การเดินทางกินเวลาเกือบสิบวันและแล้วในที่สุดขบวนเ้าสาวก็เดินทางมาถึงเมืองหวงหลงอันเป็เมืองหลวงของแคว้นซ่านซี
ขบวนรถเ้าสาวของมู่หนิงฮวาแล่นผ่านประตูเมืองช้าๆ ผ้าม่านผืนบางถูกมือเรียวเปิดออก หญิวสาวมองออกไปจากหน้าต่างเห็นบ้านเรือนของราษฏรแน่นขนัดกันเต็มสองข้างทาง
"ท่าน เอ่อ คุณหนูเ้าคะดูทางนั้นสิ วังหลวงงดงามตระการตาเหลือเกิน" อาจูร้องบอกด้วยความตื่นเต้นพร้อมยกมือชี้นิ้วออกไปนอกหน้าต่าง
มู่หนิงฮวาจึงยื่นหน้าออกไปมอง แลเห็นพระราชวังสีทองหลังใหญ่ที่มีแสงแดดส่องกระทบเปล่งประกายวิบวับงดงามตั้งอยู่บริเวณไกลๆ ยามที่ได้มาเห็นของจริงกับตาเช่นนี้ทำให้เกิดความรู้สึกตื้นตันในใจอย่างบอกไม่ถูก ภาพของตัวเมืองกับถนนที่แตกต่างจากเมืองไป่เหอทำให้เธอรู้สึกไม่คุ้นชินมากนัก เมื่อเทียบกันแล้วเมืองไป่เหอดูเล็กลงไปอย่างถนัดตาเทียบไม่ติดกับเมืองหลวงเลยแม้แต่น้อย
คนที่เดินบนถนนเมื่อเห็นรถม้าคันใหญ่ตกแต่งงดงามวิ่งผ่านต่างพากันหยุดฝีเท้ามองดูอย่างไม่วางตา ภายใต้สายตาจ้องมองด้วยความสงสัย จนในที่สุดรถม้าก็จอดที่หน้าประตูจวนสกุลหลิวฝั่งทิศตะวันออก
มู่หนิงฮวาถูกประคองลงจากรถม้า ภายหลังจากการเดินทางที่แสนยาวนาน ในที่สุดเท้าก็ได้แตะพื้นเสียที ร่างบางเดินเข้าไปในเรือนรับรองหลังใหญ่พร้อมกับอาจูและสาวใช้อีกหลายคนที่ติดตามมากับขบวนเ้าสาว
เนื่องจากมู่หนิงฮวายังไม่ได้เข้าพิธีแต่งงานกับหลิวหยาง นางจึงถูกเชิญให้พักอยู่ที่เรือนรับรองเสียก่อน รอฤกษ์ยามที่เหมาะสมคือภายในอีกสิบวันข้างหน้า หลังตบแต่งกันตามพิธีแล้วถึงจะได้ย้ายมาที่เรือนใหญ่ที่ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของเมืองหวงหลง
แม้จะเป็เพียงเรือนรับรองแต่ก็ใหญ่โตโอ่อ่าสมฐานะตระกูลหลิว แต่มู่หนิงฮวาสังเกตว่าแม้ภายนอกจะดูสวยงามแต่ภายในกลับเงียบวิเวกวังเวงพิกล เดินไปครู่หนึ่งถึงมีสตรีผู้หนึ่งเดินออกมา อายุของนางราวสี่สิบปี การแต่งกายสุภาพเรียบร้อยไม่เหมือนบรรดาสาวใช้ที่เดินผ่านไปมา ทว่าใบหน้าของนางกลับฉายแววเคร่งขรึมเข้มงวด บุคลิกสง่าผ่าเผยดูเ้าระเบียบ เื้ัมีหญิงรับใช้าุโเดินตามมาสองคน
"บ่าวชื่อเซี่ยวฮุยได้รับมอบหมายจากฮูหยินใหญ่ให้มาต้อนรับคุณหนูเ้าค่ะ" นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงนอบน้อมทว่าสายตากลับเต็มไปด้วยความเ็า
"ยินดีที่ได้รู้จักป้าฮุย ข้าชื่อมู่... เอ่อ ติงหนิงฮวา" คนที่ใช้แซ่มู่มาตลอดชีวิตรู้สึกกระดากปากอยู่บ้างที่ต้องแนะนำตัวด้วยชื่ออื่น แต่เมื่อกล่าวจบเธอจึงยื่นมือให้หญิงที่าุโกว่า
มู่หนิงฮวาเกิดและโตที่อเมริกาเพราะเมื่อก่อนบิดาของเธอทำงานอยู่ที่นั่น ก่อนจะย้ายกลับมาอยู่ประเทศจีนและเข้าวงการตอนอายุ 18 ปี เธอจึงติดมารยาทการทักทายแบบฝรั่งมาหลายส่วน
เซี่ยวฮุยมองมือบางที่ยื่นมาตรงหน้าด้วยสายตาเ็าเช่นเดิม ก่อนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "คุณหนูอย่ามานับญาติกับบ่าวเลย บ่าวเป็แค่คนรับใช้มิกล้าตีตนเสมอท่านหรอกเ้าค่ะ เชิญคุณหนูตามบ่าวมา บ่าวจะพาไปดูห้องพัก" พูดจบก็เดินหลังตรงจากไป
คนเ้าระเบียบพามู่หนิงฮวามาถึงห้องพักที่อยู่ข้างในเรือนรับรอง หลังจากทิ้งบ่าวรับใช้ไว้ให้สองคนก็ทำท่าจะเดินออกไป ก่อนจะชะงักไปเล็กน้อยและหันกลับมาอีกครั้ง
"อ้อ บ่าวลืมบอกกฏเกณฑ์ของที่นี่ให้คุณหนูทราบ จนกว่าจะถึงวันแต่งงาน ในตอนนี้ยังถือว่าคุณหนูมิใช่คนในครอบครัวตระกูลหลิว เพราะฉะนั้นห้ามออกไปเดินเพล่นพล่านนอกเรือนรับรองโดยไม่ได้รับอนุญาตเด็ดขาด" นางเอ่ยเสียงจริงจัง ใบหน้าราบเรียบ พูดจบก็เดินจากไปอีกครั้งโดยไม่หันกลับมาอีกเลย
อาจูมองตามแผ่นหลังของเซี่ยวฮุย ไม่แคล้วผิดหวังอย่างรุนแรง นางรู้สึกสงสารมู่หนิงฮวาขึ้นมาจับใจ อุตส่าห์เดินทางรอนแรมมาแต่ไกล เมื่อมาถึงกลับไร้วี่แววว่าที่สามีกับแม่สามีมาต้อนรับมีเพียงส่งบ่าวรับใช้มาเท่านั้น
"คนเมืองหลวงเป็เช่นนี้หรือ จิตใจคับแคบ เย่อหยิ่งเ็า เห็นทีว่าการมาของคุณหนูครั้งนี้จะไม่สุขสบายดั่งที่คิดไว้เสียแล้ว"
มู่หนิงฮวาที่กำลังเอนตัวลงนอนบนตั่งตัวยาวได้ยินคำพูดของอาจูจึงชะงักไปเล็กน้อย
"ไม่สบายอย่างไรกัน ข้าสบายมากต่างหาก ดูสิเรือนนี้หลังใหญ่น่าอยู่จะตายไป ไม่เหมือนตอนอยู่ที่เรือนเล็กของลุงป้าใจร้ายนั่น" หญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงสบายๆ แม้จะรู้สึกได้ว่าคนที่นี่ไม่ต้อนรับ แต่เธอกลับรู้สึกสบายใจกว่าตอนอยู่ที่จวนสกุลติงมากโข
"ชู่ว! อย่าเอ่ยเช่นนั้นสิเ้าคะ เดี๋ยวทุกคนก็รู้หมดหรอก" อาจูรีบห้ามเสียงเบาพลางหันมองซ้ายขวา
ทว่ามู่หนิงฮวากลับไม่สนใจ นอนกลิ้งไปมาได้สองสามตลบก็รีบผุดลุกขึ้นนั่ง
"อาจู ข้าอยากออกไปเดินเล่น"
"อย่าไปเลยเ้าค่ะ เราเพิ่งมาถึงยังไม่คุ้นเคยหากออกไปเกรงว่า... คุณหนู! จะไปไหนเ้าคะ รอข้าด้วยเ้าค่ะ" อาจูเอ่ยขึ้นขณะที่มือกำลังนั่งจัดเก็บข้าวของ พูดยังไม่ทันจบประโยค พอหันกลับมาก็เห็นเพียงแผ่นหลังบางเดินออกจากห้องไปแล้ว นางจึงรีบลุกขึ้นวิ่งตามออกไปทันที
มู่หนิงฮวาเดินมาตามทางเดินหลังเรือนเล็ก ที่นี่มีสะพานทอดยาวเข้าไปในสวนบุปผา ดอกไม้หลายชนิดออกดอกอวดสีสันงดงามเต็มบริเวณทางเดิน กลิ่นของมันอบอวลอยู่ในอากาศ
'เสียดาย ถ้ามีโทรศัพท์มือถือติดตัวมาด้วยก็คงดี' มู่หนิงฮวาคิดในใจ
หากเป็ไปได้เธออยากจะใช้มือถือไลฟ์สดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หรืออย่างน้อยเธอจะได้ถ่ายรูปหรืออัดวิดีโอเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับเธอ และเมื่อไหร่ที่เธอได้กลับไปในยุคปัจจุบัน เธอจะนำมันออกมาเผยแพร่ ทีนี้แหละจากที่มีชื่อเสียงโด่งดังอยู่แล้วจะยิ่งดังขึ้นไปอีกหลายเท่า สื่อทั่วโลกจะได้ลงข่าวเธอ
'มู่หนิงฮวา ซูเปอร์สตาร์สาวนักย้อนเวลา' หญิงสาวหัวเราะออกมาเบาๆ ด้วยความสุข
สายลมเย็นพัดโชยผ่านมา เรือนผมดกดำปลิวไสวไปตามแรงลม ผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กหล่นออกมาจากใต้แขนเสื้อตัวยาว จากนั้นก็ลอยขึ้นมาเหนือพื้นดินขึ้นไปบนอากาศราวกับบินได้ ร่างบางรีบเขย่งเท้าเอื้อมคว้า แต่ทว่าสายลมกลับพัดผ้าผืนเล็กลอยออกไปเรื่อยๆ หญิงสาวจึงรีบวิ่งตาม และสุดท้ายไปหยุดยืนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่
ต้นไม้ต้นนี้ไม่สูงเท่าใดนัก หากเธอพยายามะโขึ้นไปน่าจะสามารถหยิบผ้าเช็ดหน้าได้
ไม่รอช้าหญิงสาวรีบทำตามที่ใจคิด ะโหย็องแหย็งไปมาหลายครั้งแต่ก็ยังไม่เป็ผล ครั้งสุดท้ายมู่หนิงฮวารวบรวมแรงะโขึ้นไปอีกครั้ง ทว่าเหมือนครั้งนี้จะได้ผล อีกเพียงแค่ปลายนิ้วเธอจะสามารถเอื้อมแตะชายผ้าเช็ดหน้าได้แล้ว
ทว่า...
"โอ๊ย!" หญิงสาวร้องอุทานด้วยความเจ็บ นอกจากจะไม่สามารถหยิบผ้าเช็ดหน้าได้แล้ว ขณะที่เท้าแตะพื้น เธอรู้สึกเจ็บแปลบบริเวณข้อเท้ากะทันหัน
ในตอนที่ร่างบางซวนเซทำท่าจะล้มเพราะทรงตัวไม่ได้อยู่นั้น พลันมีมือหนาของใครบางคนคว้าเธอเอาไว้ได้ทัน
พระพายพัดผ่านมาอีกครั้งหอบนำผ้าเช็ดหน้าที่ค้างอยู่บนยอดไม้หล่นลงมาเบื้องล่างปกคลุมดวงหน้างามของมู่หนิงฮวาไว้ทั้งหมด
หลิวหยางก้มมองคนในอ้อมแขนอย่างพินิจพิเคราะห์ รู้สึกคุ้นเคยกลิ่นกายของนางอย่างประหลาด ทว่าในตอนนี้เขามองไม่เห็นหน้าของนางเพราะมีผ้าแพรสีม่วงผืนงามปกคลุมเอาไว้
มู่หนิงฮวารู้สึกใไม่น้อยที่รู้ตัวว่าตอนนี้ตนเองกำลังอยู่ในอ้อมกอดของใครคนหนึ่ง แม้เขาจะเป็คนที่ช่วยเธอไม่ให้ล้มไปกองอยู่บนพื้น แต่สำหรับเธอ เขาคือบุรุษแปลกหน้าคนหนึ่งเท่านั้น การที่ได้ย่างกรายเข้ามาในจวนสกุลหลิวแห่งนี้ สิ่งหนึ่งที่มู่หนิงฮวารู้คือ 'เธอไม่สามารถไว้ใจใครได้'
ในตอนที่เห็นนิ้วเรียวกำลังเอื้อมเข้ามาใกล้และกำลังจะจับชายผ้าเปิดออก ตอนนั้นมู่หนิงฮวาตัดสินใจได้ทันทีว่าเธอต้องรีบออกไปจากสถานการณ์นี้ให้เร็วที่สุด! เธอเพิ่งเข้ามาเหยียบจวนสกุลหลิวได้ไม่ถึงวัน หนำซ้ำยังกล้ามาเดินเล่นในสวนอุทยานของฝูฮูหยินโดยที่ยังไม่ได้รับอนุญาต หากคนผู้นั้นรู้ เธอต้องโดนตำหนิหรือโดนลงโทษเป็แน่!
หลิวหยางชะงักปลายนิ้วค้างอยู่กลางอากาศ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความใ เมื่อเห็นฟันขาวสะอาดหลายซี่กำลังกัดอยู่บนนิ้วของเขา เขารู้สึกเจ็บแต่ไม่ได้ส่งเสียงร้องออกมา หลิวไช่เองก็เช่นกัน เขามองภาพเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างตกตะลึงแต่เมื่อตั้งสติได้และกำลังจะเดินเข้าไปนั้น หญิงสาวปริศนาใต้ผืนผ้าก็คายนิ้วของหลิวหยางออกก่อนจะวิ่งหายกลับเข้าไปในเรือนรับรอง
หลิวหยางยกนิ้วของตนขึ้นมา รอยฟันหลายซี่ประทับตราอยู่ สตรีผู้นั้นกัดเขาแรงมิใช่น้อยเพราะนอกจากรอยฟันแล้วยังมีรอยห้อเืที่นางทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้าอีกด้วย
"นายท่านเป็อะไรมากหรือไม่ขอรับ" หลิวไช่รีบวิ่งเข้ามาหา
ทว่าชายหนุ่มไม่ตอบคำถามนั้น
"เ้ารู้หรือเปล่าว่านางเป็ใคร" เสียงทุ้มเอื้อนเอ่ยในขณะที่สายตายังไม่ละไปจากรอยฟันบนนิ้ว
"เอ่อ... ดูจากการแต่งตัวแล้ว ข้าคิดว่านางคงจะเป็คุณหนูตระกูลติงที่ถูกส่งมาแต่งงานกับนายท่านขอรับ" เขาจำนางได้ดีเพราะเขาเป็คนที่ไปรับนางจากจวนสกุลติงและเพิ่งมาถึงเมื่อไม่กี่ยามนี้เอง
"ให้ข้าตามไปจับนางมาขอโทษนายท่านดีหรือไม่ขอรับ" หลิวไช่ถามผู้เป็นายเมื่อเห็นว่าเขาเงียบไป
"ไม่ต้อง! หลิวไช่ ข้าเพิ่งได้รู้เดี๋ยวนี้ว่าคนที่ข้าต้องแต่งงานด้วยนั้นไม่ใช่คน"
"หืม ไม่ใช่คน? แล้วนางเป็อะไรหรือขอรับ" รองแม่ทัพหนุ่มเอ่ยถามด้วยความไม่เข้าใจ
"เป็หมาอย่างไรเล่า" พูดจบ คนตัวโตก็หมุนกายหันหลังเดินกลับไปทันทีปล่อยให้หลิวไช่ที่กำลังทำหน้างงยืนอยู่ที่เดิม
"เป็หมางั้นหรือ จะเป็ไปได้อย่างไรกัน ข้าก็เห็นอยู่ว่านางเป็คน" หลิวไช่ทำหน้าแปลกใจก่อนจะรีบวิ่งตามเ้านายหนุ่มไปทันที
_______________________________
แต่หมาตัวนั้นคือคนที่ท่านชอบนะหลิวหยาง ????????
______________________________
อีบุ๊คเริ่มวางขายพรุ่งนี้นะคะ ❤️ มีจัดโปรหนังสือใหม่ด้วยน้าา ????
https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiODg0MDk5NSI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjI3NDg2MyI7fQ
หลังจากวางขายอีบุ๊คแล้ว ไรท์จะอัพทุกวันเว้นวันนะคะ❤️❤️