ตอนที่ 8 หงส์ซ่อนเล็บและัผู้หยั่งเชิง
หลงเหยียนตี้มองนางเนิ่นนานความระแวงในใจเขามิได้ลดลง แต่ความสนใจในตัวสตรีผู้นี้กลับเพิ่มขึ้นอย่างประหลาด
"พรุ่งนี้ข้าจะไปพบเ้าที่ตำหนักเรามีเื่ต้องคุยกันมากกว่าเื่น้ำชา"
"หม่อมฉันจะรอเพคะ"
เยว่เล่อยืนมองฮ่องเต้เดินจากไปท่ามกลางดอกบัวที่บานสะพรั่งนางรู้ดีว่าชัยชนะในวันนี้เป็เพียงการกำจัดขวากหนามเล็กๆ ในวังหลังเท่านั้นเป้าหมายที่แท้จริงของนางคือหลินเยี่ยนที่ยังคงลอยนวลอยู่ภายนอก
"ชุ่ยเอ๋อ"นางเรียกนางกำนัลด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
"สืบมาให้ได้ว่าหลินเยี่ยนจะเข้าร่วมงานเลี้ยงรับรองทูตต่างเมืองในสัปดาห์หน้าหรือไม่ข้าอยากให้เขารู้ว่าคนตาย นั้นสามารถกลับมาทวงแค้นได้เ็ปเพียงใด"
สายลมพัดผ่านสระบัวหอบเอาความหนาวเย็นจากก้นบึ้งของหัวใจหงส์ไร้ใจแผ่กระจายไปทั่วอุทยานการเริ่มต้นแก้แค้นได้เริ่มขึ้นแล้วอย่างสมบูรณ์
เมื่อราตรีมาเยือนแสงจันทร์นวลอาบไล่หลังคาตำหนักสีแดงชาดจนดูเยือกเย็นกลิ่นหอมของดอกกุ้ยฮวาโชยมาตามลมเย็นของฤดูใบไม้ร่วง ภายในตำหนักส่วนพระองค์ เฟิ่งเยว่เล่อ กำลังนั่งเอนกายอยู่บนตั่งไม้จันทน์หอมนางสวมชุดนอนผ้าไหมสีขาวบางเบา ทับด้วยเสื้อคลุมไหล่ขนจิ้งจอกสีหิมะนิ้วเรียวสวยกำลังพลิกหน้ากระดาษหนังสือธรรมะอย่างเชื่องช้า
ทว่าแววตาของนางมิได้จดจ่ออยู่ที่ตัวอักษรแม้แต่น้อยในใจกำลังวางแผนกวาดล้างศัตรูภายนอกวัง ทันใดนั้นเสียงขันทีหน้าตำหนักก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ
"ฝ่าาเสด็จ!"
เยว่เล่อชะงักไปเล็กน้อยคิ้วเรียวงามขมวดเข้าหากันเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะปรับเป็ความเรียบเฉยนางปิดหนังสือวางลงข้างตัว แล้วลุกขึ้นยืนช้าๆ ทันเวลาที่ร่างสูงใหญ่ของ หลงเหยียนตี้ ก้าวเข้ามาในห้องพอดิบพอดี
"ถวายพระพรฝ่าา"นางย่อกายอย่างแ่เบา "ยามนี้ดึกมากแล้วเหตุใดจึงยังทรงตรากตรำเสด็จมาถึงตำหนักหม่อมฉันเพคะ?"
หลงเหยียนตี้ไม่ตอบในทันทีเขาโบกมือให้เหล่านางกำนัลและขันทีออกไปจนหมดห้องสายตาคมปลาบจับจ้องไปที่สตรีตรงหน้าซึ่งดูผ่อนคลายและงดงามอย่างประหลาดในชุดลำลองเขาเดินไปนั่งลงที่เก้าอี้ประธานพลางถอนหายใจยาว
"ข้าพึ่งเสร็จสิ้นจากการหารือราชกิจที่ห้องทรงอักษรรู้สึกอ่อนเพลียนัก จึงอยากมาหาที่เงียบๆ พักผ่อนเสียหน่อย"
เขาเอ่ยน้ำเสียงที่ดูเหมือนจะอ่อนลงแต่เยว่เล่อรู้ดีว่าัหนุ่มผู้นี้มิเคยทำสิ่งใดโดยไร้ความหมาย
"ถ้าเช่นนั้นหม่อมฉันจะสั่งให้คนจัดน้ำแกงตุ๋นมาถวายนะเพคะ จะได้ทรงผ่อนคลาย"
"ไม่ต้องลำบากหรอก"ฮ่องเต้เอ่ยขัด "เยว่เล่อ...เ้ามานั่งนี่สิข้ามีเื่อยากจะปรึกษาเ้า"
เยว่เล่อเดินไปนั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามด้วยท่าทางสงบ"หม่อมฉันเป็เพียงสตรีวังหลัง จะมีความรู้ใดไปปรึกษาราชกิจกับฝ่าาได้เพคะ?"
"อย่าถ่อมตัวไปเลย"หลงเหยียนตี้จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนาง"วันนี้เ้าจัดการเื่หลี่กุ้ยเฟยได้เด็ดขาดนักแผนการซ้อนแผนของเ้านั้นแยบยลจนข้ายังนึกชมเ้าคิดอย่างไรกับสถานการณ์ที่ชายแดนทางเหนือในตอนนี้?"
เยว่เล่อหัวใจกระตุกวูบแต่นางกลับแสดงสีหน้ามึนงงออกมาอย่างแเี "ชายแดนทางเหนือหรือเพคะ? หม่อมฉันได้ยินเพียงว่าที่นั่นหนาวนักผ้าไหมที่ส่งมาจากทางเหนือในปีนี้จึงดูหยาบกระด้างกว่าปกติหม่อมฉันยังแอบคิดอยู่เลยว่านางกำนัลกองภูษาคงจะลำบากในการคัดเลือกของดีๆมาถวายไทเฮา"
หลงเหยียนตี้นิ่งอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะแค่นยิ้ม "ข้ามิได้หมายถึงผ้าไหมข้าหมายถึงกลุ่มฏซีหรงที่เริ่มรุกล้ำแนวชายแดน และท่านแม่ทัพใหญ่เฟิ่งบิดาของเ้ากำลังเสนอให้มีการส่งกองกำลังเสริมไปที่นั่นเพิ่มอีกสามหมื่นนายเ้าคิดว่าตระกูลเฟิ่งกำลังพยายามจะทำอะไร?"
นี่คือการลองเชิงที่รุนแรงที่สุดเขากำลังถามลูกสาวของแม่ทัพใหญ่ว่าพ่อของนางกำลังคิดจะกุมอำนาจทหารเพิ่มเพื่อกดดันราชสำนักหรือไม่
เยว่เล่อขยับยิ้มบางๆรอยยิ้มที่ดูไร้เดียงสาและอ่อนหวาน "เื่ทหารห้าหมื่นหรือสามหมื่นหม่อมฉันฟังแล้วช่างเวียนหัวนักเพคะฝ่าาท่านพ่อมักบอกว่าหม่อมฉันหัวช้าเื่การคำนวณหม่อมฉันจึงสนใจเพียงแค่ว่าหากท่านพ่อต้องไปชายแดนจริงๆ ใครจะเป็คนคอยคัดเลือกโสมชั้นดีส่งไปให้ท่านที่นั่นกันแน่"
นางรินชาส่งให้ฮ่องเต้อย่างนุ่มนวล"ฝ่าาทรงกังวลราชกิจจนเกเกินไปแล้วเพคะเื่ในสนามรบควรให้บุรุษเขาว่ากันไป หม่อมฉันรู้เพียงว่าหากวังหลังสงบสุขฝ่าาก็จะทรงมีพระทัยที่แจ่มใสไปว่าราชการ เพียงเท่านี้หน้าที่ของหม่อมฉันก็สมบูรณ์แล้วเพคะ"
หลงเหยียนตี้รับจอกชามาถือไว้ทว่าสายตายังคงไม่ละไปจากใบหน้าของนาง
"เ้ากำลังจะบอกข้าว่าเ้าไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับแผนการของพ่อเ้าอย่างนั้นหรือ? ทั้งที่เ้าเป็บุตรีที่เขาภาคภูมิใจที่สุด"
"ท่านพ่อภาคภูมิใจที่หม่อมฉันปักผ้าเก่งเพคะ"เยว่เล่อตอบกลับทันควัน แววตาว่างเปล่าไร้ร่องรอยของการโกหก
"ส่วนเื่การรบนั้นท่านพ่อคงเห็นว่าหม่อมฉันเป็เพียงสตรีที่เคยตรอมใจเพราะรักไร้สาระจึงมิเคยปริปากเื่หนักๆ ให้ได้ยิน"
ฮ่องเต้หนุ่มหรี่ตาลงความระแวงในใจเขายังคงอยู่ แต่ความสงสัยเริ่มเข้ามาแทนที่สตรีตรงหน้าเป็ใครกันแน่? คนที่จัดการหลี่กุ้ยเฟยอย่างเผ็ดร้อนเมื่อ่บ่ายกับสตรีที่แสร้งโง่เื่การเมืองในตอนนี้ คือคนเดียวกันจริงหรือ?
"เยว่เล่อ...รู้หรือไม่ว่าข้าชอบคนฉลาดแต่ข้าเกลียดคนที่เป็หน้าไหว้หลังหลอก"เขาขยับตัวเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นหอมจางๆ จากกายของนาง
"เ้าบอกข้ามาตามตรงเถิดว่าเ้าอยากให้ข้าสนับสนุนบิดาเ้าในการขยายอำนาจทหารหรือไม่?"
เยว่เล่อนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งนางวางหนังสือธรรมะในมือลงอย่างช้าๆ แล้วเงยหน้าขึ้นสบตาฮ่องเต้แววตาที่เคยอ่อนหวานพลันแปรเปลี่ยนเป็เย็นเยียบดุจน้ำแข็งในฤดูหนาว
"ฝ่าาเพคะ"นางเอ่ยน้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่น "หม่อมฉันเพิ่งฟื้นจากความตายมาได้ไม่นานสิ่งเดียวที่หม่อมฉันปรารถนาคือการมีชีวิตอยู่ที่นี่อย่างสงบและมีเกียรติเื่อำนาจทหารหรือการเมืองในราชสำนักนั้น หม่อมฉันมิได้ใส่ใจแม้แต่น้อยเพราะหม่อมฉันทราบดีว่าในโลกนี้ไม่มีสิ่งใดอันตรายไปกว่าความไว้วางใจ ที่มีให้แก่บุรุษผู้กุมอำนาจ"