*Series 1 : มฤตยูเกาะกะโหลกลาวา*
EP1: หมอกเหลืองและเกาะกะโหลกลาวา
*ริมหาดที่รกร้าง*
อคิราห์เดินทางมาถึงจังหวัดริมทะเลแห่งหนึ่งในอ่าวไทย ที่ซึ่งเคยคึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวและชาวประมง แต่ตอนนี้กลับถูกปกคลุมด้วยความหวาดระแวง และมีเรือหลายลำถูกทอดทิ้งไว้
อคิราห์นั่งคุยกับ ผู้กองวิรัช นายตำรวจท้องที่ ที่กำลังเครียดจัดกับคดี การสูญหายของผู้คนกว่าร้อยชีวิต ใน่สามเดือนที่ผ่านมา
“มันไม่มีร่องรอยการต่อสู้เลยครับคุณอคิราห์” ผู้กองวิรัชถอนหายใจ “เรือทุกลำถูกทิ้งไว้กลางทะเล ไม่มีศพ ไม่มีรอยเื มีแต่ เรือที่ว่างเปล่า… เหมือนกับว่าอยู่ดีๆ คนบนเรือก็หายไปในอากาศธาตุ”
อคิราห์ใช้ หัตถ์อสูร ัักับภาพถ่ายของเรือลำหนึ่งที่ถูกทิ้งไว้ เธอััได้ถึง ร่องรอยพลังงานเวทมนตร์ ที่ถูกฉีกขาดและบิดเบือนอย่างรุนแรง พลังงานนี้ไม่ได้มาจากโลกใบนี้เลย
“ไอ้สมิง! นี่คือ รอยแตกมิติ ครั้งใหญ่! พลังงานลาวาและไฟที่ข้าััได้ในภาพถ่ายพวกนี้… มันรุนแรงและเก่าแก่กว่าเวทมนตร์ใดๆ ที่เราเคยเจอมา!” อคิราห์สื่อสารในทางจิต กับเ้าอสูรตาสมิง ที่สถิตอยู่บนหลังมือข้างซ้ายของเธอ
“ระวังตัวไว้เ้าเวท! พลังงานที่ถูกดูดกลืนไปนั้นมีขนาดใหญ่เกินกว่าจะเป็ปิศาจธรรมดา… ข้าััได้ถึง จิตสำนึกระดับจักรวาล ที่พยายามจะ บริโภค ทุกสิ่ง!” อสูรตาสมิงเตือนด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง
*คำให้การที่บิดเบือน*
อคิราห์ไปหา กัปตันเรือประมง ผู้เห็นเหตุการณ์คนสุดท้ายอีกครั้ง เขาเป็ชาวประมงเฒ่าที่สายตาเต็มไปด้วยความหวาดผวา
“มันเกิดขึ้นทุกคืน วันพระจันทร์เต็มดวง ครับ… หมอกสีเหลืองนั่นมันเงียบมาก แต่มันมาเร็วมาก” กัปตันเล่าซ้ำ “ก่อนที่เรือจะถูกกลืนหายไป ผมเห็นภาพ… ภาพของ เกาะ ที่เหมือนกะโหลกนั่นจริงๆ! มันไม่ใช่ภาพลวงตาครับ เพราะผมเห็นมันจริงๆ..."
กัปตันชี้ไปที่จุดบนแผนที่ “มันโผล่มาตรงพิกัดนี้! และสิ่งที่ผมจำได้แม่นที่สุดคือ เบ้าตา ของกะโหลกนั่นมันเต็มไปด้วย ลาวา ที่พวยพุ่งขึ้นฟ้า! ผมเห็น เงา ของสิ่งมีชีวิตแปลกๆ เคลื่อนไหวอยู่บนเกาะนั้น ก่อนที่หมอกเหลืองจะหายไปพร้อมทุกสิ่ง”
อคิราห์วิเคราะห์:
* ตรรกะ: หมอกเหลืองทำหน้าที่เป็ สะพานเชื่อมมิติ ใน่ที่พลังงานของโลกและมิติอื่นอยู่ในระดับสูงสุด (วันพระจันทร์เต็มดวง)
* เป้าหมาย: เป้าหมายไม่ใช่การทำลายเรือ แต่เป็การ ดูดกลืน สิ่งมีชีวิต
อคิราห์ตัดสินใจดำเนินการตามแผนเดิม: การเป็เหยื่อล่อเพื่อตามรอยเข้าไปในมิติที่ถูกเชื่อมนี้
*การเตรียมตัวที่ละเอียดอ่อน*
อคิราห์ขึ้นเรือนำเที่ยวขนาดกลางที่จะมุ่งหน้าไปยังพิกัดที่เกิดเหตุในคืนพระจันทร์เต็มดวง เธอดูเหมือนนักท่องเที่ยวทั่วไป มีกระเป๋าเดินทาง และไม่มีร่องรอยของ จอมเวทหัตถ์อสูร เลย
ในห้องพักเล็กๆ บนเรือ อคิราห์กำลังเตรียม ยันต์อำพรางพลังเวท (Concealment Charms) ที่ซ่อนอยู่ภายใต้เสื้อผ้าและปลอกแขนของเธอ การอำพรางพลังของ อสูรตาสมิง นั้นเป็เื่ยาก แต่จำเป็อย่างยิ่ง
“เ้าเวท! นี่มันอันตรายเกินไป! การบุกเข้าไปในมิติที่เต็มไปด้วยพลังลาวาเช่นนี้... เราอาจถูก เผาผลาญ พลังเวทจนหมดสิ้น” อสูรตาสมิงกังวล
“ฉันรู้ไอ้สมิง” อคิราห์ตอบในใจ พลางจัดยันต์ให้เข้าที่ “แต่ถ้าเราไม่เข้าไป ไม่มีใครหยุดยั้งการสูญเสียครั้งใหญ่ครั้งนี้ได้ และฉันต้อง เข้าไปอย่างเงียบๆ เพื่อตรวจสอบขอบเขตอำนาจของศัตรู ก่อนจะตัดสินใจติดต่อ เมฆา เพื่อให้เขาเตรียมรับมือกับภัยคุกคามระดับจักรวาลนี้”
*แสงจันทร์และกลิ่นกำมะถัน*
เมื่อดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า เรือ ก็ลอยลำอยู่กลางทะเลในพิกัดที่เกิดเหตุ ทุกคนบนเรือสนุกสนานและไม่ได้รับรู้ถึงอันตรายที่กำลังใกล้เข้ามา อคิราห์เดินขึ้นไปที่ดาดฟ้าเรือ เธอรู้สึกถึง แรงกดดันทางมิติ ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามการขึ้นสูงของดวงจันทร์
เสียงน้ำทะเล รอบข้างเริ่มเงียบลงอย่างประหลาด จนกระทั่งได้ยินเพียงเสียง คลื่นเบาๆ ปะทะเรือ
อคิราห์มองไปที่ ดวงจันทร์เต็มดวง ที่ส่องแสงสีเงินยวงลงมาบนผืนน้ำทะเล
“พร้อมแล้วใช่ไหมเ้าเวท? มันกำลังมาแล้ว!” อสูรตาสมิงเตือน
*จุดเริ่มต้นแห่งหายนะ*
ทันใดนั้นเอง!
ที่ขอบฟ้าเหนือผิวน้ำทะเล หมอกหนาทึบ สีเหลืองอร่ามก็เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงัน หมอกนั้นไม่ได้ลอยตามลม แต่มัน เคลื่อนที่ด้วยเจตจำนง พุ่งตรงมายังเรือที่อคิราห์โดยสารอยู่
กลิ่น กำมะถัน และ แร่ธาตุที่ถูกเผาไหม้ โชยมาตามลมเย็นๆ ผู้คนบนเรือเริ่มหยุดการเคลื่อนไหว และมองไปยังหมอกเหลืองด้วย ดวงตาที่เบลอ ราวกับถูกสะกด
อคิราห์ไม่สามารถส่งเสียงเตือนได้ เพราะเธออาจทำลายการอำพรางพลังของตัวเองได้
หมอกสีเหลือง พุ่งเข้ามาโอบล้อมเรือนำเที่ยวขนาดกลางอย่างรวดเร็ว สีของมันเข้มขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็ สีเหลืองไข่แดง ที่น่าสะพรึงกลัว และในเสี้ยววินาทีสุดท้าย ก่อนที่เรือจะถูกกลืนหายไปในความมืดที่มาจากหมอกนั้น...
อคิราห์เห็นภาพสะท้อนในหมอก—ภาพของเบ้าตาเกาะกะโหลก ที่มีลาวาพวยพุ่งสู่ท้องฟ้าอย่างบ้าคลั่ง!
ตอนนี้... อคิราห์ได้ถูกดึงเข้าสู่มิติของเกาะกะโหลกิญญาแล้ว!
และเธอเองก็ไม่สามารถคาดเดาได้ว่า เื้ัของเกาะกะโหลกนี้ มันคืออะไรกันแน่...?!
*โปรดติดตามตอนต่อไป*