หลังจากที่หายจากอาการป่วยเฟิงเยว่ก็ได้กลับเข้าบ้านเพื่อให้บิดากับมารดาของเขาได้เห็นหน้าคร่าตาบ้างหากเอาอยู่แต่ในกระท่อมมีหวังบิดาของเขาได้หาเื่ซูเหวินอีกคราแน่ ฮูหยินหวงนึกเอ็นดูซูเหวินขึ้นมาจึงได้เอ่ยปากกับบุตรชายให้ชวนนางมาเที่ยวบ้านสักครั้ง
"เฟิงเอ๋อร์เ้าก็ชวนสตรีนางนั้นมาเที่ยวบ้านเราบ้างสิลูก" ฮูหยินหวงเอ่ยกับบุตรชายเมื่อเดินเข้ามา
"ได้ขอรับท่านแม่"
"นางชื่ออะไรหรือวันนั้นนางพูดแล้วแม่ก็ลืมเสียสนิท" ฮูหยินหวงพูดขึ้นพลางครุ่นคิด
"นางชื่อซูเหวินขอรับท่านแม่"
"อ๋อ..ชื่อของนางเพราะความหมายก็ดีด้วย เช่นนั้นอีกสามวันก็ถึงเทศกาลโคมไฟ ลูกก็พานางมาเที่ยวสิแม่จะได้ให้คนจัดเตรียมห้องไว้ให้" ฮูหยินหวงเอ่ยด้วยสายตาที่เปี่ยมด้วยความสุข นางไม่เคยนึกถูกใจผู้ใดมาก่อน
"แล้วท่านพ่อจะไม่ว่าอะไรหรือขอรับ" เขากังวลว่าบิดาจะไม่พอใจ
"เื่นั้นเดี๋ยวแม่จัดการเอง เ้าไม่ต้องห่วง"
"ขอบคุณท่านแม่มากขอรับ" เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นพร้อมกับสวมกอดมารดาเอาไว้ก่อนจะซบใบหน้าลงที่ไหล่ข้างซ้าย
"หืออ..โตป่านนี้ยังอ้อนแม่เป็เด็กอยู่ได้" ฮูหยินหวงเอ่ยแซวบุตรชายอย่างนึกเอ็นดู ถึงแม้ว่าเขาจะโตเป็ผู้ใหญ่มากแล้วในสายตาของนางเขาก็ยังเป็เด็กอยู่วันยังค่ำ
เฟิงเยว่กลับเข้ามาถึงกระท่อมในยามโหย่ว (17.00น.-19.00น.) ซูเหวินกำลังรดน้ำแปลงดอกไม้อยู่หน้ากระท่อมพร้อมกับตะกร้าใบใหญ่
"ท่านแม่ของข้าฝากของอร่อยมาให้เ้าด้วยนะ" เฟิงเยว่ชูตะกร้าที่ใส่อาหารให้ซูเหวินได้เห็นก่อนนำไปวางไว้บนโต๊ะแล้วเดินไปหาซูเหวิน
"แม่ของเ้าดูท่าทางใจดีมากกว่าพ่อของเ้าเสียอีกนะ"
"แม่ของข้านางมีนิสัยอ่อนโยนั้แ่ข้าจำความได้นางไม่เคยตีข้าแม้แต่ครั้งเดียวต่างจากพ่อของข้าแม้จะเป็คนพูดจาตรงไปตรงมาชอบดุข้าเสียมากกว่าแต่ท่านก็เป็คนใจดี"
สองวันต่อมา
เฟิงเยว่และซูเหวินออกเดินทางโดยรถม้าทึ่เสี่ยวถิงเตรีนมไว้ให้ั้แ่เช้าเมื่อเดินมาถึงย่านชุมชนและตลาดเฟิงเยว่จึงได้เอ่ยชวนซูเหวินให้แวะร้านน้ำชาที่เขาและเสี่ยวถิงชอบมานั่งเป็ประจำซึ่งมีเสี่ยวถิงมารออยู่ก่อนแล้ว
"ข้าหิวน้ำเราแวะพักดื่มน้ำชาก่อนเข้าบ้านดีไหม" เฟิงเยว่เอ่ยขึ้นเมื่อหยุดอยู่หน้าร้านน้ำชาแห่งหนึ่ง
"แล้วแต่ท่านสิ" เมื่อซูเหวินไม่คัดค้านเขาจึงได้เดินนำทางเข้าไปยังด้านในก่อนเรียกเสี่ยวเอ้อร์ให้มารับรายการอาหาร
"รับอะไรดีขอรับ"
"ขอเป็เป็ดย่างกับบะหมี่อย่างละสองที่"
"โปรดรอสักครู่นะขอรับคุณชาย" เสี่ยวเอ้อร์จดรายการอาหารเสร็จจึงได้รีบไปจัดเตรียมอาหารให้ทันที ไม่นานเสี่ยวเอ้อร์ก็กลับเข้ามาพร้อมกับอาหารที่สั่ง เสร็จจากกินข้าวและดื่มน้ำชาเขาก็ได้พานางเข้าไปเที่ยวยังหอซุนเฟิง หอคณิกาแห่งเดียวในเมืองนี้หญิงงามทั้งหลายที่เห็นเขาเดินเข้ามาต่างก็พากันมายืนรายล้อมรอบตัวเขาบุรุษรูปงามเช่นเขา
"คุณชายเฟิงหายหน้าหายตาไปนานเลยนะเ้าคะ รู้หรือไม่ว่าพวกข้าคิดถึงท่าน" สตรีนางหนึ่งหน้าตาสะสวยนุ่งผ้าน้อยชิ้นเดินนวยนาดเข้ามาทักทาย
"พอดีข้าไม่ค่อยมีเวลา" เฟิงเยว่ตอบยิ้มๆ
"ท่านมากับสตรีที่ไหนหรือเ้าคะทำไมไม่ค่อยคุ้นหน้าเลย" ซูเหวินถูกสตรีนางนั้นมองั้แ่หัวจรดเท้าก่อนจะยิ้มเยาะออกมา ทำไมต้องพาเธอมายังสถานที่แบบนี้ด้วย
"นางเป็สหายคนสนิทของข้า ข้าอยากพานางมาเที่ยวเปิดหูเปิดตาบ้าง"
"เช่นนั้นเชิญคุณชายกับสหายด้านในก่อนเ้าค่ะ" พูดจบสตรีนางนั้นก็เดินทำทางทั้งสองเข้าไปยังห้องรับรองแขกบนชั้นสองของร้าน ภายในถูกตกแต่งได้อย่างหรูหราและสวยงาม
"วันนี้คุณชายเฟิงจะรับเป็อะไรดีเ้าคะ หรือว่าเอาเหมือนเดิม"
"เอาสุราและกับแกล้มสองสามอย่างก็พอ"
"รอสักครู่เ้าค่ะ"
"เ้ามาเที่ยวที่นี่บ่อยอย่างนั้นหรือแม่นางทั้งหลายเหล่านี้ถึงได้ดูสนิทกับเ้าดีเหลือเกิน" ซูเหวินเอ่ยถามเมื่อสตรีนางนั้นเดินออกไปได้ครู่หนึ่ง ดูจากการพูดจาเขาคุ้นเคยกับที่นี่เป็อย่างดี
"ก็ไม่ค่อยบ่อยสักเท่าไรหรอก" เฟิงเยว่ชำเลืองสายตาดูท่าทีของนางก่อนจะยิ้มมุมปากเล็กน้อยจากนั้นจึงหันมารินน้ำชาให้นาง
"ไม่บ่อยแต่คุ้นเคยที่นี่มากกว่าใคร" ซูเหวินพึมพำเสียงแ่
"ข้าแค่มาดื่มสุราแล้วก็กลับก็เท่านั้น"
"คุณชายเฟิง หายไปนานเลยนะเ้าคะ แม่นางท่านี้คือ" จินเหนียงเ้าของหอคณิกาเดินเข้ามาทักทายเฟิงเยว่ซึ่งเป็ลูกค้าประจำของที่นี่
"นางชื่อซูเหวิน" เขาแนะนำให้จินเหนียงได้รู้จัก ซูเหวินจึงได้แต่ยิัมรับ
"ยินดีเ้าค่ะ" จินเหนียงก้มคำนับด้วยท่าทางที่อ่อนช้อยก่อนจะหย่อนตัวลงนั่งที่เก้าอี้ข้างเฟิงเยว่
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
"นายหญิงขอรับที่บ่อนเกิดเื่ขอรับ" บุรุษผู้หนึ่งเร่งรีบเข้ามารายงานเหตุการณ์ให้จินเหนียงได้รับทราบ
"อืม..เดี๋ยวข้าตามไป เชิญกินให้อร่อยนะคุณชายจินเหนียงขอตัวไปจัดการปัญหาก่อนที่บ่อนก่อนเ้าค่ะ" เอ่ยจบนางก็เดินตามบุรุษผู้นั้นออกไปอย่างรีบเร่ง ท่าทางของนางดูดีมีสง่ามาก
"ตามสบายแม่นางจินเหนียง"
"ที่นี่มีบ่อนพนันด้วยหรือ" ซูเหวินถามออกมาด้วยความตื่นเต้นเมื่อจินเหนียงเดินออกไปแล้วเธอจึงคิดอยากเข้าไปดูให้เห็นกับตาว่าจะเหมือนในซีรี่ส์ที่เคยดูไหม
"มีสิ เป็บ่อนที่ใหญ่ที่สุดในเมืองนี้" เฟิงเยว่ตอบเสียงเรียบ เขาไม่ได้ตื่นเต้นกับเื่แบบนี้สักเท่าไร
"แล้วที่บอกว่าเกิดเื่เมื่อครู่นี้คืออะไร"
"ก็อาจจะเป็นักเลงตีกันในบ่อนหรืออาจฆ่ากันเป็เื่ปกติของที่นี่"
"ฆ่ากันเนี่ยนะเป็เื่ปกติ เป็บ้านป่าเมืองเถื่อนหรืออย่างไร แต่ว่าข้าอยากไปดูเ้าพาข้าไปได้หรือไม่"
"รีบกินเถอะข้าหิวเสร็จจะได้รีบกลับ" เฟิงเยว่ทำเป็ไม่ใส่ใจในสิ่งที่นางพูดสักเท่าไร ซูเหวินทำหน้ามุ่ยก่อนจะก้มหน้างุดแล้วกินอาหารตรงหน้าโดยไม่สนใจเขาอีก
"จะไปไหนทางนี้" เฟิงเยว่คว้าแขนซูเหวินไว้ก่อนที่นางจะได้เดินออกไป
"ก็จะกลับบ้านไง" ซูเหวินทำหน้าสงสัยนี่เขาคิดจะทำอะไรกันแน่
"เ้าไม่อยากไปดูบ่อนพนันแล้วหรือ" นางฉีกยิ้มกว้างเมื่อได้ยินเฟิงเยว่เอ่ยเช่นนั้น
"ไปสิ เ้าจะพาข้าไปใช่ไหม" เขาพยักหน้าก่อนจะยื่นมือไปกุมมือนางเอาไว้แล้วออกเดินไปพร้อมกัน เพียงไม่นานก็เดินมาถึงหน้าประตูทางเข้าที่มียามคอยเฝ้าอย่างแ่า
"เหตุใดต้องมีคนคอยเฝ้ายามเยอะขนาดนี้เล่า" ซูเหวินแอบกระซิบถาม
"ก็เพราะนักพนันที่เข้ามาเล่นมีทั้งคนดีและไม่ดีอย่างไรเล่า"
"แล้วเราจะเข้าไปได้เหรอ"
"เ้ามากับใครดูให้ดีเสียก่อน"
"คารวะคุณชายเฟิง" ชายฉกรรจ์ประสานมือขึ้นระดับอกพร้อมโค้งศีรษะเล็กน้อยเป็การทำความเคารพขณะที่เฟิงเยว่และซูเหวินเดินผ่านประตูเข้ามา ทางเดินเป็ตรอกเล็กๆ เดินเข้าไปลึกพอสมควรก็พบกับห้องโถงขนาดให้ที่มีผู้คนมากมายทั้งชายหญิง ดูจากการแต่งตัวคงเป็พวกขุนนางและเศรษฐีที่ชอบเสี่ยงโชควัดดวง
"เ้าห้ามอยู่ห่างกายข้าเข้าใจหรือไม่" เฟิงเยว่เอ่ยกำชับซูเหวิน
"อืม" ซูเหวินฝนจึงได้แต่เดินตามติดกายเขาไม่ห่าง เฟิงเยว่พานางเดินดูนักพนันเล่นพนันตามโต๊ะต่างเมื่อที่โชคเข้าข้างก็พากันส่งเสียงร้องเฮกัน
"เ้าอยากลองเล่นดูบ้างหรือไม่"
"ข้าไม่มีเงินเล่นหรอกแค่ดูเฉยๆ ก็พอแล้ว"
"ไปดูทางนั้นกันดีกว่า" เขาฉุดข้อมือให้นางเดินตามไปอีกทาง