พระอาทิตย์ค่อยๆ ลับขอบฟ้า สีทองอ่อนๆ สาดส่องลงบนผิวน้ำเ้าพระยา สะท้อนประกายระยิบระยับไปทั่ว สายลมเย็นๆ พัดโชยมา เสียงเพลงจากบาร์เหล้าริมแม่น้ำ ผสมกับเสียงเรือโดยสารแล่นผ่าน บรรยากาศทั้งโรแมนติกและคึกคักไปพร้อมกัน
ร้านอาหารในเย็นวันศุกร์สิ้นเดือนเต็มไปด้วยผู้คน กลุ่มเพื่อน ๆ นั่งล้อมวงคุยกันอย่างสนุกสนาน เสียงหัวเราะดังลั่น บ้างก็ถ่ายรูปเก็บความประทับใจ บ้างก็ยกแก้วฉลองความสำเร็จ แต่ละคนต่างมีแผนการชีวิตที่แตกต่างกัน
โจ ชายหนุ่มหน้าตาดี เขามีนัดหมายกับเพื่อนสนิทเพื่อเลี้ยงอำลาหลังจบการศึกษา กว่า4ปีที่พวกเขามีทั้งความสุขและความทุกข์ในชีวิตวัยนักศึกษาของพวกเขา วันนี้เป็วันสุดท้ายของทุกคนที่จะได้เจอกัน หลังจากนั้นพวกเขาจะได้ไปทำตามความฝันของตัวเอง เขาเดินมาถึงร้านอาหารที่นัดหมายไว้กับเพื่อนๆ และวันนี้เป็ศุกร์สิ้นเดือนบรรยากาศตามร้านอาหารหลาย ๆ ร้าน ถูกจองเต็มเกือบทุกร้าน
เสียงดนตรีบรรเลงเพลงกรุงเทพราตรี.....ดังขึ้น
“โอ้..กรุงเทพเมืองฟ้าอมร สมเป็นครมหาธานี…สวยงามหนักหนายามราตรี งามเหลือเกินเพลิดเพลินฤดี…ชั่งงามเหลือที่จะพรรณนา....เที่ยวดูเล่นแลเห็นอาคาร....เหมือนดังวิมานสถานเทวา...ทั้งยานพาหนะละลานตา...งามแสนงามเหมาะนามสมญา....เหมือนเทพสร้างมาจึงงามวิไล....” ชายหนุ่มยืนฟังเพลงอยู่หน้าร้านจนมีเสียงใครคนหนึ่งดังขึ้น? ..
” ไอ้น้องมายืนขวางทางเข้าร้านทำไมวะ”
“อ้อ..ขอโทษครับพี่”
“เองชอบเพลงนี้เหรอ..เห็นยืนฟังตั้งนาน”
“ครับพี่ผมชอบมากเลย”
“ดีงั้นเราก็คอเดียวกันซิวะ เข้าไปเลยนี่ร้านพี่เอง” เ้าของร้านพูดและตบไหล่เขาเบา ๆ
“ตามสบายไอ้น้อง.... โน้น ๆ ทางโน้นเพื่อน ๆ เองเขาเรียกแล้ว”
“อ้าวเฮ้ย!!!!ไอ้โจ ๆ ทางนี้ ๆ ทำไมมึงมาช้าจังวะนี่ กูแก้วที่ 2 แล้วนะ” เสียงเพื่อนเรียกทักทาย
“เออไม่เป็ไรกูไม่รีบ เดี๋ยวกูตามทัน หวัดดีเว้ยทุกคน” โจหันมาทักเพื่อนๆ ทุกคน ไอ้น๊อต ไอ้บิ๊ก ไอ้บัติ ไอ้บุ้ง และแก้วตาสาวสวยตาคมแต่ห้าวสุดหนึ่งเดียวในแก๊ง เอกวิชาดนตรีไทยและสากลในกลุ่มของพวกเขา และด้วยพวกเขามากจากต่างจังหวัด จุดมุ่งหมายในวิชาดนตรีที่เรียนจึงแตกต่างกันไป น๊อตมีฝีมือในเล่นกีตาร์ บิ๊กชอบเล่นกลอง บัติเก่งเบส บุ้งคือช่างเทคนิคประจำวง ส่วนแก้วตาเธอเป็สาวเสียงดี มีดีกรีชนะเลิศการแข่งขันร้องมโนราพบติดตัวมาด้วย จึงเป็นักร้องนำประจำวง ส่วนโจเขาเล่นคีบอดร์ และเป็นักร้องประจำวงคู่กับแก้วตาเป็บางครั้ง ทั้งเขาและเธอเป็หนุ่มหล่อสาวสวยทั้งคู่ เวลามีกิจกรรมของมหาวิทยาลัย วงดนตรีในกลุ่มของพวกเขาก็มักจะได้รับเชิญให้เล่นอยู่ประจำ
“เอาไงดีพวกมึงเรียนจบกันทุกคนแล้ว มีแพลนกันยังไงบ้าง วันนี้ถือเป็การฉลองรับปริญญาเลยแล้วกันจากนั้นก็คงแยกย้าย” น๊อตพูด
“แก้วตา คงจะกลับไปชุมพรพรุ่งนี้เลยแม่มารับ ตอนนี้ยังไม่อยากทำงานอะไร...กะว่าจะไปช่วยแม่ทำสวนทุเรียนไปก่อน เพราะน้อง ๆ 2 คนยังเรียนอยู่”
“กูว่าแก้วตานี่ละเศรษฐีตัวจริงเลยนะพวกมึง มึงดูราคาทุเรียนตอนนี้สิ” โจพูดเพื่อนๆ ต่างเหาะแก้วตาเธอก็หัวเราะกันครื้นเครง
“แล้วเองละวะบุ้ง” โจถาม
“กูจะไปสมัครงานเว้ย”
“งานอะไรของมึงวะไอ้บุ้ง...ที่รับสาขาเอกวิชาดนตรีไทยสากล”
“กูอยากทำงานที่ BTS ว่ะ” เสียงหัวเราะของเพื่อน ๆ ฮาสนุกสนาน
“นั่นไง...กูว่าแล้วเพราะeเจนใช่มั้ย เออก็ดี” โจพูด
“ไอ้โจมึงอย่าไปว่ามันนะ เพราะeเจนนี่แหละมันถึงได้ปริญญาใบนี้มา
เออบุ้งกูถามมึงหน่อย BTS นี่มันมีแผนกนักดนตรีด้วยเหรอวะ” ไอ้บัติถาม เสียงหัวเราะดังฮามาอีกรอบ กลุ่มเพื่อน ๆ ต่างพูดคุยกันเพราะวันนี้ถือเป็วันสุดท้ายของการใช้ชีวิตนักศึกษาร่วมกัน
“โจแล้วนายล่ะมีแผนอะไรหรือยัง จะทำงานอะไร” แก้วตาถามโจเหมือนห่วงใย
“ยังไม่รู้เลยแก้วตา แต่คงกลับสมุทราช่วยแม่ทำร้านอาหารที่บ้านไปก่อนยังไม่มีแพลนอย่างอื่น อยากพักด้วยไว้ค่อยคิดทีหลัง”
” ก็ดีนะพักผ่อนก่อน จะได้มีเวลาเลือกสิ่งที่ตัวเองชอบด้วยไงแต่อย่าลืมหน้าทุเรียนปีนี้นะแวะมาชิมทุเรียนที่สวนแก้วตาด้วย” โจยิ้มแล้วก็พูด
” แน่นอนแต่อย่าขายแพงมากนะตอนนี้กิโลละเกือบจะ300บาทแล้ว น้ำตาจะไหล...เสียดายเงินก็เสียดาย...ทุเรียนก็อยากจะกิน”
“โจกูว่ามึงน่ะไม่ต้องซื้อกินหรอกมั้งทุเรียนน่ะ มึงแค่รับรู้ว่าใครเขามีใจ
ให้แค่นี้อนาคตเ้าของสวนทุเรียนก็อยู่ในกำมือมึงแล้วเห็น ๆ ฮ่า ๆ ๆ ๆ”
แก้วตาหน้าแดงเขินอายเล็กน้อย ส่วนโจแค่ยิ้มกริ่ม…พวกเขาต่างดื่มกินฉลอง บรรยากาศครืนเครงสนุกสนานในคืนนั้นก่อนแยกย้ายไปทำตามฝันของตัวเอง..........