ทะลุมิติมาเป็นเจ้าก้อนแป้งน้อยตระกูลหลี่ พร้อมมิติลับฝ่าภัยพิบัติ!

    บทที่ 35 คำชมล้นหลาม

            กว่าจะต้อนรับเจ้าสาวใหม่เข้าบ้านและจัดงานเลี้ยงฉลองได้สำเร็จ

     

            ทุกคนต่างคีบอาหารที่ตนเองชอบอย่างเอร็ดอร่อย คำชื่นชมจึงพรั่งพรูออกมาจนห้ามไม่อยู่

     

            “ฮูหยินขง ท่านไปเชิญพ่อครัวที่มาทำเลี้ยงครั้งนี้มาจากที่ไหนกัน? ทำอาหารได้อร่อยเหลือเกิน!”

     

            ฮูหยินขงรู้สึกภูมิใจอยู่ลึก ๆ แต่ปากกลับตอบอย่างถ่อมตัว

     

            “จะว่าไปก็ช่างประจวบเหมาะนัก ก่อนหน้านี้พ่อครัวที่เชิญไว้มีธุระมาไม่ได้ และหาคนมาแทนกะทันหันไม่ได้เลย ที่บ้านร้อนใจกันมาก ผลคือลูกพี่ลูกน้องของข้าแนะนำสะใภ้หลี่คนหนึ่ง ซึ่งอาศัยอยู่ในหมู่บ้านชิงสุ่ย บอกว่าบรรพบุรุษเคยเป็นพ่อครัวหลวง”

     

            นางรวบผมของตนเองแล้วกล่าวต่อ

     

            “ตอนแรกข้าก็ไม่ได้คิดอะไรมาก คิดเพียงว่าขอให้ไม่ขายหน้าก็พอ ใครจะไปคิดว่าสะใภ้หลี่คนนี้จะมีฝีมือดีถึงเพียงนี้”

     

            แขกที่ถามก็ตกใจเช่นกัน

     

            “ไอ้หยา ทายาทพ่อครัวหลวงนี่หาตัวยากยิ่งนัก ค่าแรงคงจ่ายไปไม่น้อยกระมัง การเชิญคนมาคงไม่ใช่เรื่องง่ายใช่หรือไม่?”

     

            “ไม่ใช่เลย ไม่ใช่เลย” ฮูหยินขงรีบโบกมือ และเอ่ยชมครอบครัวหลี่ไม่หยุด

     

            “สะใภ้หลี่คนนี้ฝีมือดี ทั้งยังเป็นคนซื่อสัตย์ เมื่อคืนนางพาคนมาช่วยงานสี่ห้าคนเพื่อเริ่มเตรียมงาน รวมทั้งอาหารเช้าวันนี้และงานเลี้ยงทั้งหมด คิดค่าแรงเพียงสองตำลึงเท่านั้น!”

     

            “สองตำลึง?” แขกเบิกตากว้าง

     

            “นี่ถือว่าน้อยมากจริง ๆ เมื่อวันก่อนที่บ้านของบัณฑิตจ้าวจัดงานวันเกิดให้มารดา ได้ยินว่าเชิญพ่อครัวมา อาหารสองโต๊ะคิดเงินถึงห้าตำลึง ทั้งยังไม่อร่อยและแปลกใหม่เท่าอาหารบ้านท่านเลย!”

     

            ฮูหยินขงฟังแล้วยิ้มแก้มปริ รู้สึกมีหน้ามีตาขึ้นมาทันที

     

            ที่ลานหน้าบ้าน โต๊ะของนายท่านขงและสหายก็รับประทานกันอย่างสำราญใจ

     

            ถึงขั้นมีรายการอาหารปลากระโดดข้ามประตูมังกรเพิ่มขึ้นมาอีกจานเพื่อส่งขึ้นไป เพราะความหมายของมันดีเหลือเกิน

     

            งานเลี้ยงครั้งนี้ ทั้งแขกและเจ้าภาพต่างมีความสุขถ้วนหน้า

     

            เมื่องานเลี้ยงสิ้นสุดลง แขกเหรื่อเริ่มกลับกันเกือบหมด เถาหงอิงและพวกที่เหนื่อยล้ามาครึ่งค่อนวันก็นั่งล้อมวงกินผักกาดขาวผัดหนึ่งชาม พร้อมกับน้ำแกงกระดูกที่เหลือจากงานเลี้ยง และกัดหมั่นโถวแป้งผสมคนละลูก

     

            ฮูหยินขงส่งแขกคนสุดท้ายเสร็จ พอเดินมาที่ห้องครัวเห็นครอบครัวหลี่เป็นเช่นนี้ ก็ยิ่งรู้สึกพอใจ

     

            “ไอ้หยา พวกท่านเกรงใจเกินไปแล้ว เหตุใดจึงไม่ผัดเนื้อสักจาน? ทำงานหนักมาทั้งเช้า ดื่มเพียงน้ำแกงจะอิ่มได้อย่างไร?”

     

            “ไม่เป็นไรเลยฮูหยิน พวกข้าเองก็เหนื่อยแล้ว ไม่อยากลงมือทำอะไรอีก มีอะไรก็กินง่าย ๆ ไป”

     

            เถาหงอิงตอบพลางกลืนหมั่นโถวคำสุดท้ายลงไป เมื่อก้มลงเห็นลูกสาวน้ำลายสอด้วยความอยาก จึงใช้ตะเกียบแตะน้ำแกงกระดูกให้เล็กน้อย

     

            ลิ้นเล็ก ๆ ของเจียอินเลียอย่างรวดเร็วและต้องการมากกว่านี้ แต่น่าเสียดายที่เถาหงอิงกลัวนางจะท้องเสีย จึงไม่ยอมให้เพิ่ม

     

            หลี่เหลาซื่อรับลูกสาวไปอุ้ม ส่วนเถาหงอิงและคนอื่น ๆ ช่วยกันเก็บกวาดห้องครัวจนสะอาดเรียบร้อยอย่างรวดเร็ว

     

            ฮูหยินขงกลับไปนำเงินสองตำลึงมาให้ ทั้งยังแถมขนมรสเลิศหนึ่งกล่อง ห่อขาหมูพะโล้ด้วยกระดาษน้ำมัน และลูกชิ้นเนื้ออีกหนึ่งห่อ

     

            “สิ่งเหล่านี้นำกลับไปกินที่บ้านเถิด วันนี้ลำบากพวกท่านจริง ๆ วันหน้าหากที่บ้านมีงานเลี้ยง คงต้องรบกวนพวกท่านอีกนะ!”

     

            เถาหงอิงกล่าวคำเกรงใจสองสามประโยคแล้วจึงรับไว้

     

            หลังจากกล่าวขอบคุณอีกครั้ง ครอบครัวหลี่จึงออกเดินทางกลับบ้าน

     

            แม่เฒ่าหลี่เห็นดวงอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำลง แต่ลูกชายและลูกสะใภ้ยังไม่กลับมาก็เริ่มเป็นห่วง จึงยืนพิงประตูรั้วชะเง้อคอมอง

     

            อู๋ชุ่ยฮวาเห็นแล้วรู้สึกหมั่นไส้ จึงตะโกนขึ้นว่า “ท่านแม่! ท่านจะรีบร้อนไปทำไม? ถึงเวลากลับพวกเขาก็ต้องกลับมา อีกอย่าง กลับเร็วก็ไม่ใช่เรื่องดี บางทีอาจจะผัดอาหารพลาดจนถูกไล่กลับมาก็ได้”

     

            บนกำแพงมีเปลือกเกาลัดวางอยู่ แม่เฒ่าหลี่คว้ากำมือหนึ่งแล้วขว้างใส่ทันที อู๋ชุ่ยฮวากุมหัววิ่งหนี แต่โชคร้ายเหยียบเข้ากับหินลื่น ๆ ก้อนหนึ่ง

     

            นางพุ่งหลาวลงไปกองกับพื้นจนหน้าทิ่มดิน เมื่อเงยหน้าขึ้นมา ริมฝีปากบนและล่างก็เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดและฝุ่นดิน เจ็บจนร้องโวยวายลั่น

     

            ในขณะนั้นเอง ที่ปากหมู่บ้านก็ปรากฏร่างของเถาหงอิงและคนอื่น ๆ

     

            แม่เฒ่าหลี่จึงรีบวิ่งไปรับฝูหนิ่ว

     

            “ไอ้หยา ฝูหนิ่วของย่า เหนื่อยหรือไม่ มาให้ย่าอุ้มเร็ว!”

     

            ทุกคนต่างยิ้มอย่างจนใจ ทั้งที่พวกเขาเป็นคนทำงาน แต่ท่านกลับสนใจแต่หลานสาวคนเดียว

     

            เมื่อเข้าบ้านมาได้ไม่นาน หลี่เหลาเอ้อร์ หลี่เหลาซาน เจียอี้ เจียสี่ และเจียอัน ที่ได้ยินเสียงก็วิ่งออกมา

     

            พอเห็นกล่องขนมในมือหลี่เหลาซื่อ พร้อมกับกลิ่นหอมของขาหมูและลูกชิ้นเนื้อ ทุกคนในบ้านต่างดีใจ

     

            เจียสี่และเจียอันถึงกับตบมือกระโดดโลดเต้นไปทั่ว

     

            “มีเนื้อกินแล้ว มีเนื้อกินแล้ว!”

     

            แม่เฒ่าหลี่ยิ้มแก้มปริ ก่อนจะหยิบลูกชิ้นสามลูกยัดใส่ปากหลานชายคนละลูก

     

            จากนั้นนางก็นำของทั้งหมดไปที่ห้องครัว เตรียมจะลงมือทำมื้อเย็นด้วยตนเอง

     

            ลูกสะใภ้สองคนเหนื่อยมาสองวันแล้ว นางไม่อยากให้พวกนางต้องทำงานอีก

     

            หากปล่อยให้เป็นหน้าที่ของอู๋ชุ่ยฮวา เกรงว่าก่อนจะยกขึ้นโต๊ะ เนื้อคงถูกแอบกินจนหมด

     

            อีกอย่าง ตอนนี้อู๋ชุ่ยฮวาก็ล้มจนสภาพดูไม่ได้ กำลังส่งเสียงครางฮือ ๆ แสร้งทำเป็นผู้ป่วยหนักอยู่

     

            แต่ถึงแม้ปากจะบาดเจ็บเพียงนั้น ก็ไม่อาจห้ามความอยากในท้องได้

     

            ตอนที่แม่เฒ่าหลี่เข้าห้องไป นางแอบเปิดฝาหม้อแล้วยัดเนื้อขาหมูชิ้นโตเข้าปากหลายชิ้น นอกจากจะลวกแผลที่ปากแล้ว ลิ้นยังพองอีกด้วย เจ็บจนนางเดินวนไปวนมาทั่วห้อง แต่ก็ไม่ยอมคายเนื้อออกมา

     

            เจียอันและเจียสี่เห็นเข้า จึงตะโกนบอกเสียงดัง

     

            แม่เฒ่าหลี่อยากจะดุด่า แต่เมื่อเห็นใบหน้าของลูกชายคนรองและเจียอี้ที่แดงก่ำด้วยความอับอาย จึงกลืนคำพูดลงไป...

     

            ในมื้อเย็น ในชามของอู๋ชุ่ยฮวามีเพียงผักกาดขาว

     

            นางสูดลมเย็นเข้าปอด หวังเพียงให้ปากและลิ้นทุเลาลง จึงไม่มีแรงจะประท้วง

     

            เจียอินแอบอยู่ในอ้อมกอดของท่านย่าดูเรื่องสนุก รู้สึกสะใจยิ่งนัก ถึงกับยกเท้าน้อย ๆ ขึ้นมาแทะเล่นไปหลายทีด้วยความกระหยิ่มยิ้มเยาะ...

     

            หลังทานอาหารเสร็จ เถาหงอิงก็นำเงินค่าแรงออกมา

     

            “ท่านแม่ นี่คือค่าแรงของสองวันนี้”

     

            นอกจากนี้ยังมีถุงใส่ของใบเล็กที่ประณีตมากใบหนึ่ง นางลังเลเล็กน้อย

     

            “นี่คือสิ่งที่ฮูหยินขงเอ็นดูฝูหนิ่ว จึงมอบให้เป็นรางวัลพิเศษ ในนี้มีถั่วลิสงเงินสองเม็ด”

     

            เจียอินเห็นว่าคลังสมบัติเล็ก ๆ ของตนกำลังจะถูกส่งมอบ ก็รีบตกใจ ร้องอา ๆ และพยายามยื่นมือไปคว้า

     

            แม่เฒ่าหลี่หัวเราะแทบขาดใจ รีบรับมาแล้วยัดใส่มือเจียอิน

     

            “เจ้าตัวน้อยจอมงก ย่าจะโลภเอาเงินเพียงเท่านี้ของเจ้าได้อย่างไร เล่นไปเถิด เล่นจนพอใจแล้วย่าจะเก็บไว้ให้ เพื่อเป็นสินเดิมตอนเจ้าโตขึ้น”

     

            แม้แต่เงินค่าแรงสองตำลึง แม่เฒ่าหลี่ก็ผลักคืนให้เถาหงอิง

     

            “นี่เป็นเงินที่พวกเจ้าลำบากหามาได้ ไม่นับเป็นเงินส่วนกลาง พวกเจ้าแบ่งกันเอาเถิด”

     

            อู๋ชุ่ยฮวาตาแดงก่ำทันที กำลังจะพูดบางอย่าง แต่กลับถูกหลี่เหลาเอ้อร์บีบแขนอย่างแรง

     

            เถาหงอิงทำราวกับมองไม่เห็นท่าทางของอู๋ชุ่ยฮวา แล้วยัดเงินคืนให้แม่สามี

     

            “ท่านแม่ พวกเรายังไม่ได้แยกบ้าน เงินที่หามาได้ย่อมเป็นของที่บ้าน อีกอย่าง เจียเหรินเข้าเมืองไปเรียนหนังสือ มีค่าใช้จ่ายมาก เก็บเงินนี้ไว้ซื้อเสื้อผ้าและพู่กันหมึกให้เขาเถิด”

     

            หลี่เหลาเอ้อร์ได้ยินแบบนั้นก็ยิ่งรู้สึกผิด

     

            “น้องสะใภ้ ขอบใจในน้ำใจของพวกเจ้ามาก อีกไม่กี่วันข้าจะเข้าเมืองไปหางานทำ จะรับเงินของพวกเจ้าอย่างเดียวไม่ได้”

     

            “พูดอะไรอย่างนั้นพี่รอง!” หลี่เหลาซื่อทนเห็นพี่ชายเกรงใจไม่ได้

     

            “พวกเราเป็นครอบครัวเดียวกัน แม้เจียเหรินจะเป็นหลาน แต่ข้ากับพี่สามก็รักเขาเหมือนลูกแท้ ๆ !”

     

            หลี่เหลาซานรีบพยักหน้าเห็นด้วย พร้อมยิ้มอย่างซื่อ ๆ

     

            “ใช่แล้ว วันหน้าหากเจียเหรินสอบได้ตำแหน่ง พวกเราที่เป็นอาก็มีหน้ามีตาไปด้วย”

     

            แม่เฒ่าหลี่เห็นดังนั้นจึงรับเงินไว้ “ตกลง งั้นข้ารับไว้แล้วกัน”

     

            อู๋ชุ่ยฮวามองเงินสีขาวนวลนั้น แต่ไม่ได้รู้สึกซาบซึ้งเหมือนหลี่เหลาเอ้อร์ นางพึมพำพูดจาประชดประชัน

     

            “เก่งแต่ประจบต่อหน้าท่านแม่ ถ้าอยากให้จริง ๆ ให้เป็นการส่วนตัวก็ได้นี่นา มาให้ต่อหน้าทุกคนแบบนี้ คิดจะให้ครอบครัวข้าติดค้างบุญคุณล่ะสิ”

     

            เถาหงอิงไม่ใช่คนที่จะยอมให้ใครรังแกได้ง่าย ๆ จึงสวนกลับไปทันที

     

            “ให้เงินต่อหน้าแล้วมันทำไม เงินนี้ได้มาอย่างถูกต้องเปิดเผย พี่สะใภ้รองเองก็คงอยากให้เหมือนกันกระมัง แต่น่าเสียดายที่ท่านขี้เกียจจนหนอนจะขึ้นแล้ว เงินอีแปะเดียวก็หามาไม่ได้”

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาเป็นเจ้าก้อนแป้งน้อยตระกูลหลี่ พร้อมมิติลับฝ่าภัยพิบัติ! ที่คุณอ่าน