SCHOOL LEGACY โรงเรียนซ่อนเร้น

    นักล่าสมบัติ

    แถวนักเรียนยาวเหยียดไปจนสุดลานหน้าเสาธง ผมยืนตัวตรงตามระเบียบ รู้สึกอายตัวเองที่เกือบหลงเชื่อเ๱ื่๵๹ขุมทรัพย์ที่พ่อเล่าให้ฟังเมื่อคืนนี้ ผมหมายถึง ก็ดูตึกเรียนพวกนี้สิ ผนังปูนเก่าจนสีลอก ตามซอกมีคราบน้ำฝนเกาะเป็๲ด่าง ๆ ถ้าที่นี่มีสมบัติซ่อนอยู่จริง ผมก็อยากให้ใครสักคนหาเจอเร็ว ๆ เผื่อพวกเขาจะเอาเงินมาซ่อมโรงเรียน หรือไม่ก็ซื้อแอร์มาติดในห้องเรียนให้เราบ้าง


    ลมร้อนพัดมาพร้อมแดดแรง ๆ ที่แผดเผาผิว ผมรู้ว่าแสงแดดตอนเช้าช่วยให้ร่างกายสร้างวิตามินดี แต่ถ้ามันร้อนขนาดนี้ผมคงได้วิตามินดีเหลือใช้ไปทั้งชาติ ตาแก่หัวล้านที่กำลังพล่ามอยู่ตรงนั้นคือครูใหญ่ เขายืนอยู่ในร่มสบาย ๆ ส่วนพวกเรากลับต้องมาตากแดด เห็นหัวครูใหญ่แล้วผมนึกว่ามีพระอาทิตย์สองดวง ร้อนชะมัด เราไม่ใช่อูฐทะเลทรายและไม่ใช่แผงโซลาร์เซลล์ เพราะงั้นรีบ ๆ สั่งเลิกแถวสักทีเถอะ


    “…และขอให้พวกเธอทุกคนตั้งใจเรียน ทั้งหมด เลิก… แถว!” ในที่สุดครูใหญ่ก็รู้ตัวว่าควรหยุดพูด ผมสงสัยมาตลอดว่าคนหัวล้านนี่เขาต้องล้างหน้าถึงตรงไหน


    เสียงรองเท้านักเรียนกระทบพื้นดังเป็๲จังหวะ พวกเราพากันเดินกลับห้อง ผมเดินนำแถวเพราะตัวเตี้ยที่สุดในชั้น ม.1/3 แม่บอกว่าผมเป็๲เด็กโตช้า แต่มั่นใจว่าผมจะสูงขึ้นอีกแน่นอน ขอให้มันจริงเถอะ


    คาบแรกของวันนี้คือวิชาประวัติศาสตร์ ผมหยิบหนังสือออกมาวางบนโต๊ะ ตามด้วยสมุด ปากกา และไม้บรรทัด ก่อนจะได้ยินเสียงแหลม ๆ ของเด็กผู้หญิงดังขึ้นข้าง ๆ


    “นี่ นายเตี้ย” เสียงของเธอดังพอจะเรียกความสนใจจากนักเรียนครึ่งห้อง


    ผมจำเสียงนี้ได้ทันที หันขวับไปโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด “อย่าเรียกฉันแบบนั้น ฉันมีชื่อ”


    เธอยักไหล่ “แต่เมื่อวานเธอไม่ยอมบอกชื่อฉันนี่ นายเตี้ย”


    “เตี้ยบ้านเธอสิ” ผมพูดด้วยน้ำเสียงโมโห “ทำไมฉันต้องบอกชื่อด้วย” เริ่มรู้สึกหงุดหงิด น่ารำคาญจริง ๆ


    “ก็ทั้งห้องเหลือแค่เธอคนเดียวที่ฉันยังไม่รู้จักชื่อเล่น” ว่าแล้วเมย์ก็ก้มลงอ่านชื่อที่ปักบนเสื้อออกเสียงชัด ๆ


    “หรือจะให้ฉันเรียกเธอว่า เด็กชายณัฐวีร์ จิรโชติ”


    “ก็ได้ ฉันชื่อเจมส์ พอใจหรือยัง”


    เธอพยักหน้า “ก็เท่านี้แหละ ฉันแค่ถามชื่อเล่น ไม่ได้ถามชื่อพ่อชื่อแม่สักหน่อย หรือจะให้ฉันเรียกเธอด้วยชื่อพวกเขาดี”


    “ใครกันแน่ที่มารยาทแย่” เดาว่าอีกไม่นานผมกับเธอคงได้วางมวยกันสักวัน ก็รู้แหละว่าชกผู้หญิงมันไม่ถูกต้อง แต่ก็อย่างที่คนโบราณเคยว่าไว้ ถ้าทุกคนมัวแต่ให้อภัยแล้วเมื่อไหร่จะได้เอาคืน


    “เจมส์ ว่าแต่นายตัดสินใจได้หรือยัง” เธอเปลี่ยนเ๱ื่๵๹


    “ตัดสินใจเ๱ื่๵๹?” ผมเลิกคิ้วสงสัย ไม่แน่ใจว่าเมื่อวานนี้พูดอะไรกับเธอไปบ้าง


    “ล่าสมบัติไง” เธอตอบ


    “ปัญญาอ่อน” ผมสวนกลับทันทีโดยไม่ต้องคิด


    “ไม่อ่อนสิ เราต้องเรียนที่นี่ไปอีกตั้งหลายปี น่าสนุกดีออก ลองดูก็ไม่เห็นเสียหาย”


    “เสียเวลาชีวิต ฉันมั่นใจว่ามีคนพยายามหามาแล้วเป็๲สิบ ๆ ปีแต่ก็ไม่เห็นจะเจออะไร”


    “นั่นเพราะว่าพวกเขาไม่ใช่ฉันยังไงล่ะ”


    “แล้วเธอวิเศษกว่าพวกนั้นตรงไหน” ผมถามกลับ


    “เพราะฉันคือนักล่าสมบัติมือหนึ่งยังไงล่ะ” 


    เธอคนนี้หลงตัวเองอย่างแรง เป็๲ผมคงไม่ยอมพูดอะไรแบบนี้เด็ดขาด ต่อให้จับแม่ผมเป็๲ตัวประกันก็ตาม


    “นักล่าสมบัติมือหนึ่ง? แล้วอีกมือขาดหรือไง” ผมล้อเลียน


    “ปากเสีย” เมย์มองค้อน


    “แล้วเธอเคยเจอสมบัติที่ไหนมาบ้าง” ผมตั้งใจประชด


    “ยังไม่เคยเจอสมบัติ แต่ฉันหาเงินที่พ่อแอบเอาซ่อนแม่เจอเป็๲ประจำ” เธอพูดอย่างภูมิใจ ผมล่ะสงสารสามีในอนาคตของเธอจริง ๆ


    “เอางี้ ถ้านายสนใจจะเข้าร่วมทีมค้นหาสมบัติกับฉัน ตอนพักเที่ยงให้ไปเจอกันที่ห้องสมุด โอเคนะ” พูดจบเธอก็เดินกลับไปที่โต๊ะ


    แต่ก่อนที่ผมจะคิดอะไรต่อ เสียงรองเท้าของใครบางคนก็ดังขึ้นที่ประตู ครูประจำวิชาประวัติศาสตร์เดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มและดวงตาเป็๲ประกาย เธอเป็๲หญิงสาวตัวเล็ก ๆ ดูเด็กกว่าอายุจริง เหมือนนักศึกษาฝึกสอนมากกว่าครูโรงเรียนมัธยม คนนี้แหละครูประจำชั้น ม.1/3 และเป็๲คนเลือกที่นั่งให้กับผมเมื่อวานนี้


    อ้อ… ผมลืมบอกเ๱ื่๵๹สำคัญที่สุด ครูประจำชั้นของผมเธอชื่อ ‘รินลดา วัชรโยธิน’ ซึ่งหมายความว่าเธอเป็๲ทายาทของพ่อเลี้ยงจักรคำ วัชรโยธิน ผู้ก่อตั้งโรงเรียนนี้ และถ้าจะมีใครรู้เ๱ื่๵๹ขุมทรัพย์ในโรงเรียนล่ะก็ ต้องเป็๲เธอคนนี้แหละ