"จากที่ท่านอ๋องกล่าวมา อันที่จริงสำนักไท้ซาน มิเคยยุ่งเกี่ยวกับทางโลกนานแล้ว พวกเขาใช้ชีวิตอยู่ใน หุบเขาอู่หลิงซานมาเป็เวลานมนาน เหตุใดจึงคิดส่งคนมาลอบทำร้ายแม่นางเจียวซิ่งกันเล่า แต่ที่แปลกคนที่คิดทำร้ายแม่นางเจียวซิ่ง กลับไม่ใช่คนของไท้ซานแต่เป็คนของกองทัพเผ่าอินทรีหิมะขาวอย่างงั้นรึ" กุนซือกล่าวออกมาด้วยความสงสัยขณะรินน้ำชาให้กับอี้เฉิน
"ข้าก็ไม่อาจแน่ใจ แล้วท่านกุนซือคิดเช่นไร ด้วยเหตุอันใดจึงมีเหตุจูงใจให้คิดทำเช่นนั้น หรือสำนักไท้ซานคิดจะร่วมกับกองทัพเผ่าอินทรีหิมะขาวนั้น" ขณะที่อี้เฉินกำลังสนทนาอยู่กับกุนซืออยู่นั้น ไม่ทันไร สืออีเหนียงก็เดินเข้ามาพอดี
"เรียนท่านแม่ทัพขอรับ ท่านประมุกซินหยวน จากสำนักไท้ซาน ้าเข้าพบขอรับ"
"ท่านประมุกซินหยวน มาอย่างนั้นรึ ข้ากำลังจะเดินทางไปสำนักไท้ซาน ในวันรุ่งสางอยู่พอดี เหตุใดข่าวจึงถึงท่านประมุกซินหยวนเร็วนัก" อี้เฉินทำสีหน้าแปลกใจ เมื่อหันไปสบตากับกุนซือ
"ข้าคิดว่า ต้องมีเหตุที่ไม่ชอบมาพากลแล้วละ ท่านอ๋องอย่าเพิ่งวู่วามไปก่อน ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพื่อหยั่งเชิงไปก่อนเถอะ" กุนซือกล่าว อี้เฉินพยักหน้า ก่อนที่จะให้ สืออีเหนียง ไปเชิญท่านประมุกซินหยวนเข้ามาในจวน
"ข้าน้อยซินหยวนขอคารวะท่านแม่ทัพใหญ่ ขอรับ" ซินหยวนโค้งนอบน้อมทำความเคารพอี้เฉินทันที
"ไม่ต้องมากพิธี ท่านประมุกซินหยวน มีเหตุอันใดรึ ท่านถึงได้เดินทางไกลหลายหมื่นลี้เพื่อมาหาข้าถึงในจวนนี้" อี้เฉินกล่าว
"ข้าต้องขออภัยหากมาพบท่านกะทันหันโดยไม่ได้บอกกล่าวไว้ล่วงหน้า ข้ามีเื่ร้อนใจ เื่ของธนูอาบยาพิษเจิ้นเหนี่ยว ข้าบังเอิญ ได้ยินข่าวว่าคนในจวนของท่านถูกลอบทำร้าย ที่ข้ามาในวันนี้หาใช่จะมาแก้ตัวไม่แต่ที่ข้ามาในวันนี้ เป็เื่สำคัญที่จะต้องเอ่ยอธิบายให้ท่านฟัง เพื่อให้ไม่เป็การเข้าใจผิดคิดว่าสำนักของข้านั้น ทั้งที่ไม่เคยเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับทางโลกมานมนาน เป็ผู้ก่อเหตุจนเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันเช่นนี้เท่านั้น"
"ท่านประมุกซินหยวน้าจะบอกกล่าวถึงสิ่งใดหรือ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับท่าน ในเมื่อลูกธนูนั้นก็เป็ของสำนักไท้ซาน และไม่มีใครที่สามารถคิดค้นยาพิษเจิ้นเหนี่ยวอาบลูกธนูนี้ได้นอกจากท่าน"
"ท่านแม่ทัพใหญ่จะคิดเช่นนั้นก็ไม่ผิด ถึงลูกธนูนี้จะเป็ของสำนักไท้ซาน แต่ข้าได้ทำขึ้นมาเพียง 4 เล่มเท่านั้น 2 เล่มข้าอยู่ในสำนัก แต่อีกสองเล่นถูกส่งมอบให้กับราชสำนักไปนานแล้วั้แ่่ก่อนคราหลายปีมานั้น เมื่อครั้งที่ท่านทำศึกกับเมืองจิ่วเฟิ่ง เหตุใดท่านไม่รองสืบค้นหาที่ราชสำนักดูเล่า และที่สำคัญลูกธนูนั้นในสำนักไท้ซานยังมีอยู่ครบทั้งสองเล่ม" ประมุกซินหยวนหยิบกระบอกใส่ลูกธนูออกมายื่นให้กับแม่ทัพเฉินทันที แม่ทัพเฉิน หันไปมองหน้ากุนซือก่อนที่จะรับกระบอกใส่ลูกธนูนั้นขึ้นมาเปิดดู ภายในก็มีลูกธนูอยู่สองเล่มจริงตามที่ ท่านประมุกซินหยวนกล่าว
"ข้าขอบคุณยิ่งที่ท่านนำหลักฐานมายืนยันความบริสุทธิ์ใจของสำนัก ข้าจะรับเื่นี้ไว้พิจารณา แต่เื่ยังไม่ได้มีการสืบหาตัวคนร้าย และอยู่ใน่ที่กำลังสืบค้น เพราะฉะนั้น ลูกธนูของท่าน 2 เล่นนี้คงต้องไว้ที่นี่ไปก่อน จนกว่าจะพบผู้ที่กระทำความผิด ข้าก็จะคืนกลับไปให้ท่านประมุกซินหยวน"
"แต่ในเมื่อข้าได้แสดงความบริสุทธิ์ใจ ต่อหน้าท่านไปแล้วมีหลักฐานชัดเจนขนาดนั้นท่านยังไม่ไว้ใจข้าอย่างนั้นรึเหตุใดท่านแม่ทัพจะต้องเก็บลูกธนูของข้าเอาไว้กันเล่า" ประมุกซินหยวนกล่าว
"ท่านประมุกซินหยวนคิดมากไปแล้ว ข้าไม่ได้กล่าวโทษท่านแต่อย่างไร ไม่ใช่ว่าข้าไม่เชื่อท่าน แต่การจะพิจารณา คดีที่ยังไม่สามารถยืนยันระบุตัวคนร้ายได้ ของกลางทุกอย่างก็ต้องอยู่ในที่ปลอดภัย ในเมื่อคนสำนักไท้ซานมิได้ทำผิดจะไปกลัวอะไรเล่า"
"ก็แล้วแต่ท่านเถอะ หาท่านจับผู้ร้ายได้ ข้าจะมาขอลูกธนูคืน ถ้าเช่นนั้นข้าต้องขอตัวลาก่อน หวังว่าท่านจะจับผู้ร้ายได้ ในเร็ววัน" ประมุกซินหยวนโค้งคำนับบอกลาทันทีก่อนออกไป
"สืออีเหนียง จงไปส่งท่านประมุกซินหยวนเถอะ"
"ขอรับท่านแม่ทัพ"สืออีเหนียงโค้งคำนับออกไป
หลังจากอี้เฉินสั่งให้สืออีเหนียงทหารองครักษ์คนสนิทออกไปส่งประมุขซินหยวน
กุนซือหวังฟางจึงเอ่ยขึ้น "ท่านประมุขซินหยวนถึงกับเดินทางไกลหลายหมื่นลี้ด้วยตัวเองเพื่อ้ามายืนยันความบริสุทธิ์ใจข้าว่ามันน่าแปลกยิ่ง เหตุใดจึงรู้ว่าคนของสกุลเฉินถูกทำร้าย"
"ท่านกุนซือก็คิดแบบเดียวกันกับข้ารึ"
"เื่นี้ คงต้องสืบสาวราวเื่ให้กระจ่างแจ้ง แต่หากจะต้องสืบจริงๆข้าว่า่เพลานี้ ท่านต้องให้เื่เงียบไปก่อนหรือไม่ก็ให้คนของเราสืบแบบลับๆจะดีกว่า เพราะแม้แต่ท่านประมุขซินหยวนยังรู้ข่าวคุณหนูเจียวซิ่งถูกลอบทำร้าย ทั้งที่ท่านยังไม่ได้ไปที่สำนักไท้ซานด้วยซ้ำ ข้าคิดว่าเื่นี้ไม่ใช่แค่เหตุบังเอิญเป็แน่" กุนซือหวังฟางกล่าว
อี้เฉินพยักหน้าเข้าใจที่กุนซือหวังฟางเอ่ย "ข้าคิดว่าท่านเสนาเยว่ซิ่งน่าจะยังไม่รู้เื่ หากรู้ป่านนี้คงไม่นิ่งอยู่เฉย และคงจะมาที่จวนของข้าแล้ว ถ้าเช่นนั้นการสืบเื่ในวังให้เป็หน้าที่ข้าเอง อีกไม่กี่เพลาก็จะถึงวันงานทำอาหารส่งประกวดเข้าวังแล้วในเวลาเช่นนั้นท่านพี่และห่วงกุ้ยเฟยก็จะอยู่ที่พระตำหนักหย่งเหอกง ก็จะทรงให้ความสนพระทัยเพียงแต่เื่ในงาน ข้าจะใช่โอกาสนี้ใน่เวลานั้นเพื่อเข้าไปค้นหาลูกธนูนั้นว่าได้หายไปหรือไม่"
"แต่ท่านอ๋องงานนี้ การประกวดของทุกๆปี ปีนี้ศึกสงบหากไม่มีท่านอยู่ร่วมมันจะยิ่งเป็ที่น่าสงสัย ฝ่าาก็ต้องทรงตรัส ถามถึงท่านเป็แน่แท้ขอรับ"
"ท่านไม่ต้องกังวลไป ท่านลืมไปแล้วหรือว่าข้ามีองครักษ์คู่กายอยู่ทั้งคน เหตุใดข้าจะต้องออกโรงให้เป็เป้าหมายสายตาแก่ศัตรูกันเล่า"
"หากเป็เช่นนั้นความหมายของท่านคือ อาจจะมีศัตรูแฝงมาอยู่ในงานอย่างนั้นรึ"
"ศัตรูเมื่อทำงานไม่สำเร็จอย่างไรเสียก็ต้องย้อนกลับมาอยู่ดี และข้าก็อยากจะรู้เช่นกัน เหตุใดจึงคิดจะลอบทำร้ายแม่นางเจียวซิ่ง ข้าจึงคิดจะพาแม่นางเจียวซิ่งไปที่พระราชวังด้วยเช่นกัน หากคิดจะจับโจรทั้งทีก็ต้องล่อ โจรออกจากถ่ำ"อี้เฉินกล่าวก่อนยกน้ำชาดื่ม
"ถ้าทำเช่นนั้น หาท่านเสนาเยว่ซิ่งรู้จะไม่โกรธท่านรึ และแม่นางอาจจะคิดว่าท่านให้นางเป็เหยื่อล่อศัตรู"
"ข้าไม่ได้ให้นางเป็เหยื่อล่อศัตรูแต่หากให้นางอยู่ในจวนท่านคิดว่านางจะปลอดภัยรึ"
กุนซือหวังฟางพยักหน้าเข้าใจในสิ่งที่อี้เฉินกล่าว
"คุณหนูเ้าค่ะ คุณหนูจะทำจริงๆหรือเ้าค่ะเื่ประกวดทำอาหารนั้น หากนายท่านรู้เข้า จะไม่ใหรือเ้าคะ" หนิงเอ๋อถาม ทำหน้า เป็กังวลยิ่ง
"ทำไมรึท่านพ่อข้าไม่ชอบให้ข้าทำอาหารอย่างนั้นรึ"
"ไม่ใช่ไม่ชอบเ้าค่ะ แต่ไม่ให้เข้าครัวเลยเ้าค่ะ"
"เพราะเหตุอันใดถึงไม่ให้ข้าเข้าครัว เ้ามีเื่อะไรที่เกี่ยวกับข้าแล้วไม่ยอมบอกข้ามาให้หมด เ้าก็รู้ว่าตอนนี้ความทรงจำของข้าได้หายไปหมดแม้แต่ศัตรู ข้าก็ยังไม่รู้ว่าเป็ผู้ใดที่คิดจะทำร้ายข้า หนิงเอ๋อ มีอะไรที่ข้ายังไม่รู้เกี่ยวกับตัวข้าบ้างข้าจะได้ทำตัวได้ถูก"
"เื่ในครัวนั้นที่นายท่านไม่ให้ท่านเข้าไปยุ่งเพราะเมื่อก่อน คุณหนูเคยคิดทำอาหารส่งเข้าประกวด ข้ารู้ว่าคุณหนูอยากทำให้นายท่านภูมิใจในตัวคุณหนู แต่คุณหนูทำอะไรไม่เป็สักอย่าง อย่าว่าแต่ทำอาหารเลยเ้าค่ะอย่าหาว่าข้านินทาคุณหนูต่อหน้าเลยนะเ้าค่ะ แต่งตัวเองยังต้องให้ข้าแต่งให้ ครั้งนั้นที่มีงานประกวดทำอาหารคุณหนูนะทำเื่เอาไว้จนน่าอับอายสกุลซิ่งไปทั่วทั้งใต้หล้าเลยเ้าค่ะ"
"ข้าทำอะไรหรือ" เจียวซิ่งทำหน้าสงสัย
"ก็ทำไฟไหม้ ลานทำอาหารซิเ้าคะเหล่าทหารช่วยกัน ดับไฟกันให้จ้าละหวั่นเลยเ้าค่ะในเหตุการณ์ครานั้น มีคนได้รับาเ็จากแรงปะทุของเปลวไฟด้วยเ้าค่ะ ข้าคิดว่าคราวนี้นายท่านคงไม่มีทางยอมให้คุณหนูเข้าร่วมอีกเป็แน่เ้าค่ะ"
"มันก็คืออุบัติเหตุ จะโทษข้าได้อย่างไร ไม่มีเหตุผลเลยสักนิด"
"ไม่ใช่เ้าค่ะ หากเป็เพียงอุบัติเหตุ โดยประมาณนั้นไม่ใช่ปัญหา แต่ที่เป็ปัญหาคือคุณหนูนะ ไปมีเื่ตบตีกับผู้เข้าร่วมแข่งขันต่างหากเล่าเ้าค่ะ เพียงแค่ผู้นั้นทำอาหารคล้ายคลึงกับคุณหนูเท่านั้นคุณหนูก็ทำลายข้าวของ ของคนผู้นั้นพังจนหมด จนมีเื่มีราวเกิดไฟลุกไหม้ ที่จริงหากไม่ใช่นายท่านเป็ขุนนางชั้นสูงที่รับใช้ฝ่าาด้วยความซื่อสัตย์และทำคุณงามความดีให้แก่แผ่นดินมาโดยตลอด ป่านนี้คุณหนูคงติดคุกหลวงไปนานแล้วเ้าค่ะเพราะมีเื่ต่อหน้าพระพักตร์ฝ่าาเยี่ยงนั้นถือเป็ความผิดโทษปะาชีวิตเลยนะเ้าค่ะ"
"โห่ข้าร้ายขนาดนั้นเลยรึ! นี่อาจจะเป็สาเหตุที่ทำให้ข้ากลายเป็คนดังในเพียงชั่วข้ามคืนซินะ ข้าจึงมีแต่คนเกลียดข้ามากมายขนาดนั้น ทำผิดแต่กลับไม่ได้รับโทษ ข้าเข้าใจความรู้สึกของผู้คนเ่าั้แล้ว แต่หนิงเอ๋อ เมื่อข้าถูกผู้คนครหาว่าข้าไม่ดี ทำให้ท่านพ่อและสกุลซิ่งต้องเสื่อมเสีย เพราะฉะนั้น" เจียวซิ่งแสดงสีหน้ายึดหมั่นยิ่ง
"คุณหนูจะไม่ยุ่งใช่ไหมเ้าค่ะ"
"เปล่า ข้าจะทำอาหาร เพื่อลบคำครหาของผู้คน และกู้เกียรติยศของสกุลซิ่งกลับคืนมา ข้าไม่ใช้คุณหนูเจียวซิ่งคนเดิมที่สร้างแต่ปัญหาแล้วเ้าไม่ต้องกังวลไปหรอก"
"แต่คุณหนูเ้าค่ะ เอ่อ อย่างไรนายท่านก็ไม่ยอมเป็แน่ๆเ้าค่ะ"
"เื่นี้เ้าห้ามบอกท่านพ่อเป็อันเด็ดขาด พอถึงเวลานั้นท่านพ่อก็ห้ามข้าไม่ได้แล้วเมื่อข้าเตรียมของทุกอย่างในงานเรียบร้อยแล้ว เพราะฉะนั้นข้ากับเ้าจะต้องจัดเตรียมทุกอย่าง อย่างเงียบๆ เ้าเข้าใจที่ข้าเอ่ยหรือไม่ เ้าแค่ทำตามที่ข้าบอกก็พอ"
"แต่คุณหนูเ้าค่ะ"หนิงเอ๋อแสดงสีหน้าเป็กังวลยิ่งนัก เพราะรู้ดีต่อให้ห้ามอย่างไรก็ไม่ฟังก็คงต้องปล่อยเลยตามเลย
"หนิงเอ๋อ ข้าอยากออกไปเดินเล่นที่สวนเชียนเวยเพื่อหาไอเดียนะ เ้าไปกับข้าหน่อยซิ"
"อะเดียคืออะไรหรือเ้าคะ" หนิงเอ๋อทำหน้าสงสัย
"ไอเดียก็คือความคิดในการมโนคติขึ้นมา เพื่ออยากจะทำอาหารอะไรสักอย่างในงานประกวดคราวนี้อย่างไรเล่า"
"อ้อเ้าคะ แค่คุณหนูพูดจากประหลาดแบบนี้จะทำได้หรือเ้าค่ะข้าเกรงว่าจะเกิดปัญหาเสียเปล่าๆนะเ้าค่ะ"
"เ้าดูถูกข้าแล้วซินะหนิงเอ๋อ เ้าเคยได้ยินคำโบราณที่กล่าวไว้หรือไม่ หากใครสักคนหนึ่ง ทำผิด เ้าจงอย่าเพิ่งตำหนิหรือต่อว่าเขา เพราะหากถ้าเ้าเป็เขาและตกอยู่ในสภาพแวดล้อมเช่นเดียวกับเขา เ้าอาจจะตัดสินใจทำเช่นเดียวกับเขาก็ได้จริงไหมหนิงเอ๋อ"
"เ้าค่ะคุณหนูข้าจะจดจำ ั้แ่เกิดมา และรับใช่คุณหนูมาข้าก็ไม่เคยเห็นคุณหนูจะสนใจจะเชื่อคำโบราณพวกนี้แต่อย่างไร"
"มีอีกหลายอย่างที่เ้าจะต้องรู้จากข้าในคราวต่อไปหนิงเอ๋อ" เจียวซิ่งยิ้ม ขณะเดินเล่นชมสวนไปอย่างเพลิดเพลินนั้น
"หนิงเอ๋อ เ้าดอกไม้นี้เรียก ว่าดอกอะไรรึ"
"ดอกกุ้ยฮวาอย่างไรเล่าเ้าค่ะ นี่คุณหนูลืมดอกไม้โปรดนี้ด้วยหรือเ้าค่ะ"
"ข้าเคยชอบรึ ดอกกุ้ยฮวาข้านึกออกแล้ว ที่นำมาหมักเหล้ากุ้ยฮวาใช่หรือไม่" เธอจึงเด็ดขึ้นมาดมทันที "หือ หอมจัง"
"ถูกแล้วเ้าค่ะดอกกุ้ยฮวานำมาหมักเหล้ากุ้ยฮวาหอมหวานมากเ้าคะ คุณหนูนะชอบดอกกุ้ยฮวามากเ้าค่ะ ที่จวนสกุลซิ่ง ของเราก็มีนะเ้าค่ะ นายท่านเป็คนปลูกไว้ให้คุณหนู เพราะคุณหนูชอบไปเดินเล่นแล้วเด็ดดมแบบนี้ประจำเ้าค่ะ"
"ดอกไม้งามย่อมคู่กับหญิงงาม แต่คนอย่างเ้า ควรจะเป็ดอกปี่อั้นเสียมากกว่า ที่จะเป็ดอกไม้ที่เหมาะสมกับคนเยี่ยงเ้า"
เจียวซิ่งหันไปตามเสียงนั้นทันที "น้องรอง ดอกไม้ที่ท่านเอ๋ยนั้น ข้าไม่รู้จักหรอก ข้าก็เลยไม่ได้ใส่ใจที่น้องรองเอ๋ยนั้นหมายความว่าอย่างไร"เจียวซิ่งยิ้ม
"คุณหนูเ้าค่ะ คือ ดอกปี่อั้น เป็ดอกไม้อัปมงคลเ้าค่ะมักปลูกไว้ตามคันนา หรือที่หลุมฝังศพเ้าค่ะ" หนิงเอ๋อกระซิบข้างหูของเจียวซิ่งเบาๆ
"อะ อะไรนะ" ปิงปิงสีหน้าเปลี่ยนทันทีเมื่อรู้ความหมายของดอกไม้นั้น "นี้มึงหรอกด่ากูหรืออีดอกทอง" ปิงปิงคิดในใจก่อนที่จะโต้ตอบออกมาด้วยรอยยิ้ม
"อุ้ย! น้องรองก็ชมข้าเกินไปแล้ว ถ้าท่านคิดเยี่ยงนั้น ถึงข้าจะเหมาะกับดอกปี่อั้น แต่เวลาใครตาย หรือหากวันหนึ่งที่ท่านตาย ก็ต้องมีดอกไม้เช่นข้าเหยียบอยู่บนหลุมฝังศพของท่านไม่ใช่หรือเ้าค่ะ ในเมื่อดอกไม้เช่นข้ามักจะขึ้นอยู่บนหลุมฝังศพ"ปิงปิงเริ่มตอบแบบกวนๆพยายามระงับอารมณ์โกรธไว้ ถ้าเป็ในยุคปัจจุบันเธอชกหน้าหงายไปแล้วเพราะนิสัยของเธอใครแรงมาเธอแรงกลับแต่ไม่หาเื่ใครก่อน
"นี้เ้า! สามหาว!"
"หาวเดียวก็พอแล้วเ้าค่ะ" ปิงปิงคิดทำหน้าระรื่น
"เ้าบังอาจมาแช่งข้าอย่างนั้นรึ ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง ข้ามีศักดิ์เป็ถึงท่านหญิงที่ฮ่องเต้พระราชทาน เ้าก็แค่ลูกของขุนนางในวัง กล้าดีอย่างไรมาเผยอตนเสมือนข้า" น้ำเสียงดุดันด้วยความโกรธยิ่งขณะจ้องมองมายังเจียวซิ่ง
เจียวซิ่งเองก็ไม่ยอมแพ้ นางจ้องกลับไปเช่นกัน
"งั้นหรือเ้าค่ะ ท่านเป็ถึงน้องสาวของแม่ทัพเฉิน พระราชทานนามออกจะสูงส่งเหตุใดคำพูดคำจาถึงได้เยี่ยงคนชั้นต้ำอย่างนั้นเล่า"
"บังอาจ!"
ผลัวะ! อาเหนี่ยงตบลงไปยังใบหน้าของเจียวซิ่งทันทีด้วยความโกรธ
"ว้ายคุณหนู!" หนิงเอ๋อใรีบเข้าไปประคองเจียวซิ่งอย่างรวดเร็วเจียวซิ่งใช่มือลูบไปที่แก้มด้วยอาการมึนช้าเธอเงยหน้าขึ้นยิ้มเยาะทันที
"ห๊ะ ท่านหญิงผู้สูงศักดิ์เขาทำกับผู้อื่นเยี่ยงนี้หรือเ้าค่ะ ต่อให้ได้ยศได้ตำแหน่งสูงส่งเพียงใด แต่ถ้าหากสันดานเดิมเป็เยี่ยงไร ก็คงจะเป็เยี่ยงนั้นซินะเ้าค่ะ" เจียวซิ่งกล่าวด้วยสีหน้าและแววตาเย้อเย้ยยิ่ง
"เ้า!" ด้วยอารมณ์โกรธจัด อาเหนี่ยงไม่สามารถระงับความโมโหได้เธอคว้าเส้นผมของเจียวซิ่งเข้ามาเพื่อที่จะตบอีกครั้งแต่ทันใดนั้น
"อาเหนี่ยง! หยุดเดียวนี้! ข้าสั่งให้หยุด!" น้ำเสียงดุดันะโมาแต่ไกล อาเหนี่ยงสะดุ้งสีหน้าเปลี่ยนด้วยความใรีบเอามือออกจากศีรษะของปิงปิงทันที ปิงปิงจ้องมองด้วยหางตาอย่างสะใจ ที่อี้เฉินมาเห็นการกระทำของอาเหนี่ยงในวันนี้
"เ้าคิดจะทำอะไร นี้เ้าบังอาจทำร้ายคู่หมั้นของข้าอย่างนั้นรึ" แววตาโกรธจัด จ้องมองอาเหนี่ยงอย่างดุดัน
"นางมาหาเื่ข้าก่อน ท่านพี่เห็นเพียงตอนที่ข้าทำร้ายนาง ข้าเป็น้องสาวของท่านพี่นะเ้าค่ะ" อาเหนี่ยงรีบตอบกลับไปทันที
"ใต้เท้า ข้าเป็พยานได้เ้าค่ะคุณหนูรองไม่มีใจคิดร้ายแม่นางเจียวซิ่งแต่อย่างไร เพราะหากแต่เมื่อครู่ ถ้าคุณหนูเจียวซิ่งไม่มาหาเื่คุณหนูรองก่อนเ้าคะ" แม่บ้านลู่ผ่านมาเห็นเข้ารีบเข้ามาช่วยอาเหนี่ยงอย่างรวดเร็ว
"เ้าเห็นตอนไหนรึ" หนิงเอ๋อรีบตอบขึ้นทันควร
"หนิงเอ๋อ หยุด" เจียวซิ่งรีบห้ามปรามหนิงเอ๋ออย่างรวดเร็ว หนิงเอ๋อจึงขยับตัวไปยืนอยู่ด้านหลังของ เจียวซิ่ง
"ข้าผิดเองเ้าค่ะ ข้าปากเสียไปว่าน้องรองเอง ข้าไม่รู้จริงๆนี่เ้าค่ะเพราะความทรงจำข้าหายไป น้องรองก็แค่ล้อข้าเล่น" เจียวซิ่งกล่าวขึ้น
"ล้อเล่น หากจะล้อเล่นเพียงแค่นี้เหตุใดถึงต้องทำร้ายร่างกายเ้า" อี้เฉินถามขึ้น
"ถ้าเป็ข้าก็คงจะโกรธเ้าค่ะ ก็ข้ากับหนิงเอ๋อคุยกันเื่ดอกกุ้ยฮวา ถึงความเหมาะสมกับผู้ใด แต่น้องรองคงอยากจะพูดหยอกข้านะเ้าค่ะว่าข้าไม่เหมาะกับดอกกุ้ยฮวา แต่เหมาะกับดอก" ปิงปิงเหลือบตามองเบ้ปากใส่อาเหนี่ยง แล้วกระตุกยิ้ม "ดอกปี่อั้น เ้าค่ะ"
"เ้า บังอาจ!"
"อาเหนี่ยง!" อี้เฉินตวาดเสียงใส่ อาเหนี่ยงทันทีแสดงสีหน้าโกรธจัดหันไปมองอาเหนี่ยง
"เหตุใดเ้าจึงเอาดอกไม้อัปมงคลมาเปรียบเปรย แม่นางเจียวซิ่งเช่นนี้ มันสมควรแล้วหรือที่เ้าจะพูดสิ่งนั้น ข้าไม่เคยสองให้เ้าดูถูกผู้อื่น กล่าวคำขอโทษแม่นางเจียวซิ่งเดียวนี้"น้ำเสียงเข้มดุดันมองอาเหนี่ยง
"ท่านพี่!" อาเหนี่ยงหันไปมองเจียวซิ่งที่เหลือบสายตาและหยิบตาข้างหนึ่งใส่ อาเหนี่ยง แล้วยิ้มเยาะอย่างกวนๆทำเอา อาเหนี่ยงที่มองมายังเจียวซิ่งเดือดดาลโกรธจัดกำมือไว้แน่นแต่ก็ทำอะไรไม่ได้
"ข้าขอโทษที่กล่าวหาเ้า" อาเหนี่ยงกล่าวขอโทษอย่างไม่เต็มใจ นางจึงเดินกระแทกส้นเท้า ออกไปทันทีด้วยความโมโห
"ข้าต้องขอโทษเ้าที่น้องสาวข้าได้ทำการล่วงเกินเ้าอีก"
"อย่างใส่ใจไปเลยเ้าค่ะ ข้าไม่ได้โกรธน้องรองแต่อย่างไร เป็เื่ของผู้หญิงที่พูดคุยกันเท่านั้น ข้าไม่ได้เก็บเอามาคิดมาก ท่านอย่าได้กังวลไปเลยเ้าค่ะ"
"ได้ฟังเ้าพูดไม่ถือโกรธน้องรองเพียงแค่นี้ข้าก็สบายใจขึ้นมาบ้าง เื่คนที่ลอบทำร้ายเ้าในตอนนี้ข้าให้ทหารลับของข้าสืบเื่ของเ้าอยู่หากไม่มีเหตุจำเป็อันใด เ้าจงอย่าได้ออกจากจวนใน่ยามนี้เป็อันขาด เพื่อความปลอยภัยของเ้า ข้าคิดว่ามันอาจย้อนกลับมาทำร้ายเ้าได้อีก"
"ศัตรูของข้าคงมีอยู่รอบทิศ ข้าไม่แปลกใจเลยหากมีคนคิดปองร้ายข้า แต่เพื่อความสบายใจของท่านข้าจะทำตามท่าน" เจียวซิ่งยิ้มกริ่มแต่หักนิ้วไขว้ โกหกไว้ด้านหลัง หนิงเอ๋อที่ยืนอยู่ด้านหลังหันไปมองพอดี ทำตาลุกวาวขณะมองหน้าเจียวซิ่งรู้ทันทีว่าโกหก