ลั่วซีเซียนถูกประคบประหงมอย่างดีจากลั่วอู่หลินผู้เป็นบิดาและแม่ทั้งเก้าคนของนาง ด้วยความน่ารักของเด็กน้อยทำให้เอาพวกเขาแทบจะไม่อยากแยกจากหรือหลับนอนกันเลยทีเดียว
"พี่หญิงดูสิ เจ้าตัวน้อยลืมตาแล้วดวงตาสีทับทิมเหมือนสามีเลย น่ารักเหลือเกิน"เมิ่งอี้หรานสะกิดไป๋หนี่แววตาที่มองลั่วซีเซียนทอประกายด้วยความหลงไหล
"อืมๆน่ารักจริงๆ ทำเอาข้าละสายตาไม่ได้เลย"ไป๋หนี่กล่าวขึ้นอย่างเห็นด้วยเช่นเดียวกัน ต้องบอกเลยว่าในที่นี้นั้นไม่มีใครไม่หลงรักเจ้าหญิงตัวน้อยคนนี้
"ฮิฮิ สมแล้วที่เป็นจิ้งจอกน้อย พึ่งเกิดมาก็มีสเน่ห์ปานนี้เชียว"ด้านในทะเลจิตวิญญาณไฉ่เยว่เอ่อร์หัวเราะอย่างขบขันขณะที่กำลังวิเคราะห์ดวงจิตอสูรเทวะของลั่วซีเซียน ลั่วปิงปิงเองก็มองไปที่น้องสาวตัวน้อยของนางด้วยดวงตาเป็นประกายด้วยความตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง
ลั่วอู่หลินที่สัมผัสได้ก็หัวเราะร่า เจ้าหญิงตัวน้อยคนนี้ตั้งแต่เกิดมาก็ทำให้ทุกคนพากันรักไคร่หลงไหลมากมายขนาดนี้ แต่หากลองคิดดีๆนางก็คงได้ส่วนที่มีสเน่ห์และน่าดึงดูดนี้มาจากมารดาของนางอย่างซีอวิ้นซึ่งก็ไม่ได้น่าแปลกใจอะไร
"น้องชายข้าลองวิเคราะห์ดูแล้ว จิ้งจอกเก้าหางสีทองของบุตรสาวเจ้าไม่ธรรมดาจริงๆ ดวงตาที่สามของมันหากมีความแข็งแกร่งมากพอก็จะสามารถสร้างภาพมายาแท้จริงได้"
"ภาพมายาแท้จริงมันคืออะไร?"ลั่วอู่หลินกล่าวถาม
"ภาพมายาแท้จริงคือภาพมายาที่แข็งแกร่งจนสามารถทำให้เกิดความเสียหายจริงๆได้อย่างไรละ จะอธิบายให้เจ้าฟังอย่างไรดีนะ.............อ๊า แบบนี้ๆ ยกตัวอย่างเช่น เจ้าตกอยู่ในภาพมายาที่โดนกระบี่นับร้อยทิ่มแทงหากเป็นภาพมายาทั่วไปก็แค่ทำให้หลุดจากภาพมายาก็จะหายเป็นปกติ แต่ถ้าภาพมายาแท้จริงความเสียหายที่โดนกระบี่นับร้อยแทงนั้นก็จะปรากฏในโลกแห่งความจริงด้วย"ไฉ่เยว่เอ่อร์กล่าวอธิบาย
"ร้ายกาจปานนั้นเชียว!!"
"หึหึ ยังไม่หมดเท่านั้น จิ้งจอกสีทองตนนี้ยังสามารถใช้ได้ทั้งปราณหยินและปราณแสง ดังนั้นดวงจิตอสูรเทวะตนนี้จึงมีความเป็นหยินหยางสูงมาก ด้วยความสามารถเหล่านี้หากปรากฏบนโลกภายนอกก็เพียงพอที่จะให้เผ่าอสูรและเผ่าปีศาจทุ่มกำลังทั้งหมดเพื่อสังหารบุตรของเจ้าอย่างแน่นอน เพราะนางเพียงคนเดียวอาจจะทำให้สมดุลของทั้งโลกเสียไปได้"
"ดังนั้นจนกว่าเจ้าจะแข็งแกร่งมากพอ อย่าได้เปิดเผยตัวของนางออกไปอย่างเด็ดขาด เข้าใจหรือไม่"ไฉ่เยว่เอ่อร์กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
แค่ภาพมายาแท้จริงอย่างเดียวก็ทำให้ลั่วอู่หลินกลืนน้ำลายแล้ว ลองคิดดูว่าหากลั่วซีเซียนโตขึ้นและต้องเข้าร่วมสงคราม แล้วทุกคนในสนามรบตกอยู่ในภาพลวงตาของนางและตายลงทั้งๆที่นางยังไม่ได้แม้แต่ขยับตัว แค่คิดก็พากันสั่นสะท้านแล้ว
นี่ยังไม่ได้พูดถึงดวงจิตอสูรเทวะอย่างราชามังกรอัสนีบาต ไหนจะเส้นลมปราณและกายศักดิ์สิทธิ์หยินเก้าจันทรา พรสวรรค์พวกนี้ราวกับพระเจ้าจับยัดมาให้บุตรสาวของลั่วอู่หลินก็ไม่ปาน และบอกได้เลยว่าในอนาคตอีกนับล้านปีก็มีความเป็นไปได้น้อยมากที่จะมีอัจฉริยะขนาดนี้ปรากฏขึ้นมา
"ข้าขอแนะนำเอาไว้ เจ้าใช้เยือกแข็งพันปีผนึกจิ้งจอกสีทองเอาไว้ก่อนดีกว่า เพราะความสามารถของมันน่ากลัวจนเกินไป อีกทั้งเจ้ายังไม่ต้องกังวลว่าเจ้าหญิงตัวน้อยจะเป็นอันตราย นางดูดซับปราณหยินของเจ้าตั้งแต่อยู่ในท้อง"ไฉ่เยว่เอ่อร์กล่าว ลั่วอู่หลินพยักหน้าอย่างเห็นด้วย
เขาค่อยๆเดินมาหาเด็กน้อยที่นอนอยู่ก่อนที่จะจิ่มนิ้วชี้ไปที่หน้าผากของนางเบาๆ และปลดปล่อยเยือกแข็งพันปีเข้าสู่ทะเลแห่งจิตใจของลั่วซีเซียนและทำการปิดผนึกจิ้งจอกเก้าหางสีทองในทันที
"เยือกแข็งพันปี ดอกบัวน้ำหยินเก้าผนึก"ลั่วอู่หลินกล่าว จิ้งจอกเก้าหางสีทองก็ไม่ได้มีทีท่าว่าจะขัดขืนแต่อย่างใด มันนอนลงจากนั้นก็หลับตาลงไป ในเวลานั้นดอกบัวน้ำแข็งเก้ากลีบที่เบ่งบานก็พลันหุบกลายเป็นดอกบัวตูมในทันที บนหน้าผากของลั่วซีเซียนก็มีลัญลักษณ์ดอกบัวสีขาวเก้ากลีบปรากฏออกมา
"ที่รัก ท่านผนึกพลังจิ้งจอกสวรรค์ของลูกทำไมกัน"ซีอวิ้นที่เห็นการกระทำของสามีกล่าวถามด้วยความสงสัย
"จิ้งจอกสวรรค์??"
"ใช่ ตามตำนานของเผ่าจิ้งจอกเก้าหาง จิ้งจอกสีทองอร่ามนั้นคือจิ้งจอกสวรรค์อย่างแน่นอนข้ามั่นใจ"ซีอวิ้นกล่าว สิ่งนี้คล้ายกับตำนานราชามังกรอัสนีบาตทรราชและสวรรค์ที่เป็นตำนานของตระกูลเซียน มันคือจิ้งจอกสวรรค์ที่มีความสามารถในการสยบและเสริมพลังให้กับเผ่าพันธุ์จิ้งจอกเก้าหางได้
"อ๊า ข้าเข้าใจแล้ว แต่เจ้าต้องให้ข้าอธิบายก่อน ความสามารถดวงตาที่สามของจิ้งจอกสวรรค์อันตรายมาก ดังนั้นจนกว่านางจะรู้ความและเรียนรู้การใช้พลังข้าจำเป็นต้องปิดผนึกมันเอาไว้ แต่ข้าก็ไม่ได้ปิดผนึกหนาแน่นอะไรมากมาย เจ้าเห็นดอกบัวเก้ากลีบบนหน้าผากของนางใช่ไหม หากนางอายุสิบห้าปีเมื่อไรกลีบดอกบัวจะลดลงปีละกลีบ และจะหายไปหมดตอนนางอายุยี่สิบสี่ปี"
"อืม ข้าเข้าใจแล้ว"ซีอวิ้นพยักหน้ายอมรับ ในสายตาของนางหากมีพลังแต่ควบคุมไม่ได้หรือใช้โดยไม่ยั้งคิด คนที่เสียใจย่อมไม่ใช่ใครนอกจากลูกสาวของนางเอง วิธีที่ผู้เป็นสามีทำนั้นถือว่าดีแล้ว
"หุหุ ที่รักดูสิ พอมีสัญลักษณ์ดอกบัวกลางหน้าผากก็ดูน่ารักเข้าไปใหญ่"ซีอวิ้นยกยิ้มอย่างเอ็นดูและบีบแก้มนิ่มๆของลูกสาวเบาๆ ลั่วอู่หลินเองก็เห่อลูกสาวไม่เเพ้กัน เขาแทบจะไม่อยากออกไปยังโลกภายนอกด้วยซ้ำหากไม่จำเป็น
หลังจากอยู่กับลูกและภรรยามาถึงเจ็ดวัน ลั่วอู่หลินตัดสินใจออกจากมิติของหอคอยมหาสมบัติและปล่อยให้เหล่าภรรยาทั้งหลายดูแลลูกไป ส่วนตัวชายหนุ่มเองคิดว่ามันคงถึงเวลาแล้วที่จะต้องออกเดินทางเพราะเขาอยู่ที่นี่มานานเกินไปแล้ว แถมปัญหาทุกอย่างของท่านตาและท่านยายก็คลี่คลาย
เพื่อให้ตนเองได้ไปให้ถึงดินแดนสวรรค์ภายในยี่สิบปีเหมือนอย่างที่ตกลงกับท่านพ่อและท่านแม่เอาไว้ ชายหนุ่มจึงรอช้าไม่ได้แล้วเพราะเขายังเหลือแดนเซียน ดินแดนปีศาจ และดินแดนอสูรที่จะต้องไป
"เห้อ หวังว่าจะไม่มีใครคัดค้านนะ"เมื่อออกมาจากมิติมาชายหนุ่มก็ถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายและกวาดจิตหาทุกคนว่าอยู่ที่ไหนก่อนที่จะพุ่งทะยานไปที่นั่นในทันที ซึ่งในตอนนี้ครอบครัวของเขาอยู่กันที่โถงบัลลังก์
"หืม หายไปนานคิดว่าหนีไปซะแล้ว ไฉนถึงปรากฏตัวออกมาได้ ทั้งยังปรากฏตัวออกมาในโถงบัลลังก์เสียด้วย"เมื่อสัมผัสถึงการมาถึง หลินเทียนที่กำลังนั่งฟังการรายงานผลประกอบการจากผู้อาวุโสก็กล่าวขึ้น ทำให้สายตาของทุกคนไม่ว่าจะเป็นเชื้อสายโดยตรงจากตระกูลหลิน หรือแม้แต่ผู้อาวุโสต่างหันไปมองที่กลางโถงบัลลังก์ที่ตอนนี้มีชายหนุ่มพุ่งเข้ามาและหยุดลงอยู่ตรงนั้น
"ท่านตา ท่านยาย ท่านป้า ท่านยายทวด แล้วก็ตาแก่ ข้ามาลา ตอนนี้ถึงเวลาที่ข้าจะออกเดินทางแล้วไม่สามารถรั้งอยู่ที่นี่ได้อีกต่อไป"เมื่อมาถึงลั่วอู่หลินก็กล่าวออกไปตามตรง ลั่วไห่เฟิงและหลินอี้เฟยแน่นอนพวกเขาไม่ได้กล่าวขัดอะไรและทำเพียงพยักหน้าตอบรับไปก็เท่านั้น
แต่ไม่ใช่กับหลินเยว่เฟย หลินเทียน รวมไปถึงหลินชิงหลวน พวกเขาเพิ่งจะพบกับเด็กคนนี้ได้แค่ปีกว่าๆเอง พวกเขาจะทำใจปล่อยให้ลั่วอู่หลินไปได้อย่างไรกัน
"เจ้าตัวแสบเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆนะ ที่นี่มีอะไรขาดตกบกพร่องอย่างนั้นหรือเจ้าจึงจะต้องจากไปเช่นนี้"หลินเยว่เฟยกล่าวถาม หลินชิงหลวนก็พลันพยักหน้าเสริมอย่างเห็นด้วย
"เห้อ ท่านยายทวด ท่านป้า ที่นี่ไม่ได้มีอะไรขาดตกบกพร่องขอรับ แต่เป็นคำสัญญาที่ข้าให้ไว้กับท่านพ่อว่าจะขึ้นไปหาด้วยตนเองและมันก็เหลือเวลาอีกแค่สิบเก้าปีเท่านั้น"ลั่วอู่หลินกล่าวตามคำสัตย์จริง ทำให้หลินเยว่เฟยถึงกับเงียบไป
พ่อของเจ้าเด็กแสบงั้นหรือ หลานเขยคนนี้นางไม่รู้จักแต่ทว่าดูจากดวงจิตอสูรเทวะของลั่วอู่หลินก็คงจะต้องเป็นระดับเทพอย่างแน่นอน และเมื่อพวกเขาให้สัญญากันเอาไว้แบบนั้นแล้วนางจะไปหาเหตุผลมากล่าวอ้างให้เขาอยู่ต่อได้อย่างไร