MoneySystem:ระบบเงินตรา

    อืม

    "สะสุดยอดไปเลย "พยัคฆ์ก็กล่าวพร้อมกับมองไปที่วิชัยและหันกลับมามองโม่หลินด้วยความทึ่ง
    "นายนี่มันสุดยอดจริงๆว่าแต่นายรู้จักลุงคนเมื่อกี้ได้ยังไงแถมดูลุงแกจะเคารพนายมากด้วยนะ"พยัคฆ์กล่าวชื่นชมพร้อมกับกล่าวถามด้วยความสงสัย
    "ก็ไม่ได้รู้จักดันมากหรอก"โม่หลินกล่าวตอบเขาเองก็ไม่มั่นใจเหมือนกันว่าได้รถมาเพราะอะไร
    "ชั้นขอถามนายจริงๆเถอะว่านายทำงานเป็นพนักงานบริษัทในตำแหน่งชั่งภาพจริงหรอ"พยัคฆ์กล่าวถามโม่หลินเพราะตอนนี้เขาทำใจเชื่อไม่ลง ถ้าโม่หลินบอกว่าเป็นเจ้าของบริษัทสักที่เขาก็เชื่อ
    "ใช่ชั้นก็เป็นพนักงานทั่วไปนี่แหละ"โม่หลินกล่าวตอบ
    "เอาเถอะไม่อยากบอกก็ไม่เป็นไร"พยัคฆ์กล่าว เขาไม่อยากถามจู้จี้จุกจิกมากเกินไปเพราะถึงแม้ระหว่างโม่หลินและพยัคฆ์จะเป็นเพื่อนสนิทกันแต่เนื่องจากไม่ได้เจอกันมาหลายปีเขาไม่รู้เพื่อนเขาจะมีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง
    "เห้อ บอกไปนายก็ไม่เชื่อชั้นอีก เอาเถอะเดี๋ยวชั้นจะขับไปส่งนายก็แล้วกัน "โม่หลินกล่าวบอกก่อนที่จะเปิดประตูรถและเข้าไปนั่งบริเวณที่นั่งคนขับ
    "ชั้นนั่งได้จริงดิ"พยัคฆ์กล่าวด้วยดวงตาที่เป็นประกาย ต้องบอกเลยว่าพยัคฆ์นั้นเป็น1ในพวกคลั่งรถซูปเปอร์คาร์เลยก็ว่าได้ และดูเหมือนนิสัยนี้ก็ยังเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยนแปลง
    ถึงแม้พยัคฆ์จะพูดแบบนั้นแต่ร่างของอีกฝ่ายก็เข้ามานั่งในรถเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั่นเองแถมยังใส่เข็มขัดนิรภัยพร้อมแล้วด้วย
    "นั่นมันโม่หลินกับพยัคฆ์ไม่ใช่หรอ"1ในอดีตเพื่่อนร่วมห้องกล่าวพร้อมกับชี้นิ้วไปที่โม่หลินที่กำลังนั่งอยู่ในรถและพยัคฆ์ที่กำลังเปิดประตูเข้าไปในรถ
    "จริงด้วย งั้นที่โม่หลินบอกว่าเป็นพนักงานบริษัทถ่ายรูปก็โกหกหน่ะสิ เพราะไม่มีทางที่พนักงานธรรมดาจะมีรถหรูแบบนั้นได้ ว่าแต่ใครรู้ราคารถคันนั้นบ้าง "อดีตเพื่อนร่วมห้องของโม่หลินกล่าวขึ้นพร้อมพับถามด้วยความสงสัย
    "ชั้นว่าน่าจะ10ล้านได้"ชายอีกคนกล่าวออกมาด้วยการคาดเดา
    "ผิดแล้ว5ล้านหน่ะเพราะมันดูเหมือนจะเป็นรุ่นสั่งทำพิเศษ"ชายหนุ่มที่ดูเหมือนจะรู้เรื่องรถกล่าวบอกขึ้นด้วยท่าทางอิจฉา
    "หึแค่5ล้านบาทชั้นจะซื้อกี่คันก็ได้"เมฆากล่าวออกมาด้วยความดูถูก
    "หือไม่ใช่5ล้านบาทนะ แต่เป็นดอลล่าร์สหรัฐ"ชายหนุ่มที่รู้เรื่องรถคนเดิมกล่าวบอกเมฆา
    "5ล้านดอลล่าร์!?"เสียงสนทนาดังขึ้นระงมเพราะราคาที่มหาศาลของมัน
    "150ล้าน"เมฆมาหน้าซีดลงเล็กน้อย มูลค่าของรถคันนั้นถ้าเทียบกับมูลค่าบริษัทของพ่อเขาที่มีมูลค่าเพียง140ล้าน รถคันนั้นยังมีมูลค่าสูงกว่าเลย
    หลังจากที่พยัคฆ์เข้ามาในรถเรียบร้อยโม่หลินก็ขับรถออกไปท่ามกลางสายตาของเหล่าอดีตเพื่อนร่วมห้องที่มางานเลี้ยงรุ่น
    "ขอบใจมากเพื่อน วันหลังชั้นขอขับบ้างได้รึเปล่า"พยัคฆ์กล่าวขอบคุณพร้อมกับกล่าวถามด้วยความลังเล
    "ได้สิไม่มีปัญหา"โม่หลินกล่าวตอบ
    "จริงดิ"พยัคฆ์กล่าวขึ้นด้วยท่าทางมีความสุขมันเหมือนฝันของเขาจะได้เป็นจริงเลยหล่ะ ไม่ว่าใครๆก็ฝันอยากลองขับรถซูเปอร์คาร์สักครั้งในชีวิตหลังจากที่กล่าวลากันเรียบร้อยแล้วโม่หลินก็ขับรถกลับไปที่บ้านของตัวเองซึ่งเขาไม่รู้จะหาเหตุผลออะไรไปอ้างดีเกี่ยวกับรถที่เขาได้มา
    "เอ่อเอาไงดี"โม่หลินพึมพัมด้วยความหนักใจสุดท้ายก็ตัดสินใจจะบอกความจริงที่เขาได้รถนี้มาได้ยังไง
    โม่หลินค่อยๆขับรถเข้าไปจอดในที่จอดรถของบ้านตัวเองช้าๆ แน่นอนว่าสุดท้ายพ่่อกับแม่ของเขารวมถึงน้องสาวก็เดินออกมาดูว่าใครเอารถมาจอดในบ้านของตัวเอง
    "อ้าวลูก นั่นรถใครหน่ะ"แม่ของโม่หลินกล่าวถามด้วยความสงสัย
    "ใช่แถมดูรถจะแพงด้วย เองไม่ได้ไปขโมยใครมาใช่มั้ย"พ่อของโม่หลินกล่าวขึ้นด้วยท่าทางกังวล
    "พ่อกับแม่เห็นลูกตัวเองเป็นคนยังไงเนี่ย รถคันนี้เพื่อนผมให้มาหน่ะ ถึงจะฟังดูแปลกที่อยู่ๆมีคนให้รถมาแบบนี้ก็เถอะ"โม่หลินกล่าวบอก ถึงแม้มันจะเป็นเรื่องที่ทำใจเชื่อยากไปสักหน่อยอะนะ
    "งี้นี่เอง"แม่ของเขาพยักหน้าด้วยความเข้สนใจและเดินกลับเข้าไปในบ้านด้วยท่าทางปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
    "ว่าแต่ราคาเท่าไหร่หล่ะ"พ่อของเจากล่าวถาม
    "เอ่อ 150ล้านบาทครับ"โม่หลินกล่าวบอกด้วยท่าทางลังเลเล็กน้อย
    "โห่ แพงโคตรเลยนี่หว่า"พ่อของเขากล่าวขึ้นด้วยท่าทางตกใจ
    "หะๆ แต่สำหรับเพื่อนผมมันก็คงเป็นแค่เศษเงิน"โม่หลินกล่าวบอก
    "เอาเถอะเข้ามาในบ้านก่อน แล้วก็หาเวลาไปทำใบขับขี่ด้วยหล่ะ ถึงจะขับรถเป็นแล้วก็ต้องมีใบขับขี่นะ"พ่อของเขากล่าว
    โม่หลินหมดคำจะพูดเพราะดูเหมือนคำอธิบายเป็นร้อยเป็นพันในหัวของเขาจะไม่ได้ใช้สะแล้ว เพราะครอบครัวของเขาดูเหมือนจะเป็นพวกที่ยอมรับอะไรง่ายๆนะแม้แต่โม่หลิงเอ๋อก็แค่มองไปที่รถของเขาเล็กน้อยด้วยความสนใจและพอได้ยินราคาก็ทำตาโตก่อนที่จะกลับมาเหมือนเดิม


    จบ