บทที่ ๒๐ : ความเจริญ
เช้าวันรุ่งขึ้น...
เฟยหลงพร้อมทั้งองครักษ์แห่งดวงดาวทั้งสี่น้อมส่งจักรพรรดิจากต่างแดนทั้งหกให้เดินทางกลับอาณาจักรของตนเองโดยสวัสดิภาพ สองมือเรียวเล็กโบกมือลา ขณะที่คณะเดินทางจากต่างแดนออกเคลื่อนตัว
“แล้วจะมาเยือนใหม่นะฮองเฮาของข้า! อย่าลืมเื่ผลผลิตทางการเกษตรเสียล่ะ”หลี่เหวิ่นเทียนเอามือป้องปากะโบอก ขณะที่จักรพรรดิคนอื่นต่างโบกมือลาฟางเซียนด้วยสีหน้าเป็มิตร“หากมีการปรากฏตัวของปีศาจ ให้ส่งสารเร็วผ่านนกพิราบพวกเราที่อยู่ใกล้ที่สุดจะรุดมาช่วยทันที” จักรพรรดิเว่ยไป๋เอ่ยสำทับก่อนโดยสารราชรถวิเศษกลับอาณาจักรของตนเอง
เมื่อขบวนผู้มาเยือนจากอาณาจักรทั้งหกกลับไปหมดแล้วเฟยหลงก็ลงมือจัดแจงปรับปรุงระบบบริหารบ้านเมืองเสียใหม่
“ลั่วลั่วถิงถิง สั่งคนไปทำถนนที่ดีที่สุด เพื่อเชื่อมมณฑลหนานซาให้เข้ากับเมืองหลวงเอาเป็ถนนสิบหกเลนไปเลยนะ อ้อ! พวกเ้าใช้เงินในท้องพระคลังได้ตามใจชอบได้เลยส่วนเยี่ยนเอ๋อที่ท่าทางมีมันสมองที่สุดในกลุ่ม ข้าจะให้เ้าคัดเลือกขุนนางจากชาวบ้านเพื่อมาดำรงตำแหน่งในวังหลวงที่ขาดหาย” เฟยหลงสาธยายต่อหน้าเด็กสาวทั้งสี่ใบหน้าขึงขังจริงจังเป็ที่สุด
“ไฮ!แล้วหม่อมฉันล่ะเพคะ...ว๊อทส์ ดู ยู นีท” หรงเอ๋อทำหน้าทำตาเหมือนแมวขี้อ้อนเด็กสาวประจบประแจงอยากทำงานให้แก่เ้านายจนตัวสั่น หากแต่ว่า... “ส่วนเ้า อยู่เฉยๆ ก็พอ งานใช้สมองคงไม่เหมาะกับเ้าเสียเท่าไหร่”
ผ่านไปสามเดือน...
ระบบแบบแผนที่เฟยหลงวางไว้ก็เริ่มเป็รูปเป็ร่างถนนหนทางดีเยี่ยม การขนส่งรวดเร็วทันใจ และเขายังได้ให้โจว ซิงจี่แห่งหนานซามาดูแลการเกษตรภายในอาณาจักรทั้งหมดอีกด้วย
“ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะองค์จักรพรรดิดินี” ซิงจี่จากชาวบ้านธรรมดาสู่ขุนนางแห่งวังหลวงกำลังก้มหมอบกราบร่างระหงด้วยความซาบซึ้ง เขานำปุ๋ยจากมิติของเฟยหลงเข้าแจกจ่ายเกษตรกรทั่วราชอาณาจักรการเพาะปลูกผลผลิตทั้งหมดจึงง่ายดายราวกับปลอกกล้วย
“ก็เป็ดังคำที่ข้าเคยกล่าวไว้ั้แ่บัดนี้เป็ต้นไป ส่วยทางการเกษตรจะถูกยกเลิก ใครอยากเอาผลผลิตไปแลกสินค้าประเภทอื่นแบบไหนอย่างไร ทำได้ตามใจชอบ แล้ว... การเลี้ยงสัตว์จำพวกหมูหมากาไก่ไว้กินให้เ้าอ่านตำราเล่มนี้และนำไปใช้ในการบริหาร เราจะเรียกมันว่า กรมปศุสัตว์และฟาร์ม”เฟยหลงยื่นหนังสือการ์ตูน ‘ย้อนเวลากลับไปเป็เกษตรกรสาวหลงยุค’ ให้แก่โจว ซิงจี่ พร้อมยกเครื่องดื่มชูกำลังให้กับชายหนุ่มหน้าแก่อีกหนึ่งขวด
และดูเหมือนว่าทุกอย่างจะเป็ไปตามแผนของชายหนุ่มในร่างหญิงสาวเนื้อหมู เนื้อวัวและไก่ในราชอาณาจักรอี้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนคนในราชอาณาจักรทั้งหมดแทบจะกินทิ้งกินขว้าง! เพราะข้าวปลาอาหารช่างหาง่ายเสียเหลือเกิน
หนึ่งปีต่อมา...
“ในเมื่อผลผลิตมันมากเกินพอก็เอาผลผลิตของเราส่งออกไปต่างอาณาจักรเสีย... เอาไปแลกกับสิ่งของที่อาณาจักรเรา้าและผลิตเองไม่ได้...เช่นถ้วยโถจานชาม เครื่องประดับ หรือสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ” เฟยหลงกางแผ่นหนังสัตว์วางระบบบริหารในห้องประชุมท้องพระโรงแบบต่อเนื่องขุนนางชุดใหม่ที่ได้รับคัดเลือกมาจากชาวบ้านกำลังตั้งใจศึกษาและปฏิบัติตาม
“แต่การขนส่งใน่นี้ก็ยังเป็ไปด้วยยากอยู่ดีแม้พวกเราจะผลิตสิ่งของทางการเกษตรได้เยอะมีถนนหนทางให้สัตว์เทียมเกวียนลากจูงได้สะดวกก็ไม่สามารถขนสินค้าจำนวนมากตามใจที่เรา้าได้ ขอพระองค์ทรงโปรดพิจารณาด้วยพ่ะย่ะค่ะ”อำมาตย์ผังจากที่เคยเป็ชาวบ้านจนๆ เร่ขายผักตามถนนหนทาง กลับไต่เต้าขึ้นมารับใช้เฟยหลงด้วยความสามารถล้วนๆเขากราบทูลจักรพรรดินีผู้สูงศักดิ์ เพื่อให้พระนางได้ทราบถึงปัญหา
“แน่นอนว่าอาณาจักรเรามีแต่ผู้จุดตันเถียนต่ำต้อยการจะมีราชรถลากจูงด้วยสัตว์วิเศษเพื่อการขนส่ง จำเป็ต้องมีบุคคลที่บรรลุระดับสรรพยุทธขึ้นไปเข้าใช้งานแต่ถึงคนเ่าั้จะบ่มเพาะจุดตันเถียนก้าวข้ามได้ ก็หาได้มีสัตว์วิเศษให้พวกเราจับแต่อย่างใดเพราะพวกมันล้วนแต่เป็สัตว์หายากกันทั้งสิ้น” เสนาบดีฝ่ายขวาเหมาอู่ถวายรายงานเสริมทำให้เฟยหลงลูบคางครุ่นคิดหนัก
“ตอนนี้ประชาชนของเราก็อยู่ดีกินดีเศรษฐกิจเจริญเติบโต บ้านเมืองขยายใหญ่โตออกไปจากเดิมหลายร้อยเท่า หม่อมฉันคิดว่า...เื่การขนส่งอันจำกัด ยังมิใช่ปัญหาที่ควรแก้ไขในตอนนี้” มหาอุปราชโจวซิงจี่ทำไม้ทำมือคาราวะแสดงความคิดเห็น “แต่ถ้าพวกเราแก้ไขได้ล่ะก็อาณาจักรของเราจะใหญ่โตกลายเป็อันดับหนึ่งของทวีปเฟิงหยูพ่ะย่ะค่ะ”
เฟยหลงหรี่ตาลงเมื่อได้ยินริมฝีปากสีแดงเอื้อนเอ่ยตอบกลับ “ไม่มีอะไรที่ข้าทำไม่ได้”
หนึ่งเดือนผ่านไป...
เมืองหลวงราชอาณาจักรอี้ก็เริ่มหล่อเหล็กมาเรียงต่อกันเป็ทางยาวเหล่าผู้คนในราชอาณาจักรเริ่มสงสัย ว่าประมุขแห่งแคว้นอี้กำลังจะทำสิ่งใดขึ้นอีก
“เ้าสิ่งนี้เรียกว่า‘รถไฟ’ มันทำงานด้วยระบบไอน้ำหากสร้างมันขึ้นได้ด้วยตำราเล่มนี้ พวกเ้าจะได้รับรางวัลจากข้าอย่างงาม” จักรพรรดินีฟางเซียนยื่นการ์ตูนเล่มหนึ่งให้แก่ช่างเหล็กในเมืองหลวงหน้าปกของมันเขียนว่า ‘เ้าหนูอัจฉริยะยอดนักประดิษฐ์’ ใบหน้าของพระนางกำลังอมยิ้มอย่างมีเลศนัย
ไม่นานนักยานพาหนะหน้าตาแปลกพิศคารสำหรับคนในมิติฟางเซียนก็บังเกิดขึ้นมันถูกใช้ขนส่งตามรางเหล็กที่ทอดยาวหลายสายทั่วราชอาณาจักร แถมยังเปิดให้โดยสาร ‘ฟรี’ สำหรับผู้คนในเมืองต่างๆ ที่้าสัญจรแบบเร่งด่วน
ใบหน้าอวบอูมมีแผลเป็บริเวณหน้าผากตาเบิกกว้างชายหนุ่มร่างอ้วนกำลังจ้องมองรถไฟวิ่งผ่านเมืองชนบทที่เขาอยู่ด้วยความรู้สึกอัศจรรย์ใจ“แค่ปีครึ่ง... นางบริหารบ้านเมืองให้เปลี่ยนไปถึงเพียงนี้เชียวหรือฮองเฮาของข้า...”
“อย่าโอ้เอ้เ้าหัวหน้าชาวนาฉีคังงานที่พระนางสั่งให้เ้าเร่งมือวางแปลนไปถึงไหนแล้วอย่าลืมว่าเ้าต้องเพิ่มแปลงนาอีกยี่สิบผืนให้ได้ในหกสิบวัน” ทหารยามนายหนึ่งตบศีรษะอดีตฮ่องเต้แห่งฉีเบาๆ ใบหน้าเหี้ยมของทหารส่งผลให้ฉีคังรีบเอ่ยปากตอบกลับแทบจะทันที“ขอรับๆ กำลังวางแปลนเกือบจะเสร็จอยู่แล้วเชียวนายท่าน”
“วันๆเอาแต่กินจนตัวจะแตกอยู่แล้วนะเ้าน่ะ ถ้าว่างมากก็รีบทำงานให้เสร็จไวๆ เร็วเข้า”นายทหารอีกคนหนึ่งเอื้อนเอ่ยเร่งเสริม พวกเขายังคงจับตาดูฉีคังอยู่ไม่ห่างแม้แต่วินาทีเดียว...
เวลาเดียวกันนั้น...
“ขับรถบรรทุกเข้ามาเลยพี่กุ่ยเดี๋ยวจะให้เด็กๆ ของฉันมาขนถุงปุ๋ยเหล่านี้ลงจากหลังรถทีหลัง” เฟยหลงสร้างประตูขนาดใหญ่บริเวณลานกว้าง เขาสร้างกำแพงสูงโอบล้อมรอบทิศบดบังทัศนียภาพในมิติฟางเซียนจนหมดจดแล้วเปิดประตูมิติเชื่อมต่อกับประตูโกดังของบ้านใหม่ตนเองในโลกเดิมก่อนจะให้กุ่ยเต๋อหวงขนปุ๋ยจำนวนหลายตันมาส่งถึงที่
“พี่ก็ไม่ค่อยเข้าใจน้องเซียนนักหรอกซื้อปุ๋ยมาทีละหลายตันแบบนี้ น้องจ๋าจะเอาไปถมที่หรืออย่างไร” ชายหนุ่มจมูกบานก้าวขาลงจากรถ ในมือหยิบหนังสือนิยายเล่มหนึ่งติดมือมาด้วย
เฟยหลงในร่างฟางเซียนยิ้มแหยพลางเดินจูงมือเพื่อนสนิทข้ามประตูมิติกลับโลกเดิม โดยที่กุ่ยเต๋อหวงมิทันได้สังเกตเลยว่าตัวเขาเองเคยข้ามมิติไปโลกของฟางเซียนมาแล้ว
บ้านหลังใหม่ที่เฟยหลงให้กุ่ยเต๋อหวงซื้ออยู่แถบชานเมืองมันเป็บ้านหลังงามราวคฤหาสน์ขนาดหลายสิบห้อง มีสวนหย่อมขนาดใหญ่ และสระว่ายน้ำดูงดงามราวกับปราสาทในนิทานปรัมปรา
“สร้างโกดังไว้ข้างบ้านใหญ่โตขนาดนั้นน้องเซียนจะเอาไว้เก็บแต่ปุ๋ยรึ เห็นกลับมาบ้านทีไร ก็สั่งให้พี่ซื้อแต่ปุ๋ยหลากหลายชนิดตลอด?”ชายร่างใหญ่บ่นพึมพำหยอกล้อขณะที่หญิงสาวร่างบางหยิบน้ำสั้นคั้นที่มีคนรับใช้ภายในบ้านเอามาเสิร์ฟขึ้นดื่ม “คุณหนูฟางเซียน น้ำส้มคั้นสดๆ เ้าค่ะ”
หญิงสาวเหม่อมองท้องฟ้ายิ้มแย้มพลางตอบกลับชายหนุ่มอย่างอารมณ์ดีขึ้นว่า “พวกตำลึงทองที่ขายได้พี่กุ่ยก็เอาไปซื้อพันธบัตรรัฐบาลไว้ด้วยล่ะ ส่วนหนึ่งก็เอาไปลงทุนอสังหาริมทรัพย์แค่นี้พวกเราก็มีเงินใช้ได้ตลอด”
กุ่ยเต๋อหวงส่ายหน้ากุมขมับ“แค่นี้พวกเราก็รวยจนไม่รู้จะเรียกว่าอะไรแล้วชีวิตของพี่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงเมื่อพบเจอกับน้องเซียน งานออฟฟิศพี่ก็ลาออกมาบริหารกิจการของตัวเองจนเจริญรุ่งเรือง ในตอนนี้... ไม่ว่าน้องเซียน้าอะไรพี่กุ่ยหาให้น้องได้ทั้งหมดจริงๆ นะ” ชายจมูกบานเงียบเสียงลงกลืนน้ำลายอยู่ครู่หนึ่ง“แล้วพี่ก็ได้ของที่น้องเซียนอยากได้มาแล้วด้วย แต่ห้ามเอาไปยิงใครเขาเข้าล่ะ”
จักรพรรดินีต่างโลกตาเบิกกว้างใบหน้าดูตื่นเต้นดีใจจนขนลุก “ปืน...ได้ปืนมาแล้วใช่ไหม?”
“ช่าย...ซึ่งมันก็หาได้ยากยิ่งพอดู แต่พอมีเงินถุงเงินถังแล้ว อะไรๆ มันก็หาได้ทั้งนั้น อ้อ!มันถูกเก็บอยู่ในกล่องเหล็กพร้อมะุจำนวนหนึ่งในห้องนอนของน้องเซียนนั่นแหละ”
“รักพี่กุ่ยที่สุดเลย”เฟยหลงะโกอดแขนกุ่ยเต๋อหวงแบบลืมตัว ั์ตาวาวโรจน์เป็ประกาย
ชายร่างใหญ่หน้าแดงกำเดาไหลชาตินี้เขาจะไม่มีวันลืมความทรงจำของ่เวลานี้โดยเด็ดขาด
เมื่อร่างระหงเหยียบเข้าบ้านใหม่อันหรูหราสายตาก็จับจ้องเหล่าเฟอร์นิเจอร์ราคาแพงหลากหลายชิ้น ก่อนจะไปหยุดอยู่ที่กรอบรูปบานหนึ่งซึ่งแปะอยู่ข้างฝาผนังห้องในกรอบทองคำสลักเสลาสลวยสวยหรู กลางโถงรับแขกขนาดใหญ่
“นั่นอะไรพี่กุ่ย?”หญิงสาวเอ่ยถามชายจมูกบานด้วยท่าทางสงสัยเพราะสิ่งที่อยู่ในกรอบรูปทองคำมันเป็เพียงผ้าเช็ดหน้าเก่าๆ ผืนหนึ่งเท่านั้น
“มันคือน้ำตาของน้องเซียนไงล่ะั้แ่วันนั้น... วันที่หนูร้องไห้... พี่ไม่เคยซักผ้าเช็ดหน้าผืนที่เคยซับน้ำตาน้องนางเลยสักครั้งเพื่อเก็บน้ำตาของน้องเซียนไว้เป็ของดูต่างหน้ายามที่เราต้องห่างกัน”
เฟยหลงหน้าแดงระเรื่อหัวใจเต้นตึกตักรัวเร็วแบบที่ไม่เคยเป็มานาน
“พี่กุ่ยนี้บ้าจริงๆ”ร่างระหงหยิกแขนชายหนุ่มแก้เขิน พลันเดินไปนั่งบนโซฟาเพื่อสงบสติอารมณ์หวั่นไหวก่อนจะเหลือบไปเห็นกองหนังสืออะไรบางอย่าง บนโต๊ะของว่างที่อยู่เบื้องหน้า
“แฮรี่พอต...” เฟยหลงเอื้อนเอ่ยอ่านชื่อปกขณะที่กุ่ยเต๋อหวงเดินตามมาสมทบ
“ไม่ใช่ๆมันชื่อว่า ‘แฮรี่ พอเถอะ’เล่มนี้มันเป็ภาคใหม่พึ่งวางขาย ชื่อตอนว่า ผู้เสพความกาวแห่งเยี่ยนหนาน”
เฟยหลงั์ตาหรี่ลงแบบบอกบุญไม่รับน้ำมูกไหลย้อยออกมาแบบไม่ได้ตั้งใจ “ถ้ารวยขนาดนี้ก็หัดซื้อของแท้มาอ่านบ้างเถอะพี่ชาย”
“ก็อย่างว่าแหละรสนิยมคนเราไม่เหมือนกัน พี่ติดมันั้แ่สมัยยังเป็ยาจกทำงานในออฟฟิศจะให้เลิกอ่านเลยคงเป็ไปไม่ได้ เพราะมันเล่มละห้าหยวนเองนะ!ถึงตอนนี้จะมีเงินทองมากมายมหาศาล มันก็แลกความสุขเล็กๆ แบบนี้ไม่ได้หรอก” กุ่ยเต๋อหวงเอื้อนเอ่ยกล่าวเสียงหล่อ พลางหยิบหนังสือเล่มที่ว่าส่งให้เฟยหลง“พี่อ่านจบแล้ว น้องจ๋าก็ลองเอาไปอ่านบ้างสิ”
ครู่ต่อมา... ชายจมูกบานก็ลงมือคัดเลือกหนังสือการ์ตูนหลากหลายเล่มจัดใส่กล่องขนาดใหญ่พร้อมกับสนทนากับร่างระหงด้วยสีหน้าเบิกบานใจ “การ์ตูนพวกนี้พี่อ่านจบหมดแล้ว แถมยังคลายเครียดได้ชะงัดนักเดี๋ยวพี่แพ็คลงกล่องให้ ...ไว้น้องเซียนอ่านยามว่าง สนุกทุกเล่มเลยขอบอก”
โปรดติดตามตอนต่อไป