บทที่ 25 เงินยี่สิบล้านเข้าบัญชี
แม้จะปรารถนาจะถ่ายทอดวิชาเพียงใด ทว่าสิ่งนี้คือพลังปาฏิหาริย์ที่ไม่อาจส่งต่อให้ใครเรียนรู้ได้ด้วยวิธีปกติ
“เอ่อ... นี่เป็วิชาลับเฉพาะของตระกูลน่ะครับ...” หลิวอวี่แสร้งทำสีหน้าลำบากใจ
“แล้วเื่ยาเม็ดพวกนั้นล่ะ?” กู่ชิงหยวนยังไม่ลดละความพยายาม
“ต้องขออภัยจริง ๆ ครับ ขั้นตอนการปรุงยาก็ถือเป็ความลับสุดยอดของตระกูลเช่นกัน”
เมื่อได้ยินคำปฏิเสธอย่างสุภาพ กู่ชิงหยวนก็เผยสีหน้าผิดหวังออกมาอย่างปิดไม่มิด ทว่าในเมื่อเป็วิชาตกทอดประจำตระกูล เขาย่อมรู้มารยาทดีว่าไม่ควรเซ้าซี้สืบสาวต่อ
“หลิวอวี่ ขอบคุณมากนะ ขอบคุณจริง ๆ ที่ช่วยรักษาคุณปู่ให้หายดี!” หลี่รั่วหลานที่ตื่นเต้นจนเก็บอารมณ์ไม่อยู่ โผเข้าสวมกอดหลิวอวี่ด้วยความตื้นตันใจ
ความนุ่มนวลและกลิ่นหอมจาง ๆ ที่แผ่ออกมาจากการได้ใกล้ชิดหญิงสาวในอ้อมแขน ทำให้หลิวอวี่รู้สึกว่าหยาดเหงื่อและแรงกายที่เสียไปนั้นช่างคุ้มค่าเหลือเกิน
“เอาล่ะ ๆ ไปหาอะไรทานกันก่อนเถอะ เื่ความสัมพันธ์ของพวกเธอก็ประคับประคองกันไปนะ” นายท่านหลี่เอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มอย่างเมตตา
หลี่รั่วหลานหน้าแดงซ่าน รีบผละออกจากอ้อมกอดของชายหนุ่ม ก่อนจะพาหลิวอวี่กลับเข้าไปร่วมงานเลี้ยงอีกครั้งพร้อมกับทุกคน
เมื่อแเื่เห็นว่านายท่านหลี่กลับมามีสีหน้าผ่องใสประหนึ่งคนหนุ่ม และไม่มีร่องรอยของความเจ็บป่วยหลงเหลืออยู่ ต่างก็พากันกรูกันเข้ามาแสดงความยินดี และพยายามหาโอกาสเข้ามาตีสนิทกับหลิวอวี่ไม่ขาดสาย
การได้รู้จักกับ 'หมอเทวดา' เช่นนี้ย่อมเป็เื่ประเสริฐ ใครเล่าจะรับประกันได้ว่าในวันหน้าตนเองจะไม่ล้มหมอนนอนเสื่อ การมีสายสัมพันธ์กับผู้มีวิชาอาคมเช่นนี้ย่อมเปรียบเสมือนการซื้อประกันชีวิตชั้นเลิศไว้กับตัว
ส่วนเติ้งเจียหรง เมื่อเห็นว่าหลิวอวี่กลายเป็จุดศูนย์กลางของงานและได้รับความสนใจจากทุกคนไปเสียหมด เขาก็ได้แต่ทำหน้าบูดบึ้งและแอบเดินเลี่ยงออกจากงานไปอย่างเงียบ ๆ
“หลิวอวี่ ครั้งนี้ต้องขอบคุณเธอมากจริง ๆ เชิญนั่งก่อนสิลูก!”
หลูจิ้งหลานเข้ามาต้อนรับหลิวอวี่อย่างกระตือรือร้น ท่าทีของเธอเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็หลังมือเมื่อเทียบกับตอนแรก
“คุณปู่คะ นี่คือเซอร์ไพรส์ที่หนูตั้งใจเตรียมไว้ให้โดยเฉพาะเลยค่ะ!” หลี่รั่วหลานก้าวไปข้างโต๊ะจัดเลี้ยงแล้วเปิดฝาครอบสีทองออก เผยให้เห็นกุ้งันึ่งตัวั์ที่ส่งกลิ่นหอมหวนยั่วน้ำลาย
นายท่านหลี่ที่เพิ่งฟื้นตัวจากโรคร้ายรู้สึกปรอดโปร่งและมีความอยากอาหารขึ้นมาทันที ท่านไม่รอช้าที่จะคีบเนื้อกุ้งชิ้นโตเข้าปาก
ทันทีที่ลิ้นัักับรสชาติอันนุ่มนวล ดวงตาของชายชราก็เบิกกว้างด้วยความทึ่ง เนื้อกุ้งัตัวนี้มีกลิ่นหอมที่ล้ำลึกและรสชาติที่กลมกล่อมอย่างถึงที่สุด
“กุ้งัตัวนี้อร่อยเหลือเกิน! ทุกคนลองชิมดูสิ”
เมื่อได้รับการอนุญาต แขกคนอื่น ๆ ก็ต่างพากันคีบเนื้อกุ้งเข้าปากด้วยความสงสัย และผลลัพธ์ที่ได้ก็คือความตกตะลึงจนแทบหยุดหายใจ เนื้อกุ้งนั้นทั้งแน่น นุ่ม และเด้งสู้ฟัน ทุกคำที่เคี้ยวจะมีกลิ่นหอมประหลาดแผ่ซ่านไปทั่วช่องว่างในปาก
นี่มันไม่ใช่แค่อาหาร แต่มันคือรสััระดับสรวง์ชัด ๆ!
เพียงไม่กี่อึดใจ กุ้งัสีครามที่หนักร่วมสองกิโลกรัมครึ่งก็ถูกจัดการจนเกลี้ยง เหลือเพียงเปลือกเปล่า ๆ ไว้ให้ดูต่างหน้า
“รั่วหลาน ปู่รู้ฝีมือหลานดี นี่ไม่ใช่ฝีมือหลานแน่ ๆ หลานไปเชิญยอดเชฟจากที่ไหนมากันล่ะ ปู่ไม่เคยกินกุ้งัที่รสชาติยอดเยี่ยมขนาดนี้มาก่อนในชีวิตเลย” นายท่านหลี่เอ่ยถามอย่างขบขัน
“นี่... จริง ๆ แล้วเป็ฝีมือของหลิวอวี่ค่ะ หนูเป็แค่ผู้ช่วยคอยจัดเตรียมของเท่านั้นเอง” หลี่รั่วหลานตอบด้วยท่าทีขัดเขิน
“ไม่นึกเลยว่าเสี่ยวอวี่จะมีความสามารถรอบด้านขนาดนี้ ต่อไปต้องแวะมาเป็แขกที่บ้านอาบ่อย ๆ แล้วนะ”
“นั่นสิคะ ต่อไปรั่วหลานของแม่คงมีลาภปากไม่ขาดสายแล้วล่ะ”
หลูจิ้งหลานเอ่ยด้วยรอยยิ้มกว้าง ยิ่งเธอมองดูลูกเขยคนนี้เธอก็ยิ่งรู้สึกถูกชะตามากขึ้นเรื่อย ๆ
ทว่าสำหรับคนเป็พ่อนั้นต่างออกไป หลี่เจิ้นจวินยังคงจ้องมองหลิวอวี่ด้วยสายตาไม่ไว้ใจนัก เขารู้สึกหมั่นไส้ที่ลูกสาวคนสวยถูกชายหนุ่มคนนี้แย่งความสนใจไปเสียหมด ต่อให้เก่งกาจเพียงใด ในสายตาเขาลูกสาวก็ยังยอดเยี่ยมกว่าอยู่ดี
หลังจากมื้ออาหารสิ้นสุดลง หลิวอวี่ก็เริ่มรู้สึกถึงความเหนื่อยล้าที่เข้าจู่โจม ซึ่งเป็ผลจากการใช้พลังสมาธิอย่างหนักในการรักษา่ก่อนหน้า
เขาจึงหาจังหวะกล่าวลาทุกคนเพื่อกลับไปพักผ่อน
“หลิวอวี่ เดี๋ยวฉันไปส่งนะ”
ไม่นานนัก รถสปอร์ตคันงามก็มาส่งหลิวอวี่ถึงหน้าวิลล่าของเขา
ก่อนที่ชายหนุ่มจะก้าวลงจากรถ หลี่รั่วหลานก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงใจ “หลิวอวี่ ครั้งนี้ต้องขอบคุณคุณมากจริง ๆ นะที่ช่วยชีวิตคุณปู่ของฉันเอาไว้”
“มันเป็สิ่งที่ผมเต็มใจทำอยู่แล้วครับ ไม่ต้องเกรงใจหรอก” หลิวอวี่โบกมือลาพร้อมรอยยิ้ม
“ยังไงก็ขอบคุณนะ อีกสองวันฉันจะแวะมาหาใหม่!” หญิงสาวโบกมือลาและขับรถจากไปอย่างรวดเร็ว
ในจังหวะนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น
[คุณได้รับเงินโอน จำนวนรวม 20,000,000.00 หยวน]
พร้อมกับข้อความในแอปพลิเคชันวีแชทจากหลี่รั่วหลาน
[เงินยี่สิบล้านนี้ ถือว่าเป็ค่ารักษาพยาบาลให้คุณปู่ของฉันนะ อย่าปฏิเสธเลยนะ]
ที่แท้เธอก็รีบขับรถออกไปเพราะกลัวว่าเขาจะไม่ยอมรับเงินก้อนนี้นี่เอง
หลิวอวี่ทิ้งตัวลงบนเตียงนุ่มภายในวิลล่าและหลับสนิทไปด้วยความเพลีย เป็การพักผ่อนที่แสนสงบและเต็มอิ่มที่สุด
เช้าวันรุ่งขึ้น หลิวอวี่ตื่นมาด้วยความสดชื่น เขาเตรียมตัวออกไปข้างนอกเนื่องจากวันพรุ่งนี้จะเป็วันประมูลกรรมสิทธิ์เกาะ
เดิมทีเขามีเงินติดตัวอยู่สิบล้าน เมื่อรวมกับเงินยี่สิบล้านที่หลี่รั่วหลานโอนมาให้เมื่อวาน ตอนนี้ยอดเงินในบัญชีของเขามีมากกว่าสามสิบล้านแล้ว ซึ่งเขามั่นใจว่าเพียงพอสำหรับการคว้าสิทธิ์บริหารเกาะแห่งนั้นมาครอง
เพื่อให้พร้อมสำหรับการทำธุรกิจประมง หลิวอวี่จึงแวะไปยังห้องสมุดประจำเมืองและกว้านซื้อหนังสือเกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและการจัดการอาหารทะเลมากองโตเพื่อศึกษาเพิ่มเติม
เขาขนหนังสือมาเกือบหมดชั้นจนเต็มลังกระดาษสองใบใหญ่ ก่อนจะขนขึ้นรถเฟอร์รารี่จนแทบไม่มีที่ว่าง
หลังจากชงชาหอม ๆ มาตั้งไว้ หลิวอวี่เตรียมจะดื่มด่ำกับการอ่านหนังสือ ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น
เมื่อเห็นว่าเป็หมายเลขจากทางบ้าน หลิวอวี่จึงรีบกดรับสายทันที
วินาทีที่การเชื่อมต่อสำเร็จ เสียงอันตื่นเต้นปนดีใจของมารดาก็ดังลอดออกมา
[อวี่เอ๋อร์! แม่มีข่าวดีจะบอกลูก น้องสาวของลูกสอบเข้ามหาวิทยาลัยเซียงซานได้แล้วนะ!]
“นั่นเป็เื่ที่วิเศษมากเลยครับแม่! เดี๋ยวพอถึงเวลาผมจะกลับไปรับพ่อกับแม่ให้ย้ายออกมาอยู่ด้วยกันที่นี่เลยนะครับ”
[โอย ไม่ต้องลำบากหรอกลูก ลูกตั้งใจทำงานให้ดีเถอะ ในอนาคตลูกยังต้องใช้เงินอีกเยอะ ทั้งเื่แต่งงาน เื่ซื้อบ้านในเมือง เก็บเงินไว้เถอะนะ]
[ส่วนเื่ค่าเทอมของน้องสาวไม่ต้องเป็ห่วงไปหรอกนะ ต่อให้พ่อกับแม่ต้องขายบ้านขายเรือ เราก็ต้องส่งน้องให้เรียนจนจบให้ได้ ทางบ้านไม่มีอะไรน่าห่วงแล้วล่ะ]
[แค่นี้ก่อนนะลูก ตั้งใจทำงานนะ ค่าโทรศัพท์มันแพง เดี๋ยวแม่วางสายก่อนนะ!]
สิ้นเสียงสัญญาณ หลิวอวี่รู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวที่ขอบตา พ่อแม่ของเขาลำบากตรากตรำในชนบทมาทั้งชีวิต ถึงเวลาแล้วที่เขาจะมอบความสุขและความสบายให้แก่ท่านทั้งสอง
หลิวอวี่ตัดสินใจแน่วแน่ว่า ทันทีที่เื่การประมูลเกาะเสร็จสิ้น เขาจะรีบเดินทางกลับบ้านเกิดเพื่อพาครอบครัวย้ายมาอยู่ด้วยกันทันที
วันถัดมา หลังจากเตรียมตัวจนพร้อม หลิวอวี่ก็มุ่งหน้าไปยังศูนย์ซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองเพื่อเข้าร่วมการประมูลสิทธิ์บริหาร 'เกาะฉางเซียง'
ทว่าเมื่อเขาสตาร์ทรถเฟอร์รารี่ เขากลับพบว่าน้ำมันในถังแทบจะแห้งเหือด!
'ให้ตายเถอะ... เมื่อวานมัวแต่ยุ่งจนลืมแวะเติมน้ำมันไปเสียสนิท!'
ในเวลาที่กระชั้นชิดเช่นนี้ เขาไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องหันไปพึ่งพารถกระบะคันเก่าที่จอดอยู่ข้าง ๆ
การประมูลจะเริ่มในเวลาเก้าโมงเช้า ซึ่งเหลือเวลาอีกไม่ถึงชั่วโมง หากมัวแต่แวะสถานีบริการน้ำมันเขาอาจจะไปไม่ทันเวลา
เสียงเครื่องยนต์ครางกระหึ่ม หลิวอวี่เหยียบคันเร่งรถกระบะมุ่งหน้าสู่ใจกลางเขตเซียงซานอย่างรวดเร็ว
ครึ่งชั่วโมงผ่านไป รถกระบะสภาพกรำศึกก็มาปรากฏตัวที่หน้าตึกสูงตระหง่านของศูนย์อสังหาริมทรัพย์ ทว่าทันทีที่เขาเลี้ยวเข้าจอด เสียงะโด่าทอก็ดังขึ้นทันที
“เฮ้! ขับรถออกไปเดี๋ยวนี้! ตรงนี้ห้ามจอดรถบรรทุกของนะโว้ย!”
หลิวอวี่หันไปตามเสียง และพบกับเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในชุดเครื่องแบบที่กำลังวิ่งตรงเข้ามาหาเขาด้วยท่าทางไม่เป็มิตรเอาเสียเลย