ความเยือกเย็นที่ปะทะเข้าหากายแกร่งจนทำให้ขนลุกชันไปทั้งตัวนั้นส่งสัญญาณบอกให้อุสมานได้รู้ว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวเขาในไม่ช้านี้และเพียงแค่คิดถึงมันเท่านั้นโสตประสาทของเขาทั้งสองข้างก็ได้ยินเสียงสวดคาถาทันที
“พี่อุสมาน เป็อะไรไปครับ” ฟาเดลเอ่ยถามพี่ชายด้วยความสงสัยเพราะจู่ๆ อีกฝ่ายก็เงียบเสียงไปทั้งที่กำลังคุยเื่งานกันอยู่
“ฟาเดล นายได้ยินเสียงอะไรมั้ย”
“เสียงอะไรครับผมไม่เห็นได้ยินเลย” ฟาเดลตอบพลางหันซ้ายแลขวามองหาทิศทางของเสียงแต่ก็ไม่พบสิ่งใดห้องนี้เงียบมากเพราะถูกทำเป็ห้องเก็บเสียงอย่างดี พื้นด้านล่างก็ปูพรมอย่างหนาเอาไว้เรียกได้ว่าถ้าปากกาตกก็แทบจะไม่ได้ยินเสียงเลยทีเดียว
“ได้ยินคนเดียวจริงๆ ด้วย” อุสมานพึมพำพร้อมกับนิ่วหน้าเพราะเริ่มปวดหัวเหมือนเช่นครั้งที่ได้ยินเสียงนี้และจากนั้นอาการปวดตามร่างกายก็จะตามมาคราวนี้มันมาแปลกมาก ปกติจะมาก็ต่อเมื่อชายหนุ่มอยู่คนเดียวเท่านั้นทว่าครั้งนี้กลับเกิดขึ้นทั้งที่มีบุคคลอื่นอยู่ด้วย
“พี่อุสมาน! เป็อะไรไปครับ”ฟาเดลใก่อนจะรีบลุกขึ้นเดินมาดูอาการของพี่ชาย แล้วชายหนุ่มก็นึกอะไรบางอย่างออกจึงรีบถามด้วยความห่วงใย“ที่พี่เป็แบบนี้เป็เพราะ...”
“ใช่”อุสมานตอบเสียงแ่เพราะรู้ดีว่าน้องชายจะพูดอะไรก่อนจะรีบคว้าแขนน้องชายเอาไว้เมื่อเห็นอีกฝ่ายทำท่าจะผละจากไป“จะไปไหน”
“ผมจะไปบอกแม่แล้วก็จะให้เด็กรับใช้หายาแก้ปวดมาให้พี่ทานด้วย”
“ไม่ต้อง อย่าบอกแม่นะพี่ไม่อยากให้ท่านเครียด ส่วนยาแก้ปวดไม่ต้องเอามาหรอกเพราะอีกไม่กี่นาทีมันก็หายปวดไปเอง”
“แต่ว่า...”
“นั่งลงซะ” อุสมานสั่งฟาเดลจึงจำต้องนั่งลงและมองดูพี่ชายทุรนทุรายด้วยความเจ็บใจที่ไม่อาจช่วยเหลืออะไรได้เลย
“ผมว่าพี่ไปนอนพักดีกว่านะครับเผื่อจะดีขึ้น” ฟาเดลเสนอซึ่งอุสมานก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วยน้องชายจึงช่วยประคองพี่ชายพาออกจากห้องทำงานไปยังห้องนอน
“พี่รู้สึกดีขึ้นแล้วล่ะ” อุสมานบอกด้วยน้ำเสียงหอบเล็กน้อย ตามหน้าผากมีเหงื่อผุดขึ้นเต็มไปหมด
“แน่ใจนะครับ” ฟาเดลยังคงเป็ห่วง
“แน่ใจสิตอนนี้มันหายไปแล้วล่ะ นายไปพักผ่อนเถอะ พี่ก็จะพักบ้างเหมือนกัน”
ฟาเดลรับคำแล้วเดินออกจากห้องไปอุสมานถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วทิ้งตัวลงนอนบนเตียงนุ่มอย่างคนไร้เรี่ยวแรงชายหนุ่มหลับตาลงหวังเพียงแค่พักสายตาเท่านั้นแต่ความรู้สึกบางอย่างทำให้เขาต้องลืมตาขึ้นใหม่แล้วดันตัวลุกขึ้นนั่ง
สายตาคมกริบจับจ้องไปที่หน้าต่างกระจกใสซึ่งยาวจรดพื้นห้องร่างสูงลุกขึ้นเดินเข้าไปใกล้อย่างเชื่องช้าจนไปหยุดยืนอยู่ข้างบานกระจกใสอุสมานมองออกไปด้านนอกที่มืดมิดที่มีเพียงแสงจากโคมไฟข้างทางส่องสว่างเท่านั้น
ไม่มีอะไรผิดสังเกตแต่ทำไมเขาถึงได้รู้สึกเหมือนกำลังโดนจ้องมองอยู่กันนะชายหนุ่มเกิดความสงสัยขึ้นในใจพลางกวาดสายตามองไปรอบๆ บริเวณด้านล่างอีกครั้งเมื่อไม่พบอะไรผิดปกติจริงๆ มือหนาจึงดึงผ้าม่านสีน้ำตาลรูดปิดกระจกทั้งหมดแล้วเดินเข้าห้องน้ำไปเพื่ออาบน้ำชำระร่างกายก่อนนอน
เนตรนภาปฏิบัติตัวเช่นเคยเหมือนทุกวันหยุดที่ผ่านมาคือการไปนั่งเล่นรับลมเย็นๆตามธรรมชาติที่แม้จะไม่ค่อยเย็นนักเพราะเป็บ้านเมืองร้อนเนื่องจากมีพื้นที่เป็ทะเลทรายส่วนใหญ่แต่หญิงสาวก็ยังพอใจมากกว่าที่จะเอาแต่นอนตากแอร์อยู่ในห้องทั้งวัน
่สายๆ แดดยังไม่ร้อนจัดมากนักเนตรนภาจึงเดินทอดน่องได้อย่างสบายใจพร้อมกับถ่ายรูปสภาพบ้านเมืองทั้งสองข้างทางไปด้วยจากกล้องในมือถือยี่ห้อดังมีอะไรที่น่าสนใจหญิงสาวก็มักจะถ่ายภาพเก็บเอาไว้แล้วส่งให้บิดากับมารดาได้ดูด้วยเป็บางครั้ง
เนตรนภาหยุดเดินแล้วรีบหันขวับกลับไปมองทางเื้ัของตนเองอย่างรวดเร็วดวงตากลมโตมองผู้คนที่อยู่ในรัศมีแถวนั้นอย่างเพ่งพินิจก่อนจะหันกลับมาเมื่อไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆอย่างที่สงสัยหญิงสาวก้าวเดินต่อไปทั้งที่ในใจยังไม่คลายความหวาดระแวงเธอรู้สึกเหมือนมีคนเดินตามและคอยจับจ้องเธออยู่ตลอดเวลาไม่ว่าจะทำอะไรที่ไหนแม้กระทั่งในที่ทำงานก็ด้วยอย่างนี้มาหลายอาทิตย์แล้ว
เนตรนภาเคยคิดว่าอาจเป็ซูริคที่แอบมองแต่พอเธอหันไปมองทางเขาก็เห็นชายหนุ่มเอาแต่นั่งทำงานของตัวเองหรือไม่ก็พูดคุยกับคนอื่นอยู่ทุกครั้งจนบางทีเธอก็คิดว่าระแวงไปเองและมองซูริคในแง่ร้ายเกินไปเขาอาจตัดใจจากเธอได้แล้วก็ได้เพราะตอนนี้เขาไม่สนใจเธอเลย ยามพูดคุยกับเธอก็เหมือนเพื่อนคนอื่นทั่วๆไป อีกอย่างเขาคงไม่บ้าตามเธอไปทุกฝีก้าวหรอกคิดได้ดังนั้นหญิงสาวก็ตัดซูริคออกไปทันที จากนั้นก็คิดถึงฮาลิมขึ้นมาเพราะยังจำวันที่เขามานั่งรอเธอเพื่อถามเื่ของอุสมานได้ดี
ฮาลิมรู้ได้ยังไงว่าอุสมานมาพบเธอที่สวนสาธารณะแถมยังรู้เร็วอีกต่างหากถึงได้ไปนั่งดักรอพบเธอที่คอนโดฯก่อนที่เธอจะกลับไปเสียอีกถ้าเขาไม่ได้ส่งคนตามจับตาดูเธอไว้ เธอมั่นใจว่าเขาต้องทำอย่างที่คิดแน่ๆแต่เธอไม่เข้าใจว่าเขาทำแบบนี้ไปทำไม เธอทำอะไรให้เขาไม่ไว้ใจอย่างงั้นหรือถึงต้องส่งคนมาประกบแบบนี้คิดแล้วก็อดโมโหไม่ได้ เธอเป็พนักงานนะไม่ใช่นักโทษของเขา
เนตรนภาคิดอย่างหงุดหงิด ตั้งใจไว้ว่าหากอาทิตย์หน้าฮาลิมยังไม่เลิกส่งคนมาตามดูเธออีกละก็เธอจะพูดกับเขาตรงๆ ให้รู้ดำรู้แดงกันไปเลยและถ้าเขาจะโกรธจนไล่เธอออกจากงานเธอก็ไม่แคร์หรอก เพราะทำแบบนี้มันละเมิดสิทธิส่วนบุคคลกันชัดๆเลย
หญิงสาวเดินเข้ามาในสวนสาธารณะหมายจะไปนั่งเล่นที่เก้าอี้ตัวเดิมซึ่งเป็มุมโปรดแต่แล้วเท้าบอบบางทั้งสองข้างก็ต้องหยุดชะงักเมื่อมองไปแล้วเห็นมีคนนั่งอยู่ก่อนเนตรนภารู้สึกเซ็งเล็กน้อยที่ไม่ได้นั่งที่เดิม เธอตั้งใจว่าจะไปหาที่นั่งใหม่แต่พอดีสายตาเ้ากรรมดันไปเจอสิ่งผิดปกติเข้าโดยบังเอิญตรงพุ่มไม้หนาที่อยู่ไม่ไกลซึ่งพอเพ่งมองดีๆ แล้วดวงตาสวยก็ต้องเบิกกว้างด้วยความใเพราะสิ่งที่อยู่ในมือของชายแปลกหน้าที่ซ่อนตัวอยู่ตรงพุ่มไม้หนานั้นก็คือปืนสั้นนั่นเอง
เนตรนภามองจุดที่มือสังหารเล็งไปก็พบว่ามันกำลังเล็งปืนไปทางผู้ชายคนหนึ่งที่มาแย่งที่นั่งประจำของเธอหญิงสาวเริ่มลนลานตัดสินใจไม่ถูกว่าจะช่วยผู้ชายเคราะห์ร้ายคนนั้นดีหรือไม่ถ้าช่วยเธออาจซวยไปด้วยแต่ถ้าไม่ช่วยแล้วเกิดผู้ชายคนนั้นตายเธอก็จะรู้สึกผิดบาปไปตลอดชีวิต
เอาไงดีล่ะเนี่ยเนตรนภาสับสนทว่าสุดท้ายจิตใจอันดีงามที่ถูกผู้ให้กำเนิดปลูกฝังมาก็เป็ฝ่ายชนะ เอาวะช่วยก็ช่วย อย่างมากก็แค่ตาย หญิงสาวคิดพลางออกวิ่งสุดฝีเท้าไปหาผู้ชายเคราะห์ร้ายทันทีพร้อมกับะโบอกไปด้วย
“คุณ!ๆหนีไปเร็วเข้า! มีคนจะฆ่าคุณจากตรงโน้น!”
อุสมานที่ตั้งใจมานั่งเล่นและหาความสงบสุขให้กับจิตใจตัวเองก่อนเข้าไปผจญกับเื่ปวดหัวในบริษัทหันขวับไปมองยังทิศทางของเสียงทันทีดวงตาคมกริบเบิกกว้างเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าใครวิ่งเข้ามาหา ดวงตาของเขาปรากฏร่องรอยของความยินดีขึ้นมาวูบหนึ่งก่อนจะจางหายไปหลังจากที่สมองประมวลผลคำพูดของหญิงสาวได้ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนแล้วก้าวไปหาเนตรนภาอย่างรวดเร็ว จู่ๆ เขาก็รู้สึกเจ็บแปลบๆที่แขนแต่มันก็ไม่ได้ทำให้เขาะเืสักเท่าไร เขาวิ่งไปหาหญิงสาวด้วยความเป็ห่วงและกลัวว่าจะได้รับอันตรายไปด้วย
ทางด้านมือปืนเมื่อเห็นเหยื่อรู้ตัวแล้วก็รีบออกจากที่ซ่อนแล้ววิ่งเข้ามาหาพร้อมกับยิงใส่ไม่ยั้งโชคดีที่เวลานี้มีคนมาพักผ่อนที่สวนไม่มากนักจึงไม่มีใครโดนลูกหลงไปด้วย
“กรี๊ด!!”เนตรนภากรีดร้องด้วยความกลัวก่อนจะถลาวิ่งไปข้างหน้าตามแรงฉุดดึงของอุสมานที่วิ่งเข้ามาคว้าข้อมือบางไว้ให้วิ่งตามไปด้วยกันชายหนุ่มสบถอย่างหัวเสียที่ไม่ได้พกปืนติดตัวมาด้วยเนื่องจากไม่นึกว่าจะมีใครจ้องเล่นงานเขาอยู่เขาจึงทิ้งบาห์จะให้เฝ้ารถส่วนรีมก็ใช้ให้ไปซื้อน้ำ อีกอย่าง่นี้เขาก็มัวเครียดเื่ส่วนตัวจึงลืมระวังตัวจากศัตรูที่มีตัวตนจับต้องได้ไปเลย
“โอ๊ย!” เนตรนภาร้องลั่นเมื่อถูกยิงเข้าที่หัวไหล่ข้างขวาจากทางด้านหลังร่างบางถึงกับเซไม่อาจวิ่งต่อได้เพราะไม่เคยโดนแบบนี้มาก่อน อุสมานรีบรับร่างหญิงสาวไว้และยังไม่ทันได้คิดอ่านว่าจะทำอย่างไรต่อไปรีมก็วิ่งมาถึงพอดีและยิงสวนกลับไปจึงทำให้คนร้ายต้องหาที่กำบังจากนั้นบาห์จะก็ตามมาสมทบอีกคน
“เ้านายเป็อะไรหรือเปล่าครับ” รีมรีบสอบถาม
“ฉันไม่เป็ไรนายรีบไปจัดการมันเถอะ มันมีแค่คนเดียว”
“ครับ บาห์จะ...นายคอยอยู่ดูแลเ้านายที่นี่นะ” จบคำรีมก็วิ่งจากไปทันที
“บาห์จะรีบโทรแจ้งโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้ บอกไปว่าฉันจะไปถึงภายในสิบนาทีให้เตรียมหมอรอเอาไว้เลย”
“ครับ” บาห์จะรับคำสั่งแล้วรีบทำตามทันทีแต่ก็ไม่ลืมระวังความปลอดภัยให้เ้านายด้วย
สั่งเสร็จอุสมานก็ช้อนร่างบางขึ้นอุ้มเนตรนภาร้องครางออกมาด้วยความเ็ปยิ่งสร้างความหวาดหวั่นให้แก่จิตใจของอุสมานยิ่งขึ้น
“อดทนหน่อยนะผมจะพาคุณไปโรงพยาบาล”เขาปลอบขณะอุ้มเธอไปที่รถยนต์ของเขาซึ่งจอดอยู่ไกลพอสมควร
“เจ็บจังเลย ฉันจะตายมั้ยเนี่ย” เนตรนภาถามเสียงอ่อยๆ สีหน้าเหยเกจนอดร้องไห้ออกมาไม่ได้เพราะยิ่งเขาเดินไวแผลก็ยิ่งะเือุสมานได้ยินก็อดหัวเราะเบาๆ ไม่ได้ก่อนจะเอ่ยให้กำลังใจทั้งตนเองและคนในอ้อมแขน
“แผลแค่นี้ไม่ถึงกับตายหรอกน่าคุณเก่งจะตายไปจะตายได้ง่ายๆ ได้ยังไงกันล่ะ”
“บ้า...ฉันไม่ใช่พวกยอดมนุษย์นะจะได้ไม่เจ็บไม่ตายน่ะ”
“ถึงคุณไม่ใช่ก็ไม่ตายหรอกเพราะผมไม่ยอมให้คุณตายเด็ดขาด” อุสมานบอกเสียงเครียดก่อนจะพาตัวเธอเข้าไปนั่งอยู่ในรถเขาจับเธอให้นั่งบนตักแกร่ง พอนึกถึงแผลที่โดนยิงได้ก็รีบล้วงผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋าเสื้อออกมาห้ามเืให้เธอทันที
“เจ็บ!” หญิงสาวโวยวายใส่ “เอาออกไปนะ”
“ไม่ได้ ต้องกดไว้เืจะได้ไม่ไหลหมดตัวซะก่อนถึงโรงพยาบาลอดทนไว้คนดี อีกไม่นานก็ถึงมือหมอแล้ว”เขาปลอบพลางสั่งให้บาห์จะออกรถทันทีโดยไม่รอรีม เพราะเขารู้ว่ารีมเอาตัวรอดได้และจะตามไปทีหลังเอง
เมื่อมาถึงโรงพยาบาลที่อุสมานโทรมาสั่งการล่วงหน้าเอาไว้แล้วเนตรนภาก็ถูกหามเข้าห้องฉุกเฉินทันที โรงพยาบาลแห่งนี้เป็โรงพยาบาลเอกชนซึ่งเพื่อนของชายหนุ่มเป็เ้าของอยู่เขาจึงสามารถสั่งการได้เต็มที่เพราะสนิทกัน
อุสมานเดินไปเดินมาเหมือนเสือติดจั่นเสื้อเชิ้ตสีขาวของเขาเปื้อนเืเป็หย่อมๆ ทว่าชายหนุ่มก็ไม่ใส่ใจเพราะสิ่งที่เขาสนใจเพียงอย่างเดียวในเวลานี้คืออาการของคนในห้องฉุกเฉินเท่านั้นบาห์จะที่ยืนสงบนิ่งอยู่ใกล้ๆ มองเห็นแขนเสื้อของเ้านายขาดเป็รูเล็กๆ แถมตรงบริเวณนั้นยังชุ่มไปด้วยเืก็รู้ได้ในทันทีว่าผู้เป็นายาเ็
“เ้านายครับผมว่าเ้านายไปทำแผลก่อนดีกว่านะครับ”
“ทำแผลอะไรฉันไม่ได้เป็อะไรสักหน่อย” อุสมานบอกอย่างหงุดหงิดก่อนจะร้องลั่นเมื่อบาห์จะเอื้อมมือมาบีบแขนข้างที่ได้รับาเ็ชายหนุ่มมองหน้าลูกน้องคู่ใจอย่างเคืองๆ เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายจงใจแกล้ง “บอกกันดีๆ ก็ได้นี่หว่าไม่เห็นต้องรุนแรงกันเลย”
ยังไม่ทันได้พูดอะไรกันต่อประตูห้องฉุกเฉินก็ถูกเปิดออกจากนั้นร่างของหมอสูงวัยก็ก้าวออกมาอุสมานรีบเข้าไปสอบถามอาการของเนตรนภาทันทีแล้วรอยยิ้มก็ปรากฏบนใบหน้าคมสันเมื่อหมอบอกว่าเธอพ้นขีดอันตรายแล้ว
อุสมานจัดการสั่งจองห้องพิเศษให้กับเนตรนภาและตั้งใจว่าจะอยู่เฝ้าคนเจ็บเสียเองในคืนนี้ชายหนุ่มตั้งใจจะเข้าไปหาหญิงสาวในห้องพักฟื้นแต่กับโดนพยาบาลห้ามไว้เนื่องจากเสื้อของเขามีแต่เืเขาจึงจำต้องไปทำแผลก่อนและสั่งให้บาห์จะไปหาซื้อเสื้อสะอาดๆ มาให้เปลี่ยน ขณะที่กำลังให้พยาบาลทำแผลให้อยู่นั้นรีมก็เดินเข้ามาในห้องอุสมานมองหน้าลูกน้องและสอบถามอีกฝ่ายด้วยสายตาเนื่องจากมีบุคคลที่สามอยู่ด้วย
“ตามไม่ทันครับ” รีมตอบเพียงสั้นๆ เท่านั้น เขาตามคนร้ายไปและยิงปะทะกันอยู่หลายนัด จนคนร้ายวิ่งหนีออกจากสวนปะปนไปกับผู้คนด้านนอกจึงทำให้เขาตามได้ลำบาก
อุสมานไม่พอใจแต่ก็ไม่โทษลูกน้องเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายทำเต็มที่แล้วเมื่อพยาบาลทำแผลเสร็จและออกไปจากห้องชายหนุ่มก็ถามทันที
“นายคิดว่ามันเป็คนของใคร”
“ผมเองก็ไม่แน่ใจ แต่ถ้าให้เดาคิดว่าน่าจะเป็คนของฮาลิมครับ”
“ทำไมนายคิดว่าเป็ฮาลิมล่ะ”
“ฮาลิมเป็คู่แข่งทางธุรกิจคนเดียวที่จ้องทางข้างหลังเ้านายอยู่ตลอดเวลา” รีมให้เหตุผลซึ่งอุสมานก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วยเพราะเขาก็คิดแบบนี้เช่นเดียวกัน
“ฉันก็คิดว่าเป็ฮาลิมเหมือนกันแต่ก็ยังไม่อยากสรุปหรอกนะเพราะมันอาจมีหมาลอบกัดตัวอื่นอีกก็ได้ฉันไม่เคยไว้ใจคนพวกนั้นหรอก ต่อหน้าทำดีเป็มิตรไม่คิดแข่งขันกับเราแต่พอลับหลังถ้ามีโอกาสก็ไม่ลังเลเลยที่จะกระทืบเราให้จมดิน” อุสมานเอ่ยอย่างเยาะหยัน เพื่อนทางธุรกิจไม่มีมิตรแท้หรือศัตรูถาวรหรอก เพราะทุกอย่างดำเนินอยู่บนผลประโยชน์เท่านั้นขณะที่ทั้งสองคุยกันบาห์จะก็เดินเข้ามาพอดีพร้อมกับสิ่งของที่้า อุสมานถอดเสื้อตัวเก่าออกแล้วใส่เสื้อตัวใหม่เมื่อแต่งตัวเรียบร้อยแล้วก็หันไปสั่งบาห์จะซึ่งมีฝีมือในการสืบข้อมูลมากกว่ารีมที่มีฝีมือทางด้านต่อสู้มากกว่าว่า“บาห์จะนายไปสืบมาซิว่าใครอยู่เื้ัการลอบฆ่าฉันในวันนี้”
“ครับ”
อุสมานจะเดินออกจากห้องทำแผลไปเยี่ยมเนตรนภาที่ห้องพักฟื้นก็พอดีกับที่เสียงโทรศัพท์มือถือของเขาดังขึ้น
“ครับแม่” ชายหนุ่มกรอกเสียงลงไปหลังจากกดรับสายแล้ว “ครับผมปลอดภัยดีครับแม่ไม่ต้องเป็ห่วงเอ่อ...ผม...โอเคครับผมจะรีบกลับบ้านไปเดี๋ยวนี้”พูดจบอุสมานก็กดตัดสายสนทนาพร้อมกับถอนหายใจยาวความตั้งใจที่จะนอนเฝ้าเนตรนภามีอันต้องพับไปเพราะมารดาขอร้องให้เขากลับบ้านโดยด่วนเสียงกระวนกระวายและเสียงสะอื้นของท่านทำให้เขาจำใจต้องรับปากอย่างเสียไม่ได้
“ใครโทรบอกแม่ฉัน” อุสมานถามอย่างเอาเื่ รีมกับบาห์จะส่ายหน้าก่อนฝ่ายแรกจะบอก
“สงสัยจะเป็คุณฟาเดลมั้งครับเพราะตอนที่ผมกำลังเดินทางมาที่โรงพยาบาลคุณฟาเดลโทรมาพอดีผมเลยบอกเื่ที่เกิดขึ้นครับ”
“บ้าจริงไปบอกมันทำไมก็ไม่รู้”อุสมานบ่นอย่างหัวเสียก่อนจะเดินออกจากห้องทำแผลไป
ชายหนุ่มเดินมาที่ห้องพักฟื้นของเนตรนภาหญิงสาวยังคงนอนหลับตานิ่งอยู่และไม่รู้ว่าจะตื่นขึ้นมาเมื่อไร อุสมานมองด้วยสายตาขอบคุณพลางหยิบมือบางขึ้นมากุมเอาไว้อย่างทะนุถนอมการกระทำของผู้เป็นายอยู่ในสายตาของลูกน้องคู่ใจทั้งสองรีมกับบาห์จะมองหน้ากันแล้วยิ้มให้กันอย่างมีความหมายที่รู้กันแค่สองคน
อุสมานอยู่เฝ้าเนตรนภาไม่นานก็กลับก่อนกลับเขาสั่งให้รีมอยู่เฝ้าที่นี่เพราะเป็ห่วงความปลอดภัยของหญิงสาวและแจ้งความจำนงขอพยาบาลพิเศษมาดูแลซึ่งทางโรงพยาบาลก็จัดการให้ทำให้ชายหนุ่มอุ่นใจขึ้น