กลุ่มของอี้หลงเดินทางมุ่งหน้าสู่ดินแดนต้องห้าม ดินแดนที่เต็มไปด้วยอันตรายที่แม้แต่ยอดฝีมือยังต้องระวัง
ทุกคนต่างระมัดระวังตัวในทุกย่างก้าว ด้วยเส้นทางที่เต็มไปด้วยป่าทึบ ภูมิประเทศขรุขระ และพลังลี้ลับที่แผ่กระจายอยู่ในอากาศ
เผชิญหน้ากับสัตว์อสูรเฝ้าด่านแรกเมื่อพวกเขามาถึงชายแดนของดินแดนต้องห้าม กลุ่มของอี้หลงพบกับสัตว์อสูรตนหนึ่งที่เฝ้าทางเข้า มันคือ "พยัคฆ์โลหิตนรก" สัตว์อสูรระดับสูงที่มีขนสีแดงสดและดวงตาเรืองแสงด้วยพลังปราณมืดพยัคฆ์โลหิตคำรามเสียงดังจนพื้นดินสั่นะเื มันพุ่งเข้ามาโจมตีพวกเขาทันทีโดยไม่ให้โอกาสเจรจา อี้หลงออกหน้าก่อนเพื่อน
ใช้พลังปราณัศักดิ์สิทธิ์เรียก "ัอัคคีพิฆาตสุริยัน" เพื่อโจมตีตอบโต้
เปลวเพลิงจากัอัคคีพุ่งชนพยัคฆ์โลหิตอย่างรุนแรง แต่เกราะพลังปราณมืดของมันกลับต้านทานการโจมตีไว้ได้
หลี่หรงและเจิ้งหยางไม่รอช้า พวกเขาร่วมกันโจมตีจากด้านข้าง
หลี่หรงใช้ “หัตถ์หิมะเก้าชั้น” สร้างกระแสน้ำแข็งที่คมกริบราวใบมีดเพื่อโจมตีขาหน้าของพยัคฆ์โลหิต
ขณะที่เจิ้งหยางใช้ “ดาบสายฟ้าทลาย์” ฟันเข้าที่ลำตัวของมัน
การโจมตีประสานกันของทั้งสามทำให้พยัคฆ์โลหิตเริ่มอ่อนกำลังลง แต่ใน่ที่มันกำลังจะพ่ายแพ้ มันส่งเสียงคำรามครั้งสุดท้าย
ปลดปล่อยพลังปราณมืดมหาศาลที่แผ่กระจายไปทั่วบริเวณ
ความสามารถใหม่ของอี้หลงในจังหวะที่พลังปราณมืดกำลังถาโถมเข้ามา อี้หลงรู้สึกได้ถึงพลังบางอย่างในตัวเขาตื่นขึ้น มังกรศักดิ์สิทธิ์ในสายเลือดส่งเสียงคำรามในจิตใจของเขา และปรากฏเป็นแสงสีทองรอบกาย“นี่มัน… พลังแห่งสายเืัศักดิ์สิทธิ์งั้นหรือ?” อี้หลงพึมพำ
เขาใช้พลังนี้สร้าง "เกราะัศักดิ์สิทธิ์" ที่ป้องกันพลังปราณมืดของพยัคฆ์โลหิต
และในขณะเดียวกันเขาก็ปลดปล่อย "หมัดัคำรามสลายมืด" เข้าโจมตีที่หัวใจของพยัคฆ์โลหิต
การโจมตีครั้งนี้ทะลวงผ่านเกราะพลังปราณมืดของมัน และทำให้พยัคฆ์โลหิตสิ้นลมหายใจ
เบาะแสใหม่ในถ้ำของพยัคฆ์โลหิตหลังจากเอาชนะพยัคฆ์โลหิต กลุ่มของอี้หลงพบว่ามันอาศัยอยู่ในถ้ำใกล้ๆ พวกเขาตัดสินใจสำรวจถ้ำนั้นและพบกับแผ่นจารึกโบราณที่ซ่อนอยู่ แผ่นจารึกนั้นบอกเส้นทางที่จะนำไปสู่ “สะพานมังกรนิรันดร์” ซึ่งเป็นด่านต่อไปที่พวกเขาต้องข้ามแผ่นจารึกยังกล่าวถึงบททดสอบที่ต้องเผชิญบนสะพาน
ซึ่งรวมถึงการต่อสู้กับ “ัเงาสะท้อน” ผู้พิทักษ์สะพานที่สามารถสะท้อนพลังและทักษะของผู้ผ่านบททดสอบ
หลี่หรงอ่านข้อความบนแผ่นจารึกและกล่าวด้วยน้ำเสียงกังวล "ัเงาสะท้อน... หมายความว่าเราต้องต่อสู้กับตัวเองในเงาสะท้อนงั้นหรือ?
นี่ไม่ใช่เื่ง่ายเลย"
เจิ้งหยางพยักหน้า "แต่เราก็ไม่มีทางเลือก ถ้าต้องผ่านสะพานนั้น เราต้องเผชิญหน้ากับมันให้ได้"
ความมุ่งมั่นของอี้หลงอี้หลงยืนมองแผ่นจารึกอย่างตั้งใจ แม้จะรู้ว่าด่านต่อไปจะยากแค่ไหน แต่ในใจเขากลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นไม่ว่าจะเป็นบททดสอบหรือศัตรูแบบไหน ข้าจะไม่ยอมให้มันหยุดข้าได้ เส้นทางนี้คือสิ่งที่ข้าเลือกเอง ข้าจะพิสูจน์ให้เห็นว่าสายเลือดมังกรศักดิ์สิทธิ์ในตัวข้ามีค่าพอที่จะเป็นอมตะเขาหันไปหาหลี่หรงและเจิ้งหยาง "พวกเราไปต่อกันเถอะ"
ทั้งสามคนออกเดินทางอีกครั้ง โดยมีเป้าหมายคือสะพานันิรันดร์ที่รอพวกเขาอยู่ในส่วนลึกของดินแดนต้องห้าม
พร้อมกับบททดสอบที่ยากยิ่งกว่าเดิม
หลังจากเดินทางลึกเข้าไปในดินแดนต้องห้าม อี้หลง หลี่หรง และเจิ้งหยางก็ถึงจุดหมาย—สะพานมังกรนิรันดร์ สะพานนี้ทอดยาวข้ามหุบเหวลึก ดูเก่าแก่และน่าเกรงขาม ตลอดแนวสะพานมีหมอกหนาปกคลุม และบรรยากาศรอบๆ ก็เงียบสงัด
การปรากฏตัวของัเงาสะท้อน
ขณะที่พวกเขากำลังก้าวเข้าสู่สะพาน จู่ๆ ก็เกิดเสียงคำรามลึกลับขึ้น หมอกหนาบนสะพานเริ่มหมุนวน ก่อนที่จะก่อตัวเป็เงาร่างของัขนาดใหญ่ ร่างนั้นคือ ัเงาสะท้อน มันเป็ดั่งกระจกเงาที่สะท้อนภาพของอี้หลง หลี่หรง และเจิ้งหยางในร่างั
อี้หลงก้าวย่างด้วยท่าทีมั่นใจ พลางสบตากับัเงาสะท้อนที่ยืนจ้องมองเขาเงียบๆ ราวกับกำลังวัดความสามารถ
เขาหันไปยิ้มทะเล้นให้เพื่อน “เอาล่ะ เดี๋ยวข้าจะทำให้เ้าันี่รู้ซึ้งถึงความเทพของข้าเอง ดูดีๆ ล่ะ!”
ทันใดนั้น ัเงาสะท้อนคำรามก้อง กางปีกออกและพุ่งตรงเข้าใส่อี้หลง พริบตาเดียว มันแปรสภาพเป็ร่างอี้หลงในเงามืด
สะท้อนพลังที่เหมือนเขาทุกอย่าง อี้หลงหัวเราะเบาๆ ราวกับไม่รู้จักกลัว พลางะโหลบไปด้านข้าง
“เฮ้! เ้าจะลอกเลียนข้าให้เหมือนกันทุกอย่างแบบนี้มันจะดีเหรอ? ใครกันจะหล่อและเท่ได้เท่าข้า!”
จากนั้นเขาก็ปล่อย “หมัดัคำรามสลายมืด” เปลวเพลิงสีทองพุ่งออกจากหมัดของเขา
แต่ัเงาสะท้อนพลันปลดปล่อยเปลวเพลิงที่เหมือนกันออกมา อี้หลงขมวดคิ้วแล้วหันไปแกล้งะโ
“โอ้โห! ไม่อยากเชื่อว่าเ้าจะเล่นท่ายากได้ขนาดนี้!”
ัเงาสะท้อนคำรามอีกครั้งและพุ่งเข้าหาอี้หลงอย่างดุดัน เขาฉวยโอกาสนี้ะโหลบหลีก
พริบตาเดียวก็พุ่งตัวกลับมาใช้ท่า “หมัดัคำรามฟ้าผ่า” ท่ามกลางเสียงะเิสนั่นของเปลวไฟที่โหมกระหน่ำใส่ัเงาสะท้อน
“โดนแล้ว! ข้าบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าเลียนแบบข้า ข้านี่ตัวจริงนะ!” เขายักคิ้วข้างเดียวพร้อมกับหัวเราะเสียงดังด้วยท่าทีกวนๆ
ขณะที่ัเงาสะท้อนเริ่มสั่นคลอนด้วยพลังที่สลายเกราะป้องกันของมัน
เจิ้งหยางอดหัวเราะตามไม่ได้ “เ้ามันสุดยอดจริงๆ อี้หลง นี่ข้ารู้สึกว่าเ้ามีความสามารถในการกวนประสาทใครก็ได้ไปทั่วเลยนะ”
อี้หลงยักไหล่แล้วตอบด้วยน้ำเสียงทะเล้น “เฮอะ ก็ต้องทำให้ดูเท่หน่อยสิ การต่อสู้นี่มันต้องสะใจและต้องมีสไตล์ด้วย ข้าต้องโชว์ให้เต็มที่!”
ในจังหวะสุดท้าย อี้หลงใช้ “หมัดัคำรามสลายมืด” พุ่งเข้าใส่หัวใจของัเงาสะท้อน
การโจมตีนี้ทะลวงผ่านเกราะของมันและทำให้มันแตกสลาย
การปลดล็อกพลังใหม่
หลังจากที่ัเงาสะท้อนสลายไป สะพานันิรันดร์เริ่มสั่นะเื แสงสว่างเรืองรองปรากฏขึ้นเหนือสะพาน
และทันใดนั้นอี้หลงก็รู้สึกถึงพลังที่ไหลเข้าสู่ร่างกายเขา
“นี่คือ…พลังแห่งันิรันดร์” อี้หลงััได้ถึงพลังใหม่ที่หลอมรวมกับสายเืัศักดิ์สิทธิ์ในตัว
หลี่หรงและเจิ้งหยางยืนมองด้วยความทึ่ง พวกเขารู้ดีว่าอี้หลงได้พัฒนาขึ้นอีกขั้น
และเขาจะต้องเป็กำลังสำคัญในการเผชิญหน้ากับศัตรูที่รออยู่ในบททดสอบต่อไป
สู่ดินแดนลี้ลับ
ด้วยพลังใหม่ที่ได้รับจากการข้ามสะพานันิรันดร์ ทั้งสามคนเดินหน้าต่อไป
โดยมีเป้าหมายคือการค้นหาป้อมปราการันิรันดร์และความลับที่ซ่อนอยู่ในดินแดนต้องห้าม การเดินทางของพวกเขาเพิ่งเริ่มต้น
และยังมีบททดสอบอีกมากมายที่รอท้าทายความแข็งแกร่งและหัวใจของพวกเขา