บทที่ 12: ความจริงสีเื
ผมดิ่งลึกอยู่ในความฝันอันมืดมนและบิดเบี้ยว ในความฝันนั้น ผมกำลังจมดิ่งลงสู่ทะเลเืสีแดงฉานอันกว้างขวาง ร่างกายเหนียวเหนอะไปด้วยน้ำสวาทและโลหะคาวสวาท รอบตัวมีเงาร่างของดารินและรดาที่กำลังหัวเราะและเอื้อมมือมาโอบรัดดึงรั้งผมให้จมลงไปลึกขึ้น และห่างออกไปไม่ไกล มีมือกระดูกขาวโพลนของเสี่ยวิชัยโผล่พ้นน้ำขึ้นมาไขว่คว้าลำคอของผมเพื่อสาปแช่งในความผิดบาปที่ผมก่อลงไปบนเตียงนอนของเขา
ความเ็ปแปลบแล่นริ้วสว่างวาบเข้าสู่สมองกระชากิญญาของผมกลับคืนมาสู่ความเป็จริง ผมค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาทีละน้อยท่ามกลางความมืดมิดและกลิ่นอับชื้นรุนแรงของโกดังร้าง มีเพียงแสงไฟสลัวจากสปอตไลท์ดวงหนึ่งส่องตรงมาที่ใบหน้าของผมจนตาพร่ามัว เสียงหยดน้ำฝนที่ตกลงกระทบหลังคาสังกะสีเก่าดังเป็จังหวะ และกลิ่นอายคาวปนสนิมเหล็กของโกดังริมแม่น้ำทำให้รู้สึกอึดอัดแน่นหน้าอก หัวสมองของผมหมุนคว้างไปหมด ปวดร้าวทรมานบริเวณท้ายทอยที่ถูกหวดอย่างรุนแรง
ผมพยายามขยับตัวแต่พบว่าสองมือและเท้าถูกเชือกป่านหนาหนักมัดตรึงไว้แ่ากับเก้าอี้ไม้ตัวใหญ่ในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอนไม่สามารถขยับเขยื้อนได้เลย ท้ายทอยยังมีเืไหลซึมเป็คราบแห้งเฉอะแฉะและหัวสมองปวดตุบ ๆ ปานจะะเิจากการถูกหวดด้วยแผ่นไม้หนาในตอนที่แอบซุ่มเดินสืบสวนอยู่ในโกดังร้างหมายเลขสี่
ขณะที่ทนายธนากำลังเดินวนเวียนและพ่นคำพูดเยาะเย้ยใส่ผม ผมแอบขยับมือขูดถูไถกับหัวตะปูแหลมคมด้านหลังเก้าอี้ไม้เพื่อหวังคลายเงื่อนเชือก เชือกคมกริบบาดลึกเข้าผิวเนื้อจนข้อมือถลอกแสบร้อน เืสดเหนียวข้นไหลซึมจากรอยแผลที่ถูกเชือกบาดเล็ดรอดชโลมฝ่ามือ แต่มันก็ยังไม่หลุดออก ยิ่งพยายามดิ้นรน เชือกป่านก็ยิ่งรัดสะโพกและข้อมือของผมจนเจ็บแปลบปานจะขาดใจ
ทนายธนาเดินมาหยุดตรงหน้าผม สายตาคมใต้กรอบแว่นสังเกตเห็นอาการขยับเขยื้อนหลังเก้าอี้ของผมทันที รอยยิ้มเยาะของเขากว้างขึ้น ก่อนจะสะบัดหลังมือหวดเข้าใบหน้าของผมอย่างรุนแรงไร้ความปรานีจนตัวผมเกือบหงายหลังล้มพับไปพร้อมเก้าอี้
*เพียะ!*
ใบหน้าของผมหันไปตามแรงกระแทก รสชาติคาวเค็มและกลิ่นโลหะของเืสด ๆ ไหลทะลักซึมออกมาตามมุมปาก ร่างกายที่ช้ำอยู่แล้วถูกซ้ำเติมจนหัวสมองพร่ามัวไปชั่วครู่ "อย่าพยายามดิ้นรนให้เปล่าประโยชน์เลยครับผู้กองนนท์ เชือกเส้นนั้นลูกน้องของฉันมัดมันด้วยรอยเงื่อนคู่สำหรับนักโทษขังเดี่ยว ไม่มีทางที่ตำรวจหนุ่มที่หมดสภาพอย่างคุณจะดึงมันหลุดออกมาได้หรอก ยอมจำนนต่อโชคชะตาเถอะครับ"
"คุณทำแบบนี้ทำไม... ทนายธนา? เสี่ยวิชัยไว้ใจคุณและจ้างคุณมาดูแลผลประโยชน์ครอบครัวนานหลายปีนะ..." ผมเค้นถามเสียงแหบพร่า พยายามประคองลมหายใจและสบตาเพื่อดึงเวลา หวังล่อซื้อข้อมูลคดีฆาตกรรมเพิ่มเติม
"ไว้ใจเหรอ? เ้าแก่นั่นเห็นฉันเป็แค่สุนัขรับใช้คอยวิ่งเอกสารคดีทุจริตที่สกปรกให้มัน แต่โยนเศษเงินค่าจ้างรายเดือนให้เพียงน้อยนิด ขณะที่ตัวมันเองเสวยสุขบนกองเงินกองทองนับพันล้าน! แถมยังได้ดาริน ผู้หญิงที่ฉันรักและอยากได้มาตลอดชีวิต... ฉันเหนื่อยที่จะเป็หมาเฝ้าทรัพย์แล้วผู้กองนนท์ ฉันควรจะได้สมบัติทั้งหมดนั้นมาเป็ของฉัน และในเมื่อดารินมันเล่นชู้กับครูสอนเทนนิสและคนอื่น ๆ ไปทั่ว ฉันก็ใช้โอกาสนั้นเข้าไปนอนกับเธอเพื่อให้เธอเชื่อฟังฉัน... แต่ตอนนี้พวกคุณสามคนดันเล่นเกมสวิงกิ้งกันจนประจักษ์แก่สายตาฉันผ่านกล้องรูเข็ม... ฉันเลยได้คลิปหลักฐานชั้นยอดที่จะบดขยี้พวกคุณทุกคนในคราวเดียว!" ทนายธนาะเิเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งลั่นโกดังร้างที่เปียกชื้น
เขาดึงบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ พ่นควันเทาอมขาวใส่ใบหน้าของผมอย่างจงใจ ความร้อนและควันบุหรี่ทำเอาผมต้องเบือนหน้าหนี "แผนการฆาตกรรมเสี่ยวิชัยน่ะ ฉันเป็คนคิดและวางแผนทั้งหมด ดารินโง่มากที่คิดว่าฉันทำเพื่อที่จะได้อยู่ร่วมกันกับเธอ... ฉันสลับเอาสารเคมีประเภทสารกระตุ้นหัวใจที่สั่งซื้อจากคลินิกเถื่อนมาให้ดารินผสมในยาบำรุงหัวใจของเสี่ยวิชัย ยาตัวนี้จะกระตุ้นให้หัวใจเต้นเร็วและทำงานหนักเกินพิกัดติดต่อกันสองสามวัน จนในที่สุดหัวใจก็ล้มเหลวเฉียบพลันโดยไร้สารเคมีตกค้างในกระแสเืหลังจากผู้เสียชีวิตหมดลมไปแล้วสิบสองชั่วโมง... หมอชันสูตรระดับล่างที่ฉันติดสินบนไว้ก็รายงานว่าเป็เพราะโรคหัวใจล้มเหลวตามวัยธรรมดาของคนแก่ไม่มีอะไรสลับซับซ้อนเลย"
"แต่เสี่ยวิชัยรู้เื่นี้ก่อนตาย และเขาแอบเปลี่ยนพินัยกรรมรวมถึงติดตั้งกล้องรูเข็มไว้" ผมเค้นถามเพื่อล่อซื้อข้อมูล
"ถูกต้อง! เ้าแก่เสี่ยวิชัยมันไม่ได้โง่ซะทีเดียว มันเริ่มระแวงและจับได้ว่าฉันนอกใจกับดาริน มันเตรียมแก้ไขพินัยกรรมมอบทรัพย์สินทั้งหมดให้รดาและดึงชื่อดารินออกจากกองมรดกเพื่อไม่ให้ดารินได้อะไรเลยรวมถึงล้างบางฉันออกจากบริษัทด้วย... แต่ทว่าในพินัยกรรมฉบับใหม่ยังไม่มีการลงลายมือชื่อพยานและยังไม่ได้ยื่นจดทะเบียนต่อศาล มันก็เลยกลายเป็เพียงกระดาษไร้ค่า และความลับทั้งหมดนั้นก็ไม่มีวันเปิดเผยเพราะฉันกุมสิทธิ์พินัยกรรมเดิมของครอบครัวไว้แต่เพียงผู้เดียว... และตอนนี้ในเมื่อผู้กองนนท์ผู้ซื่อสัตย์ดันก้าวเข้ามาร่วมรักสวิงกิ้งสามคนกับดารินและรดา... คลิปนั้นมันเป็หลักฐานแบล็คเมล์ระดับทองคำเลยล่ะ"
ทนายธนาสะยะยิ้มอำมหิต หยิบปืนพกขนาดเก้ามิลลิเมตรอาวุธประจำกายของผมขึ้นมาลูบไล้เบา ๆ ตรวจเช็คะุในรังเพลิงด้วยความคุ้นเคยก่อนจะเดินมาหยุดตรงหน้าผม จ่อปากกระบอกปืนเย็นะเืเข้าที่หน้าผากของผมโดยตรง ััเหล็กเย็นเฉียบกระทบผิวหน้าทำเอาหัวใจของผมเต้นระริกเกร็งตัวแน่นรอรับะุมรณะ
"ฉันจะจัดฉากให้เป็คดีฆ่าตัวตายของนายตำรวจสืบสวนหนุ่มที่แอบมีสัมพันธ์รักเชิงชู้สาวกับภรรยาและลูกสาวของเหยื่อคดีฆาตกรรมจนเกิดความเครียดและละอายใจใช้อาวุธปืนประจำตัวปลิดชีพตัวเอง... ฉันจะจัดคราบเขม่าปืนใส่หลังมือขวาของผู้กองจัดฉากให้แเีที่สุด... ส่วนดารินและรดา... ถ้าพวกมันไม่อยากให้คลิปสวิงกิ้งนี้เผยแพร่ไปทำลายเกียรติและชีวิต... พวกมันก็ต้องยอมเซ็นใบโอนมรดกและหุ้นทั้งหมดให้ฉันแต่โดยดี... ทุกอย่างเป็ของฉันแล้วผู้กองนนท์!"
ผมหลับตาเกร็งตัวแน่นเตรียมรับความตายที่กำลังจะเกิดขึ้น คราบะุปืนในรังเพลิงที่กำลังจะเจาะทะลุหน้าผากของผมทำให้ใจสั่นระทึกอย่างรุนแรง พยายามสวดอ้อนวอนชะตากรรมในนาทีสุดท้ายของชีวิต...
*ฉึก!*
*กรีดดดด!*
จู่ ๆ เสียงกรีดร้องปนสะใจของสตรีดังก้องสะท้อนลั่นโกดังร้างสลับกับเสียงกระซวกวัตถุมีคมเข้าเนื้ออย่างรุนแรงดังสนั่น ผมเบิกตาโพลงทันทีเพื่อจ้องมองภาพเหตุการณ์เบื้องหน้าด้วยความใสุดขีด
เงาร่างของรดาในชุดนักศึกษาที่สวมทับด้วยเสื้อกันฝนสีดำบางเฉียบโปร่งแสง พุ่งออกมาจากซอกเสาเหล็กปูนด้านหลังทนายธนาอย่างรวดเร็วปานิญญาปีศาจ เธอจับมีดทำครัวเล่มยาวคมกริบกระซวกปักเข้าที่กลางลำคอและซอกคอด้านหลังของทนายธนาอย่างสุดแรงเกิดจนมีดจมมิดด้ามมีด! เสียงกระดูกต้นคอลั่นดังแกรกเบา ๆ สลับเสียงกรีดร้องแสนเ็ป
เืสีแดงฉานพุ่งฉีดล้นทะลักออกจากปากแผลราวกับน้ำพุ สาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนใบหน้าสวยจิ้มลิ้มและเสื้อกันฝนพลาสติกสีดำของเด็กสาวจนชุ่มโชก หยาดเืคาวคุดสีอุ่นสาดปะทะเข้าเต็มแก้มและใบหน้าของผมจนตาพร่ามัว กลิ่นสนิมเหล็กคาวคลุ้งเหม็นคาวคละคลุ้งเต็มหน้าของผมในทันทีจนผมต้องสำลักคายออกมา
"อึ้ก... อะ... รดา..." ทนายธนาเค้นเสียงครางสั่นพร่าเบา ๆ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความใและปนความทรมานแสนสาหัส ปืนพกเก้ามิลลิเมตรหลุดมือร่วงลงบนพื้นปูนเสียงดังลั่น ร่างของทนายชั่วทรุดฮวบลงคุกเข่ากุมลำคอที่มีเืทะลักไหลโกรกชุ่มเสื้อสูทก่อนจะล้มคว่ำหน้าลงจมกองเืสีแดงฉานชักเกร็งชักกระตุกและแน่นิ่งไปต่อหน้าต่อตาผมในที่สุดสิ้นลมหายใจคุกเข่าตายอย่างน่าอนาถ
รดายืนตระหง่านอยู่เหนือร่างไร้ิญญาของทนายชั่ว สองมือของเธอเปรอะเปื้อนเืสีแดงฉาน ใบหน้าสวยหวานจิ้มลิ้มไร้เดียงสายังคงมีรอยยิ้มหวานระยับส่งมาให้ผมอย่างอบอุ่นราวกับเพิ่งทำเื่ธรรมดาไป ดั่งนางปีศาจที่กลับตัวตื่นจากนรกขยับเดินตรงมาหาผมเพื่อหวังแก้เชือกที่รัดตรึงบ่วงแห่งตัณหานี้ออกอย่างเชื่องช้าเนิบนาบ รอยยิ้มของเธอบอกใบ้ถึงความร้ายกาจที่รออยู่เื้ัความช่วยเหลือครั้งนี้
เธอหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กออกมาเช็ดหยาดเืที่เลอะใบหน้าของผมเบา ๆ อย่างรักใคร่ อุณหภูมิมือของเธอเย็นเฉียบปานน้ำแข็ง "หนูมาช่วยพี่นนท์แล้วนะคะ... ทนายโง่ ๆ นี่คิดว่าตัวเองกุมทุกอย่างไว้ในมือ แต่สุดท้ายมันก็แค่เบี้ยตัวหนึ่งที่หนูใช้เดินเกมเท่านั้นเองค่ะ" เธอหัวเราะเบา ๆ และก้มลงบิดตัวคลายปมเชือกป่านที่รัดข้อมือของผมช้า ๆ เชือกป่านหนาหลุดพ้นจากข้อมือและข้อเท้าของผมเป็อิสระ ผมเกร็งร่างพยายามทรงตัวลุกขึ้นยืนด้วยความอ่อนแรง ทว่าขาทั้งสองข้างกลับชาหนึบจนก้าวพลาดทรุดฮวบลงไปนอนคุกเข่าอยู่ข้าง ๆ ศพของทนายธนา รดารีบเข้ามาประคองพยุงร่างของผมไว้ ััอุ่นชื้นจากเนินอกอวบเต่งตึงของเธอเบียดชิดเข้ากับหัวไหล่และแผ่นอกแกร่งของผมอย่างแแ่ท่ามกลางแสงไฟสลัว เธอโน้มตัวลงมากระซิบประโยคสั่นระทึกข้างใบหูของผมด้วยน้ำเสียงที่หวานชื่นแต่แฝงไปด้วยความร้ายกาจอย่างที่สุด...!