เทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสาม ตอนกำเนิดจ้าวสวรรค์

    ตอนที่ 61 หลานคนโปรด

    เทียนถูกท่านย่าดึงมาที่พักส่วนตัว แล้วนั่งกินบัวลอยน้ำขิง ด้วยกัน

    “ ท่านย่าไม่น่าลำบาก เดินมาเลย เรื่องนี้หลานเอาอยู่”   เทียนรีบเอ่ยก่อน

    “ ย่ารู้ว่าหลานเอาอยู่ ที่ย่าไป  ไม่ได้เป็นห่วงหลาน แต่เป็นห่วงพวกเขามากกว่า

    กลัวว่า พี่นางฟ้าของหลานไม่พอใจ พวกเขาจะเดือดร้อน”  ย่าเอ่ยแล้วใช้มือลูบหัวของเทียนอย่างเอ็นดู

    “ ก็จริง ถ้าท่านย่าไม่ไป พี่อี้จิง กับพี่จิ้งหนาน ได้เลือดออกทั้งเจ็ดทวารแน่”

    ย่าได้ยินเทียนพูดเช่นนี้ก็ตกใจรีบเอ่ยตอบว่า

    “ อย่าไปทำพวกเขาเลย  พวกเขาไม่รู้เรื่องรู้ราว ยังไงก็พี่น้องกัน มีอะไรสั่งสอนนิดๆ หน่อยๆ ก็พอ หลานต้องบอกพี่นางฟ้าด้วยนะ”

    “ ครับ ท่านย่า”   เทียนกอดท่านย่า แล้วหอมแก้มซ้ายขวา แล้วก็กลับมาที่ห้องนอน

    ในห้องทำงานของปู่หลี่ซ่ง มีพี่น้องทั้งหมดมาร่วมประชุมกันทั้งหมด ตั้งแต่ลุงใหญ่ไปจนถึง พ่อเก้า  มีอี้จิง กับ จิ้งหนาน สองคนที่เพิ่งจบเรียนจบได้เข้าประชุมด้วย

    “ เวลานี้ทางบริษัทแม่จากอเมริกา มีหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการแล้วว่าจะไม่เซ็นสัญญาว่าจ้างบริษัทของเรา เป็นตัวแทนอีกต่อไป จะเปิดให้มีการประมูลหาบริษัทใหม่มาทำแทน หากเป็นเช่นนี้ โรงงานผลิตน้ำอัดลมของเราไปไม่รอดแน่”  ลุงสี่แจ้งต่อที่ประชุมพี่น้องทั้งหมด

    “ พวกเรายื่นซองประมูลแข่งขันอีกไม่ได้หรือ” ลุงห้าเอ่ยถาม

    “ ได้ แต่ว่าครั้งนี้มีคู่แข่งมากมายยิ่ง โดยเฉพาะตระกูลเซียว กับ ตระกูลเทพนรสิงห์ พวกเขายอมทุ่มไม่อั้นแน่”  ลุงสี อธิบาย

    “ แล้วตลาดน้ำอัดลมในปีนี้มีมูลค่า มากแค่ไหน พวกเราจำเป็นต้องเข้าไปแย่งชิงไหม”  ท่านปู่เอ่ยถามออกมา

    “ เครื่องดื่มทั้งหมดในไทยมี ประมาณ หนึ่งแสนห้าหมื่นล้านโดยแบ่งเป็นน้ำดำ สามหมื่นห้าพันล้านบาท อีก หนึ่งหมื่นห้าพันล้านเป็น น้ำสีอื่นๆ   และยังมีน้ำชา ประมาณ หนึ่งหมื่นสองพันล้าน  น้ำดื่มบรรจุขวด สามหมื่นห้าพันล้าน และ น้ำแร่ อีกสี่หมื่นล้าน เครืองดื่มชูกำลัง สองหมื่นล้าน  

    สำหรับ เครื่องดื่มทั้งหมดที่เราผลิตได้ มีมูลค่าในตลาดเกือบ 20% ของตลาดทั้งหมด ถ้าตัดน้ำอัดลม รายได้บริษัทจะหายไป  5 % ไม่เกิน เจ็ดพันล้านบาท”  ลุงสี่แจงข้อมูลถี่ยิบ พ่อเก้านั่งฟังแล้วปวดหัวตึบ

    “ มีวิธีแก้ไขเรื่องนี้

    เรื่องแรก เข้าร่วมประมูลใหม่อีกครั้ง ถ้าได้กลับมา รายได้ที่ควรจะได้รับน่าจะเหลือไม่ถึงครึ่ง คือ   สามพันห้าร้อยล้านบาท

    เรื่องที่สอง สร้างแบรนด์ขึ้นมาใหม่ จากการวิจัยผลิตภัณฑ์น้ำอัดลมพวกเราได้สูตรที่ใกล้เคียง คาดว่าจะมีรายได้เข้ามา ไม่น้อยกว่า พันล้านบาท เพราะเราไม่ต้องลงทุกเครื่องจักรอีกแล้ว

    เรื่องที่สาม อี้จิงให้เสนอนำโรงงานปัจจุบันที่ตั้งอยู่ริมน้ำ ถนนสาธร ย้ายไปที่ชานเมือง แล้วสร้าง ศูนย์การค้าแบบใหม่ เรื่องนี้อี้จิงอธิบายให้ทุกคนฟังซิ”  ลุงใหญ่เปิดทางให้อี้จิงพูด

    “ ห้างสมัยใหม่ที่กำลังนิยมในตลาดต่างประเทศ จะเป็นการสร้างเมืองใหม่ขนาดย่อมโดย

    มีห้างสรรพสินค้าเป็นศูนย์กลาง มีคอนโดให้อยู่อาศัย มีโรงแรมให้จัดเลี้ยงหรือพักอาศัย มีโรงเรียนนานาชาติ มีโรงพยาบาลเล็กๆ คอยให้บริการสมาชิก มีอาคารสำนักงาน มีที่ประชุม หรืออาจจะมีพิพิธภัณฑ์อีกด้วย ซึ่งตลาดนี้กำลังได้รับความนิยมจากทวีปยุโรปและอเมริกา ผมอยากจะเสนอว่า ให้ยกเลิก หรือ ย้ายโรงงานผลิตน้ำอัดลมในปัจจุบันที่มีเนื้อที่ติดถนนสาธร กว่า 30 ไร่ มาสร้างเป็น

    เมืองแห่งสรรพสินค้าแห่งใหม่ คาดว่าใช้เงินโครงการ ห้าหมื่นล้าน ผลตอบแทนไม่ต่ำกว่า 3 พันล้านต่อปี และนี่คือแบบแปลนที่ผมเขียนเอาไว้แล้ว”  อี้จิงโชว์ภาพ

    ขึ้นที่ผนังห้อง เห็นแปลนโครงสร้างทั้งหมด ทุกคนเห็นแล้วยังอดตะลึงไม่ได้

    ไม่คิดว่า อี้จิงจะทำการบ้านมาดี ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย ยกเว้นพ่อเก้าคนเดียว

    “ ดีมาก เป็นอันว่าทุกคนเห็นด้วย พวกเราไม่ต้องประมูลแข่งแต่ไปเปิดตัวสร้างแบรนด์เอง แล้วย้ายการผลิตไปที่ชานเมือง  ให้เจ้าหน้าที่ที่เกียวข้องเริ่มยื่นขออนุญาตได้เลย”

    ท่านปู่หลี่ดีใจที่เห็นโครงการนี้ แต่พ่อเก้าพูดไม่ออกได้แต่นั่งนิ่ง

    “ ท่านพ่อ เรื่องนี้ต้องให้น้องเก้ากับภรรยาเป็นผู้เซ็นอนุญาต เพราะเวลานี้ ที่ดินเป็นชื่อของน้องเก้า และ ภรรยาไปแล้ว”  ลุงใหญ่เอ่ยเบา ๆ

    “ คงไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหม  อาเก้า”  ปู่หลี่หันมาถามพ่อเก้า

    “ คือว่า เรื่องนี้ ที่ดินเป็นชื่อของอาเทียนคนเดียว คงต้องถามเขาก่อนว่าจะให้หรือไม่”  พ่อเก้าเอ่ยเสียงอ่อย ทำให้ทุกคนไม่พอใจยิ่งนัก

    “ อะไร นี่แกเป็นพ่อหรือเป็นลูกมันกันแน่”  ปู่หลี่เอ่ยอย่างไม่พอใจ

    “ ท่านแม่ยกให้อาเทียน เพียงคนเดียว ไม่ใช่ของผม ท่านแม่สั่งเอาไว้แล้ว ถ้าเปลี่ยนหรือเลิกโรงงาน  จะทำอะไรต่อไปก็ต้องให้อาเทียนเห็นชอบด้วย”

    พ่อเก้าเอ่ยออกไปตามตรง

    “ อาหง นะ อาหง เอาใจมันมากเกินไปแล้ว ที่ดินมีมูลค่า ตั้งหกพันล้านกลับยกให้อาเทียนเพียงคนเดียว”   ท่านปู่หลี่บ่นท่านย่าแต่ไม่กล้าว่าอะไรมาก ทุกๆคนได้แต่กลืนน้ำลายเสียดายที่ดินแปลงนี้ ที่ท่านย่ากลับยกให้เทียนเพียงคนเดียว ในขณะที่หลานคนอื่นท่านย่าไม่ได้ให้อะไรใครสักคน

    “ แกไปบอกขออนุญาตลูกชายของแก บอกว่า ทางตระกูลจะใช้พื้นที่สร้าง ศูนย์การค้าให้มันเซ็นอนุญาตด้วย”  ท่านปู่เอ่ยอย่างไม่พอใจ ที่จะทำธุรกิจเป็นหมื่นๆ ล้านต้องไปขออนุญาตเด็กวัย 11 ปีก่อน  พ่อเก้ารีบลุกออกจากห้องประชุมทันที

    เทียนกำลังนั่งสมาธิ ฝึกตนทบทวนวิชาพลังเวทย์อยู่ พ่อเก้ากับแม่เจนเคาะประตูเรียกมีเรื่องคุยด้วย เทียนจึงหยุดฝึก แล้วเชิญให้พ่อกับแม่เข้ามา

    “ อาเทียน ทางตระกูลอยากจะย้ายโรงงาน แล้ว สร้างห้างสรรพสินค้าแบบใหม่บนที่ดินของลูก ที่ท่านย่าให้ลูกไว้ยังจำได้ไหม”  พ่อเก้าค่อยๆ เอ่ยถามเทียน

    “ จำได้ ที่ติดแม่น้ำ บรรยากาศดีทีเดียว”

    “ นั่นแหละ ลูกอนุญาตให้พวกเขาสร้างได้ไหม”  พ่อเก้าเอ่ยเบาๆ  แม่เจนเห็นแล้วอดยิ้มไม่ได้

    “ ไม่ครับ ผมว่าจะเก็บไว้สร้างโรงทานหรือไม่ก็บ้านพักคนชรา” เทียนตอบออกมาหน้าตาเฉย  แต่พ่อเก้าตกใจแทบสิ้นสติ

    “ นี่ นี่ ลูกจะเอาที่ดินกว่าหกพันล้าน สร้างโรงทานหรือบ้านพักคนชราอย่างนั้นหรือ”  

    “ ทำไมจะไม่ได้ ท่านย่ายกให้ผมแล้วนี่”  เทียนยังเอ่ยเหมือนเดิม แม่เจนได้แต่ยิ้ม

    แล้วลูบหัวเทียน

    “ ท่านพี่ ที่ดินเป็นของลูก เขาอยากจะทำอะไรก็เรื่องของเขา ที่ดินตระกูลก็มีอยู่มากมาย ทำไมต้องมาเอาที่ดินแปลงนี้ด้วยนะ”  แม่เจนสนับสนุนเทียนเต็มที่เทียนกอดแม่เจน ขอบคุณที่เข้าใจ แต่พ่อเก้ากลับหน้าซีด ไม่รู้จะไปบอกกับ ท่านพ่อกับพวกพี่พี่อย่างไร

    ณ ห้องประชุม ยังมีลุงใหญ่ ลุงรอง ลุงสาม ลุงสี่ อี้จิง และ จิ้งหนานนั่งคุยกันต่อ

    “ ท่านย่านะท่านย่า ให้ที่ดินแปลงนี้ให้กับอาเทียนเพียงคนเดียว ยังนี้ลำเอียงชัดๆ”

    อี้จิงเอ่ยขึ้นมา ทุกคนฟังแล้วแต่ไม่พูดอะไร

    “ เรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัวของท่านย่า แกอย่าพูดแบบนี้อีก”  ลุงใหญ่เอ่ยเตือนลูกชาย

    “ แล้วถ้ามันยังเจ็บแค้น แล้วไม่ยอมให้พวกเราทำเป็นศูนย์การค้า พวกเราจะทำอย่างไรดี”  จิ้งหนานเอ่ยขึ้นมา ทำให้ทุกคนได้คิด

    “ ไม่หรอก ท่านปู่สั่งไปแบบนั้น มันไม่กล้าขัดหรอก”  ลุงรองเอ่ยแบบไม่แน่ใจเหมือนกัน

    “ พรุ่งนี้เช้าก็รู้มันกล้าขัดคำสั่งของท่านพ่อหรือไม่” ลุงใหญ่เอ่ยจบก็บอกให้ทุกคนกลับไปพักผ่อน

    รุ่งเช้าที่โต๊ะอาหารที่มีที่นั่งยาวสำหรับนั่งกินกันได้ไม่ต่ำกว่า สามสิบคน ทุกวันเทียนต้องมากินข้าวที่นี่ก่อนไปโรงเรียนทุกวัน  วันนี้ท่านปู่นั่งเป็นประธานเช่นเคย

    พอเห็นหน้าพ่อเก้า  ท่านปู่เอ่ยถามเรื่องที่ดินทันที

    “ เรียบร้อยแล้วใช่ไหม เรื่องที่ให้ไปคุย”  

    “ คือว่า...อาเทียนบอกว่าจะเก็บไว้สร้างโรงทาน หรือ บ้านพักคนชราครับ ไม่ยอมให้ทำอย่างอื่นๆ” พ่อเก้าเอ่ยออกมาไม่เต็มเสียง  ท่านปู่หลี่พอฟังจบ ก็กระแทกช้อนใส่จาน เสียงดังลั่น ลูกหลานทุกคนต่างหยุดการกระทำทุกอย่าง มีแต่เทียนยังคงกินไข่ออมเล็ต อย่างไม่สนใจใคร

    “ ท่านพี่ หงุดหงิดอะไรแต่เช้า”  ท่านย่านั่งอยู่ด้านข้างเอ่ยออกมาด้วยความสงสัย

    “ ตระกูลของเรามีมติจะสร้างศูนย์การค้าแห่งใหม่ บนที่ดินโรงงานน้ำอัดลมของเธอ แต่หลานคนโปรดของเธอมันไม่อนุญาต มันบอกว่าจะเก็บไว้สร้างโรงทาน บ้านพักคนชรา มันเกินไปแล้ว”  ท่านปู่คำรามเสียงลั่น  เทียนได้ยินแล้ว ไม่อยากปะทะด้วยเลยส่งซิก ให้อาเปา กับ อาเปียวลุกขึ้น แล้วค่อยๆ เดินออกไป เพื่อไปโรงเรียนเลยดีกว่า

    “ โธ่ นึกว่าเรื่องอะไร ที่ดินตระกูลเรามีเยอะแยะ อาเทียนจะทำอะไรก็เรื่องของเขา

    ฉันยกให้เขาไปแล้ว”  ท่านย่าเอ่ยอย่างไม่ค่อยสนใจเรื่องของธุรกิจเช่นกัน

    แต่ทุกคนตั้งแต่ลุงใหญ่ ลุงรอง และทุกคน ที่ตั้งใจมากินข้าวที่ตึกใหญ่เพื่อรอฟังผล กลับเสียความรู้สึกกันทุกคน

    “ นั่นมันจะได้อย่างไร อาเทียนเพิ่งจะ 11 ปี จะไปรู้เรื่องอะไร อาเก้าแกเป็นพ่อต้องบังคับมันให้ยินยอมอนุญาตให้ได้ ไม่เช่นนั้นคงอยู่ร่วมบ้านเดียวกันไม่ได้แล้ว”

    ปู่หลี่พูดจบก็ลุกออกไปทันที สร้างความไม่สบายใจให้กันท่านย่า และ พ่อเก้ายิ่งนัก

    “ ทำยังไงดีท่านแม่ เทียนมันเอ่ยปากไม่ยอม ใครก็ทำอะไรมันไม่ได้ไม่รู้มันติดนิสัยมาจากใคร ผมกับเจน ก็ไม่เป็นแบบนี้”  พ่อเก้าเอ่ยออกมา อย่างเหนื่อยใจ

    “ จะเหมือนใคร ก็เหมือนปู่มันนะซิ”  ท่านย่าย้อนออกมาทันที

    “ ท่านแม่เรื่องนี้”

    “ ไม่ต้องพูดแล้วแม่จะพูดกับอาเทียนเอง”

    เทียนมาถึงโรงเรียนเรียนได้วิชาเดียว ซินแสจงหมิงก็มารายงานว่าได้บ้านพร้อมที่ดินแล้ว อยู่ไม่ห่างจากโรงพยาบาลโลตัส  มีอยู่สองแปลงติดกัน แปลงละ 3ไร่รวมเป็นหกไร่ ราคา ทั้งหมดราคาเพียง 600 ล้าน เจ้าของเป็นต่างชาติ เทียนให้ซินแสพาไปดูทันที  พอไปถึงเทียนก็พบว่าที่แห่งนี้เป็นบ้านของนายทหารญี่ปุ่น ได้มาซื้อเป็นที่อยู่อาศัย พอสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ก็ย้ายกลับประเทศ ทิ้งบ้านเอาไว้กว่าเจ็ดสิบปีแล้ว มีคนมาขอซื้อแต่ว่า สุดท้ายไม่มีใครสามารถซื้อได้ เพราะเจ้าของบ้านได้ตั้งเงื่อนไขเอาไว้ข้อหนึ่งว่า ผู้ชื้อจะต้องสามารถชักดาบซามูไรโบราณประจำตระกูลให้ได้เสียก่อน ถึงจะยอมขายให้

    “ มีเรื่องแบบนี้ด้วยหรือนี่” เทียนเอ่ยขึ้นมาหลักจากชมบ้านตึกโบราณสไตล์ยุโรป

    แต่เจ้าของเป็นญี่ปุ่น  ภายในตัวตึกยังมีสภาพดี มีคนดูแลความสะอาด อยู่ตลอดด้านนอกมีพื้นหญ้ากว้างกว่าครึ่ง มีตึกสร้างเอาไว้ ถึง 4 ตึก แต่ละตึกมีทั้งหมดสามชั้น เทียนเห็นแล้วรู้สึกชอบทันที แต่ก็สงสัยว่า ทำไมถึงต้องชักดาบโบราณให้ได้ก่อนถึงจะขายให้

    “ ใช่แล้วปกติที่ดิน หน้าติดถนนแบบนี้ ปัจจุบันมี ราคาตารางวาละ 1 ล้าน ไร่ละสี่ร้อยล้าน หกไร่มีมูลค่าถึง  2,400 ล้าน แต่เจ้าของขายเพียง 600 ล้าน ถือว่าถูกมาก ตลอดเจ็ดสิบปีที่ผ่านมา เจ้าของหรือทายาท ได้พยามบอกขายโดยมีการปรับราคามาตลอด จนมา ยี่สิบปีนี้ราคาไม่มีขยับ  คนที่สนใจที่ดินแปลงนี้ต้องบินไปญี่ปุ่น เพื่อลองชักดาบโบราณ  แต่สุดท้าย หลายสิบคนไม่สามารถชักดาบออกมาได้ และยังทำให้คนที่เข้าไปทดสอบ กลับมีอันตรายเลือดไหลออกจาก ทวารทั้งเจ็ด ต้องนอนโรงพยาบาล ถึง 7 วันกว่าจะหาย  แต่ผมว่า ท่านเซียนน่าจะมีวิธีที่จะจัดการเรื่องนี้ ผมจึงแนะนำที่นี่ให้”  ซินแสคิดว่าเทียนต้องชักดาบให้ได้อย่างแน่นอน  เทียนตกลงอีกสามวันตรงกับวันเสาร์อาฑิตย์  เทียนบอกให้ซินแสจัดการเรื่องติดต่อเจ้าของ และตั๋วเครื่องบิน เทียนจะบินไปญี่ปุ่น เพื่อทดลองชักดาบโบราณ  ซึ่งเทียนก็อยากรู้ว่าทำไมผู้ขายถึงได้ตั้งกฏแปลกประหลาดแบบนี้ออกมา

    เทียนกลับมาถึงบ้านท่านย่าก็เรียกไปพบทันที

    “ อาเทียน มากินรังนกร้อนๆ ย่าเพิ่งให้เขาตุ๋น เสร็จใหม่ๆ เลย”

    “ ขอบคุณท่านย่า ไม่ทราบว่าท่านย่าอยากคุยกับหลานเรื่องที่ดินริมน้ำนั้นใช่ไหมครับ”  เทียนรู้ว่าท่านย่าจะพูดอะไร

    “ เรื่องนี้ปิดหลานไม่ได้จริง ๆ ย่าไม่อยากให้ปู่กับหลาน ต้องมาขัดใจเพราะเรื่องแบบนี้ หลานก็ยอมๆ ปู่เขาบ้างเถอะ ย่ามีที่ดินอีกหลายแปลง ไว้ย่าจะค่อยๆทยอยให้หลานทดแทน”

    “ ไม่เป็นไร ท่านย่า หลานเข้าใจ หลานจะเซ็นอนุญาตให้พวกเขาเอง  ช่วงนี้ตระกูลของเรามีเคราะห์ ท่านปู่ต้องผ่าตัด ท่านย่าหกล้ม เส้นเลือดในสมองแตกเหตุการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ โชคดีท่านหมอซูเป็นหมอเทวะ 

    ท่านได้ช่วยแหกกฏสวรรค์ พลิกฟ้าเปลี่ยนชะตาให้ท่านปู่ กับท่านย่า เอาไว้ มิเช่นนั้น หลานกับท่านย่าไม่ได้มาคุยกัน แบบนี้  อีกไม่นานท่านหมอซูจะไปเป็นเทพเซียนบนสวรรค์แล้ว ต่อไปก็คงจะไม่มีใครช่วย ตระกูลเราได้อีก    หลานแค่เพียงจะทำบุญทำทาน เพื่อให้ท่านปู่ กับท่านย่าแข็งแรง อยู่กับหลานไปนานนานเท่านั้น”   เทียนพูดให้ย่าฟังแบบนี้เพื่อเตือนสติให้ทุกคนได้รู้

    “ นี่หลานรู้เรื่องแบบนี้ได้อย่างไร”   ย่าตกใจกับเรื่องที่เทียนบอกเรื่องตระกูลมีเคราะห์

    “ ท่านเทพเซียนบอก...”

    คล้ายกับเรื่องเทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสาม ตอนกำเนิดจ้าวสวรรค์ ที่คุณอ่าน