ข้างในนั้นเป็นกำแพงนั้น มีถนนขนาดใหญ่สี่เลนราดยางมะตอยซึ่งเลนข้างๆ ทั้งสองเลนเต็มไปด้วยรถที่จอดนิ่งและกำลังวิ่งออกไป มันมีทั้งรถแท็กซี่ รถสามล้อ และรถมอเตอร์ไซค์ มีเสียงตะโกนโหวกเหวกโวยวายเพื่อรับผู้โดยสารให้มาขึ้นรถของตัวเอง ผู้คนที่เดินเข้ามาก่อนหน้าเขาบางคนก็ขึ้นรถบางคนก็เดิน
ภูมิก็ได้พาเด็กๆ เดินรถแท็กซี่ที่จอดกันเป็นแถว ชายร่างผมสั้นรองทรงที่ยืนพิงรถได้กล่าวถามพวกภูมิทันทีเมื่อพวกเขาเข้ามาใกล้ๆ
"จะให้ผมไปส่งที่ไหนดีครับคุณลูกค้า"
"ผมได้ยินมาว่าในนี้มีดันเจี้ยนสีเขียวอยู่ พาผมไปดูหน่อยได้ไหมครับ"
ทุกคนที่ยืนอยู่ด้านหลังของภูมิได้ปล่อยให้ภูมิพูดคนเดียว
"ได้ครับแต่ผมแนะนำว่าอย่าไปเลยจะดีกว่าครับเพราะพวกทหารกั้นเป็นพื้นที่อันตรายซึ่งจะได้ดูก็ต้องห่างเกือบๆ สองกิโลเมตรนั่นแหละครับ"
"ไม่เป็นไร ว่าแต่แถวๆ นั้นพอจะมีห้องพักหรืออะไรที่พอเข้านอนได้ไหมครับ"
เจ้าของรถพยักหน้ารับแล้วตอบคำถามภูมิ
"ก็มีนะครับ แต่อยู่จากเขตที่เขากั้นไว้ประมาณหนึ่งกิโลเมตรจะไปเลยไหมครับ"
เมื่อภูมิบอกว่าตกลงพวกเขาก็แบ่งกันเป็นสองคัน จากนั้นคนขับรถก็เหยียบคันเร่งออกตัวทันทีพวกเขาใช้เวลานานพอสมควรกว่าจะมาถึงห้องพักเพราะมันอยู่คนละด้านกับประตูเข้าและพื้นที่ที่ใหญ่มากเพราะพวกผู้นำในค่ายนี้ได้ล้อมกำแพงไม้เอาไว้นั้นมันคือจังหวัดทั้งจังหวัดเลยก็ว่าได้
"ถึงแล้วครับคุณลูกค้า ค่ารถเนื้อมอนเตอร์ 1 กิโลครับ"
ภูมิได้จ่ายเงินให้กับแท็กซี่ทั้งสองคันแล้วเดินเข้าไปติดต่อห้องพักซึ่งมันก็คือม่านรูดดีๆ นี่เอง ภูมิได้ติดต่อขอเช่าห้องสองคืนพร้อมอาหาร จากนั้นภูมิก็ได้ให้พวกน้องๆ เข้าไปรออยู่ในห้องก่อนส่วนเขาได้นั่งแท็กซี่คันเดิมพาได้ดูจุดที่มีประตูสีเขียวที่ได้ยินมาตามข่าวลือ
และมันก็เป็นอย่างที่คนขับแท็กซี่บอกจริงๆ เขามองไม่เห็นอะไรเลยนอกจากทหารหลายนานยืนถือปืนกลหนักพร้อมระเบิดมือห้อยอยู่ที่เอวของพวกเขา ที่ยืนเฝ้าอยู่ตามจุดต่างๆ ทั่วบริเวณ
ภูมิจึงได้มองไปรอบๆ เพื่อหาช่องทางที่จะลอบเข้าไปดูใกล้ๆ ในคืนนี้หรือไม่ก็อาจจะเข้าไปในดันเจี้ยนเลย เขาได้หลบซ่อนตามจุดต่างๆ เพื่อไม่ให้ใครได้เห็นตัวของเขา เมื่อได้เส้นทางคร่าวๆ แล้วเขาก็เดินกลับมารอเวลาที่ห้องพักเพราะเขาได้ให้แท็กซี่ทิ้งเขาเอาไว้แล้วให้เขากลับไปก่อนนั้นเอง พวกเขาได้พักผ่อนเอาเรี่ยวแรงด้วยการนอนหลับให้เต็มอิ่มเพราะคืนนี้จะมีการลอบเข้าไปในดันเจี้ยน จนกระทั่งเวลาร่วงเลยไปจนถึง4ทุ่ม
เมื่อพวกเขาเตรียมตัวเสร็จกันหมดทุกคน ก็ได้เวลาที่จะลักลอบเข้าไปในดันสีเขียวนั้นกลับมีเหตุการณ์ที่พวกเขาไม่ได้คาดคาดฝันเกิดขึ้น
"กรีดช่วยด้วยใครก็ได้ช่วยที"
"อ้ากก ช่วยด้วย ช่วยด้วย"
เสียงร้องดังระงมไปทั่วพวกเขารีบออกจากห้องพักเพื่อที่จะมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น
และไม่ไกลจากพวกเขามากนักก็ได้มีมอนเตอร์ที่มีขนาดตัวไม่ใหญ่มากเท่าความตัวเต็มวัยเท่านั้นเอง เล็บเท้าสีดำขนาดเท่านิ้วหัวแม่มือจิกลงบนพื้นจนเกิดรอยมันกำลังยืนบนพื้นถนนด้วยขาทั้งสี่ข้างที่มีขนสีเหลืองเกือบส้มของมัน ขนสั้นและผิวหนังกลมกลืนก็เป็นสีเดียวกัน หางยาวๆ โค้งงอตรงผลาญเหมือนพู่กันส่ายไปมาราวกับจิตรกรกำลังวาดภาพ ปีกขนนกสีขาวราวหิมะค่อยๆ หุบลงช้าๆ ข้างลำตัว แผงคอที่ดูองอาจใหญ่ดูสวยงามเรียบลื่นโบกสะบัดตามแรงลมของการลงจอด ใบหน้าที่ยื่นยาวมีหนวดเล็กๆ พร้อมกับเขี้ยวขนาดเท่าแขนสีไข่มุกดูสวยงามแต่อันตราย รอบๆ ตัวของมันถูกครอบไว้ด้วยมิเนอร่าธาตุไฟ ที่ลุกโชนและร้อนแรง ทันใดนั้นมันก็ได้ร้องคำรามประกาศศักดาของความเป็นใหญ่ออกมา
" โฮก "
เสียงของคำรามอันดังก้องสะท้อนในหูของพวกภูมิที่กำลังยืนจ้องมองไปที่มันจากด้านข้าง
มอนเตอร์ สิงโตวิหค lv.56
รูปแบบพลัง มิเนอร่า
มีพลังโจมตีและความเร็วที่สูง แต่พลังป้องกันต่ำ
"วิ่ง"
ภูมิได้ร้องตะโกนสุดเสียงเมื่อเจ้าสิงโตวิหคได้หันหน้ามามองพวกเขา ภูมิเมื่อเห็นว่าทุกคนยังไม่ได้สติก็ได้ร้องซ้ำอีกรอบ จึงทำให้พวกเด็กๆ ได้สติแล้วรีบวิ่งไปจากตรงหนี้ แต่ทว่าด้วยเสียงอันดังนี้เองจึงเป็นการเรียกหรือท้าทายก็มิอาจทราบได้ สิงโตมีปีกได้พุ่งเข้าหาพวกเขาอย่างรวดเร็วราวกับสายลมหอบใหญ่พัดผ่านพร้อมๆ กับร่างกายของมันถูกปกคลุมด้วยมิเนอร่าธาตุลมแทน แต่เขี้ยวของมันก็กลับเป็นธาตุไฟแทน ภูมิที่รู้ว่าต้องถ่วงเวลาให้น้องๆ ก็ได้เปิดใช้งานซิงโครไนซ์ทันที หูของเขาได้ยาวขึ้นและมีปลายแหลมสีดำ
ภูมิได้ใช้แขนขวาที่เหลือเพียงข้างเดียวยกขึ้นป้องกันไว้ แต่ทว่าเมื่อโดนกรงเล็บสีดำที่เคลือบด้วยสายลมที่ม้วนบิดไปมาสีเขียวฟาดฟันเขามันถึงกับฉีกขาดเป็นริ้วๆ ร่างกายที่มีมัดกล้ามลองตามแรงกระแทกไปไกลหลายสิบเมตร
แต่ทว่าภูมิก็ได้หมุนตัวกลับหลังเมื่อเท้าถึงพื้นเขาได้วิ่งหลบหนีมันไปทันที เจ้าสิงโตวิหคมันก็ได้ร้องคำรามแล้วกระพือปีกบินตามหลังของเขา ภูมิวิ่งด้วยความเร็วปานกลางเพื่อที่จะหลอกล่อมันให้ออกจากพวกนุชที่กำลังวิ่งหนี แต่แล้วเมื่อเขาหันกลับมามองด้านหลังเจ้าสิงโตก็ได้บินตามมาทันซะแล้ว จึงทำให้เขาต้องเร่งความเร็วเป็นความเร็วสูงสุดในทันทีแต่ทว่ามันก็ยังตามติดและกำลังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ นั้นทำให้เขารู้เลยว่าเขาพลาดแล้วเพราะมันมีความเร็วที่เหนือกว่าเขาเสียอีก
ข้างในนั้นเป็นกำแพงนั้น มีถนนขนาดใหญ่สี่เลนราดยางมะตอยซึ่งเลนข้างๆ ทั้งสองเลนเต็มไปด้วยรถที่จอดนิ่งและกำลังวิ่งออกไป มันมีทั้งรถแท็กซี่ รถสามล้อ และรถมอเตอร์ไซค์ มีเสียงตะโกนโหวกเหวกโวยวายเพื่อรับผู้โดยสารให้มาขึ้นรถของตัวเอง ผู้คนที่เดินเข้ามาก่อนหน้าเขาบางคนก็ขึ้นรถบางคนก็เดิน
ภูมิก็ได้พาเด็กๆ เดินรถแท็กซี่ที่จอดกันเป็นแถว ชายร่างผมสั้นรองทรงที่ยืนพิงรถได้กล่าวถามพวกภูมิทันทีเมื่อพวกเขาเข้ามาใกล้ๆ
"จะให้ผมไปส่งที่ไหนดีครับคุณลูกค้า"
"ผมได้ยินมาว่าในนี้มีดันเจี้ยนสีเขียวอยู่ พาผมไปดูหน่อยได้ไหมครับ"
ทุกคนที่ยืนอยู่ด้านหลังของภูมิได้ปล่อยให้ภูมิพูดคนเดียว
"ได้ครับแต่ผมแนะนำว่าอย่าไปเลยจะดีกว่าครับเพราะพวกทหารกั้นเป็นพื้นที่อันตรายซึ่งจะได้ดูก็ต้องห่างเกือบๆ สองกิโลเมตรนั่นแหละครับ"
"ไม่เป็นไร ว่าแต่แถวๆ นั้นพอจะมีห้องพักหรืออะไรที่พอเข้านอนได้ไหมครับ"
เจ้าของรถพยักหน้ารับแล้วตอบคำถามภูมิ
"ก็มีนะครับ แต่อยู่จากเขตที่เขากั้นไว้ประมาณหนึ่งกิโลเมตรจะไปเลยไหมครับ"
เมื่อภูมิบอกว่าตกลงพวกเขาก็แบ่งกันเป็นสองคัน จากนั้นคนขับรถก็เหยียบคันเร่งออกตัวทันทีพวกเขาใช้เวลานานพอสมควรกว่าจะมาถึงห้องพักเพราะมันอยู่คนละด้านกับประตูเข้าและพื้นที่ที่ใหญ่มากเพราะพวกผู้นำในค่ายนี้ได้ล้อมกำแพงไม้เอาไว้นั้นมันคือจังหวัดทั้งจังหวัดเลยก็ว่าได้
"ถึงแล้วครับคุณลูกค้า ค่ารถเนื้อมอนเตอร์ 1 กิโลครับ"
ภูมิได้จ่ายเงินให้กับแท็กซี่ทั้งสองคันแล้วเดินเข้าไปติดต่อห้องพักซึ่งมันก็คือม่านรูดดีๆ นี่เอง ภูมิได้ติดต่อขอเช่าห้องสองคืนพร้อมอาหาร จากนั้นภูมิก็ได้ให้พวกน้องๆ เข้าไปรออยู่ในห้องก่อนส่วนเขาได้นั่งแท็กซี่คันเดิมพาได้ดูจุดที่มีประตูสีเขียวที่ได้ยินมาตามข่าวลือ
และมันก็เป็นอย่างที่คนขับแท็กซี่บอกจริงๆ เขามองไม่เห็นอะไรเลยนอกจากทหารหลายนานยืนถือปืนกลหนักพร้อมระเบิดมือห้อยอยู่ที่เอวของพวกเขา ที่ยืนเฝ้าอยู่ตามจุดต่างๆ ทั่วบริเวณ
ภูมิจึงได้มองไปรอบๆ เพื่อหาช่องทางที่จะลอบเข้าไปดูใกล้ๆ ในคืนนี้หรือไม่ก็อาจจะเข้าไปในดันเจี้ยนเลย เขาได้หลบซ่อนตามจุดต่างๆ เพื่อไม่ให้ใครได้เห็นตัวของเขา เมื่อได้เส้นทางคร่าวๆ แล้วเขาก็เดินกลับมารอเวลาที่ห้องพักเพราะเขาได้ให้แท็กซี่ทิ้งเขาเอาไว้แล้วให้เขากลับไปก่อนนั้นเอง พวกเขาได้พักผ่อนเอาเรี่ยวแรงด้วยการนอนหลับให้เต็มอิ่มเพราะคืนนี้จะมีการลอบเข้าไปในดันเจี้ยน จนกระทั่งเวลาร่วงเลยไปจนถึง4ทุ่ม
เมื่อพวกเขาเตรียมตัวเสร็จกันหมดทุกคน ก็ได้เวลาที่จะลักลอบเข้าไปในดันสีเขียวนั้นกลับมีเหตุการณ์ที่พวกเขาไม่ได้คาดคาดฝันเกิดขึ้น
"กรีดช่วยด้วยใครก็ได้ช่วยที"
"อ้ากก ช่วยด้วย ช่วยด้วย"
เสียงร้องดังระงมไปทั่วพวกเขารีบออกจากห้องพักเพื่อที่จะมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น
และไม่ไกลจากพวกเขามากนักก็ได้มีมอนเตอร์ที่มีขนาดตัวไม่ใหญ่มากเท่าความตัวเต็มวัยเท่านั้นเอง เล็บเท้าสีดำขนาดเท่านิ้วหัวแม่มือจิกลงบนพื้นจนเกิดรอยมันกำลังยืนบนพื้นถนนด้วยขาทั้งสี่ข้างที่มีขนสีเหลืองเกือบส้มของมัน ขนสั้นและผิวหนังกลมกลืนก็เป็นสีเดียวกัน หางยาวๆ โค้งงอตรงผลาญเหมือนพู่กันส่ายไปมาราวกับจิตรกรกำลังวาดภาพ ปีกขนนกสีขาวราวหิมะค่อยๆ หุบลงช้าๆ ข้างลำตัว แผงคอที่ดูองอาจใหญ่ดูสวยงามเรียบลื่นโบกสะบัดตามแรงลมของการลงจอด ใบหน้าที่ยื่นยาวมีหนวดเล็กๆ พร้อมกับเขี้ยวขนาดเท่าแขนสีไข่มุกดูสวยงามแต่อันตราย รอบๆ ตัวของมันถูกครอบไว้ด้วยมิเนอร่าธาตุไฟ ที่ลุกโชนและร้อนแรง ทันใดนั้นมันก็ได้ร้องคำรามประกาศศักดาของความเป็นใหญ่ออกมา
" โฮก "
เสียงของคำรามอันดังก้องสะท้อนในหูของพวกภูมิที่กำลังยืนจ้องมองไปที่มันจากด้านข้าง
มอนเตอร์ สิงโตวิหค lv.56
รูปแบบพลัง มิเนอร่า
มีพลังโจมตีและความเร็วที่สูง แต่พลังป้องกันต่ำ
"วิ่ง"
ภูมิได้ร้องตะโกนสุดเสียงเมื่อเจ้าสิงโตวิหคได้หันหน้ามามองพวกเขา ภูมิเมื่อเห็นว่าทุกคนยังไม่ได้สติก็ได้ร้องซ้ำอีกรอบ จึงทำให้พวกเด็กๆ ได้สติแล้วรีบวิ่งไปจากตรงหนี้ แต่ทว่าด้วยเสียงอันดังนี้เองจึงเป็นการเรียกหรือท้าทายก็มิอาจทราบได้ สิงโตมีปีกได้พุ่งเข้าหาพวกเขาอย่างรวดเร็วราวกับสายลมหอบใหญ่พัดผ่านพร้อมๆ กับร่างกายของมันถูกปกคลุมด้วยมิเนอร่าธาตุลมแทน แต่เขี้ยวของมันก็กลับเป็นธาตุไฟแทน ภูมิที่รู้ว่าต้องถ่วงเวลาให้น้องๆ ก็ได้เปิดใช้งานซิงโครไนซ์ทันที หูของเขาได้ยาวขึ้นและมีปลายแหลมสีดำ
ภูมิได้ใช้แขนขวาที่เหลือเพียงข้างเดียวยกขึ้นป้องกันไว้ แต่ทว่าเมื่อโดนกรงเล็บสีดำที่เคลือบด้วยสายลมที่ม้วนบิดไปมาสีเขียวฟาดฟันเขามันถึงกับฉีกขาดเป็นริ้วๆ ร่างกายที่มีมัดกล้ามลองตามแรงกระแทกไปไกลหลายสิบเมตร
แต่ทว่าภูมิก็ได้หมุนตัวกลับหลังเมื่อเท้าถึงพื้นเขาได้วิ่งหลบหนีมันไปทันที เจ้าสิงโตวิหคมันก็ได้ร้องคำรามแล้วกระพือปีกบินตามหลังของเขา ภูมิวิ่งด้วยความเร็วปานกลางเพื่อที่จะหลอกล่อมันให้ออกจากพวกนุชที่กำลังวิ่งหนี แต่แล้วเมื่อเขาหันกลับมามองด้านหลังเจ้าสิงโตก็ได้บินตามมาทันซะแล้ว จึงทำให้เขาต้องเร่งความเร็วเป็นความเร็วสูงสุดในทันทีแต่ทว่ามันก็ยังตามติดและกำลังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ นั้นทำให้เขารู้เลยว่าเขาพลาดแล้วเพราะมันมีความเร็วที่เหนือกว่าเขาเสียอีก