“นายจำได้ไหมว่าวันนั้นฉันใส่ชุดอะไร?”
เสียงเธอลอยมาเบา ๆในห้องทำงานส่วนตัวของเราสองคน ที่ตอนนี้เงียบงันราวกับมีกำแพงกระจกใสกั้นอยู่ตรงกลาง
ฉันเงยหน้าจากรายงานการเงินแล้วยิ้มบาง ๆ
“ชุดเดรสลินินสีขาวแขนยาวลายดอกเล็ก ๆ ที่เธอบอกว่าซื้อมาเพราะมันเหมือนในละครญี่ปุ่นที่เธอชอบ”ฉันตอบ
เธอหัวเราะเบา ๆ เหมือนจะประหลาดใจ“อื้ม… ใช่ด้วยแฮะ”
เธอไม่รู้หรอกว่าฉันจำได้ทุกอย่าง แม้แต่ยี่ห้อน้ำหอมที่เธอเปลี่ยนไปใช้่หน้าหนาวหรือเพลงที่เธอเคยฮัมในวันที่เราเริ่มออกแบบแผงโซลาร์เซลล์รุ่นแรกด้วยกัน
ฉันจดจำมันได้ทั้งหมด เพราะทุกวินาทีที่ได้อยู่กับเธอมันคือความหมายของคำว่า "บ้าน" สำหรับฉัน แต่ตอนนี้ บ้านหลังนั้นเหมือนมีใครอีกคนเข้ามาใช้ชีวิตด้วยแล้ว
...
เว่ยเฉินกลับมา
จากคำแนะนำเฉียบแหลมเื่การวางแผนกลยุทธ์ทางธุรกิจสู่การขอเข้าร่วมเป็ "ที่ปรึกษาพิเศษ" ของบริษัท
ลี่ฮวาไม่ได้ปฏิเสธ — ตรงกันข้ามเธอกลับเห็นว่ามันเป็โอกาสสำคัญ
“เว่ยเฉินมีประสบการณ์ในสายงานนี้เขาจะช่วยขยายเครือข่ายเราได้เยอะนะ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น
ฉันพยักหน้าแม้หัวใจจะเต้นช้าลงทุกคำที่เธอพูดถึงเขา
...
เขาพยายามอย่างหนักเพื่อแสดงว่า"ยังรู้จักเธอดี"
เขาซื้อกาแฟสูตรที่เธอเคยโปรดแต่เธอเลิกดื่มมันเพราะกรดในกระเพาะ เขาชวนเธอไปทานอาหารร้านเดิมที่เคยไปเมื่อสิบปีก่อนแต่เธอแพ้อาหารทะเลแล้วหลังจากนั้น เขาเปิดเพลงเก่าในรถตอนพาเธอไปงานสัมมนาแต่เธอกลับนั่งเงียบและกดโทรศัพท์
เธอไม่ได้ว่าอะไร ไม่เคยบอกว่าไม่ชอบ กลับกัน…เธอยิ้มให้เขา ยอมให้เขาดูแล ใส่ใจ แม้จะไม่จำเป็
และนั่นต่างจากฉัน...
ฉันจำได้หมดว่าเธอแพ้อะไรดื่มอะไรเวลาเครียด ชอบนั่งมุมไหนของห้องเวลาอ่านหนังสือ
ฉันไม่เคยต้อง "พยายาม" เพราะสิ่งเ่าั้คือความจริงที่ฉันไม่เคยลืมแต่ตอนนี้มันกลับไม่มีค่าอะไรเลย
...
วันนั้น ในที่ประชุมบอร์ด
ฉันเสนอแนวทางควบคุมต้นทุนระยะยาวของโครงการใหม่ซึ่งเคยเป็สิ่งที่เธอสนับสนุนมาตลอด แต่เธอกลับมองฉันอย่างเ็า
“ตอนนี้เรา้าเติบโตไม่ใช่ประหยัด” เธอกล่าว “การคิดแบบนี้อาจทำให้เราพลาดโอกาส”
เว่ยเฉินหันมาพยักหน้าให้เธออย่างเห็นด้วย
ฉันไม่ตอบโต้อะไร นั่งเงียบพลิกหน้ากระดาษช้า ๆ เหมือนคนไร้ตัวตน
...
ในคืนวันศุกร์นั้น เธอกลับมาช้า
ฉันยังคงนั่งรอในครัวไฟดวงเล็กเหนือโต๊ะกินข้าวส่องลงบนถ้วยซุปมิโสะที่เริ่มเย็นชืด
“กลับมาแล้วเหรอ”ฉันพูดเบา ๆ ขณะที่เธอวางกระเป๋า
“อืม…วันนี้คุยงานกับเว่ยเฉินเพลินไปหน่อย เขาแวะเอาเอกสารมาส่ง แล้วก็เลยไปกินข้าวกัน”
“อร่อยมั้ย”ฉันยังคงยิ้ม
เธอพยักหน้า ไม่แม้แต่จะมองฉันตรง ๆ
...
ฉันไม่เคยขัดใจเธอไม่เคยบังคับให้เธอต้องเลือก เพราะฉันรู้...
หากความรักต้องใช้แรงรั้งไว้ มันก็อาจไม่ใช่ความรักอีกต่อไปแล้ว
แต่ทุกคืนที่เธอกลับมา ฉันก็ยังคงเปิดไฟในครัวไว้เหมือนเดิม
เพราะบางส่วนในใจของฉัน...ยังไม่อยากยอมรับว่าแสงสว่างในดวงตาเธอ ไม่ได้สะท้อนภาพของฉันอีกแล้ว