: ซ้ำซ้อน
ตื้อดืออ
เสียงประตูอัตโนมัติดังขึ้นเมื่อฉันก้าวขาเข้ามาในเซเว่น แอร์เย็นฉ่ำปะทะเข้าหาจนร่างกายสั่นสะท้านฉันยกมือขึ้นลูบเรียวแขนตัวเองปรอย ๆ ก่อนจะเดินไปหยิบเอาตะกร้าใบสีส้มมาถือไว้ในมือพอเดินลึกเข้าไปถึงโซนอาหาร จึงเอื้อมมือไปหยิบเอาอาหารสำเร็จรูปมาโยนใส่ตะกร้าสี่ถึงห้าอย่างเหมือนที่เคยๆ ทำ เมื่อได้สิ่งที่ตัวเอง้าจนครบถึงได้เดินไปหยิบสิ่งที่เพื่อนตัวดีฝากซื้อเป็อย่างสุดท้าย
“หลาย ๆ กล่องใช่ไหม ด๊ายยย~ มึงใช้ให้สาสมใจมึงไปเลยนะไอ้หื่น ใช้ให้เอวพัง!! ใช้ให้คxยหักไปเลยไอ้ฉลาม!!”
ฉันกวาดถุงยางอนามัยใส่ลงในตะกร้าโดยไม่ได้สนใจด้วยซ้ำว่ามันคือยี่ห้ออะไรขนาดเท่าไหร่และจะเป็กลิ่นสตอร์เบอร์อย่างที่ฉลาม้ารึเปล่า เพราะตอนนี้คิดแค่ว่าจะหยิบไปให้ครบหนึ่งพันตามจำนวนเงินที่อีกฝ่ายให้มาเท่านั้น
ปลั่ก!!
ตะกร้าสีส้มที่เต็มไปด้วยถุงยางหลากหลายยี่ห้อถูกฉันวางกระแทกลงบนเคาน์เตอร์พนักงานเซเว่นต่างหันไปมองหน้ากันเลิ่กลั่กแต่กระนั้นเขาก็หยิบของในตะกร้าไปคิดเงินและรีบใส่ลงถุงส่งให้
ตื้อดืออ ซ่าา…
เอ้าแล้วไงไหงมาตกเอาตอนนี้ได้วะเนี้ย
ฉันยืนหน้าหงิกอยู่หน้าเซเว่น วันนี้คือวันมหาซวยรึไง เจอเื่แย่ ๆ ั้แ่เช้าจรดเย็นโดนทิ้ง เห็นภาพบาดตาบาดใจถึงสองหน แถมฝนยังมาตกเอาตอนที่ไม่ได้พกร่มออกมาด้วยอีก
“อะไรมันซวยขนาดนี้วะผักเอ้ย” ฉันบ่นกับตัวเอง
เอาไงล่ะทีนี้ตกหนักอย่างกับฟ้ารั่ว จะรอให้ฝนหยุดก่อนก็กลัวว่าไอ้คนที่กำลังรอของที่ฝากซื้ออยู่มันจะทนไม่ไหวแต่ถ้าวิ่งฝ่าออกไปตอนนี้มีหวังได้เปียกยันร่องตูดแน่
“เอาวะ ยังไงก็ต้องกลับไปอาบน้ำอยู่ดี”
ฉันพูดออกไปอย่างนั้นเพื่อเรียกขวัญและกำลังใจให้ตัวเองก่อนจะตัดสินใจวิ่งฝ่าฝนออกไปด้วยความเร็วโชคดีที่คอนโดของฉันและเซเว่นอยู่ไม่ไกลกันนัก วิ่งมาได้สักระยะก็มองเห็นตึกสูงที่มีคำว่าดึกสงัดคอนโดสีเขียวเรืองแสงอยู่เบื้องหน้า
แผล๊ด?!! “เชี้ยยย”
ตุบ!!
เคราะห์ซ้ำกรรมซ้อนที่แท้ทรู เพราะเอาแต่ตั้งหน้าตั้งตาวิ่งฝ่าฝนจนไม่ทันได้มองพื้นให้ดีทำให้เผลอเหยียบกองขี้หมาจนล้มกลิ้งลงไปกองกับพื้นไม่เป็ท่าความแสบแล่นแปล๊บขึ้นทันทีบริเวณหัวเข่า คงเพราะตอนล้มเข่าซ้ายมันดันไถลครูดไปกับพื้นถนนคอนกรีตเลยทำให้เกิดแผลถลอกเป็ทางยาว แม้จะรู้สึกเจ็บอยู่ไม่น้อยแต่ฉันก็ต้องรีบยันตัวลุกขึ้นมาเก็บกล่องถุงยางที่หล่นกระจัดกระจายออกมาจากถุงหูหิ้วจนเกลื่อนพื้น
แก๊ก
ในที่สุดฉันก็หอบสังขารมาถึงคอนโดจนได้ยืนเคาะประตูบานสีแดงตรงหน้าแค่ทีสองทีไอ้เ้าของห้องก็พรวดพราดเปิดมาออกมาด้วยอย่างรวดเร็ว
เปิดประตูออกมาเร็วเชียวนะมึง คงจะตั้งหน้าตั้งตารออยู่เลยสิท่า
“ทำไมตัวเปียกเป็ลูกหมาตกน้ำงั้นวะ”
“อะ ของที่มึงฝากกูซื้ออ่ะ”
“โห มึงเอามาหมดเซเว่นป่ะเยอะขนาดเนี้ย” ถึงจะพูดแบบนั้นแต่ฉลามก็ยิ้มอย่างชอบใจจนเห็นฟันสีขาวที่เรียงสวยอยู่คับปากหนาๆ นั่น
“ขอบคุณน้าค้าบบ ผักอะไรเนี้ยน่ารักที่สุดเลย”
ไอ้นี่มันเป็พวกปากว่ามือถึงจริง ๆ ฉลามวางมือลงลูบผมอันชื้นแฉะพร้อมกับโน้มใบหน้าหล่อๆ นั่นลงมาหอมแก้มนิ่มของฉันเบา ๆ ไปหนึ่งฟอด น่าเศร้าดีนะที่ต้องวิ่งตากฝนไปซื้อถุงยางให้คนที่ตัวเองชอบเพื่อให้เขาได้เอามันไปใช้กับคนอื่น แต่อย่างน้อยมันก็คุ้มค่ากับหนึ่งหอมที่ไม่รู้จะมีโอกาสได้มันอีกเมื่อไหร่
“เข้าห้องได้แล้วไป ส่วนของที่มึงซื้อมาให้กูจะใช้อย่างดีเลย^^”
ปัง! เออ เชื่อว่าคนอย่างมึงคงใช้ได้อย่างดีเหมือนที่พูด แต่มันจะดีกว่านี้ถ้ามึงเอามาใช้กับกูไอ้ฉลาม
หลังฉลามกลับเข้าห้องของมันไปสานต่อกิจกรรมบนเตียง ฉันเองก็กลับเข้าห้องของตัวเองบ้างสภาพเสื้อผ้าเปียกชุ่มจนน้ำหยดออกมาเป็ทาง ฉันจึงถอดมันแล้วพาดทิ้งไว้บนราวแขวนหน้าห้องก่อนจะลากร่างที่เหลือเพียงชุดชั้นในตัวจิ๋วไว้ปกปิดสัดส่วนวาบหวิวเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ สงสัยเป็เพราะตากฝนมา พอน้ำไหลลงมาโดนตัวถึงได้รู้สึกหนาวสั่นขึ้นมาซะอย่างนั้นแถมแผลที่เข่าก็แสบสะบัด ฉันกัดฟันสู้กับความเย็นะเืของน้ำที่ไหลออกมาจากฝักบัวไร้ซึ่งเครื่องทำน้ำอุ่นแล้วรีบชำระล้างร่างกายทุกซอกมุม
อาหารสำเร็จรูปถูกนำไปอุ่นพอให้ร้อนได้ที่ ก่อนที่ฉันจะจัดการยัดมันลงกระเพาะด้วยความหิวโหยใช้เวลาไม่นานก็หมดเกลี้ยง
พอหนังท้องตึงหนังตาก็เริ่มหย่อน ฉันจึงจัดสินใจเข้านอนทันที
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูที่อยู่ ๆ ก็ดังลั่นขึ้นมากลางดึกทำเอาฉันสะดุ้งตื่นขึ้นมาในความมืดแน่นอนว่าฉันไม่ได้รีบร้อนลุกจากเตียงแต่อย่างใด แต่กลับคว้านหาโทรศัพท์มือถือเป็สิ่งแรกเวลาที่แสดงอยู่บนหน้าจอมือถือในตอนนี้คือสี่ทุ้มยี่สิบสอง
เสียงเคาะประตูยังคงดังต่อเนื่องอย่างไม่นึกเกรงอกเกรงใจ
“อือ…” ฉันต้องใช้เวลาสักพักใหญ่เลยกว่าจะดันตัวเองให้ลุกขึ้นมาได้ความอ่อนเพลียและเหนื่อยล้ามันหนักหนาเสียจนไม่มีเรี่ยวแรง ส่วนศีรษะเองก็หนักอึ้งไปหมดเนื้อตัวร้อนวูบวาบแต่กลับรู้สึกหนาวจนสั่น ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าฉันกำลังมีไข้
กว่าฉันจะพาร่างอันอ่อนเพลียมาถึงประตูหน้าห้องได้นั้น กินเวลาไปมากพอสมควร
แก๊ก
“มึงมัวทำอะไรอยู่ถึงได้มาเปิดประตูให้กูช้าขนาดนี้วะ!”
เสียงทุ้มแสนคุ้นหูของฉลามแผดขึ้นทันทีเมื่อฉันแง้มเปิดประตู
“..มีไร”
“มีอะไร? ถามได้ว่ามีอะไร”
ตุบ! ถุงอะไรบางอย่างถูกร่างสูงโยนเข้ามาด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวมันกระแทกเข้าที่เข่าซ้ายของฉันอย่างจัง ก่อนจะตกลงกระแทกพื้นเกลื่อนกระจายาแที่พึ่งได้รับแรงกระแทกเจ็บแปล๊บขึ้นจนฉันต้องนิ่วหน้า
“มึงโง่จนไม่เข้าใจคำว่าไซส์ห้าสิบหกรึไงวะ แล้วกูกำชับไปตั้งกี่รอบว่าเอาของดูเล็กมึงซื้อเชี้ยอะไรมา แถมมีไซส์กูอยู่แค่กล่องเดียว เอากันสามทีก็หมดแล้ว!”
แม่ง นี่พวกมึงยังเอากันไม่เสร็จอีกเหรอวะเนี้ย
อยากจะด่า อยากจะตอบโต้ อยากจะต่อยสวนมันกลับไปสักทีอยู่เหมือนกัน แต่แรงจะพูดตอนนี้ฉันยังไม่มีเลย
“รีบลงไปซื้อมาให้กูใหม่ด้วย แล้วรอบนี้กูไม่ให้เงินมึงไปละนะ”
“…”
“มึงจะยืนเฉยทำไมเนี้ย รีบไปดิ พี่เขารอกูอยู่”
“ไอ้ผัก!”
ฉลามมันพูดอะไรของมัน ตอนนี้ในหูฉันมีแต่เสียงวิ้ง ๆ จนฟังไม่ถนัดเอาซะเลยรู้สึกเหนื่อยจนแทบจะยืนไม่ไหวอยู่แล้ว.. ฉันเอื้อมมือออกไปอย่างสะเปะสะปะหวังจะคว้าเอาอะไรสักอย่างใกล้ตัวได้ยึดจับเอาไว้อะไรก็ได้ก่อนที่ฉันจะล้มทั้งยืน
“มึงเล่นเหี้ยอะไรวะ กูไม่ตลกนะเว้ย!!”
ผลั่ก ร่างสูงใช้มือหนาผลักเข้าที่ไหล่ของฉันด้วยความหงุดหงิดแรงผลักที่ฉลามกระทำกับฉันไม่ได้รุนแรงอะไรมากมาย แต่เพราะร่างกายที่ไร้เรี่ยวแรงจนยืนต่อไม่ไหวจึงทำให้ฉันหงายหลังล้มตึงลงกระแทกพื้นกระเบื้อง
ตุบ!!! ตอนนั้นฉันไม่รู้สึกถึงความเ็ปอะไรเลย เพราะสติมันเลือนรางแทบจะไม่เหลืออยู่แล้ว
“มึงเป็ไรวะ ไอ้ผัก! ผัก!”
“เื….”