หนึ่งเดือนต่อมา
ฐานทัพ Star9999
หลังจากมีรายงานการเคลื่อนไหวของเอเลี่ยนครอโคไดรัส เอเลี่ยนเผ่าพันธุ์คอร์ดาตา ที่มีรูปร่างคล้ายจระเข้ขนาดใหญ่แอบลักลอบเข้ามาระหว่างรอยต่อเขตชายแดนแล้วสังหารผู้คน ผู้การโลแลน ผู้บัญชาการฐานทัพ Star9999 ได้เพิ่มมาตรการป้องกันชายแดนเข้มงวดขึ้น แต่จนใจที่กองทัพมีกำลังพลจำนวนจำกัด จึงต้องประกาศรับอาสาสมัครป้องกันชายแดนจากประชากรชาวดวงดาวที่มีความสามารถเป็กำลังเสริมระหว่างรอกองกำลังทหารอวกาศจากศูนย์บัญชาใหญ่ที่จะมาสมทบในภายหลัง
" สองคนนั้นใช้ได้ทีเดียว "
ผู้ใต้บังคับบัญชาเหลียวมองตามสายตาผู้พันโลแลนที่มองชายหนุ่มร่างกายกำยำดูมีพละกำลังมากว่าอาสาสมัครคนอื่นๆแล้วพยักหน้าอย่างเห็นด้วย
" ใช่ครับ เป็ชายหนุ่มที่มีความสามารถมากจริงๆ ค่าพลังของทั้งคู่อยู่ที่ระดับ P+ แต่สามารถจัดการกับเอเลี่ยนครอโคไดรัสที่มีค่าพลังระดับ S ได้สบายๆ เลย ถ้าได้ฝึกปรืออีกสักระยะทางกองทัพน่าจะได้คนมีฝีมือเพิ่มขึ้นมาอีก 2 คน "
ผู้การโลแลนก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน คนที่มีค่าพลังระดับ P+ ใน Star9999 มีอยู่ไม่มาก อีกทั้งสองคนนี้ก็มีความสามารถไม่ธรรมดา ถ้าได้รับการสนับสนุนจากกองทัพจะต้องพัฒนาไปได้อีกไกลอย่างแน่นอน เขาเองในฐานะที่เป็นายทหารคนหนึ่งเมื่อเห็นคนมีความสามารถจึงอดที่จะสนับสนุนไม่ได้
" ให้พวกเขาเข้าร่วมภารกิจมากหน่อย ดูความประพฤติไปอีกสักระยะถ้าไม่มีอะไรเลวร้าย ผมจะยื่นเื่ไปทางศูนย์บัญชาการใหญ่เพื่อขออัตรากำลังพลเพิ่มเป็กรณีพิเศษ "
ผู้ใต้บังคับบัญชาไม่แปลกใจสักนิดที่ได้ยินแบบนี้เพราะทางกองทัพ้าคนที่มีความสามารถอยู่แล้ว อีกอย่างชายหนุ่มสองคนนั้นก็ไม่มีอะไรเลวร้ายออกจะเป็ที่ชื่นชอบของเพื่อนร่วมงานด้วยซ้ำ ถ้าได้เป็เพื่อนร่วมรบกันขึ้นมาจริงๆก็คงจะดีไม่น้อยเพราะใครๆก็อยากมีเพื่อนร่วมรบที่ไว้ใจได้กันทั้งนั้น
ทางด้านเจริคและเจย์ ดิสซ์ ที่ร่วมฝึกสมรรถภาพเตรียมความพร้อมตามปกติอยู่ไม่ได้รู้ตัวเลยว่าพวกตนได้เข้าตาผู้ใหญ่เข้าแล้ว ทั้งคู่ยังคงปฏิบัติหน้าที่ของตัวเองและร่วมภารกิจกับเพื่อนอาสาสมัครคนอื่นๆ ต่อไปอย่างแข็งขัน
สถานีขนส่งกลาง Star9999
บริเวณทางเข้าออกสถานีขนส่งมีกลุ่มคนไม่ต่ำกว่า 10 คนส่วนมากเป็ชายฉกรรจ์ร่างใหญ่ในชุดสูทสีดำสนิท บนใบหน้าของพวกเขาสวมแว่นตา AR 3มิติสีดำและใบหูข้างหนึ่งมีไพลัทเอียร์พีช AI ขนาดกะทัดรัดกำลังเดินคุ้มกันบุคคลภายในวงล้อมเอาไว้ด้วยท่าทางขึงขัง ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็บอดี้การ์ดฝีมือดีกลุ่มหนึ่ง
" ฝ่ายขนส่งจัดส่ง FT04 ถึงฐานทัพ Star9999 เรียบร้อยแล้วครับ "
เจคอป เอ็มเจย์ รายงานความคืบหน้าให้ผู้เป็นายรับทราบทันทีเมื่อได้รับข้อความตอบกลับจากทางกองทัพว่าได้รับหุ่นยนต์สู้รบแบบประจัญบานรุ่นใหม่ล่าสุดที่จัดส่งไปให้อย่างเร่งด่วนเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
" ตารางงานของบอสวันนี้ตอนเที่ยงมีดูสถานที่ตั้งโรงผลิตเครื่องจักรกลแห่งใหม่ของเรา ตอนเย็นมีนัดทานมื้อค่ำกับท่านกงสุลค่ะ บอสจะเข้าไปดูงานที่ฐานทัพก่อนไหมคะ "
อมีตี้ จิอันน่า เลขาสาวสวยรายงานต่ออย่างคล่องแคล่ว บุคลิกปราดเปรียวดูมั่นใจทำให้หญิงสาวน่าดึงดูดมากขึ้นพอรวมกับเรือนร่างอวบอิ่มงดงามนั้นยิ่งทำให้หนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ที่เดินผ่านไปมาอดไม่ได้ที่จะหยุดสายตาไว้เธอนานขึ้นอีกสักหน่อย
" ไม่ล่ะ คุณกับเจคอปไปแทนผมได้เลยแล้วก็เลื่อนนัดทางกงสุลออกไปก่อนผม้าพักผ่อนสักหน่อย ตอนเที่ยงพวกคุณไปรอผมที่โรงผลิตก่อนได้เลย "
บาร์เซทท์ เออเบรย์ เสยผมยาวที่ละใบหน้าออกอย่างลวกๆ ตอนนี้ชายหนุ่มรู้สึกมึนหัวเล็กน้อยอยากจะพักผ่อนสักครู่ อาจเป็เพราะต้องเดินทางอย่างเร่งรีบหลังจากจดจ่ออยู่กับการพัฒนาหุ่นยนต์สู้รบ FT04 ติดต่อกันมาเกือบหนึ่งเดือนเต็ม แม้ว่าการเดินทางผ่านช่องทางเทเลพอร์ตจะบังคับให้ผู้โดยสารอยู่ในสภาวะหลับลึกระหว่างเคลื่อนย้ายอยู่แล้วแต่ชายหนุ่มก็ยังรู้สึกอ่อนเพลียเล็กน้อยอยู่ดี
อมีตี้เห็นท่าทางไม่ค่อยดีของบาร์เซทท์ก็อยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่บาร์เซทท์ไม่ได้รอฟังใครอีกพอสั่งงานเสร็จก็เร่งฝีเท้าเดินขึ้นยานยนต์ที่จอดรออยู่ไปเลย หญิงสาวจึงได้แต่ต้องแยกตัวออกไปพร้อมกับเจคอปอย่างเสียไม่ได้
ด้านบาร์เซทท์เมื่อถึงโรงแรมที่จองไว้แล้วก็ไม่ได้พักผ่อนทันทีอย่างที่ตั้งใจไว้เพราะบาร์เนทท์ เออเบรย์ จอมพลสูงสุดแห่งกองกำลังทหารอวกาศหรือพี่ชายแท้ๆ ของชายหนุ่มติดต่อเข้ามาเสียก่อน แม้บาร์เซทท์จะเพลียมากแค่ไหนแต่ก็ไม่อาจเพิกเฉยต่อพี่ชายของเขาได้เพราะรู้ว่าธุระของพี่ชายเป็เื่สำคัญที่เกี่ยวพันถึงความสงบสุขของกาแล็กซี
กว่าจะพูดคุยธุระกันแล้วเสร็จเวลาก็ล่วงเลยไปเกือบ 11 โมงครึ่ง เมื่อเห็นว่าใกล้เวลาที่นัดหมายเอาไว้แล้ว จะนอนพักก็คงไม่ทัน บาร์เซทท์เลยได้แต่ถอนหายใจอย่างเซ็งๆ เมื่อหยิบยาฟื้นฟูค่าพลังในช่องว่างที่เป็ฟังก์ชันมาตรฐานหนึ่งของนาฬิกา AI ออกมากินเสร็จก็เดินออกจากห้องพักมุ่งหน้าไปที่หมายทันที
ไม่นานบาร์เซทท์และเหล่าบอดี้การ์ดอีก 7 คนก็มาถึงสถานที่ที่คิดว่าจะก่อตั้งโรงผลิตเครื่องจักรกลแห่งใหม่ของเออเบรย์เทคโนโลยีฯ ชายหนุ่มเหลียวมองโกดังขนาดใหญ่ตรงหน้าแล้วอดขมวดคิ้วไม่ได้ และเพื่อไม่ให้เป็การเสียเวลาไปเปล่าๆชายหนุ่มเลยถือโอกาสเดินเข้าไปสำรวจภายในระหว่างรอพวกเจคอปมาถึงเสียเลย
ด้านเหล่าบอดี้การ์ดที่ติดตามมาด้วยชายหนุ่มให้รออยู่ด้านหน้าโกดังส่วนหนึ่ง และแบ่งออกไปสำรวจบริเวณโดยรอบอีกกลุ่มหนึ่ง
บาร์เซทท์เดินลึกเข้าไปในโกดังที่ค่อนข้างเก่าเก็บแห่งนี้สักพักก็ได้ข้อสรุปแล้วว่าที่แห่งนี้ไม่เหมาะที่จะตั้งโรงผลิตเครื่องจักรกลแห่งใหม่แม้แต่น้อย ไม่ว่าจะเป็สภาพแวดล้อมภายในที่ทั้งเก่าทั้งทรุดโทรม ภายนอกก็รกร้างทั้งยังติดเขตชายแดนที่มีความสุ่มเสี่ยงไม่ว่าจะจากผู้ก่อการร้าย สัตว์กลายพันธุ์ หรือแม้แต่พวกเอเลี่ยน ถ้าคิดจะลงทุนจริงๆ เงินทุนที่ลงไปคงจมอยู่กับที่ไม่ได้ทุนคืนภายในปีสองปีนี้อย่างแน่นอน
ไม่แปลกใจเลยที่จิ้งจอกเฒ่าพวกนั้นอยากให้สร้างโรงผลิตที่นี่กันนัก คงหนีไม่พ้นหวังผลประโยชน์จากเม็ดเงินที่ลงทุนเป็ระยะเวลายาวนานพวกนี้ แต่เขาก็ไม่ใช่ลูกพลับนิ่มที่ยอมให้พวกเหลือบไรสูบเืสูบเนื้อโดยไม่ทำอะไรเช่นกัน
บาร์เซทท์ติดต่อเจคอปให้ยกเลิกสัญญาซื้อขายที่ดินผืนนี้ทันทีและให้มองหาสถานที่ใหม่ให้ได้ภายใน 2 วัน ทั้งยังกำชับให้เก็บเป็ความลับจนกว่าจะหาสถานที่ได้ ห้ามให้ใครรู้ก่อนเป็อันขาด
หลังจากวางสายจากเจคอป บาร์เซทท์ก็หมดความสนใจกับโกดังตรงหน้าไม่คิดจะเดินสำรวจอีก แต่ในขณะที่กำลังจะหันหลังกลับไปในหูพลันได้ยินเสียงกุกๆ กักๆ ดังมาจากมุมหนึ่งของโกดังที่มีกองไม้วางสุมๆ กันไว้ไม่ได้เป็ระเบียบอะไร
บาร์เซทท์กระชับปืนเลเซอร์ที่ข้างเอวตามสัญชาตญาณ ตอนนี้เขาอยู่ด้านในโกดังเพียงคนเดียว ทางออกก็มีแค่ทางเดิมที่เดินเข้ามาเท่านั้น ถ้ามีคนคิดจะเล่นสกปรกเวลานี้ก็เหมาะที่จะลงมือจริงๆ แต่ทว่าปากกระบอกปืนยังไม่ทันได้เล็งเข้าไปตรงๆ ต้นเสียงกุกกักนั้นก็โผล่ออกมาให้เห็นเสียก่อน
" เมื่อวานก็ยังอยู่ที่นี่นี่นา หรือว่ามันจะไปแล้ว? "
เสียงบ่นพึมพำของเด็กน้อยทำให้บาร์เซทท์คลายความระแวงลง ชายหนุ่มเก็บปืนเลเซอร์แล้วมองเด็กชายตัวเล็กที่กำลังก้มๆ เงยๆ คล้ายหาอะไรบางอย่างจนไม่สังเกตเห็นการมีอยู่ของเขาจึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามออกไปด้วยความสงสัย
เด็กคนนี้จะขาดความระมัดระวังตัวเกินไปหรือเปล่า??
" หาอะไรอยู่เหรอเด็กน้อย "
ไนเจลที่จดจ่ออยู่กับการค้นหาบางอย่างสะดุ้งใจนเกือบสะดุดกองไม้ด้านข้างล้มลง พอเห็นว่าคนที่ร้องทักเป็ชายแปลกหน้าคนหนึ่งก็ถอยกรูดไปด้านหลังโดยอัตโนมัติ
เมื่ออาทิตย์ก่อนไนเจลเก็บ 'ลูกแมว' ที่กำลังาเ็ได้ที่ข้างทาง แต่ลูกแมวตัวนี้ค่อนข้างจะอารมณ์ร้าย มันไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้ตัวมันเลยนอกจากเขา ซึ่งเด็กน้อยเองก็ไม่รู้ว่าเป็เพราะอะไรเหมือนกัน รู้เพียงแค่ว่าพวกสัตว์ตัวเล็กๆ เ่าั้ค่อนข้างจะเป็มิตรกับเขามาั้แ่เด็กๆ เท่านั้น
ดังนั้นหลังจากที่รักษาาแให้มันแล้วแม่เลยให้เขาเอามันมาไว้ที่โกดังท้ายหมู่บ้านเป็การชั่วคราวเพราะรู้ว่าคงไม่มีใครเข้ามาในโกดังอย่างแน่นอน ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันไม่ให้มันทำร้ายคนอื่นและป้องกันคนอื่นทำร้ายมันด้วย
วันนี้ไนเจลก็แวะมาดูอาการของลูกแมวตามปกติ แต่เขาหาอย่างไรก็หามันไม่เจอ ถ้าเป็วันก่อนๆ แค่ได้ยินเสียงฝีเท้าของเขามันก็จะวิ่งออกมารอด้านนอกแล้ว
" ไม่ต้องกลัวฉันไม่ได้เป็คนร้าย ฉันแค่ผ่านมาดูงานแถวนี้เท่านั้น " บาร์เซทท์เห็นท่าทางหวาดระแวงของเด็กน้อยเลยพูดชี้แจงออกมาเพื่อคลายความกังวลของอีกฝ่าย
" พี่ชายเป็เ้าของใหม่ของที่นี่เหรอครับ? "
ไนเจลเคยได้ยินพวกผู้ใหญ่ในหมู่บ้านพูดกันว่ามีคนที่อื่นมาติดต่อขอซื้อโกดังร้างท้ายหมู่บ้านอยู่เหมือนกัน แล้วพี่ชายด้านหน้าก็ดูไม่เหมือนคนในพื้นที่ด้วย
" จะว่าอย่างนั้นก็ได้นะ แล้วเรามาทำอะไรที่นี่คนเดียว "
" คือผม.. "
คลืน คลืน คลืน
" ระวัง!! "
*หวังว่าทุกคนจะเอ็นจอยนะคะ (๑˙❥˙๑)