน่
เอริคนั้นงงเป็อย่างมากเมื่อเห็นสภาพโดยรอบของตัวเอง ที่ที่เขานอนอยู่นั้นมันเหมือนกับว่าตัวเขานั้นกำลังอยู่ในหนังย้อนยุคสักเื่ที่อยู่ในยุคกลางมีอัศวินใส่เกราะขี่ม้าวิ่งไปมาแบบนั้น
เมื่อเห็นว่าเอริคนั้นยังไงคงดูเหมือนจะงุนงงอยู่แบบนั้นก็ทำให้หญิงสาวคนนั้นมีสีหน้าเป็ห่วงอยู่ไม่น้อย แต่ถึงเธอจะทำสีหน้าแบบนั้นเอริคนั้นก็ยังคงรู้สึกว่าเธอนั้นมีแววตาที่ห่างเหินกับเขาอยู่ไม่น้อย
มันเหมือนกับว่าเธอนั้นห่วงเขาก็เพราะแค่หน้าที่ที่ต้องห่วงเท่านั้นแต่ภายในใจแล้วมันมีแต่ความเฉยเมยแต่ไม่ได้มีความประสงค์ร้ายอะไรแบบนั้น เขาที่ถูกขนานนามว่าเป็สายเืใหม่ของนักการเมืองหนุ่มนั้นแน่นอนว่าต้องมีอะไรที่เป็ต่อคนอื่นอยู่บ้าง อย่างเช่นการมองคนที่เฉียบขาดของเขา เขาสามารถรู้ได้ว่าคนบางคนนั้นกำลังคิดอะไรอยู่ผ่านทางการมองสีหน้าแบบจิตวิทยา
ในระหว่างที่เอริคนั้นกำลังไม่เข้าใจสิ่งที่อยู่ตรงหน้าของเขาอยู่นั้น จู่ๆหัวของเขานั้นก็เริ่มปวดขึ้นมาแล้วมันก็ปวดขึ้นเรื่อยๆจนมันแทบจะะเิออกมา เอริคกุมหัวของตัวเองแล้วร้องออกมาทำให้หญิงสาวทั้งสองนั้นใอยู่ไม่น้อย
อ้ากกกกก!!!!!
"เอริค ท่านเป็อะไรไป!!!!"
หญิงสาวคนนั้นพูดออกมาอย่างกระวนกระวายใจเพราะอาการของเอริคนั้นมันแปรปรวนไปมาไม่หยุดสักที แต่สำหรับเอริคที่อดทนกับความเ็ปอยู่นั้นก็ได้เห็นสิ่งที่มหัสจรรย์ที่สุดในชีวิตของเขา
มันคือภาพของความทรงจำมากมายที่มันไหลเข้ามาอย่างไม่หยุดหย่อน ภาพเื่ราวของตัวของเอริคคนนี้ ภาพของโลกใบนี้ที่เอริคคนก่อนนั้นรับรู้มาและเื่ราวทั้งหมดที่มันเกิดขึ้นในชีวิต
ความเ็ปนั้นกัดกินเอริคไม่นานนักก่อนที่มันจะทุเลาลงไป เอริคค่อยๆลืมตาขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับสีหน้าที่ซีดเซียวของเขา หญิงสาวคนนั้นเมื่อเห็นแบบนั้นก็เทน้ำแล้วยื่นมาให้กับเขา เอริคไม่รอช้าคว้าแก้วมาแล้วดื่มมันลงไปจนหมด
เขาดื่มมันหมดไปสามแก้วถึงจะดีขึ้น คราวนี้เขานั้นดีขึ้นแล้วจริงๆทุกอย่างนั้นโล่งหมดแล้ว มันโล่งจนทำให้เขานั้นรู้แล้วว่าตัวเองนั้นอยู่ที่ไหนในตอนนี้และเขาเป็ใครอยู่ในตอนนี้
เอริคมองไปที่หญิงสาวที่อยู่ด้้านข้างของตัวเองก่อนที่จะพูดออกมาเบาๆ
"โอฟีเลีย"
ใช่แล้วหญิงสาวที่สวยงามที่อยู่ข้างเตียงของเขาคนนี้มีชื่อว่าโอฟีเรียเป็คู่หมั้นของเขานั่นเอง
"ท่านดีขึ้นแล้วใช่มั้ยเอริค?"
"เอิ่มมม ผม..ข้าดีขึ้นแล้วล่ะ"
"ดีแล้วงั้นเย็นนี้ข้าจะเอาอาหารเย็นมาให้ท่าน ท่านนอนพักผ่อนก่อนเถอะ"
โอฟีเลียพูดเสร็จแล้วก็เดินออกไปในทันทีโดยไม่ได้ให้โอกาสเอริคตอบกลับเลยแม้แต่น้อย เอริคเองก็อ้ำๆอึ้งๆอยู่ตรงนั้นเพราะเขานั้นก็ไม่รู้ว่าตัวเขานั้นจะพูดอะไรออกไปดี
"หึ!!! ข้าผิดหวังในตัวเ้ายิ่งนัก ถึงแม้ว่าเ้าจะสารเลวมากสักแค่ไหนแต่เ้าก็ไม่ควรเลวได้ถึงขั้นที่ต้องเอาคู่หมั้นของตัวเองไปเป็สิ่งของในการพนันเช่นนั้นทั้งๆที่โอฟีเรียนั้นทำดีกับท่านมาโดยตลอด เ้าโง่!!!!"
หญิงสาวที่ชื่อสเตซี่ด่าออกมาแล้วมองไปที่เอริคอย่างรังเกียจ ก่อนที่เอริคนั้นจะได้พูดตอบอะไรกลับไปหญิงสาวที่ชื่อสเตซี่นั้นก็เดินออกไปแล้ว เอริคนั้นก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างหมดอาลัย
"เอาจริงหรอเนี้ย ต่างโลกเนี้ยนะ"
ตอนนี้เอริคนั้นได้มีเวลาที่จะนอนคิดอยู่คนเดียวแล้วในตอนนี้ เขาเข้าใจทุกอย่างแล้วเพราะความทรงจำที่แล่นเข้าหัวของเขาเมื่อสักครู่นี้ มันกลายเป็ว่าตัวเขาคนเดิมนั้นได้ตายไปแล้วจริงๆ และิญญาก็ข้ามผ่านมิติมาเข้าร่างของชายที่มีชื่อเดียวกันอยู่ในต่างโลกในตอนนี้
ซึ่งชายคนนี้นั้นเป็ถึงลอร์ดครองเมืองเลยทีเดียว แต่ถึงจะเป็แบบนั้นมันก็ไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรแบบนั้นหรอกนะ เพราะเมืองของเขานั้นมันเป็เมืองเล็กๆที่มีประชากรอาศัยอยู่แค่ประมาณหมื่นกว่าคนเท่านั้นเอง ซึ่งตามมาตรฐานของที่นี่แล้ว มันถือว่าเป็เมืองเล็กที่สุดแล้ว เอริคคนก่อนนั้นได้รับสืบทอดตำแหน่งลอร์ดครองเมืองมาจากพ่อของเขาที่พึ่งตายไปเมื่อ 3 เดือนที่แล้ว
แต่ว่าเื่นั้นมันยังไม่เท่าไหร่ เพราะเื่ที่มันแย่ไปกว่านั้นก็คือแทนที่ไอ้กร๊วกคนนี้จะดูแลทุกอย่างที่พ่อของตัวเองนั้นสร้างขึ้นมาอย่างยากลำบากแต่เขากลับทำตัวบ้าๆบอๆไปวันๆเท่านั้น ทั้งเื่ผู้หญิง เื่เหล้า เื่การพนันหมอนี่เอาหมด ถ้าไม่ใช่เพราะมีคนห้ามเอาไว้ป่านนี้หมอนี่คงจะเอาสมบัติทั้งหมดของเมืองไปขายเพื่อเอาเงินไปลงกับเื่พวกนั้นอย่างแน่นอน
เอริคนอนอยู่บนเตียงพร้อมกับถอนหายใจออกมาอย่างอาลัยตายอยากอย่างถึงที่สุด
"นี่ฉันต้องมาตามล้างตามเช็ดทุกอย่างให้ไอ้นี่จริงๆหรอเนี้ย!!!"