กลางดึกอันเงียบสงัดของโรงพยาบาลตำรวจ รายล้อมไปด้วยเวรยามที่กำลังเดินตรวจตราอยู่ทุก ๆ ชั่วโมง แต่ก็มีอยู่อีกแผนกหนึ่งที่แทบไม่มีเวรยามเฝ้าอยู่เลย นั้นคือแผนกห้องดับจิตสำหรับเก็บศพคนตายจากคดีต่าง ๆ เพราะแผนกนี้จะอยู่บริเวณด้านในสุดของโรงพยาบาลทำให้การเดินทางเข้า ออกยากกว่าแผนกอื่น ๆ ถึงจะเป็่เวลากลางวัน แต่คนที่เดินเตร่ผ่านไป ผ่านมา มีน้อยจนแทบจะนับนิ้วได้ เพราะบรรยากาศที่ดูวังเวงจนน่าขนลุกกับอากาศที่เย็นะเืของห้องดับจิต ทำให้เวรยามที่ต้องอยู่บริเวณนี้เห็นภาพหลอนเหมือนเจอดีกันทุกคน
ถึงยุคสมัยที่เปลี่ยนไปด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำ แต่ความกลัวในใจมนุษย์ ก็ไม่เคยหมดไปสักที มักมีเื่ภูต ผี ิญญา ที่อุปโลกน์ขึ้นมาเอง จากความกลัวและจินตนาการ ถูกพูดถึงอยู่เรื่อย ๆ บางคนว่ามันเป็แค่นิทานหรือนิยายที่แต่งขึ้นมา เพราะยังไม่มีใครสามารถพิสูจน์ได้ว่ามีอยู่จริง แม้มีคนที่เคยพบเจอ เื่เหล่านี้อยู่บ้าง แต่น้อยมากที่จะกล้าพูดเื่พวกนี้ออกไป
เมื่อมองดูภายในห้องดับจิต ที่มีเตียงพักศพวางอยู่เรียงราย บ้างมีศพ บ้างก็ไม่มีศพ แต่มีอยู่เตียงหนึ่งที่พึ่งมาใหม่ สภาพศพเหมือนถูกบิดคอ จนหมุนได้ มีาแที่บริเวณศีรษะและใบหน้า ร่างยังคงสวมใส่ชุดผู้ป่วยโรงพยาบาลจิตเวช นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงเหมือนคนตายทั่วไปเพื่อรอการชันสูตรจากผู้เชี่ยวชาญอีกที แต่แล้วก็มีเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้นนิ้วมือข้างซ้ายของร่างนั้นเกิดขยับเองได้ บนศีรษะของร่างมีกลุ่มควันสีดำเหมือนก้อนเมฆตอนฝนตกลอยอยู่ และพุ่งตรงเข้าไปในร่างทันที ทำให้ร่างเกิดกระตุกลุกขึ้นมาอย่างรุนแรง แล้วร่างนั้นก็กลับมานอนนิ่งเช่นเดิม
จากข่าวของโรงเรียนเอกระที่แพร่กระจายออกไปเป็วงกว้าง จนกดดันทำให้ผู้อำนวยการนลินญา และคณะผู้บริหาร เรียกประชุมครูและผู้ที่เกี่ยวข้องโดยด่วน เพื่อวางแนวทางในการแก้ปัญหา และตอบคำถามผู้ปกครองให้เกิดผลกระทบต่อโรงเรียนน้อยที่สุด
ชิงพลบก็เป็หนึ่งในบุคคลพิเศษที่ต้องเข้าร่วมประชุม เพราะว่าเขาเป็อีกคนที่อยู่ในเหตุการณ์สำคัญในครั้งนี้ ในบรรยากาศความเย็นของห้องประชุม และคุกรุ่นไปด้วยอารมณ์ของคณะผู้บริหารที่กำลังประชุมกันอย่างเคร่งเครียด ในการร่วมประชุมครั้งนี้ชิงพลบได้รู้จักกับคณะผู้บริหารคนสำคัญที่ถือหุ้นโรงเรียนมากเป็อันดับที่ 2 รองจากผู้อำนวยการนลินญาเท่านั้น
บุคคลนี้คือคุณประดิพัทธ์ น้องชายต่างแม่ของผู้อำนวยการ ซึ่งอยู่ในวัยกลางคน ที่มองดูจากภายนอก เป็คนที่อ่อนน้อมถ่อมตนมาก แต่สำหรับชิงพลบไม่ได้คิดเช่นนั้น เขาคิดว่านิสัยผู้ชายคนนี้ช่างแตกต่างกับผู้อำนวยการนลินญาอย่างลิบลับ เมื่อดูจากโหงวเฮ้งของใบหน้าแล้ว น่าจะเป็คนที่ทะเยอทะยานมากพอสมควร
หลังจากประชุมครั้งนี้เสร็จสิ้น ทางผู้อำนวยการและคณะผู้บริหาร ต้องไปร่วมแถลงการณ์กับนักข่าว ในเื่กระแสข่าวเชิงลบที่เกิดขึ้นภายในโรงเรียน โดยมีใจความสำคัญว่าโรงเรียนไม่ได้ตั้งใจที่จะปิดข่าวเื่การตาย แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปจากทางตำรวจ เลยไม่สามารถพูดถึงคดีนี้ได้ เพราะอาจจะทำให้เสียรูปคดีได้
ผลการแถลงข่าวในครั้งนี้ทำให้ผู้ปกครองนักเรียนหลายคนพยายามปลุกปั่นในเื่การย้ายโรงเรียน ถ้าคดีนี้ยังไม่สรุปให้แน่ชัดว่าเหตุการณ์รองผู้อำนวยการที่เสียชีวิตในโรงเรียนเกิดขึ้นได้อย่างไร ซึ่งเื่นี้ก็ส่งผลกระทบต่อกรมตำรวจด้วยเหมือนกัน เบื้องบนจึงสั่งเร่งเร้าให้สารวัตรสืบสวนปิดคดีนี้โดยด่วน
ทางสารวัตรสืบสวนตุลยากร ก็รีบเดินทางไปที่โรงพยาบาลตำรวจั้แ่เช้า เพื่อร่วมชันสูตรพลิกศพร่างของรองผู้อำนวยการวสุนันท์ แต่ระหว่างเดินทางก็มีสายโทรศัพท์ดังขึ้นมาอย่างคุ้นเคย เป็สายจากรองสารวัตรณัฏฐพร ซึ่งกำลังรออยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจ
“ว่าไงณัฏฐพร มีอะไรคืบหน้ามั้ย”
“เกิดเื่ใหญ่แล้วค่ะ สารวัตร ศพคะ ศพ!! ที่นำกลับมาเมื่อวาน ไม่รู้หายไปไหนแล้ว” รองสารวัตรณัฏฐพรพูดด้วยน้ำเสียงสั่น ๆ อย่างตระหนกใ เมื่อเข้าไปดูในห้องดับจิต ที่เห็นเพียงผ้าคลุมร่วงลงมา แต่กลับไม่เห็นศพที่นอนอยู่บนเตียง
“กล้องวงจรปิด และเวรยามแถวนั้น สอบถามแล้วหรือยัง” สารวัตรตุลยากรพูดด้วยเสียงแข็ง กับความคิดที่สงสัย นี่มันไม่น่าใช่คดีฆ่าตัวตายเหมือนอย่างที่คิดไว้แล้ว
“ณัฏให้ทางเ้าหน้าที่ไปตรวจสอบเื่นี้ให้อยู่ค่ะ ยังไงสารวัตรต้องรีบมาที่โรงพยาบาลด่วนเลย”
“โอเค ฉันกำลังรีบไป” เมื่อพูดจบตุลยากรก็มีสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาสองข้างแดงก่ำ ขอบตาดำคล้ำเหมือนคนอดนอนมาหลายวัน แม้ว่าร่างกายยังแข็งแรงอยู่ แต่เริ่มมีสัญญาณบางอย่างที่ผิดปกติเกิดขึ้นแล้ว เพราะเมื่อคืนเขาได้ยินเสียงเรียกของผู้หญิงอยู่ตลอด ที่น่าแปลกคือเสียงเรียกไม่ได้เกิดจากภายนอก แต่เสียงดังมาจากภายในหัวของเขาเอง ทำให้เขาอดนอนแทบทั้งคืน
ใน่เวลากลางวัน ดวงอาทิตย์ส่องแสงลงมาตรงกับกลางศีรษะพอดี ความร้อนอบอ้าวของอากาศยังไม่ร้อนเท่าอารมณ์ของผู้อำนวยการนลินญา หลังจากได้รับสายสำคัญจากสารวัตรสืบสวน ที่ตอนนี้ยังไม่สรุปคดีได้ เพราะร่างของรองผู้อำนวยการ ที่นำกลับมาจากโรงเรียน หายไปโดยไม่ทราบสาเหตุ แม้แต่กล้องวงจรปิดก็จับภาพไม่ได้ เวรยามที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ ก็ไม่มีใครเห็นเลย นับเป็คดีพิศวงอย่างมาก นอกจากนี้ยังขอสั่งสอบผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ใหม่อีกครั้งด้วย
เสียงวิ่งอย่างเร่งรีบของครูกชมน เข้ามาในห้องอาหารของโรงเรียนที่ชิงพลบนั่งทานอาหารเที่ยงอยู่
“ครูชิงพลบ ผู้อำนวยการมีเื่จะคุยด้วย” เสียงพูดของครูกชมน พร้อมอาการหอบเหนื่อยที่รีบวิ่งมา
“ผู้อำนวยการมีเื่อะไรหรอครับ ครูกชมนพอทราบบ้างหรือเปล่า”
“น่าจะเป็เื่เกี่ยวกับคดี คุณตำรวจสั่งสอบพยานใหม่ ได้ยินมาว่าร่างของรองวสุนันท์หายไปจากโรงพยาบาล”
“ได้ครับ ผมทานข้าวเสร็จแล้วเดี๋ยวตามไป” ชิงพลบพูดพร้อมถอนหายใจกับสิ่งที่เขาคาดการณ์ไว้แล้วว่าศพนี้ต้องมีปัญหาแน่ เพราะเจอมนต์ฝังร่างฝังิญญาเข้าไป ยังไงพวกจอมขมังเวทย์ก็ไม่ปล่อยร่างรับใช้ดี ๆ แบบนี้ทิ้งเสียเปล่า