เหล่าหวานใจ กับนายพูดไม่เก่ง

    บทที่ 45 ระเบิดลูกใหญ่ของนางพญา และการเผชิญหน้าของรุ่นใหญ่

            ณ วินาทีที่ลิฟต์กำลังดิ่งลงสู่ชั้นล่างสุด... หัวใจของศัตรูหัวใจอย่างกฤต ก็ได้ถูกระเบิดนิวเคลียร์ลูกใหญ่ที่นางพญาสาวเป็นคนทิ้งลงมา บดขยี้จนแหลกสลายไม่มีชิ้นดีไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว!

            ความเงียบสงัดภายในห้องโดยสารของลิฟต์วีไอพีกลายเป็นความอึดอัดที่หนักอึ้งจนแทบจะสูบเอาอากาศหายใจไปจนหมดสิ้น หลังจากที่ประโยคอันแสนจะล่อแหลมและชัดเจนจนเกินกว่าจะตีความเป็นเรื่องอื่นหลุดออกมาจากริมฝีปากอวบอิ่มของซีอีโอสาว

            ทว่า ทันทีที่พูดประโยคนั้นจบลง เพียงฟ้าก็แสร้งทำทียกมือขึ้นทาบกึ่งกลางริมฝีปาก เบิกตากลมโตขึ้นเล็กน้อยราวกับเพิ่งรู้ตัวว่าตนเองเผลอหลุดปากพูดอะไรที่ไม่สมควรออกไป หญิงสาวแกล้งทำเสียงอุทานเบาๆ ออกมาด้วยจริตของความเป็นผู้หญิงที่ดูแนบเนียนจนไร้ที่ติ

            "อุ๊ย... ตายจริง" เพียงฟ้าแสร้งทำหน้าตื่นตระหนก "เรื่องแบบนี้... ไม่ควรเอามาพูดในที่สาธารณะสินะคะ"

            หลังจากปล่อยระเบิดลูกโตและทำการแสดงฉากสั้นๆ จบลง นางพญาสาวก็รีบปรับเปลี่ยนสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉย ทอดสายตามองตรงไปยังบานประตูกระจกของลิฟต์ ทำทีเป็นยืนสงบนิ่งราวกับว่าเมื่อครู่นี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น และเธอไม่ได้พูดอะไรที่สะเทือนฟ้าสะเทือนดินออกไปเลยแม้แต่น้อย

            ทางด้านของ 'ธีร์' ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่ยืนอยู่เคียงข้างเธอ แม้ลึกๆ ในใจเขาจะรู้สึกประหลาดใจกับความใจกล้าหน้าด้านที่จู่ๆ ก็พุ่งปรี๊ดขึ้นมาของคู่หมั้นสาว แต่ด้วยสติที่มั่นคงและสมาธิที่แน่วแน่ ชายหนุ่มจึงสามารถควบคุมสีหน้าและแววตาของตนเองได้อย่างสมบูรณ์แบบ เขาไม่ได้แสดงอาการตกตะลึง หรือหลุดท่าทีลุกลี้ลุกลนใดๆ ออกมาให้เห็น ทำเพียงแค่มองตรงไปข้างหน้าด้วยใบหน้าที่เรียบสนิทราวกับผิวน้ำที่ไร้ระลอกคลื่น ปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินไปตามบทบาทที่เพียงฟ้าเป็นคนกำหนด

            แต่สำหรับ 'กฤต' แล้ว สถานการณ์ตรงหน้ามันต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง

            นักธุรกิจหนุ่มผู้เพียบพร้อมสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ พยายามอย่างยิ่งยวดที่จะควบคุมสติสัมปชัญญะที่กำลังแตกกระเจิงของตนเองให้กลับมาเป็นปกติ ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยมั่นใจบัดนี้ซีดเผือดไร้สีเลือด สันกรามหนาบดเข้าหากันแน่นจนนูนเป็นสัน เขากำมือที่ทิ้งไว้ข้างลำตัวแน่นจนเล็บแทบจะจิกทะลุฝ่ามือ

            "ฟ... ฟ้า..." กฤตเค้นเสียงที่สั่นพร่าและแหบแห้งออกมาจากลำคออย่างยากลำบาก เขาฝืนหันไปมองเสี้ยวหน้าของหญิงสาวที่ตนเองหลงรักมาตลอดชีวิต "เมื่อกี้... ที่ฟ้าพูด... หมายความว่ายังไงครับ?"

            เพียงฟ้าค่อยๆ หันหน้ากลับมาสบตากับกฤต หญิงสาวแสร้งทำเป็นหลบสายตา กัดริมฝีปากล่างเบาๆ พร้อมกับดึงเอาความทรงจำอันแสนจะเร่าร้อนและวาบหวามในค่ำคืนที่ผ่านมาขึ้นมาใช้เป็นตัวช่วย ซึ่งมันก็ทำให้พวงแก้มขาวเนียนของเธอซับสีเลือดฝาดและแดงระเรื่อขึ้นมาได้อย่างเป็นธรรมชาติจริงๆ

            "ก็..." เพียงฟ้าลากเสียงยาว ทำทีเป็นกระมิดกระเมี้ยนและขัดเขินอย่างหนัก "มันเป็นเรื่อง... ส่วนตัวระหว่างฟ้ากับคู่หมั้นน่ะค่ะ คุณกฤต"

            หญิงสาวช้อนตามองเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความกระดากอาย "ฟ้าเผลอพูดออกไปโดยไม่ทันระวัง มันไม่ควรจะเอามาพูดให้คนภายนอกฟังเลย... เอาเป็นว่า คุณกฤตก็ทำเป็นไม่แน่ใจ หรือลืมๆ มันไปซะนะคะ อย่าเก็บเอาไปใส่ใจเลยค่ะ"

            แม้ปากจะบอกให้ลืม แต่รอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากและพวงแก้มที่แดงระเรื่อของเธอนั้น กลับยิ่งตอกย้ำภาพจินตนาการในหัวของกฤตให้ชัดเจนและรุนแรงมากยิ่งขึ้น!

            กฤตยืนนิ่งงันราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน สมองของเขาขาวโพลนไปหมด เขาพยายามอย่างหนักที่จะไม่คิดลึกพยายามหาเหตุผลร้อยแปดมาหักล้าง แต่ด้วยบริบทของคำว่า 'หายเจ็บแล้ว' และ 'ทำแบบนั้นอีก' ประกอบกับท่าทีขัดเขินของเพียงฟ้า มันทำให้สมองของลูกผู้ชายอย่างเขา 'คิดดีไม่ได้เลย' แม้แต่นิดเดียว!

            ภาพจินตนาการอันโหดร้ายผุดขึ้นมาในหัวของเขาเป็นฉากๆ ภาพที่ผู้หญิงที่เขาสู้อุตส่าห์เฝ้าทะนุถนอมและตามจีบมาหลายปี กำลังทอดกายอยู่ใต้ร่างอันกำยำของผู้ชายหน้าตายคนนี้ ภาพที่เธอส่งเสียงครางและมอบความบริสุทธิ์ให้กับคนที่ไม่ได้มีอะไรคู่ควรกับเธอเลยสักนิด... ความคิดเหล่านั้นมันกัดกินก้อนเนื้อในอกซ้ายของเขาจนปวดหนึบแทบจะขาดใจ

            ติ๊ง...

            เสียงสัญญาณของลิฟต์ดังขึ้น คลี่คลายความอึดอัดที่เกือบจะถึงจุดวิกฤต บานประตูกระจกค่อยๆ เลื่อนเปิดออกเมื่อตัวลิฟต์เดินทางมาถึงชั้นล่างสุดของอาคารสำนักงานใหญ่สิรินทรา กรุ๊ป

            เพียงฟ้าปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นซีอีโอสาวมาดมั่นอีกครั้ง เธอไม่ได้ปรายตามองกฤตที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่อีกเลย หญิงสาวก้าวเท้าเดินนำออกจากลิฟต์ไปด้วยท่วงท่าที่สง่างามและเชิดหน้าขึ้นราวกับนางพญา ในขณะที่ธีร์ก็ก้าวเดินตามหลังเธอออกไปอย่างเงียบเชียบ ทิ้งให้กฤตยืนนิ่งค้างอยู่ในกรอบแคบๆ ของลิฟต์เพียงลำพัง

            เมื่อก้าวพ้นจากสายตาของผู้คนและเดินมาถึงลานจอดรถวีไอพี ทั้งคู่ก็มุ่งหน้าตรงไปยังรถซูเปอร์คาร์สปอร์ตสีดำด้านที่จอดรออยู่ ธีร์ทำหน้าที่ก้าวเข้าไปนั่งประจำตำแหน่งหลังพวงมาลัยฝั่งคนขับอย่างรู้หน้าที่ ในขณะที่เพียงฟ้าเปิดประตูและก้าวเข้าไปนั่งที่เบาะผู้โดยสารด้านข้าง

            ทันทีที่ประตูรถสปอร์ตถูกปิดลง เสียงความวุ่นวายจากภายนอกถูกตัดขาด เหลือเพียงความเงียบสงบภายในห้องโดยสาร...

            มาดของนางพญาสาวสุดเยือกเย็นที่เพิ่งจะแสดงออกไปเมื่อครู่ก็พลันพังทลายลงไม่เป็นท่า!

            "งื้อออออ!"

            เพียงฟ้าร้องครางออกมาเสียงหลง หญิงสาวยกฝ่ามือทั้งสองข้างขึ้นมาปิดบังใบหน้าของตนเอง ซุกซบใบหน้าที่ร้อนฉ่าลงกับฝ่ามือด้วยความอับอายขั้นสุด พวงแก้มและใบหูของเธอแดงก่ำราวกับลูกตำลึงสุก ร่างกายบิดเร่าเล็กน้อยด้วยความกระดากอายเมื่อนึกถึงประโยคบ้าบิ่นที่ตนเองเพิ่งจะหลุดปากพูดออกไปต่อหน้าผู้ชายถึงสองคน

            ธีร์ที่กำลังจะสตาร์ทเครื่องยนต์ ชะงักมือไปเล็กน้อย ชายหนุ่มหันมามองปฏิกิริยาของคู่หมั้นสาวที่กำลังซุกหน้าหนีความจริงอยู่ข้างๆ เขาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบหน้าตาย อันเป็นเอกลักษณ์ประจำตัว

            "ถ้าคุณฟ้าจะอายขนาดนี้..." ธีร์จ้องมองคนที่กำลังเอามือปิดหน้า "แล้วเมื่อกี้... คุณจะพูดเรื่องแบบนั้นออกไปทำไมล่ะครับ?"

            เพียงฟ้าที่ได้ยินคำถามแทงใจดำ ค่อยๆ แง้มฝ่ามือออกเพื่อมองค้อนเขา หญิงสาวลดมือลงมาวางไว้บนตัก ใบหน้าสวยหวานยังคงแดงระเรื่อ เธอตวัดสายตาขุ่นเคืองมองหน้าชายหนุ่ม ก่อนจะอธิบายเหตุผลด้วยความขัดใจ

            "ก็ถ้าฟ้าไม่ทำแบบนั้น..." เพียงฟ้าเถียงกลับเสียงอุบอิบ "ถ้าฟ้าไม่พูดออกไปตรงๆ... ว่าเราสองคน เอ่อ... ม... มีอะไรกันแล้ว คุณกฤตเขาก็ไม่มีทางยอมตัดใจจากฟ้าง่ายๆ น่ะสิคะ!"

            หญิงสาวถอนหายใจยาว "คุณกฤตเขาก็เป็นแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วค่ะ เขาเป็นคนดื้อรั้นและมั่นใจในตัวเองสูงมาก ถ้าฟ้าไม่ใช้ไม้ตาย ยอมพูดเรื่องน่าอายแบบนั้นออกไป เพื่อให้เขาเห็นว่าฟ้าเป็นของคุณอย่างสมบูรณ์แล้ว เขาก็คงจะตามตื๊อและคอยหาเรื่องมาวุ่นวายกับคุณไม่เลิกแน่ๆ"

            ธีร์รับฟังเหตุผลของเธออย่างสงบนิ่ง ชายหนุ่มพิจารณาคำพูดนั้นอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะมองลึกเข้าไปในดวงตาของเพียงฟ้า แล้วเอ่ยความจริงบางอย่างออกมาด้วยความซื่อตรง... ความจริงในมุมมองของผู้ชายด้วยกัน ที่ผู้หญิงอย่างเพียงฟ้าอาจจะไม่เคยเข้าใจ

            "ต่อให้เขารู้เรื่องนี้เข้าจริงๆ..." ธีร์พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "มันก็ใช่ว่า... เขาจะยอมตัดใจจากคุณไปง่ายๆ หรอกนะครับ"

            "ฮะ!?"

            เพียงฟ้าเบิกตากว้าง หลุดเสียงอุทานออกมาด้วยความตกใจและไม่เข้าใจ "ทำไมล่ะคะ? ในเมื่อเขาก็รู้แล้วว่าฟ้า... ตกเป็นของคุณแล้ว แล้วเขาจะยังมาทนตามตื๊อฟ้าอยู่อีกทำไมกัน? ผู้ชายที่เพียบพร้อมระดับเขา ไม่น่าจะยอมรับเรื่องแบบนี้ได้ไม่ใช่เหรอคะ?"

            ธีร์ไม่ได้อธิบายอะไรให้มากความ ชายหนุ่มเพียงแค่คลี่ยิ้มบางๆ ที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความเข้าใจในสัญชาตญาณความยึดติดของมนุษย์ เขาละสายตาจากเธอ หันกลับไปมองตรงไปข้างหน้า พร้อมกับสตาร์ทเครื่องยนต์ เสียงท่อไอเสียของรถสปอร์ตคำรามกระหึ่มขึ้นเบาๆ

            "แล้วนี่... คุณฟ้าจะไปทานอาหารเที่ยงที่ร้านไหนดีครับ?"

            ชายหนุ่มจงใจเปลี่ยนเรื่องสนทนาอย่างหน้าตาเฉย ตัดจบบทสนทนาที่แสนจะปวดหัวเอาไว้เพียงแค่นั้น ทิ้งให้เพียงฟ้าที่เพิ่งจะทุ่มทุนสร้างใช้ไม้ตายไปหมาดๆ ต้องนั่งขมวดคิ้ว นิ่งอึ้งอยู่บนเบาะรถอย่างใช้ความคิด เธอพยายามขบคิดถึงความหมายที่ซ่อนอยู่ในคำพูดของเขา แต่ก็ไม่สามารถหาคำตอบที่แน่ชัดได้

            ...

            ในขณะเดียวกัน ทางด้านของ 'กฤต' ที่ยังคงถูกทิ้งให้ยืนนิ่งค้างอยู่ภายในลิฟต์วีไอพี

            บานประตูกระจกของลิฟต์พยายามจะเลื่อนปิดลงโดยอัตโนมัติ แต่กฤตที่เพิ่งจะได้สติ รีบยื่นมือออกไปกั้นเอาไว้ เขาหอบหายใจหนักหน่วง นัยน์ตาที่เคยเต็มไปด้วยความมั่นใจบัดนี้สั่นระริกและเต็มไปด้วยความสับสน

            ไม่จริง... มันต้องไม่เป็นความจริงแน่ๆ!

            กฤตพร่ำบอกตัวเองซ้ำไปซ้ำมาในหัว ภาพใบหน้าขัดเขินของเพียงฟ้าเมื่อครู่ยังคงตามหลอกหลอน แต่สัญชาตญาณของการหลอกตัวเองก็ทำงานอย่างหนักหน่วงเพื่อปกป้องอีโก้และความบอบช้ำในใจ

            สองคนนั้น... เพิ่งจะเจอกัน เพิ่งจะรู้จักกันได้ไม่ถึงหนึ่งอาทิตย์ด้วยซ้ำ! กฤตหาเหตุผลมาโต้แย้งในใจ แล้วเพียงฟ้า... เธอไม่ใช่ผู้หญิงใจง่ายแบบนั้น! เธอคือผู้หญิงที่สมบูรณ์แบบ รักนวลสงวนตัว และโฟกัสแต่เรื่องงานมาตลอดชีวิต เธอไม่มีทางยอมทอดกายให้ผู้ชายแปลกหน้าที่เพิ่งเจอหน้ากันแค่ไม่กี่วันเด็ดขาด!

            เมื่อความจริงมันยอมรับได้ยากเกินไป กฤตจึงสร้างสมมติฐานใหม่ขึ้นมาในหัว เป็นสมมติฐานที่ทำให้เขารู้สึกว่าตนเองเป็นฝ่ายได้เปรียบและเป็นคนดี

            ใช่แล้ว... มันต้องเป็นฝีมือของไอ้สวะนั่น! กฤตขบกรามแน่น ความโกรธแค้นเปลี่ยนเป้าหมายไปที่ธีร์อย่างเต็มรูปแบบ มันต้องเป็นคนบังคับขืนใจเพียงฟ้าแน่ๆ! มันคงใช้อำนาจบาตรใหญ่... ใช้อำนาจของการเป็นหลานชายสายเลือดแท้ๆ ของเจ้าสัวสิรินทร์ มากดดันและบีบบังคับให้เพียงฟ้าต้องยอมจำนน!

            ในมุมมองของกฤต เพียงฟ้าที่น่าสงสารคงถูกผูกมัดด้วยคำสัญญาและบุญคุณของคุณปู่ เธอคงไม่มีทางเลือก จึงต้องยอมตกเป็นเบี้ยล่างให้ไอ้ผู้ชายป่าเถื่อนคนนั้นย่ำยี และที่เธอจงใจพูดเรื่องหน้าไม่อายแบบนั้นออกมาต่อหน้าเขา มันก็ไม่ใช่เพราะเธอเป็นของมันด้วยความเต็มใจ... แต่เธออาจจะแค่พยายามใช้เรื่องนี้ เพื่อผลักไสและบีบให้เขา 'ตัดใจ' ถอยห่างออกไปเพื่อไม่ให้เขาต้องมาเดือดร้อนไปด้วยต่างหาก!

            เมื่อปะติดปะต่อเรื่องราว(ที่มโนขึ้นเอง)จนเสร็จสรรพ กฤตก็กำหมัดที่สั่นเทาของตนเองแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ชายหนุ่มกดปุ่มลิฟต์ให้บานประตูเปิดออกกว้างอีกครั้ง ก่อนจะก้าวเดินออกมาจากโถงลิฟต์ด้วยแววตาที่เปลี่ยนจากความสับสน กลายเป็นความมุ่งมั่นและดุดันมากยิ่งขึ้น

            ไม่มีทาง... ฉันจะไม่มีวันถอดใจเด็ดขาด!

            กฤตปฏิญาณกับตัวเองอย่างหนักแน่น เขารู้จักเพียงฟ้ามาตั้งแต่เด็ก เขามั่นใจว่าเขารู้จักตัวตนและจิตใจของเธอดีกว่าใครๆ สนิทสนมและผูกพันกับเธอมานานกว่าไอ้ผู้ชายหน้าตายคนนั้นหลายร้อยเท่า

            ดังนั้น เขาจะไม่ยอมแพ้! เขาจะไม่ยอมปล่อยให้ผู้หญิงที่เขารัก ต้องตกนรกทั้งเป็นอยู่กับผู้ชายที่ไม่ได้มีความเหมาะสมหรือคู่ควรกับเธอเลยแม้แต่นิดเดียว! และเขายังคงเชื่อมั่นอย่างหมดหัวใจว่า บนโลกใบนี้... มีเพียงแค่ 'ตัวเขา' เท่านั้น ที่คู่ควรและเหมาะสมที่จะยืนเคียงข้างนางพญาอย่างเพียงฟ้ามากที่สุด!

            ภายในพื้นที่รับรองแขกของคฤหาสน์สิรินทรา บรรยากาศในยามสายของวันนี้เต็มไปด้วยความตึงเครียดที่แผ่ซ่านออกมาจากแขกผู้มาเยือน ทว่าความกดดันเหล่านั้นกลับไม่อาจระคายเคืองผู้เป็นเจ้าของสถานที่ได้เลยแม้แต่น้อย

            DOCX

            เจ้าสัวสิรินทร์ ประมุขใหญ่ผู้ก่อตั้งอาณาจักรสิรินทรา กรุ๊ป กำลังเอนกายจิบชาอุ่นๆ ด้วยท่วงท่าที่ผ่อนคลายและสบายอารมณ์ ใบหน้าเหี่ยวย่นตามวัยทว่าเปี่ยมไปด้วยอำนาจบารมีนั้นเรียบเฉย ไร้ซึ่งความวิตกกังวลใดๆ

            DOCX

            ในทางตรงกันข้าม ชายวัยกลางคนที่สวมชุดสูทสากลแต่งกายภูมิฐาน ซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม กลับมีสีหน้าดำคร่ำเครียด คิ้วขมวดเข้าหากันจนเป็นปม แววตาของเขาเต็มไปด้วยความขุ่นมัวและร้อนรน ชายคนนี้คือบิดาบังเกิดเกล้าของ 'วศิน' นักธุรกิจหนุ่มที่เพิ่งจะถูกหมาป่าเดนตายอัดจนต้องเข้าไปนอนหยอดน้ำข้าวต้มอยู่ในห้องไอซียูเมื่อคืนที่ผ่านมา

            DOCX

            หลังจากปล่อยให้ความเงียบโรยตัวเพื่อกดดันแขกอยู่พักใหญ่ เจ้าสัวสิรินทร์ก็ค่อยๆ วางถ้วยชาเซรามิกในมือลง ก่อนจะปรายตามองอีกฝ่ายแล้วเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

            "สรุปคือ... จะเอายังไง?"

            คำถามสั้นๆ ที่ไร้ซึ่งความเกรงใจนั้น ทำเอาบิดาของวศินถึงกับเลือดขึ้นหน้า เขากัดฟันแน่นก่อนจะโวยวายออกมาด้วยความไม่พอใจ

            "เจ้าสัวถามว่าจะเอายังไงนี่คือยังไงครับ!? คนที่เป็นฝ่ายทำร้ายลูกชายของผมปางตาย คือหลานชายแท้ๆ ของเจ้าสัวนะครับ! เจ้าสัวยังจะมาถามผมอีกเหรอว่าจะเอายังไง!"

            เจ้าสัวสิรินทร์ยังคงใจเย็น ชายชราประสานมือไว้บนตัก ทอดสายตามองอีกฝ่ายด้วยแววตาของผู้ที่ผ่านโลกมามากกว่า "แล้วแก... ได้ถามถึง 'สาเหตุ' จากลูกชายของแกหรือยังล่ะ ว่าทำไมมันถึงโดนหลานฉันเล่นงานเอาแบบนั้น?"

            "จะให้ผมไปถามได้ยังไงล่ะครับ!" อีกฝ่ายกระแทกเสียงตอบอย่างเหลืออด "ในเมื่อตอนนี้ตาศิน ลูกชายของผมยังนอนหลับไม่ได้สติ อาการร่อแร่อยู่ในห้องไอซียูเลยด้วยซ้ำ! หมอบอกว่าบอบช้ำไปทั้งตัว กระดูกหักไปตั้งกี่ท่อน แถมยังเสียเลือดมากอีก!"

            "อ้อ... งั้นรึ" เจ้าสัวรับคำสั้นๆ น้ำเสียงไม่ได้แสดงความเห็นอกเห็นใจเลยแม้แต่น้อย ราวกับกำลังฟังเรื่องดินฟ้าอากาศทั่วไป "ถ้าอย่างนั้น... แล้วสรุปว่าแกจะเอายังไง?"

            บิดาของวศินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามดึงความได้เปรียบกลับมาเป็นของตนเอง "ผม... ต้องการให้เจ้าสัวชดใช้และแสดงความรับผิดชอบกับเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด!"

            "ชดใช้?" เจ้าสัวสิรินทร์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ริมฝีปากเหี่ยวย่นกระตุกยิ้มบางๆ ที่อ่านไม่ออก "อยากได้ค่าชดใช้แบบไหนล่ะ? เรียกร้องมาสิ... จะเอากี่ล้านดี?"

            "นี่เจ้าสัวคิดว่าผมเห็นแก่เงินงั้นเหรอครับ!" อีกฝ่ายแสร้งทำเป็นโกรธเคืองที่ถูกดูถูกด้วยเงินตรา "มันไม่ใช่แค่เรื่องเงินหรอกนะครับ! หลานชายของเจ้าสัวมาเล่นงานลูกชายผมจนปางตายแบบนั้น เจ้าสัวคิดว่าผมต้องการแค่เศษเงินงั้นเหรอ? สิ่งที่ผมต้องการ... คือ 'ความรับผิดชอบ' ที่สมน้ำสมเนื้อต่างหาก!"

            เจ้าสัวสิรินทร์จ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่แฝงไปด้วยความโลภของอีกฝ่าย ชายชราผู้กร้านโลกอ่านหมากกระดานนี้ออกทะลุปรุโปร่งมาตั้งแต่ต้นแล้ว "แล้ว... จะให้รับผิดชอบแบบไหนล่ะ ที่แกเรียกว่าสมน้ำสมเนื้อน่ะ?"

            เมื่อเห็นว่าปลาเริ่มกินเบ็ด บิดาของวศินก็ยิ้มกริ่มออกมาทันที แววตาของเขาฉายความเจ้าเล่ห์และทะเยอทะยานออกมาอย่างไม่ปิดบัง "ผม... ต้องการให้มีการหมั้นหมายและแต่งงานกัน ระหว่างหนูเพียงฟ้า... กับตาศินลูกชายของผมครับ!"

            สิ้นคำประกาศกร้าวถึงข้อเรียกร้องสุดโต่งนั้น...

            "ฮ่าๆๆๆๆ!"

            เสียงหัวเราะทุ้มต่ำก็ระเบิดออกมาจากลำคอของเจ้าสัวสิรินทร์ ชายชราหัวเราะร่วนอย่างขบขันราวกับเพิ่งได้ฟังเรื่องตลกที่ยอดเยี่ยมที่สุดในรอบปี แววตาที่เคยมองอย่างเรียบเฉยบัดนี้เต็มไปด้วยความสมเพชและเวทนา

            "แกนี่มัน... ร้ายนักนะ" เจ้าสัวเอ่ยกลั้วเสียงหัวเราะ "พ่อนิสัยยังไง... ลูกมันก็เลยได้เชื้อความมักมากและความทะเยอทะยานไปเต็มๆ สินะ"

            รอยยิ้มบนใบหน้าของบิดาวศินหุบลงทันทีที่โดนด่ากระทบชิ่ง เขากัดฟันตอบโต้ด้วยน้ำเสียงข่มขู่ "ผมไม่ได้พูดเล่นนะครับเจ้าสัว! และผมก็กำลังพูดจริงจัง! งานนี้มันไม่ใช่แค่การวิวาทชกต่อยธรรมดานะครับ แต่มันมี 'อาวุธปืน' เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย!"

            เขาพยายามงัดเอาไพ่ตายขึ้นมาข่มขวัญ "มันไม่ใช่แค่ลูกชายผมที่ต้องไปนอนอยู่ไอซียู แต่คนติดตามของเขา... บอดี้การ์ดที่อยู่ในรถ ก็ถูกหลานชายของคุณยิงจนบาดเจ็บสาหัสด้วย! ทั้งข้อหาทำร้ายร่างกาย พยายามฆ่า และพกพาอาวุธปืน... ถ้าผมไม่ยอมปล่อยผ่านและเอาเรื่องนี้ให้ถึงที่สุดล่ะก็ หลานชายของคุณได้เข้าไปนอนในคุกแน่!"

            เจ้าสัวสิรินทร์ที่ได้ฟังคำขู่นั้น รอยยิ้มบนใบหน้าก็ค่อยๆ จางหายไป ทว่าแววตาของชายชรากลับไม่ได้มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย มันกลับกลายเป็นแววตาของ 'ราชสีห์' ที่กำลังมองดูสุนัขจิ้งจอกที่ริอ่านมาเห่าหอนหน้าถ้ำ

            "อืม... แล้วยังไงล่ะ?" เจ้าสัวเอ่ยถามเสียงเย็น

            บิดาวศินขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจกับท่าทีไม่สะทกสะท้านนั้น "นี่คุณไม่เข้าใจเหรอครับเจ้าสัว!? ถ้าผมเอาเรื่องนี้ขึ้นศาลจริงๆ หลานชายแท้ๆ ของคุณต้องติดคุก! แล้วสิรินทรา กรุ๊ปของคุณ ก็จะต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง หุ้นตก และพังพินาศเพราะข่าวฉาวนี้!"

            "แล้วถ้าแก... เอาหลานชายของฉันเข้าคุก..." น้ำเสียงของเจ้าสัวสิรินทร์กดต่ำลงจนน่าขนลุก รังสีอำมหิตของผู้ที่เคยก่อร่างสร้างอาณาจักรด้วยความเด็ดขาดแผ่ซ่านออกมากดทับจนคนฟังแทบหายใจไม่ออก "แกคิดว่า... ฉันจะทำอะไรกับบริษัทของแกล่ะ?"

            บรรยากาศภายในห้องเย็นยะเยือกขึ้นมาในฉับพลัน บิดาของวศินยืนนิ่งงันราวกับถูกแช่แข็ง ร่างกายของเขาชาวาบเมื่อตระหนักได้ถึงความหมายแฝงที่ซ่อนอยู่ในประโยคนั้น

            เจ้าสัวสิรินทร์แสยะยิ้มเย็นชา ชายชราเอนหลังพิงพนัก เลิกคิ้วมองอีกฝ่ายด้วยสายตาที่เหนือกว่าในทุกมิติ

            "แกคิดจริงๆ เหรอ... ว่าแกจะมีปัญญามาเป็นศัตรูกับฉันได้น่ะ?" เจ้าสัวเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน "ด้วยอำนาจ กำลังทรัพย์ และศักยภาพที่บริษัทระดับแกมี... แกคิดจริงๆ เหรอ ว่าถ้าฉันเอาจริงขึ้นมา บริษัทของแกจะอยู่รอดบนแผ่นดินนี้ได้เกินสามวัน?"

            "ต... แต่..." บิดาของวศินเสียงสั่น เขาพยายามกู้หน้าและทวงถามความเป็นธรรมเฮือกสุดท้าย "แต่หลานชายของเจ้าสัว... เป็นคนบุกเข้าไปทำร้ายลูกชายผมก่อนนะครับ! ลูกชายผมเป็นเหยื่อ!"

            "เหยื่อ... งั้นรึ?"

            เจ้าสัวสิรินทร์แค่นเสียงขึ้นจมูก ชายชราตอกกลับด้วยความจริงที่ทำเอาอีกฝ่ายแทบหงายหลัง

            "ก็เพราะฉันรู้ดีไงล่ะ ว่าความจริงมันเป็นยังไง! หลานชายของฉัน... เจ้าธีร์ มันเป็นคนมาเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฉันฟังด้วยตัวเองตั้งแต่เมื่อวานตอนเย็นแล้ว!"

            เจ้าสัวจ้องหน้าบิดาวศินด้วยแววตาดุดัน "และมันก็บอก 'สาเหตุ' ให้ฉันฟังอย่างละเอียดด้วย... ว่าเป็น 'วศิน ลูกชายของแก' ต่างหาก! ที่เป็นคนสั่งให้ส่งพวกอันธพาลไปดักรุมกระทืบหลานชายของฉันก่อน! ถ้าหลานฉันมันไม่มีฝีมือป้องกันตัว ป่านนี้คนที่ต้องไปนอนอยู่ในห้องไอซียู หรืออาจจะกลายเป็นศพ... ก็คงจะเป็นหลานชายสายเลือดแท้ๆ ของฉันไปแล้ว!"

            สิ้นคำตอกย้ำที่เผยให้เห็นว่าเจ้าสัวสิรินทร์ล่วงรู้ความจริงและเบื้องหลังอันสกปรกทั้งหมด บิดาของวศินก็ถึงกับอ้าปากค้าง ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด และไม่อาจสรรหาคำพูดใดมาโต้แย้งได้อีกต่อไป ความหวังที่จะใช้เรื่องนี้แบล็กเมล์เพื่อฮุบสิรินทรา กรุ๊ป พังทลายลงไปต่อหน้าต่อตา เหลือเพียงความหวาดกลัวต่อพายุโทสะของราชสีห์เฒ่าที่ตนเองดันเผลอไปกระตุกหนวดเข้าอย่างจัง!


    คล้ายกับเรื่องเหล่าหวานใจ กับนายพูดไม่เก่ง ที่คุณอ่าน

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828