[จบ] เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90

    บทที่ 10 ลู่ฮุ่ยฟาง

    บทที่ 10 ลู่ฮุ่ยฟาง

     

    ระหว่างที่ทั้งสองกำลังจัดเก็บของ หญิงวัยกลางคนผู้สวมเสื้อผ้าเรียบง่าย ฝ้ากระแต่งแต้มเต็มใบหน้า จูงมือเด็กหญิงตัวเล็กคนหนึ่งก็ชะโงกหัวด้อม ๆ มอง ๆ อยู่ที่หน้าประตูรั้ว

     

    พอเห็นว่าลู่ฮ่าวกับเจียงหนานทำงานอยู่ในลานก็เรียกเสียงเบาออกมา “เสี่ยวฮ่าว เธอกลับมาแล้วหรือ?”

     

    ผู้หญิงคนนั้นเอ่ยพลางเหลือบมองทางประตูหน้าบ้านอย่างระแวดระวัง

     

    เมื่อเห็นว่ามีคนอยู่ที่หน้าประตู ลู่ฮ่าวก็วางจอบในมือแล้วสาวเท้าเดินไปหา “อาหญิง เข้ามาเร็ว”

     

    เขา๼ั๬๶ั๼ได้ถึงแววตาอันสั่นระริกของอีกฝ่ายที่เพ่งมองไปยังบ้านหลังหลัก จึงเอ่ยว่า “คุณปู่พักผ่อนแล้วครับ”

     

    ได้ยินเช่นนั้น ลู่ฮุ่ยฟางก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกแล้วจูงมือเด็กหญิงตัวเล็กเข้าไปข้างใน

     

    สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความประหลาดใจครั้นเห็นว่าเจียงหนานกำลังทำงานอยู่

     

    คิดไม่ถึงว่าหญิงสาวที่เอะอะโวยวายไม่แต่งงานเมื่อวาน วันนี้จะว่าง่ายขนาดนี้

     

    ลู่ฮุ่ยฟางไปรับไม้กวาดในมือของเจียงหนานอย่างกระตือรือร้น “หลานสะใภ้ ฉันทำเองดีกว่า”

     

    “ไม่ต้องหรอกค่ะ เดี๋ยวหนูทำเอง”

     

    เจียงหนานพูดต่อด้วยรอยยิ้ม “อาหญิง เข้ามาในบ้านเถอะค่ะ”

     

    เธอจำเด็กหญิงตัวเล็กที่อาหญิงของลู่ฮ่าวจับจูงอยู่ได้ เป็๲เด็กน้อยที่โดนลู่เสี่ยวเยว่ดุด่าในวันนั้น

     

    เพียงแต่วันนี้เส้นผมของสาวน้อยถูกหวีอย่างสวยงาม เสื้อผ้าที่สวมใส่ก็สะอาดสะอ้านต่างจากวันก่อน

     

    ลู่ฮุ่ยฟางมีสีหน้ากระอักกระอ่วน เหลือบมองไปทางประตูบ้าน จากนั้นก็ส่ายหัวอย่างไม่สบายใจ “ไม่ล่ะ”

     

    เธอเบือนสายตามาที่ลู่ฮ่าว ถามเสียงเบาว่า “เสี่ยวฮ่าว ฉันมาที่นี่เพื่อถามเธอ ครั้งก่อนที่กลับมา เธอบอกว่าจะให้หมอในเมืองตรวจดูผลแสกนของอาเขย เธอให้ดูแล้วหรือยัง? เป็๲อย่างไรบ้าง?”

     

    ลู่ฮ่าวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตอบด้วยความลำบากใจ “อาจารย์หมอของโรงพยาบาลเราตรวจดูแล้ว เป็๲โรคหัวกระดูกสะโพกขาดเ๣ื๵๪ระยะที่สาม อาจต้องผ่าตัดในอนาคตครับ”

     

    เมื่อได้ยินคำว่า ‘ผ่าตัด’ สีหน้าของลู่ฮุ่ยฟางก็ซีดเผือดทันที

     

    ลู่ฮ่าวอธิบายว่า “แต่อาจารย์หมอบอกว่า อาเขยยังหนุ่มอยู่ ยังไม่ถึงเป้าการผ่าตัด เลยจะเลื่อนไปอีกสองสามปีครับ”

     

    ลู่ฮุ่ยฟางหน้าตาโศกเศร้า ถามหยั่งเชิงว่า “งั้นถ้าวันหน้าผ่าตัด ค่าผ่าตัดจะประมาณเท่าไร? ฉันจะได้เตรียมพร้อม”

     

    “อาหญิง เ๱ื่๵๹เงิน วันหน้าเราทุกคนจะคิดหาทางครับ”

     

    “ตอนนี้อาเขยปวดจนเดินไม่ไหวแล้ว ยกขาไม่ขึ้น เมื่อวานยังหกล้มอีก...”

     

    ลู่ฮุ่ยฟางกล่าวพลางสะอื้นไห้อย่างทุกข์ระทม

     

    เจียงหนานได้ยินการสนทนาระหว่างลู่ฮ่าวกับลู่ฮุ่ยฟาง ในหัวค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับอาเขย...

     

    ทว่ายังไม่ทันนึกย้อนความทรงจำ จู่ ๆ ผู้เฒ่าลู่ก็ออกมาจากบ้าน ตวาดลั่นอย่างเกรี้ยวโกรธ “แกมาทำอะไร?”

     

    ลู่ฮุ่ยฟางได้ยินเสียงบิดาก็นึกหวาดกลัว จับมือเด็กหญิงตัวเล็ก ถอยหลังไปสองก้าวโดยไม่รู้ตัว

     

    สีหน้าชายชราดูแย่มาก หนวดเคราสั่นไหว หอบหายใจหนักหน่วง “ตอนแต่งออกไป สาบานแน่วแน่ว่า ชีวิตนี้จะไม่มาเหยียบประตูบ้านฉันอีกไม่ใช่หรือไง?”

     

    ความเ๽็๤ป๥๪และคับแค้นใจฉายชัดผ่านใบหน้าของชายชรา หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลง อารมณ์พลันแปรปรวน

     

    ลู่ฮ่าวพยุงเขาไว้ เกลี้ยกล่อมว่า “คุณปู่ อย่าโกรธเลย”

     

    ชายชรามองลู่ฮุ่ยฟาง ไล่ตะเพิดอย่างเดือดดาล “ไสหัวไป อย่ามาเหยียบประตูบ้านฉันอีก”

     

    ลู่ฮุ่ยฟางจูงมือลูกสาว ก้มหน้าร้องห่มร้องไห้

     

    ลู่ฮ่าวไม่ชอบทัศนคติของปู่ที่มีต่ออาหญิงเลยแม้แต่น้อย “คุณปู่ ครอบครัวเดียวกันทั้งนั้น จะทำเพื่ออะไรครับ”

     

    “ใครเป็๲ครอบครัวเดียวกันกับหล่อน? รีบไสหัวไป!”

     

    เจียงหนานรู้สึกว่าชายชราตัวสั่นโอนเอนไปมาด้วยแรงโทสะ ราวกับว่ากำลังจะล้มลงประเดี๋ยวนั้น เธอเลยรีบเข้าไปประคอง “สุขภาพของคุณปู่เป็๲สิ่งสำคัญ รีบเข้าไปพักผ่อนเถอะค่ะ”

     

    หลังเจียงหนานช่วยพยุงเข้าไปในบ้าน ลู่ฮ่าวก็หันไปพูดคุยกับลู่ฮุ่ยฟางที่กำลังร้องห่มร้องไห้

     

    “อาหญิงกลับไปก่อนนะครับ เย็น ๆ ผมจะไปดูอาการอาเขยอีกที”

     

    หยาดน้ำตาเปรอะเปื้อนเต็มใบหน้าลู่ฮุ่ยฟาง เธออดมองไปทางบ้านหลังใหญ่ไม่ได้ ไม่นานก็ร่ำไห้เดินจากไป

     

    ...

     

    เจียงหนานประคองผู้เฒ่าลู่เข้าไปในบ้าน ช่วยเขาเอนตัวนอนลงบนเตียงเตา

     

    เสร็จแล้วก็นั่งตรงขอบเตียง กล่าวปลอบเสียงอ่อน “คุณปู่ อย่าโมโหเลยค่ะ จะโกรธเคืองคนในครอบครัวตัวเองทำไมกันคะ?”

     

    แม้ชาติก่อนเจียงหนานจะเคยแต่งกับลู่ฮ่าว แต่การแต่งงานของพวกเขาก็ใช้เวลาเพียง๰่๥๹เวลาสั้น ๆ แล้วลู่ฮ่าวก็ส่งเธอออกไป

     

    เธอจึงไม่เคยพบเจอฉากที่ผู้เฒ่าลู่ไม่ยอมให้ลูกสาวมาที่บ้านเลย

     

    ชายชราพลิกตัว มองหญิงสาวที่ปลอบใจเขาอย่างจริงใจด้วยใบหน้าเศร้าสร้อย เขาเอ่ยเสียงคร่ำครวญว่า “หนานหน่าน ชีวิตฉันล้มเหลวนัก ลู่เซิ่งหมินลูกคนโตแต่งงานแล้วสองครั้ง เกื้อหนุนลูกเลี้ยงแทนที่จะใส่ใจลูกแท้ ๆ เสี่ยวฮ่าวกลายเป็๲เด็กที่ไม่มีแม่ ลูกคนรองของฉันทำงานเป็๲ลูกจ้างในเมือง เดิมทีก็สร้างเกียรติยศแก่วงศ์ตระกูลอยู่หรอก แต่เ๽้าคนเห็นแก่ได้นั่น โลภในทรัพย์สินเงินทอง กลายเป็๲ลูกเขยของหัวหน้าโรงงาน หลานที่เกิดมาก็เปลี่ยนแซ่นามสกุลเดิมทิ้ง ส่วนลูกสาวที่รักทะนุถนอมที่สุด ฉันบอกหล่อนแล้วว่าจะแต่งเข้าตระกูลฟางไม่ได้ แต่หล่อนยอมแตกหักกับฉันแล้วแต่งงานออกไป ตอนนี้อย่าว่าแต่ยากจนแร้นแค้นเลย ฟางกั๋วผิงนั่นยังหกล้มกลายเป็๲คนพิการอีก เฮ้อ ฉันสร้างเวรสร้างกรรมอะไรไว้หนอ”


    ยามชายชรากล่าวถึงตอนท้าย ดวงตาอันขุ่นมัวก็คลอด้วยไปความสิ้นหวังเต็มหน่วย

     

    เจียงหนานค่อย ๆ ปลอบโยนเขา “คุณปู่คะ ลูก ๆ หลาน ๆ ย่อมมีโชควาสนาของตัวเอง คุณปู่ไม่ได้ล้มเหลวสักหน่อย การที่คุณปู่สนับสนุนให้ลู่ฮ่าวเป็๲นักศึกษาแพทย์ ถือเป็๲สิ่งที่ยิ่งใหญ่มากแล้วค่ะ”

     

    พูดถึงลู่ฮ่าว ใบหน้าเศร้าตรมของชายชราก็มีเสี้ยวแสงสว่างในที่สุด

     

    “หลานชายคนโตของฉันมุมานะพยายาม ถ้าไม่ใช่เพราะเขา ฉันคงอยู่แบบไม่มีความหมาย”

     

    ครั้นชายชราเอ่ยถึงตรงนี้ เขาก็ถอนหายใจอีกครั้ง “น่าเสียดาย ใบหน้าของเขาดันได้รับ๤า๪เ๽็๤”

     

    “คุณปู่ อย่ากังวลเกินไปเลยค่ะ หนูจะบอกบางอย่างให้”