เถ้าแก่หยางหัวเราะลั่น สาวน้อยคนนี้เป็ปิศาจ ปิศาจชัดๆใช้อาหารเพื่อดึงดูเขา ไม่สิ ดึงดูดหวังต้าฟาสิถึงจะถูกถ้าพูดในฐานะที่เป็พ่อครัวคนหนึ่ง ตราบใดที่มีสูตรอาหารเหมือนกันเขาก็สามารถทำเหมือนกับนางได้
อีกทั้งเขายังมองออกว่าในพี่น้องสามคน ผู้ที่ออกคำสั่งคือเด็กสาวคนนี้อีกสองคนต่างก็ทำตามคำสั่งของนาง
“แม่หนูเฉียว เ้ามาที่นี่เพื่อขายสูตรอาหารใช่ไหมเ้าบอกมาเลยว่าเ้า้าเท่าไร”
“แหะๆ ข้ารู้ว่าข้าไม่อาจซ่อนมันจากท่านได้ ในเมื่อท่านเอ่ยออกมาแล้วข้าก็จะไม่เกรงใจท่านมากแล้ว สูตรอาหารราคา 50 ตำลึง” เฉียวซีมองเถ้าแก่หยางด้วยรอยยิ้มพื้นฐานราคาของสิ่งต่างๆ ที่นี่นางต่างรู้ดีทั้งหมดแล้วราคาที่นางเสนอออกมาจึงเป็ราคาที่สมเหตุสมผลแน่นอน
เมื่อเถ้าแก่หยางได้ยินราคาห้าสิบตำลึงที่นางเสนอ สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปในหนึ่งเดือนเขาได้ค่าตอบแทนไม่เกินสามสิบตำลึง หวังต้าฟายังได้แค่ยี่สิบตำลึงในเมืองหลินสุ่ยรายได้ของพวกเขาถือว่าเยอะมากแล้ว แต่แม่หนูคนนี้แค่สูตรอาหารกลับ้าเงินตั้งห้าสิบตำลึง มันแพงเกินไปจริงๆ
เมื่อเห็นสีหน้าไม่ค่อยดีของเถ้าแก่หยางเฉียวซงก็รู้สึกกังวลเขาดึงแขนเสื้อน้องสาวของเขา
เฉียวซียืนนิ่งราวกับว่ามองไม่เห็น นางค่อยๆ วิเคราะห์สถานการณ์ทั้งหมดให้เขาฟัง“ท่านอาหยาง ดูเหมือนว่าท่านจะคิดว่าราคาห้าสิบตำลึงที่ข้าเสนออาจจะดูมากเกินไปแต่พวกเราควรมองการณ์ไกลกันสักหน่อยจวี้เซียนโหลวมีอยู่ทุกหัวเมืองของต้าเฉวียนใช่หรือไม่ถ้าหากบอกสูตรอาหารนี้ให้แก่จวี้เซียนโหลวทุกสาขา กำไรของจวี้เซียนโหลวคงจะน้อยลงกระมังยิ่งไปกว่านั้นโดยทั่วไปปลาหนึ่งตัวมีน้ำหนักประมาณ 1 ถึง 2 ชั่ง ราคาของปลา 1ชั่งคือแปดอีแปะ อย่างมากที่สุดคือ 16 อีแปะต่อหนึ่งตัวร้านอาหารสามารถขายได้ในราคาตัวละ 50 อีแปะ หากการปรุงรสปลาทุกตัวใช้เงิน 4 อีแปะหมายความว่าปลาหนึ่งตัวจะได้กำไรถึง 30 อีแปะและข้าจะบอกวิธีการแล่ปลาพร้อมกับสูตรอาหารให้แก่พวกท่านด้วย ท่านยังคิดว่าราคา 50ตำลึงยังแพงอยู่หรือไม่ แน่นอน หากท่านไม่้าที่จะซื้อก็ไม่เป็ไร”เฉียวซีไม่เคยคิดว่าสูตรอาหารของนางจะขายไม่ได้ ร้านอาหารในเมืองไม่ได้มีเพียงแค่จวี้เซียนโหลวร้านเดียวยังมีร้านอื่นที่มีสายตาเฉียบคมพอที่จะรู้จักวีรบุรุษอยู่แน่นอน
เถ้าแก่หยางจะไม่เข้าใจความหมายของประโยคสุดท้ายที่นางพูดได้อย่างไรแม้ว่าร้านจวี้เซียนโหลวจะเป็ร้านอาหารที่มีชื่อเสียงในที่แห่งนี้แต่ถ้าไม่มีการนำเสนอสูตรอาหารใหม่ๆ ออกมา กิจการคงไม่มีทางฟู่ฟ่าได้หรอก
หากถูกคู่แข่งชิงสูตรอาหารไปสถานการณ์ของร้านนี้คงจะต้องพังทลายลงแน่นั่นไม่ใช่ปัญหาเื่ราคาห้าสิบตำลึงแม้แต่ลูกค้าประจำเขาก็อาจจะเสียไปด้วยก็เป็ได้
ปาฏิหาริย์ที่แม่หนูคนนี้สร้างขึ้นยังน้อยอยู่อย่างนั้นหรือผักที่ขายได้อย่างบ้าคลั่งเพียงไม่กี่วันในฤดูหนาวนี้ นอกจากนั้นยังมีเห็ดเยื่อไผ่ตอนนี้ยังมีสูตรการปรุงปลาและยังมีผักกรุบกรอบสีขาวที่ยังไม่รู้จักชื่ออีกหากบอกว่านางยังมีอย่างอื่นอยู่ในมืออีกเขาก็ไม่รู้สึกแปลกเลย
“แม่หนู ที่เ้าพูดข้ากระจ่างหมดแล้วตาเฒ่าหยางผู้นี้ใช่ว่าจะไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร ห้าสิบตำลึงก็ห้าสิบตำลึงแต่ข้ามีบางอย่างที่อยากพูดก่อนในเมื่อเ้าขายสูตรปลาผัดซอสแดงให้กับข้าแล้วเ้าจะไม่สามารถขายสูตรให้กับคนอื่นได้อีกเ้าน่าจะเข้าใจในกฎข้อนี้ใช่หรือไม่”
เฉียวซียิ้มอย่างมีความสุข “ท่านอาหยาง ท่านวางใจได้เลยหลังจากที่ข้าขายสูตรอาหารให้แก่จวี้เซียนโหลวแล้วข้าจะไม่ขายให้ใครอีกแต่ว่าปลาชนิดนี้มีมานานแล้วพ่อครัวที่เหมือนกับท่านอาหวังเพียงได้กินไม่กี่ครั้งและวิเคราะห์อีกเพียงเล็กน้อยก็น่าจะสามารถทำได้แล้วแต่หากถึงเวลานั้นจวี้เซียนโหลวก็สามารถศึกษาสูตรอาหารใหม่ๆ ได้อีกท่านไม่ต้องกลัวว่าจะขายไม่ได้หรอก”
“เ้ายังมีสูตรอาหารสูตรอื่นอยู่อีกหรือ”เขายังคิดถึงเหตุการณ์แบบนี้ไว้อยู่ จวี้เซียนโหลวของพวกเขาก็มีอาหารที่ทำจากปลาแต่ทั้งหมดมีแค่สูตรผัดซอสแดงหากยังมีสูตรการทำใหม่อีกก็ไม่ต้องกลัวที่จะขายไม่ได้เลย
“ข้ามีสูตรอื่นอยู่แล้ว แต่ท่านอาหวังต้องไปศึกษาด้วยตัวเองหากศึกษาด้วยตัวเองก็เป็การยากที่ถูกคนอื่นลอกเลียนแบบได้”
“ข้าเห็นด้วย” หวังต้าฟาแทบจะรอไม่ไหวที่จะได้รู้วิธีการปรุงปลาเขาพึ่งจะคิดเมื่อครู่ว่าถ้าหากเถ้าแก่ไม่เห็นด้วยเขาจะเป็คนจ่ายเงินซื้อสูตรอาหารเองตอนนี้ดูท่าจะไม่ต้องแล้ว
“ตกลง รอสักครู่”
“แม่หนู ข้าไปเอากระดาษกับพู่กันมาให้เ้า”
หลังจากที่เถ้าแก่หยางและหวังต้าฟาออกจากห้องโถงไปเฉียวซงถึงจะตื่นจากความงุนงงห้าสิบตำลึงเชียวนะ ทำไมสูตรอาหารเพียงสูตรเดียวถึงได้แพงขนาดนั้นล่ะเงินจำนวนเยอะมากเลย
“น้องรอง นี่...”
“พี่ใหญ่ ไว้กลับไปก่อนเราค่อยคุยกัน”
“อื้ออื้อ...”
หลังจากนั้นไม่นานทั้งสองคนกลับมาพร้อมกันเฉียวซีหยิบพู่กันขึ้นมาและเริ่มเขียน เวลาผ่านไปสักพักกระดาษหนึ่งแผ่นก็ถูกเขียนจนเต็ม
“ท่านอาหยาง ท่านรับไป” นางหยิบกระดาษขึ้นมาเป่าเพื่อให้หมึกแห้งเร็วขึ้นเมื่อใกล้แห้งแล้วก็ยื่นให้เถ้าแก่หยาง
หยางก่วงเปิดถุงผ้าถุงเล็กก่อนจะยื่นมาต่อหน้าเฉียวซี “แม่หนูข้าแลกเงินเป็ตำลึงให้เ้าแล้ว เ้านับดู ทั้งหมดห้าสิบตำลึง”เงินที่เถ้าแก่หยางนำออกมาเรียงกันเป็ระเบียบ แต่ละแท่งยาวประมาณครึ่งนิ้ว
เฉียวซีกล่าวพร้อมรอยยิ้ม “ไม่ต้องนับหรอก ข้าเชื่อใจท่านท่านอาหยาง้าถั่วงอกหัวโตที่ข้านำมาด้วยหรือไม่”
“ถั่วงอกหัวโตหรือ ใช่ที่ยาวๆ ขาวๆ หรือเปล่า” เ้าสิ่งนี้เรียกว่าถั่วงอกหัวโตหรอกหรือชื่อเพราะดีนะ
“ใช่แล้ว ท่าน้าหรือไม่”
“้าสิ ราคาเดิม 1 ชั่ง 10 อีแปะเป็อย่างไร” เข้าได้ชิมผักชนิดนี้แล้วรสชาติสดชื่นมากแค่ผัดมันก็สามารถวางบนโต๊ะอาหารได้แล้ว
“ได้สิ พี่ใหญ่ เห็ดเยื่อไผ่ของท่านเล่า”
“อยู่นี่” เฉียวซงได้ยินน้องสาวของเขาเรียกก็รีบนำเห็ดเยื่อไผ่ออกมา
“ท่านอาหยาง เห็ดเยื่อไผ่ทั้งหมดสองกิโลครึ่ง”
“ซูเฉิง นำไปชั่ง”ก่อนหน้านี้เห็ดเยื่อไผ่จำนวนครึ่งกิโลกรัมเข้าไปอยู่ในท้องของเขาและเฒ่าหวังแล้วก็เฝ้ารอว่าเมื่อไหร่จะมีสินค้าอีก ช่างจัดส่งได้ตรงเวลาเสียจริง
“เถ้าแก่ ถั่วงอกหัวโตทั้งหมด 80 ชั่ง เห็ดเยื่อไผ่ 5 ชั่ง”
เถ้าแก่หยางหยิบเศษเงินจากในโต๊ะยาวมาให้เฉียวซี “แม่หนู 1 ตำลึง 50 อีแปะข้าให้เหรียญทองแดงทั้งหมดกับเ้าไปเลย”
“ขอบคุณมากท่านอาหยาง นี่คือขนมที่ข้าทำเอง ข้าเอามาให้พวกท่าน”นางนำขนมซัวจาจำนวนหนึ่งมาวางไว้บนโต๊ะ “ท่านอาหยาง พวกเรายังมีเื่ที่ต้องทำต้องขอกล่าวลาท่านแล้ว”
“แม่หนู รอก่อนเ้าขายสูตรการปรุงปลาให้ข้าแล้วเ้าก็ต้องหาปลามาให้ข้าด้วยนะ”
“เอ่อ...”
“เอ่ออะไรเล่า ไม่อยากหาเงินหรืออย่างไร” เ้าหนูนี่จริงๆ เลย
“หาเงิน จะไม่อยากหาเงินได้อย่างไร ท่านบอกจำนวนมาเถิดให้ข้ามาส่งทุกวันอย่างนั้นหรือ แต่ข้าส่งได้ไม่มากนัก พวกข้าถือกันไม่ไหว”
“เ้าไม่ต้องมาส่ง แค่เตรียมปลาไว้ให้ข้าก็พอ ข้าจะให้ซูเฉิงไปเอาทุกวันเงินจะจ่ายตอนรับของ ยามนี้ข้า้าวันละสิบตัวทุกวัน ตัวละแปดอีแปะหากข้า้ามากกว่านี้จะให้ซูเฉิงไปบอกกับเ้า”
“ตกลง เริ่มมะรืนนี้ได้หรือไม่” ที่บ้านมีตะกร้าจับปลาแค่สองลูกเองไม่พอแน่ ยังต้องให้พี่ชายสานให้อีกสักหน่อยจึงจะพอ มะรืนน่าจะไม่มีปัญหา
“ตกลงตามนั้น”
“ลาก่อนท่านอาหยาง ลาก่อนท่านอาหยาง”หลังจากจัดการธุระที่ร้านอาหารเสร็จแล้วสามพี่น้องตรงไปที่ตลาดนัดทันที โชคดีตอนที่พวกเขามาถึงตลาดนัดยังพอมีเวลาอยู่มีคนหยุดพักอยู่ในตลาดเป็จำนวนมาก
สามพี่น้องรีบหาที่ว่างและหยิบขนมซัวจาออกมาวาง ข้างๆ ก็วางจานใบเล็กๆ ไว้หนึ่งใบและใส่ขนมซัวจาที่หั่นเป็ชิ้นเล็กๆ แล้วไว้ข้างใน
“น้องรอง เ้าเอาออกมาวางไว้ทำไมหรือ”เฉียวซงเห็นเฉียวซีนำขนมซัวจาออกมาวางบนจานรองก็เอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ
“ให้ลองชิมอย่างไรเล่า ไม่เช่นนั้นจะมีใครมาซื้อขนมซัวจาของพวกเราและเรายังต้องะโเรียกลูกค้าด้วย” เพื่อที่จะสามารถหาเงินได้ไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้หรอก
“แล้วน้องรองจะเรียกอย่างไร”เฉียวซงไม่คิดว่าการร้องขายของจะทำให้ลูกผู้ชายอย่างเขาต้องเสียหน้าแต่เขาถามอย่างจริงจังว่าเฉียวซีจะร้องขายอย่างไร
“พวกเราจะทำอย่างนี้ ดูข้านะ” นางขยิบตาอย่างขี้เล่นให้พี่ใหญ่กระแอมในลำคอก่อนจะเปิดปากะโออกมา “ท่านที่ผ่านไปผ่านมาห้ามพลาดขนมซัวจาช่วยเจริญอาหารแสนอร่อย ขนมซัวจาสามารถทานได้ทั้งเด็กและผู้สูงวัย”
ทันทีที่เสียงของเด็กสาวดังขึ้นก็ดึงดูดความสนใจจากคนจำนวนมากแต่ก็ยังไม่มีใครเดินมาถาม
แต่นางก็ไม่ย่อท้อ นางยังมีผู้ช่วยอีกสองคนทันทีที่เสียงของนางเบาลงพี่ชายกับน้องชายก็รับไม้ต่อช่วยกันะโเหมือนกับนาง
หลังจากนั้นไม่นานก็มีผู้หญิงคนหนึ่งพาลูกมาถามตรงหน้า“ขนมซัวจาของเ้าขายอย่างไร”
“ชิ้นละ 5 อีแปะ ท่านสามารถชิมก่อนค่อยซื้อได้นะ” เฉียวซีบอกราคาที่ตั้งไว้ราคา 5 อีแปะนี้เป็ราคาที่เหมาะสม
ถึงนางจะคิดว่าราคาเหมาะสมแต่คนอื่นที่ได้ยินกลับคิดว่าแพง
ผู้หญิงคนนั้นได้ยินราคา ยังมีคิดอยากจะฟังต่อหรือนางกล่าวด้วยความประหลาดใจ “ทำไมแพงอย่างนี้” พูดจบนางก็จูงลูกเตรียมเดินออกไป
“ท่านป้า ท่านสามารถชิมดูก่อนได้นะ หากชิมแล้วท่านยังรู้สึกว่ามันแพงท่านจะไม่ซื้อก็ไม่เป็ไร” เฉียวไป่สายตาเฉียบแหลมมาก เขาหยิบชิ้นเล็กๆ ยื่นให้กับเด็กน้อยที่กำลังตามผู้หญิงคนนั้นไป
“นี่มันอร่อยมากเลย ท่านลองทานดูสิ”
“ท่านป้า ข้าใส่น้ำตาลลงในขนมซัวจาน น้ำตาลเป็ของที่ดี ต้นทุนสูงราคาย่อมสูงเป็ธรรมดาขนมซัวจาชิ้นนี้ไม่เพียงเป็ของทานเล่นเท่านั้น มันยังมีฤทธิ์ทางยาหากท่านรู้สึกเบื่ออาหารหากทานมันแล้วข้ารับประกันว่าท่านจะสามารถทานอาหารได้มากขึ้นแน่นอน”
“สามารถทำให้คนเบื่ออาหารเจริญอาหารขึ้นได้จริงๆ เหรอ” อยู่ๆ ก็มีเสียงของชายวัยกลางคนแต่งตัวภูมิฐานดังขึ้น
เฉียวซีเงยหน้ามอง ชายคนนี้รูปร่างผอมสู วัสดุของเสื้อผ้าอยู่ในระดับกลางดวงตาของเขาเปล่งประกาย “ท่านอาท่านนี้ หากไม่เห็นผลจริงข้าจะกล้าคุยโวได้อย่างไรท่านลองซื้อไปทานดูสิ” เฉียวซงยื่นขนมซัวจาไปตรงหน้าชายคนนั้นเรียบร้อยแล้ว
ชายคนนั้นหยิบขนมซัวจาเข้าปาก หลังจากทานแล้วเขาพยักหน้าเห็นด้วย “เ้าหนูเอามาให้ข้า 4 ชิ้น”
“เ้าค่ะ ท่านรอสักครู่นะเ้าคะ” เฉียวซีใช้ใบบัวห่อขนมซัวจา 5ชิ้นแล้วยื่นให้ด้วยความดีใจ
เดิมทีนาง้าขายให้กับผู้หญิงคนนั้นคิดไม่ถึงว่าจะมีเื่ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น คนหนึ่งคนซื้อตั้งสี่ชิ้น
“แม่หนู ข้าอยากได้แค่ 4 ชิ้นนะ”ชายคนนั้นกำลังจ่ายเงินให้แล้วเห็นว่าเฉียวซีห่อไว้ห้าชิ้นคิดอยากห้ามแต่ไม่ทันแล้ว
“ข้ารู้ ท่านเป็ลูกค้าคนแรกของข้า ข้าให้ท่านเป็พิเศษ”หลังจากเปิดกิจการแล้วนางยังกลัวว่าจะไม่ได้ขาย การเสียขนมซัวจาไปหนึ่งชิ้นเพื่อแลกให้ลูกค้ากลับมาอีก มันคุ้มค่าแล้ว
“แม่หนูเ้าเป็คนดีเหลือเกิน”ก่อนที่จะชายคนนั้นจากไปเขาไม่ลืมที่จะชมเชยนาง
“ขอบคุณท่านอามากๆ”
ด้วยการอุดหนุนของคุณอาท่านนี้ธุรกิจของนางจึงเป็ที่นิยมอย่างรวดเร็วไม่ต้องมีคำแนะนำจากนาง แม้แต่ชิมก็ไม่ต้องชิมลูกค้าทั้งหมด้าซื้อเป็จำนวนมาก มือหนึ่งรับเงินอีกมือหนึ่งส่งของ ไปๆ มาๆ ขนมซัวจาที่นำมาก็ถูกขายจนหมดในชั่วพริบตา
พวกเขาขายขนมซัวจาหมดก่อนเที่ยง สามพี่น้องยิ้มอย่างมีความสุขเขย่าห่อผ้าในมือ มีเงินอยู่ข้างในเต็มไปหมด
“พี่ใหญ่ พวกเรากินอะไรในเมืองสักหน่อยแล้วค่อยกลับเถอะ น้องสามไม่ไหวแน่นอน”ในถุงมีเงินแล้ว ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งสิ้น