Chat เปลี่ยนโลก

    บทที่ 17


    เช้าวันถัดมานทีตื่นขึ้นมาตอนเก้าโมงเช้า เขาไม่ได้เร่งรีบอะไร เพราะเขามีเรียนตอน 10.30 น. เขาสั่งอาหารผ่านแอปพลิเคชั่นและเดินเข้าไปทำธุระส่วนตัวระหว่างรออาหาร เขาทำนู้นทำนี่รอการมาส่งอาหารจากไรเดอร์ เวลาเกือบๆ สิบโมงอาหารก็มาส่ง เขาตัดสินใจที่จะกินอาหารที่สวนข้างล่างของคอนโด นทีใช้เวลากินไม่นาน เขาก็ดื่มน้ำที่เตรียมมาด้วย และเดินขึ้นรถไปเพื่อจะไปเรียนหนังสือที่มหาวิทยาลัย นทีขับรถของเขามาถึงที่จอดรถยนต์ ท่ามกลางสายตาของทุกคน รถรุ่นนี้มันก็ไม่ได้โดดเด่นอะไร แต่มันเป็นรถใหม่ก็ต้องมีคนมองกันเป็นธรรมดา นทีเดินลงจากรถมาอย่างไม่สนใจสียงตรินินทาเลยแม้แต่น้อย เขาเดินไปยังห้องที่ใช้สอน และนั่งรออาจารย์ การเรียนของวันนี้กินเวลาไปค่อนข้างมาก กว่าจะเลิกก็บ่ายสองเข้าไปแล้ว เขาตั้งใจว่าหลังจากเรียนจบจะไปธนาคารเพื่อเบิกเงินสักก้อนเอาไว้ให้พ่อกับแม่ที่จะเดินทางไปเยี่ยมในวันนี้ แต่ก่อนอื่นกองทัพจะต้องเดินด้วยท้อง เขาเลือกที่จะไปรับประทานที่โรงอาหารกลางของมหาวิทยาลัย เมื่อเดินเข้ามาเขาก็เดินไปต่อแถวเพื่อจะชื้ออาหารร้านประจำ ร้านข้าวแกงธรรมดาๆ เขาสั่งอาหารและถือจานข้าวที่ได้เดินยังโต๊ะที่ว่างอยู่ เมื่อเขานั่งลงก็มีหญิงสาวคนหนึ่งเดินมานั่งกับเขาด้วย ใช่แล้วนั่นคือ แพรวา นั้นเอง “เออ..ทำไมต้องมานั่งกับฉันเนี่ย ดูสายตาอันไม่เป็นมิตรนั่นสิ เธอต้องการทำให้ฉันมีปัญหา?” “ป่าวนะ น่าๆนายก็ช่วยๆฉันหน่อยเถอะ อย่างน้อยมีนายเป็นไม้กัดหมาหัวงูพวกนั้นก็ยังดี” นทีเองก็ไม่ได้สนใจอะไร รีบกินข้าวให้เสร็จแล้วไปจะดีกว่า เขาต้องรีบอยู่นิดๆเพราะกลัวว่าธนาคารจะปิดไปซะก่อน แต่เมื่อทานได้ยังไม่ถึงครึ่ง ก็มีหญิงสาวอีกคนเดินเข้ามา “พี่นที ขอนั่งด้วยคนนะคะ” เธอเลือกที่จะนั่งข้างๆกับนทีเลย ใช่เธอคือน้ำฝนน้องรหัสของเขานั้นเอง ทางด้านนทีก็ถอนหายใจ เห้อ ออกมาพร้อมกับกินข้าวต่อให้มันเสร็จๆไป ในระหว่างนั้นเอง คู่ปรับและเดอร์แก๊งก็เดินเข้ามา “โอ้ว..น้องแพรวากับน้องน้ำฝนทำไมไปนั่งกับที่ไม่มีสกุลลุนชาติอย่างนั้นละ มานั่งกับพวกพี่ดีกว่านะ” และเสียงสนับสนุนของเดอร์แก๊งก็ดังตอบรับ “ใช่ๆๆๆ” “ไม่เป็นไรคะ หนูขอนั่งกับพี่รหัสหนูนะคะ / ไม่เป็นไรคะ แพรวขอนั่งกับเพื่อนนะคะ” ทั้งสองแทบจะตอบออกมาอย่างพร้อมเพียงกัน แล้วหันมองไปดูปฏิกิริยาของนที แต่นทีก็ไม่ได้สนใจอะไรและทานข้าวต่อไป ‘แค่มาทานข้าวทำไมถึงเจอแต่เรื่องละเนี่ย’ คู่ปรับที่เป็นอดีตเพื่อนสนิทของเขาก็ไม่ได้ยอมแพ้ “อย่าโดนมันหลอกเอาละ จริงๆมันก็เป็นนิสัยของมันละนะ พี่เองก็เคยเตือนมันไปแล้วว่า อย่าไปหลอกเอาเงินจากผู้หญิง อย่าเกาะผู้หญิงกินไม่เลือกหน้าแบบนั้น มันก็แค่ผู้ชายที่ชอบเล่นกับความรู้สึกของผู้หญิง ไม่เชื่อถามพี่พิมพ์ดู” เสียงสนับสนุนของเดอร์แก๊งก็ดังตอบรับอีกครั้ง “ใช่ๆๆๆ” ส่วนทั้งสองสาวก็ตอบกลับ “อ่อ คะ” แล้วก็จบบทสนทนา มันทำให้บรรยากาศในการพูดคุยมันดูแปลกๆไป ทางด้านนัทเองก็รู้สึกได้ว่าถ้าเขายิ่งพูดมากไปกว่านี้เขาจะดูกลายเป็นเหมือนตัวตลกในสายตาผู้คน เขาจึงเดินออกมาเงียบพร้อมกำมัดทั้งสองข้างและเดินจากไป นททีที่กินข้าวเสร็จก็ขอตัวลุกออกไปโดยที่เขาไม่สนใจหญิงสาวทั้งสองคนเลย ในใจของนทีเริ่มรู้สึกรำคาญเป็นอย่างมาก มันไม่เหมือนกับที่เขาเคยเป็น หรือมันอาจจะเป็นเพราะได้รับความทรงจำจากใครหลากหลายคนทำให้นิสัยของนทีเปลี่ยนไปทีละนิดทีละนิด เมื่อทานข้าวเสร็จแล้ว นทีก็ขับรถคันเก่งของเขามาที่ธนาคาร และเมื่อเดินทางมาถึงเขาก็ถูกต้อนรับอย่างดี ธุรกรรมเป็นเรื่องที่ง่ายมากสำหรับเขา นทีถอนเงินสดมาทั้ง 5 ล้าน 1 แสนบาท และเดินทางออกจากไป นทีขับรถและร้องเพลงไปอย่างสนุกสนาน ‘Country roads, take me home’ บรรยากาศธรรมชาติรอบข้างมันเป็นบรรยากาศที่ดีจริงๆ มันทำให้เขารู้สึกผ่อนคลาย นทีใช้เวลามากถึง 3 ชั่วโมงในการเดินทาง เขาเลี้ยงเข้ามายังบริเวณบ้านของเขา มันเป็นบ้านไม้ที่ถูกสืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น และมันเป็นอะไรที่น่าชวนให้คิดถึง เวลานี้สองผัวเมียก็ดูเหมือนจะงงๆว่าใครมาที่บ้านของพวกเขา เมื่อนทีเดินลงมาจากรถพวกเขาก็วิ่งเข้ามาสวมกอดกันเล็กน้อยก่อนจะพูดขึ้น “ที ลูกแม่เป็นอย่างไงบ้างลูก สบายดีไม” ผู้เป็นแม่ถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง คนเป็นแม่ทุกคนก็ย่อมที่จะห่วงใยเป็นธรรมดา และระหว่างที่เขาคุยกันอยู่นั้นเอง เสียงของพ่อก็ดังขึ้นมา “แม่มัน ไม่ต้องวิ่งเดี๋ยวจะอันตรายถึงลูก!” นทีได้ยินดังนั้นก็ตะโกนกลับไปว่า “ผมโตแล้วนะพ่อ ไม่ต้องเป็นห่วงมากก็ได้” แล้วพ่อก็ตะโกนกลับมาอีกว่า “ข้าไม่ได้หมายถึงเอ็งไอ่ที ข้าหมายถึงลูกในท้องเว้ย” นทีทำหน้าตกใจอยู่เล็กน้อยก่อนจะหันไปหาผู้เป็นแม่ “ไหนๆแม่ แม่มีน้องหรอ แล้วผู้ชายหรือผู้หญิงละ ไปฝากท้องมายัง ......9ล9” ผู้เป็นแม่ยื่นหัวเราะอยู่อย่างนั้น “เหมือนพ่อแกจริงๆลูก วันแรกที่รู้พ่อแกก็มีอาการแบบนี้แหละ” “โอ้ๆที่รัก ก็พ่อตื่นเต้นนี่หนา ที่รักก็รู้ว่าเรามีลูกยาก ใครจะคิดว่าเราจะมีลูกโดดในวัยอย่างนี้” พ่อที่เดินมาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้เดินเข้ามาพูด ก่อนที่นทีจะทำท่าอ้วกเพราะเหม็นความรักของทั้งคู่ สร้างเสียงหัวเราะออกมาจากทุกคนในสมาชิกบ้านหลังนี้ “ยังไงก็เข้าบ้านกันก่อนเถอะครับ” พวกเขาเข้ามายังตัวบ้านและเริ่มที่จะพูดคุยกันอีกครั้ง