Puppy Love จดหมายรักระหว่างนายและฉัน (จบ)

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 86

            ขณะนั่งรถกลับทุกคนก็ล้วนเหนื่อยกันมาแล้ว ซือจวิ้นนอนหงายศีรษะขึ้นมาอย่างสบายทั้งเสียงหายใจยังหนักขึ้นตามไปด้วย เนื่องจากมีคนหลับไปบ้างแล้วคนขับรถจึงปิดเพลงไปส่วนเซี่ยเจิงและชวีเสี่ยวปอที่นั่งอยู่เบาะด้านหลังสุดก็มองออกไปยังนอกหน้าต่าง

     

            ท้องฟ้ามืดสนิท จึงทำให้สิ่งที่อยู่นอกหน้าต่างเห็นเป็นเพียงเงารางๆแวบผ่านไป แต่สิ่งที่ชัดเจนกลับเป็นใบหน้าของคนด้านข้างที่สะท้อนลงไปบนกระจก

     

            ชวีเสี่ยวปอหยิบหูฟังยัดใส่เข้าไปในหู แล้วจึงหลับตาลง

     

            รถเคลื่อนไปด้านหน้าอย่างมั่นคง ในขณะที่เซี่ยเจิงกำลังจะพักผ่อนทันใดนั้นไหล่ของเขาก็รู้สึกหนักอึ้งขึ้นมา

     

            ชวีเสี่ยวปอเอียงศีรษะพิงลงมา

     

            แม้ว่าจะทุกคนจะอ่อนเพลียแต่ตราบใดที่การเคลื่อนไหวของพวกเขาไม่ได้มากจนเกินไป ก็ไม่มีใครอาจที่จะสังเกตเห็นความสนิทสนมใกล้ชิดกันของทั้งคู่ในช่วงเวลานี้ได้แต่เซี่งเจิงกลับยังคงรู้สึกกังวลจึงยืดตัวขึ้นดูเพื่อยืนยันให้แน่ใจอีกครั้งหลังจากที่ไม่ได้พบความผิดปกติอะไร ในตอนนั้นเองเขาถึงได้ก้มลงมามองชวีเสี่ยวปอ

     

            หลับสนิทแล้ว?

     

            เซี่ยเจิงล้มล้างความคิดนี้ไปในทันที เนื่องจากชวีเสี่ยวปอกำลังหลับตาแต่มุมปากของเขากลับยกขึ้นอย่างไม่ได้ปกปิดเลยสักนิด

     

            ตั้งใจ

     

            ในตอนนั้นเซี่ยเจิงกลับรู้สึกสบายใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกไม่รู้ว่าทำไมเมื่อชวีเสี่ยวปอยิ้มขึ้นมาเช่นนี้ หัวใจของเขาทั้งๆ ที่เมื่อครู่ยังอยู่กับเนื้อกับตัวแต่ในตอนนี้กลับตกไปอยู่ที่พื้นเป็นที่เรียบร้อยความรู้สึกเช่นนี้มันเหมือนกับว่าในตอนเด็กที่ซุกซนจนเกิดเรื่องแล้วมักจะรู้สึกเหมือนอยู่ตัวคนเดียว ทั้งยังกลัวผู้ใหญ่มาเห็นเข้าแล้วจะโดนตีแต่ทันทีที่นึกได้ว่ามีคนคอยอยู่เคียงข้าง ความกล้าก็เพิ่มขึ้นมาเป็นเท่าตัวราวกับว่าถ้าหากโดนตีก็ไม่ได้กลัวเท่าไหร่แล้ว

     

            “เหนื่อยแล้ว” ชวีเสี่ยวปอรู้ว่าโดนจับได้ แต่ก็ยังคงอยู่ท่าเดิมไม่ขยับเขยื้อนพร้อมทั้งพูดพึมพำออกมาเสียงเบา : “ให้ฉันพิงสักเดี๋ยว”

     

            เซี่ยเจิงไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่ก็ไม่ได้ขยับตัวออกไปไหน

     

            เมื่อมองจากในมุมนี้ทำให้สามารถเห็นหน้าอกของชวีเสี่ยวปอขยับขึ้นลงเล็กน้อยได้อย่างชัดเจนความใกล้ชิดถึงเพียงนี้แทบจะเป็นความกล้าที่โจ่งแจ้งมากเสียเหลือเกิน

     

            เป็นความรู้สึกที่โจมตีเข้ามาอย่างกะทันหัน : อันที่จริงความใกล้ชิดของเขาทั้งคู่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ในบ้านหลังนั้นและในตอนนั้นเองเซี่ยเจิงก็คาดหวังอยากที่จะให้มีช่วงเวลาแบบนี้มากขึ้นอีกหน่อย

     

            เขายื่นมือออกไปจับที่ข้อมือของชวีเสี่ยวปอ และหลับตาลงในที่สุด

     

     

            ซือจวิ้นตื่นขึ้นมากลางทาง

     

            เนื่องจากศีรษะพิงอยู่กับกระจกเมื่อรถเคลื่อนผ่านเส้นทางที่ขรุขระเพียงครู่หนึ่ง จึงปลุกให้เขาตื่นขึ้นมาบิดขี้เกียจ ขยี้ดวงตาที่บวมแดง จากนั้นเขาจึงสำรวจไปรอบๆว่ามีใครประสบเข้ากับเหตุการณ์เช่นเดียวกันกับเขาบ้าง

     

            จนกระทั่งสายตาของเขาไปหยุดอยู่ที่เบาะที่นั่งด้านหลังสุด

     

            แทนที่จะบอกว่าชวีเสี่ยวปอกำลังพิงเซี่ยเจิงอยู่ไม่สู้บอกว่าเขาสองคนแอบอิงซบกันยังจะดีกว่าในระยะการเดินทางอันแสนสั้นการกระทำเช่นนี้สามารถนับได้ว่าเป็นฝันดีของพวกเขาทั้งสองคน

     

            เพียงแค่ดวงตายังใช้การได้ดี ก็สามารถดูออกได้ว่าเขาทั้งสองคนมีอะไรที่แตกต่างออกไปซือจวิ้นมองอยู่สักพักจากนั้นจึงบังคับให้ตัวเองให้ข่มอารมณ์ความรู้สึกทั้งหมดลงไป

     

     

            ก่อนที่จะเข้าเขตเมือง ทุกคนก็ทยอยตื่นขึ้นมากันแล้วคนขับรถพาหญิงสาวสองคนไปส่งที่บ้านก่อน จากนั้นชวีเสี่ยวปอก็พูดขึ้นมาว่าส่วนพวกเขาไม่ต้องส่งทีละคนแล้วก็ได้เพราะถึงยังในเขตเมื่อก็ใหญ่อยู่พอสมควร เดี๋ยวพวกเขาเรียกรถกลับกันเอง

     

            หลังจากร่ำลาเจียงอี้หยางเรียบร้อยแล้วทันทีที่พวกเขาทั้งสามคนลงจากรถมาก็ดูสดชื่นขึ้นไม่น้อย

     

     

            “หนาวขึ้นเรื่อยๆ แล้วนะเนี่ย” ใบไม้ถูกลมพัดจนปลิวตกลงมาที่พื้นในขณะนั้นชวีเสี่ยวปอรูดซิปเสื้อขึ้นมาจนถึงคาง แล้วจึงเอามือล้วงเข้าไปในกระเป๋าทั้งยังเดินย่ำวนไปมา “จวิ้นเอ๋อร์ นายจะกลับบ้านหรือไปบ้านคุณยาย? ”

     

            “เอ่อ ฉันได้หมดเลย” ซือจวิ้นตอบ

     

            “อะไรคือได้หมดเลย”ชวีเสี่ยวปอใช้คางชี้ไปยังเซี่ยเจิงที่กำลังจุดบุหรี่อยู่ “ที่บ้านฉันไม่มีใครอยู่ฉันเลยจะไปบ้านเขา ไปด้วยกันไหมล่ะ? ”

     

            “ไม่ละๆ ไม่แล้วดีกว่า” ซือจวิ้นส่ายศีรษะขึ้นมาทันที“เดี๋ยวฉันกลับบ้านคุณยายก็ได้ เรียกรถเอา”

     

            หลังจากที่ส่งซือจวิ้นขึ้นรถแท็กซี่ไปเรียบร้อยแล้วเซี่ยเจิงพ่นควันบุหรี่ออกมามองไปยังหมอกขาวที่เคลื่อนไปมาอยู่ระหว่างพวกเขาทั้งสองคนภายใต้แสงไฟพร้อมทั้งเอ่ยขึ้นมาว่า : “ทำไมซือจวิ้นถึงดูเหมือนใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวสักเท่าไหร่เลย”

     

            “เขาเหนื่อย” ชวีเสี่ยวปอถอนหายใจออกมา“พอเขาเหนื่อยขึ้นมาก็เป็นแบบนี้แหละ บางครั้งที่โค้ชให้พวกเขาฝึกอย่างโหดนายถามว่าเขาไปว่าหนึ่งบวกหนึ่งเท่ากับเท่าไหร่เขายังไม่รู้เลย”

     

            เซี่ยเจิงพยักหน้าตอบรับไปแต่กลับไม่ได้พูดอะไรออกมาทำเพียงแค่สูบบุหรี่ต่อไปเงียบๆแล้วทั้งสองคนก็เดินเคียงข้างกันไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเซี่ยเจิงสูบบุหรี่จนหมดมวนเขาจึงได้พูดขึ้นมา :

     

            “เดินกลับเหรอ? ”

     

            “อืม” ชวีเสี่ยวปอจ้องมองไปบนก้อนอิฐสี่เหลี่ยมอยู่ใต้เท้าเพื่อหยุดความคิดอันไร้สาระที่คิดว่าในการก้าวออกไปครั้งหนึ่งสามารถก้าวข้ามอิฐไปได้กี่ก้อนถึงจะก้าวไปได้มากที่สุดเอาไว้ก่อนชั่วคราว“นายง่วงไหม? ”

     

            “ไม่ง่วง” เซี่ยเจิงเหยียดแขนออกไป “เมื่อกี้นอนบนรถไปเต็มอิ่มแล้ว”

     

            “ถ้างั้นก็เดินสักหน่อยก็แล้วกัน” สิ่งที่ชวีเสี่ยวปอไม่ได้พูดออกมาก็คือเขารู้สึกว่าการเดินไปเรื่อยๆ เช่นนี้มันเหมาะกับการคุยกันเป็นอย่างมากทั้งยังทำให้เขารู้สึกสบายใจอย่างไม่ได้เป็นเช่นนี้บ่อยๆ

     

            แต่ทว่าในตอนนี้กลับเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง

     

            อันที่จริงมีเรื่องมากมายที่อยากจะพูดแต่การเริ่มเกริ่นขึ้นมาช่างเป็นเรื่องยากพอสมควร ต้องไม่ดูกะทันหันจนเกินไปทั้งยังต้องไม่ทำให้ระหว่างเขาทั้งสองคนรู้สึกกระอักกระอ่วนขึ้นมา

     

            “นี่” ชวีเสี่ยวปอชะลอฝีเท้าให้ช้าลงจึงทำให้เขาเปลี่ยนมาเดินตามหลังของเซี่ยเจิงแทนทุกฝีเท้าที่ก้าวเดินไปข้างหน้าล้วนเหยียบลงไปบนเงาของเซี่ยเจิง“นายว่าเจียงอี้หยางกับเซวียอวี่จะจีบกันสำเร็จไหม? ”

     

            “ใกล้แล้วละ”เซี่ยเจิงหันกลับไปมองการกระทำอันแสนจะเป็นเด็กน้อยของชวีเสี่ยวปอ “นายเป็นเด็กสามขวบหรือไง?”

     

            “แค่รู้สึกเบื่อๆ ” ชวีเสี่ยวปอหัวเราะแล้วจึงรีบเดินตามขึ้นไปจนทำให้เงาของทั้งคู่ทับซ้อนเข้าด้วยกัน“ปกติเจียงอี้หยางดูเงียบๆ จะตายไปนึกไม่ถึงว่าตอนอยู่ต่อหน้าเซวียอวี่จะพูดเยอะขึ้นมาขนาดนี้”

     

            “อืม ก็จริง” เซี่ยเจิงหรี่ตาลงราวกับกำลังนึกย้อนไปถึงการกระทำแต่ละอย่างในวันนี้ของเจียงอี้หยางอย่างละเอียด“เขาดูแตกต่างไปจากปกติ”

     

            “เฮ้” ชวีเสี่ยปอถอนหายใจ “เซี่ยเจิงนายว่าทำไมคนคนหนึ่งถึงจะต้องชอบใครอีกคนด้วย? ”

     

            เซี่ยเจิงจึงหันหลังกลับมา ทั้งตัวของชวีเสี่ยวปอถูกปกคลุมไปด้วยเงาของเขาในตอนนั้นชวีเสี่ยวปอจึงก้มหน้าลง คิ้วขมวดขึ้นมาเล็กน้อยราวกับกำลังกังวลกับสิ่งที่ตัวเองถามออกไปเมื่อครู่

     

           เซี่ยเจิงจึงไม่รู้ที่จะรับมือกับสถานการณ์เช่นนี้ได้อย่างไร

     

            หลายครั้งเขเองก็รู้สึกเป็นเหมือนกับในตอนนี้ไม่อาจที่จะให้คำตอบที่ถูกต้องและแม่นยำกับทุกคำถามได้

     

            ราวกับว่าโลกใบนี้มีสิ่งใหม่ๆ เกิดขึ้นมาอยู่ตลอดเวลาตราบใดที่คุณยังมีชีวิตอยู่ก็ไม่อาจรู้ได้เลยว่ายังมีสิ่งที่คุณไม่รู้อีกมากมายเท่าไหร่รอให้คุณไปสำรวจศึกษามันแต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับความรู้สึกอันซับซ้อนของมนุษย์แล้วไม่มีใครที่จะสามารถตบหน้าอกเพื่อรับประกันความรู้สึกของคนอื่นได้พร้อมทั้งพูดออกมาว่า :

     

            “เป็นแบบนี้ เป็นแบบนี้แน่นอน ฉันมั่นใจ”

     

     

            ทว่าในใจของเขากลับมีอีกเสียงหนึ่งผลักดันให้เขาถามกลับไป

     

            “แล้วนายล่ะ? นายคิดว่ายังไง? ”

     

     

            ขณะที่ถามออกมาเซี่ยเจิงกำหมัดแน่น เขาจึงพบว่าฝ่ามือของเขาเต็มไปด้วยเหงื่อเขามองดูชวีเสี่ยวปอที่ค่อยๆ เหยียดหลังตรงขึ้นมา ทั้งสองคนจ้องหน้ากันครู่หนึ่ง จนเซี่ยเจิงได้ยินเสียงถอนหายใจที่อยู่ในใจของตัวเองดังขึ้น

     

            รอได้ ไม่เป็นไร ค่อยเป็นค่อยไป

     

            แล้วจู่ๆ คำเหล่านี้ก็ถูกแยกออกมาจากกันในหัวของเขาเพื่อย้ำเตือนเขาว่าคำเหล่านี้ที่แท้แล้วเป็นเพียงแค่ข้ออ้างสำหรับเขาเท่านั้น

     

            ล้วนเป็นสิ่งที่ไร้สาระทั้งหมด

     

            เป็นเพียงการหาข้อแก้ตัวให้ตัวเองสำหรับความล้มเหลวที่อาจจะเกิดขึ้น

     

            เป็นเพียงการหายาแก้ปวดเพื่อมาบรรเทาผลลัพธ์ที่อาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่ใจของเขาคาดหวังเอาไว้

     

     

            และในตอนนี้เขาก็อาจจะอดทนรอคำตอบจากคนตรงหน้าไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว

     

            คำตอบที่เขาคาดหวัง ถูกต้อง และไม่ทำให้ผิดหวัง

     

            เขาต้องการให้เสี่ยวปอพูดออกมาให้เขาฟัง

     

     

            “เซี่ยเจิง ทำไมนายถึงได้ถามฉันว่ากลัวไหม? ” ชวีเสี่ยวปอพูด

     

            “ฉัน...” เซี่ยเจิงอยากที่จะพูดออกมาแต่เสียงที่บีบรัดอยู่ในลำคอกลับไม่สามารถหยุดสั่นได้เลยเขาสูดลมหายใจเข้าไปอยู่หลายครั้ง ทว่ากลับถูกชวีเสี่ยวปอพูดแทรกขึ้นมาก่อน

     

     

            “ถ้าฉันบอกว่าฉันไม่กลัวล่ะ? ”

     

    คล้ายกับเรื่องPuppy Love จดหมายรักระหว่างนายและฉัน (จบ) ที่คุณอ่าน

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668