ไซ่ง่อนร้อนรัก-เบียร์ย้อมใจ
เสียงดนตรีแนวอิเล็กทรอนิกส์เฮาส์ดังกระหึ่มจังหวะตึกๆ สะเทือนไปถึงพื้นปูนเปลือยของบาร์เบียร์กึ่งผับย่านฟามงูเหลา
แสงไฟนีออนสีแดงและสีม่วงสลัววูบวาบไปมาส่องกระทบควันบุหรี่จางๆ ที่ลอยอยู่ในอากาศ ผู้คนรอบตัวผม ทั้งนักท่องเที่ยวฝรั่งและคนเวียดนามท้องถิ่น กำลังชนแก้ว หัวเราะ และโยกย้ายส่ายสะโพกตามเสียงเพลงอย่างสนุกสนาน
แต่สำหรับผม...
พื้นที่ตรงหน้าเคาน์เตอร์บาร์มุมมืดสนิทแห่งนี้ มันช่างหนาวเย็นและเงียบงันปานป่าช้า
ผมชื่อ "เทพ" เป็นคนไทยวัยยี่สิบหกปี
วันนี้ผมควรจะทำงานหน้าคอมพิวเตอร์อยู่ในห้องแอร์ที่กรุงเทพฯ เหมือนทุกวัน
แต่หัวใจที่พังยับเยินไม่มีชิ้นดีจากแฟนเก่าที่คบกันมานานถึงสี่ปี...
เธอเพิ่งบอกเลิกผมอย่างเย็นชาเมื่อสามวันก่อนเพื่อไปคบกับหัวหน้างานคนใหม่ของเธอที่รวยกว่าและมั่นคงกว่า
คำว่า "เราไปกันไม่ได้" มันยังดังก้องในหูเหมือนการโดนตบหน้าอย่างแรง
ด้วยความช้ำใจปนความรู้สึกหมดสิ้นคุณค่าในตัวเอง ผมตัดสินใจลางานหนึ่งสัปดาห์เต็มๆ
หิ้วกระเป๋าเดินทางข้ามประเทศหนีมาพักใจไกลถึงโฮจิมินห์ซิตี้ (ไซ่ง่อน) ประเทศเวียดนาม
ผมคิดว่าการพาตัวเองมาอยู่ในเมืองแปลกหน้า สื่อสารคนละภาษา และตื่นตาตื่นใจกับแสงสีใหม่ๆ จะช่วยสลัดภาพเธอออกไปได้
แต่กลายเป็นว่า ยิ่งบรรยากาศรอบตัวสนุกคึกคักเท่าไหร่ ความเงียบเหงาและโดดเดี่ยวในใจผมมันก็ยิ่งทวีคูณเป็นสิบเท่า
ผมก้มหน้าจมจ่อมกอดแก้วเบียร์ไซ่ง่อนเย็นเฉียบที่เริ่มมีหยดน้ำเกาะรอบแก้ว
น้ำเบียร์พร่องไปเกือบครึ่งแก้ว รสชาติขมฝาดลื่นคอ แต่มันไม่ได้ช่วยให้ใจผมดีขึ้นเลยสักนิด
ผมแอบถอนหายใจยาวเหยียด หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาสไลด์หน้าจอดูประวัติแชตเก่าๆ ที่ไม่มีวันตอบกลับอีกแล้ว
มันปวดแปลบเหมือนมีเข็มจิ้มแทงขั้วหัวใจจนน้ำตาเกือบไหลออกท่ามกลางแสงราตรีอันบ้าคลั่งของไซ่ง่อน
ผมวางโทรศัพท์ลงบนบาร์อย่างหมดหวัง ปล่อยให้อารมณ์หดหู่ครอบงำร่างจนตัวงอ
ฟรึบ!
“ดื่มคนเดียวแบบนี้... มันไม่อร่อยหรอกนะคะพี่ชาย...”
น้ำเสียงใสๆ หวานหูสไตล์ผู้หญิงดังขึ้นข้างใบหูของผมท่ามกลางเสียงเพลงดังสะเทือน
ผมสะดุ้งตัวโยนด้วยความตกใจและรีบหันกลับไปมอง
ภาพตรงหน้าทำให้ผมต้องเบิกตากว้างและกลืนน้ำลายลงคอทันที
ร่างบางในชุดเสื้อยืดสีดำรัดรูปตัวจิ๋วที่เว้าคอลึกกว้างกำลังยืนส่งยิ้มกรุ้มกริ่มมาให้ผม
เธอคือ "ลินห์" พนักงานเสิร์ฟสาวชาวเวียดนามที่ผมเห็นเธอเดินคอยบริการลูกค้าฝรั่งโต๊ะอื่นๆ อยู่ก่อนหน้านี้
สิ่งที่ทำให้ผมตกใจไม่ใช่แค่หน้าตาที่สะสวยมีเสน่ห์จิ้มลิ้มของเธอ...
แต่คือการที่เธอพูดภาษาไทยได้อย่างชัดเจน และสำเนียงของเธอหวานนุ่มน่าฟังมาก
“คะ... คุณพูดภาษาไทยได้เหรอครับ?” ผมถามออกไปเสียงสั่นเบา คุมระดับความตื่นเต้นไม่อยู่
สายตาผมจ้องมองไปที่ผิวขาวจัดอมชมพูเนียนละเอียดของเธอที่สะท้อนแสงไฟนีออนสีแดงม่วงจนดูนุ่มนิ่มราวกับน้ำนม
และเสื้อยืดสีดำรัดรูปตัวนั้นมันช่างรัดรูปเน้นสัดส่วนโค้งเว้าของเธอจนน่ากลัว
ทรวงอกคู่โตอวบอัดใหญ่โตล้นทะลักบิดเบียดขอบเสื้อจนหน้ามอง
ยอดอกสองข้างแข็งชันเป็นไตชูช่อดันหน้าผ้าออกมาอย่างเห็นได้ชัด
แถมกระโปรงยีนส์สั้นกุดที่เธอใส่ก็สั้นเสียจนแทบจะเห็นแก้มก้นขาวๆ เนียนละเอียดของเธอเวลาเดิน
มันทำให้ลมหายใจของผมสะดุดไปชั่วขณะ
“ลินห์เคยทำงานที่พัทยาตั้งสองปีค่ะ เรียนและคุยภาษาไทยกับลูกค้าบ่อยๆ...”
ลินห์ตอบพลางหัวเราะคิกคัก แววตาของเธอระยิบระยับปนตัณหาเร้าใจ
จู่ๆ เธอก็ก้าวขยับขาเรียวขาวเข้ามานั่งลงบนเก้าอี้บาร์ข้างๆ ผมโดยไม่ได้ขออนุญาต
ตัวเธอขยับชิดเบียดเสียดกับผมจนกลิ่นน้ำหอมกลิ่นผลไม้เชอร์รี่หอมหวานปนกลิ่นสาบสาวหอมกรุ่นแผ่กระจายแตะจมูก
มันทำให้สัญชาตญาณความเป็นชายของผมที่แห้งเหี่ยวเหี่ยวแห้งไปเพราะรักค้างคาตื่นตัวรวดเร็วเป็นไฟลามทุ่ง
“ลินห์เห็นพี่ชายนั่งหน้าเศร้ากอดแก้วเบียร์ตั้งนานแล้ว... โดนแฟนบอกเลิกมาหรือเปล่าคะ?”
ลินห์ยื่นหน้าขยับเข้ามาถามตรงจุดพลางเอียงคอช้อนสายตามองผมอย่างน่ารัก
คำถามของเธอจี้แทงใจดำจนผมรู้สึกหน้าร้อนวูบ แต่ก็ไม่อยากโกหก ได้แต่พยักหน้ายอมรับเบาๆ
“ครับ... เพิ่งเลิกกับแฟนมาน่ะครับ หดหู่เลยหนีมาเที่ยว...”
“โอ๋ๆ... ไม่ร้องไห้นะคะคนเก่ง ผู้หญิงไทยไม่รักและไม่เห็นค่า...
ย้ายมาให้สาวเวียดนามรักและปลอบใจดีกว่าค่ะ...”
ลินห์พูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อนอ่อยโยนพลางเอื้อมมือขาวนุ่มนิ่มของเธอมาสวมทับจับมือขวาของผมไว้แน่น
หมับ!
ฝ่ามือเรียวบางของเธอนุ่มมากและร้อนผ่าวราวกับมีกระแสไฟแล่นผ่าน
ลินห์ค่อยๆ ใช้นิ้วชี้ของเธอสะกิดกรีดกรายลูบไล้หลังมือผมช้าๆ วนเวียนอยู่ตามง่ามนิ้ว
ความรู้สึกตื่นเต้นเสียวแปลบแล่นพล่านผ่านผิวหนังพุ่งตรงสู่เป้ากางเกงทันที
แก่นกายใต้กางเกงยีนส์ของผมเริ่มขยับเกร็งแข็งขึงขยายตัวจนเริ่มอึดอัดแน่นเป้า
ผมพยายามจะดึงมือกลับเพราะความเหนียมอายปนความรู้สึกผิดชอบชั่วดี แต่ลินห์กลับออกแรงขยับนิ้วประสานมือบีบมือผมแน่นขึ้นไม่ยอมให้หลุด
“พี่ชายชื่ออะไรคะ?” ลินห์ขยับกระซิบเสียงหวานพร่าต่ำ
“ผมชื่อเทพครับ...”
“พี่เทพ...” ลินห์เรียกชื่อผมด้วยน้ำเสียงออดอ้อนสะท้านทรวงอก
“ดื่มเบียร์ไซ่ง่อนมันขมเกินไปสำหรับคนใจพังค่ะ... คืนนี้ให้ลินห์ชงเหล้าอร่อยๆ ป้อนพี่เทพดีกว่านะคะ...”
ลินห์เอื้อมมือเรียวไปหยิบขวดเหล้าลิเคียวหวานของบาร์มาเทผสมโซดาในแก้วใบใหม่ให้ผมอย่างชำนาญ
ในจังหวะที่เธอยื่นตัวเอื้อมมือข้ามหน้าผมชงเหล้า... ลินห์จงใจเบียดแผงปทุมถันคู่อวบอิ่มล้นกระชับเสื้อยืดของเธอเข้ากับต้นแขนของผมอย่างตั้งใจ!
เบียด! นุ่มหนึบ!
ผมสัมผัสได้ถึงความนุ่มเด้งหยุ่นของเต้าอกคู่อวบหนาปะทะเข้ากับท่อนแขนของผมเต็มเหนี่ยว
ความหนาใหญ่ของทรวงอกเธอเบียดเสียดจนยอดอกแข็งเป็นไตถูไถแขนผมผ่านผ้าเนื้อบางเบา
ความอุ่นร้อนจากร่างกายสาวแผ่เข้าสู่ตัวผมจนระบบเลือดลมสูบฉีดพลุ่งพล่าน
หัวใจเต้นโครมคราม ตึกตัก... ตึกตัก... ผสมปนเปกับเสียงกลองเพลงในผับบาร์
“อึก... ขอบคุณครับลินห์...” ผมเอ่ยเสียงแหบพร่าคอแห้งผาก
ดึงแก้วเหล้าที่เธอยื่นป้อนให้มาดื่มรวดเดียวจนพร่องไปเกินครึ่ง
ความร้อนของแอลกอฮอล์บวกกับสัมผัสเนื้อแนบเนื้อของลินห์ทำเอาสมองผมมึนชาชวนเคลิ้มฝัน
ความรู้สึกเจ็บช้ำจากแฟนเก่าจางหายไปแทบหมดสิ้นในเวลาไม่กี่นาที
หลงเหลือเพียงตัณหากามารมณ์และความตื่นเต้นกระสันอยากลิ้มรสชาติสาวต่างแดนคนนี้แทน
ลินห์สังเกตเห็นแววตาผมที่เปลี่ยนไป แววตาหื่นกระหายของผมจับจ้องเนินเนื้อของเธอไม่วางตา เธอก็ยิ่งได้ใจขยับสะโพกเบียดชิดกับผมมากกว่าเดิม
ต้นขาขาวเรียวของเธอสบเบียดเสียดสีเข้าหาต้นขาของผมอย่างเปิดเผย
มือซ้ายของลินห์ละออกจากหลังมือผม เลื่อนลงต่ำไปลูบไล้หน้าขาของผมผ่านเนื้อผ้ากางเกงยีนส์
เธอลากปลายนิ้วเข้าใกล้จุดกึ่งกลางหว่างขาขยับวนเวียนใกล้แก่นกายที่แข็งตึงขยายใหญ่เป็นท่อนลำจนรั้งเป้ากางเกงขึ้นมาเด่นชัด
“พี่เทพชอบเที่ยวไซ่ง่อนไหมคะ?” ลินห์เป่าลมร้อนข้างหูผมระรัวเสียงครางแผ่ว
“ยังไม่ได้ไปไหนเลยครับ... เพิ่งมาถึงวันนี้วันแรกเองครับลินห์...” ผมตอบกระเส่าสะท้านใจ
“ดีเลยค่ะ... ลินห์เข้ากะงานถึงแค่เที่ยงคืนนี้เองค่ะ...” ลินห์ยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ดึงดูดใจ
“บาร์ปิดแล้ว... ลินห์จะพาพี่เทพไปเดินเที่ยวทัวร์ราตรีดูมุมลับๆ ของไซ่ง่อนยามค่ำคืน...
มุมมืดสลัวที่นักท่องเที่ยวทั่วไปไม่มีวันได้เห็น... พี่เทพสนใจจะไปกับลินห์ไหมคะ?”
คำชวนปลอบใจของลินห์แฝงความหื่นและสวาทท้าทายศีลธรรมอย่างล้นพ้น
ผมมองทรวงอกอวบอัดใหญ่โตที่กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหายใจถี่ของเธอ สลับมองริมฝีปากอิ่มสีแดงเยิ้มสะท้อนแสงไฟ
“สนใจครับ... ผมจะรอนะครับลินห์...” ผมตอบตกลงในที่สุดอย่างไร้แรงขัดขืน
ลินห์หัวเราะคิกคักด้วยความสุขสมใจ
เธอยกตัวลุกขึ้นยืนเตรียมตัวไปทำงานและบริการเช็กบิลโต๊ะอื่นเพราะใกล้เวลาบาร์ปิดเต็มที
แต่ในจังหวะที่เธอกำลังจะหันหลังเดินหนีไป...
ลินห์แกล้งยื่นฝ่ามือสากร้อนเรียวนิ้วของเธอล้วงสอดเข้าไปในกระเป๋ากางเกงยีนส์ด้านหน้าของผมอย่างรวดเร็ว!
ฟึ่บ! หมับ!
นิ้วมือร้อนลื่นไถลสัมผัสผ่านหน้าท้องน้อยของผมลงไปกุมบีบเค้นเข้ากับแก่นกายที่ตึงแข็งขึงขังหนายาวของผมใต้กางเกงยีนส์อย่างจัง
ลินห์ขยับฝ่ามือขยำรูดท่อนเนื้อร้อนผ่าวของผมทิ้งท้ายหนึ่งครั้งจนผมสะดุ้งตัวลอยสูดปากครางคอแห้งผากสยิวสุดตัว
“ซี๊ดดด... ลินห์...” ผมครางเบาหวิวตัวสั่นระริก
ลินห์ดึงมือออกพร้อมทิ้งกระดาษโน้ตที่เขียนเบอร์โทรและพิกัดร้านที่นัดเจอกันไว้ข้างในกระเป๋าผม
เธอก้มตัวลงมาหาผมจนยอดปทุมถันสองเต้าอกอวบหนากดบดเบียดแผ่นอกผมแน่นจนแทบหายใจไม่ออก
กระซิบฝากคำหวานข้างใบหูด้วยน้ำเสียงแหบสั่นซ่านใจว่า...
“นี่เบอร์กับสถานที่นัดค่ะ... คืนนี้ลินห์จะรักและปลอบใจพี่เทพให้เสียวและมีความสุขที่สุดจนลืมผู้หญิงไทยคนนั้นไปเลยค่ะ... เตรียมตัวไว้ดีๆ เจอกันหลังร้านนะคะพี่ชาย...”
ลินห์ส่งยิ้มหวานขยิบตาหวานเชื่อมทิ้งทวนหนึ่งครั้ง ก่อนจะขยับสะโพกส่ายกลมกลึงเดินนวยนาดห่างออกไปบริการลูกค้าโต๊ะอื่น
ทิ้งให้ผมนั่งหน้าแดงก่ำ หายใจหอบถี่สั่นเทาอยู่มุมบาร์ในสภาพตัวตนร้อนฉ่าแข็งขึงขยายตัวจนตึงเปรี๊ยะปวดตึงกางเกงไปหมด
ในสมองตื่นเต้นเตลิดเปิดเปิง คิดฝันภาพราตรีแรกในไซ่ง่อนที่จะได้ร่วมรักปลอบใจปลดปล่อยแรงปรารถนาล้นพ้นกับสาวน้อยเวียดนามสุดเอ็กซ์คนนี้อย่างตื่นเต้นที่สุด!