หลังจากผ่านพ้นสมรภูมิรบขนาดย่อมในการเปลี่ยนผ้าอ้อมและปราบเด็กดื้อจำเป็ไปได้อย่างสะบักสะบอม อคิรภัทร หรือ คราม ในสภาพที่เสื้อผ้าเปื้อนคราบแป้งและไร้เสื้อสวมทับ เอนกายพิงพนักโซฟาหนังสีเบจด้วยความอ่อนล้า ั์ตาดุดันคมกริบกวาดมองไปรอบห้องนั่งเล่นที่บัดนี้ดูไม่ต่างอะไรกับสนามรบขนาดย่อม ข้าวของเครื่องใช้เด็ก ทั้งขวดนม ทิชชูเปียก และผ้าอ้อมสำเร็จรูปกระจัดกระจายระเกะระกะเต็มพื้นท่ามกลางบรรยากาศที่เริ่มกลับมาเงียบสงบลงชั่วคราวเมื่อน้องรัน ทารกน้อยวัยสิบเดือน ดำดิ่งสู่นิทราด้วยความอ่อนเพลียหลังจากการร้องไห้งอแงชุดใหญ่
ร่างเล็กลงนอนขดตัวอยู่บนเบาะโซฟาอย่างปลอดภัย โดยมีหมอนใบโตล้อมรอบกันตกไว้ ทว่าชายหนุ่มร่างกำยำกลับไม่ได้รู้สึกผ่อนคลายขึ้นเลยแม้แต่น้อย ความเหนื่อยล้าทางกายจากการอุ้มและกล่อมเด็กยังไม่เท่ากับความเครียดทางสมองที่กำลังรุมเร้าเข้ามาเป็ระลอกคลื่น งานธุรกิจพันล้านที่ถูกละเลยไปเมื่อครู่ส่งเสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือที่ถูกโยนทิ้งไว้บนโต๊ะกระจกดังติ๊ดๆ ไม่ขาดสาย อีเมลจากผู้ถือหุ้น รายงานการประชุมด่วน และข้อความจากเลขาส่วนตัวทะลักเข้ามาจนหน้าจอแทบจะะเิ
ครามยกมือขึ้นเสยผมสีน้ำตาลเข้มที่ชื้นเหงื่อลวกๆ พลางพ่นลมหายใจออกมาราวกับคนแบกโลกไว้ทั้งใบ
เขานึกทบทวนสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตลอด่ยี่สิบสี่ชั่วโมงที่ผ่านมา ชีวิตอันเพอร์เฟกต์ของนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล เ้าของอาณาจักรอัครทรัพย์ กรุ๊ป ที่สามารถควบคุมทุกอย่างบนโลกใบนี้ได้ตามใจปรารถนา กลับต้องมาพังทลายลงอย่างไม่เป็ท่าเพียงเพราะสิ่งมีชีวิตตัวจิ๋วที่น้ำหนักไม่ถึงสิบกิโลกรัมคนนี้คนเดียว การสูญเสียพี่ชายฝาแฝดไปอย่างกะทันหันสร้างความะเืใจให้เขาไม่น้อย แต่การทิ้งมรดกเืชิ้นสุดท้ายไว้นี่สิ คือบททดสอบที่โหดหินและทารุณที่สุดในชีวิตของเขา
"ให้ตายเถอะ... ถ้าขืนปล่อยให้เป็แบบนี้ต่อไป ฉันคงได้บ้าตายคาเพนต์เฮาส์นี่ก่อนจะได้สะสางงานบริษัทแน่ๆ"
ครามพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงแหบพร่า สติปัญญาอันเฉียบคมเริ่มประมวลผลหาทางออกอย่างรวดเร็ว ในฐานะนักธุรกิจย่อมรู้ดีว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่งานมันเกินกำลังความสามารถ หรือทรัพยากรบุคคลที่มีอยู่ไม่ตอบโจทย์ สิ่งที่ต้องทำไม่ใช่การฝืนแบกรับไว้ทั้งหมดด้วยตัวคนเดียว แต่คือการ "จ้างมืออาชีพ" เข้ามาจัดการ
ชายหนุ่มเอื้อมมือไปหยิบสมาร์ทโฟนเครื่องหรูขึ้นมาเปิดหน้าจอ ปัดข้อความงานธุรกิจนับร้อยข้อความทิ้งไปชั่วคราว แล้วกดโทรหา "ธนากร" หรือ "กร" เลขาส่วนตัวมือหนึ่งผู้ทำงานรู้ใจและติดตามเขามานานหลายปี
ตู๊ด... ตู๊ด... เสียงสัญญาณดังเพียงไม่กี่ครั้ง ปลายสายก็กดรับอย่างรวดเร็วราวกับรอสแตนด์บายอยู่ตลอดเวลา
"ท่านประธานครับ! เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าครับทำไมติดต่อไม่ได้เลย สายของพาร์ทเนอร์ต่างประเทศโทรเข้ามาโวยวายที่ห้องทำงานผมจนผมแทบจะหัวะเิอยู่แล้วครับตอนนี้!" เสียงร้อนรนของธนากรดังทะลุโทรศัพท์เข้ามาทันทีด้วยความกระวนกระวาย
ครามขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิด น้ำเสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจเอ่ยสวนกลับไปทันควันโดยไม่เปิดโอกาสให้เลขาได้บ่นยืดยาว
"หยุดโหลนเื่งานไร้สาระพวกนั้นไว้ก่อนธนากร ตอนนี้ฉันมีเื่คอขาดบาดตายยิ่งกว่าโปรเจกต์ร้อยล้านนั่นเสียอีก"
ปลายสายเงียบกริบไปชั่วขณะด้วยความใ น้ำเสียงเคร่งเครียดของเ้านายหนุ่มทำให้ธนากรััได้ถึงวิกฤตการณ์ครั้งใหญ่ที่ไม่ใช่เื่ล้อเล่น "ค... คอขาดบาดตายเลยหรือครับท่านประธาน เกิดอะไรขึ้นครับ ใครกล้ามาลอบทำร้ายท่าน หรือมีปัญหาเื่หุ้นตัวไหนบอกผมได้เลย เดี๋ยวผมจัดการให้!"
"ไม่ใช่เื่ศัตรูทางธุรกิจเว้ย..." ครามถอนหายใจเฮือกใหญ่ เหลือบมองร่างเล็กของน้องรันที่นอนหลับตาพริ้มอยู่บนโซฟาเบาะข้างๆ ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงจริงจังชนิดที่อีกฝ่ายไม่เคยได้ยินมาก่อน "ฟังให้ดีนะธนากร... ตอนนี้ฉัน้า 'พี่เลี้ยงเด็ก' ด่วนที่สุด แบบด่วนในด่วน!"
"ฮ... หา? พี่เลี้ยงเด็กเหรอครับ?" ธนากรทวนคำด้วยความงุนงงและสับสนหนักมาก "ท่านประธานจะเอาพี่เลี้ยงเด็กมาทำไม หรือว่า... หรือว่าท่านไปรับอุปการะเด็กที่ไหนมาครับเนี่ย?"
"อย่าเพิ่งถามมากความและอย่าเสือกเื่ส่วนตัวให้มากนักธนากร หน้าที่ของคุณตอนนี้คือทำตามคำสั่งของฉัน!" ครามสั่งเสียงเฉียบขาด แววตาดุดันฉายชัดถึงความกดดันขั้นสุด "ฟังเงื่อนไขของฉันให้ดี เปิดรับสมัครงานตำแหน่ง 'พี่เลี้ยงเด็กส่วนตัวตลอด 24 ชั่วโมง' ประจำเพนต์เฮาส์ของฉัน เงื่อนไขคือต้องดูแลเด็กทารกวัยสิบเดือนได้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด ห้ามบ่น ห้ามสะเพร่า และต้องเริ่มงานทันทีภายในวันนี้!"
ธนากรที่ปลายสายกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อเจอคำสั่งกระชั้นชิดไร้เหตุผลแบบนี้ "เอ่อ... ท่านครับ เงื่อนไขกะทันหันขนาดนี้แถมให้อยู่ประจำ 24 ชั่วโมง คนสมัครคงหายากพอดูนะครับ อีกอย่างคุณสมบัติพี่เลี้ยงเด็กเฉพาะกิจแบบนี้มัน..."
"ถ้าหาคนธรรมดาไม่ได้ ก็เพิ่มเงินเข้าไปสิคุณ!" ครามตัดบทเสียงกร้าว ั์ตาวาวโรจน์ด้วยความเด็ดเดี่ยว "ตั้งเงินเดือนไปเลย... 'แสนบาทถ้วนต่อเดือน!' บวกค่าเสี่ยงภัยและโบนัสพิเศษหากดูแลเด็กดีไม่มีข้อบกพร่อง!"
พรวด! ปลายสายแทบสำลักน้ำลายตัวเองเมื่อได้ยินตัวเลขที่เ้านายหนุ่มเอ่ยออกมาหน้าตาเฉย เงินเดือนระดับแสนบาทในยุคสมัยนี้ สำหรับตำแหน่งพี่เลี้ยงเด็กถือว่าสูงลิ่วจนน่าใ มันคือเงินเดือนระดับผู้บริหารบริษัทใหญ่โตเลยทีเดียว
"ห... หนึ่งแสนบาทถ้วนเลยหรือครับท่านประธาน!" ธนากรโพล่งออกมาด้วยความตกตะลึงจนเสียงหลง "นี่มันเงินเดือนระดับซีเนียร์เอ็กซ์เซ็กคูทีฟเลยนะครับ จะไม่แพงไปหน่อยหรือครับสำหรับการหาคนมาเลี้ยงเด็กเนี่ย"
"เงินแค่นี้แลกกับการที่ฉันไม่ต้องมานั่งสติแตกและมีเวลาไปจัดการธุรกิจพันล้าน มันโคตรจะคุ้มค่าคุ้มราคา!" ครามคำรามลั่นด้วยความหัวเสีย "จัดการประกาศรับสมัครเดี๋ยวนี้ ผ่านทุกช่องทาง ทั้งหน้าเพจบริษัท สื่อโซเชียลมีเดีย และบริษัทจัดหาแรงงานพรีเมียม บอกไปเลยว่าใครผ่านการคัดเลือกและเริ่มงานทันทีวันนี้ รับเงินสดก้อนแรกไปล่วงหน้าครึ่งแสน!"
"เอ่อ... รับทราบครับท่านประธาน! ผมจะรีบดำเนินการกระจายข่าวและคัดกรองเรซูเม่ที่ส่งเข้ามาอย่างเร่งด่วนที่สุดเลยครับ!" ธนากรรับคำเสียงแข็งขันเมื่อเจออำนาจเงินและรังสีความน่ากลัวของเ้านายกดดัน
"ดีมาก... ถ้าภายในสองชั่วโมงนี้ นายยังหาคนมาให้ฉันไม่ได้ เตรียมตัวเก็บกระเป๋าไสมันไปทำงานที่สาขาต่างจังหวัดได้เลย!"
ติ๊ด! ครามกดตัดสายทิ้งทันทีโดยไม่รอให้อีกฝ่ายได้แก้ตัวใดๆ ทั้งสิ้น ร่างหนาเอนหลังพิงโซฟาอีกครั้งด้วยความเหนื่อยอ่อน ั์ตาคมกริบมองเพดานห้องด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งหงุดหงิด กังวล และคาดหวังว่าแผนกู้วิกฤตฉุกเฉินครั้งนี้จะช่วยดึงเขาออกจากหลุมโคลนตมแห่งความวุ่นวายได้เสียที
ในขณะเดียวกัน ที่มุมหนึ่งของมหานครอันกว้างใหญ่ พัดชา หรือ น้ำปั่น บัณฑิตสาวจบใหม่ป้ายแดงจากคณะศึกษาศาสตร์ เอกปฐมวัย กำลังนั่งกุมขมับอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์พกพาเครื่องเก่าคร่ำคร่าในห้องพักคับแคบของเธอ หญิงสาวถอนหายใจเฮือกใหญ่เป็รอบที่ร้อยของวัน เมื่อหน้าจอโทรศัพท์มือถือปรากฏข้อความทวงหนี้จากสถาบันการเงินและค่าใช้จ่ายจิปาถะที่กำลังจ่อคอหอย ชีวิตของเธอกำลังตกอยู่ในภาวะวิกฤตขั้นสุด ครอบครัวของเธอที่ต่างจังหวัดกำลังเดือดร้อนหนักจากปัญหาหนี้สินนอกระบบที่พ่อแม่ไปค้ำประกันให้ญาติจนบ้านเกือบจะถูกยึด ตัวเธอเองเพิ่งเรียนจบหมาดๆ หางานทำก็แสนยากเย็นแสนเข็ญ งานราชการก็ยังสอบไม่ติด งานเอกชนก็เงินเดือนน้อยนิดไม่พอใช้หนี้ก้อนโต
พัดชาเครียดจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ เธอยอมทำทุกวิถีทางเพื่อหาเงินก้อนมาช่วยครอบครัว ไม่ว่าจะเป็รับจ้างสอนพิเศษ ทำงานพาร์ทไทม์จนดึกดื่น แต่เงินที่ได้ก็ยังเป็แค่เศษเสี้ยวของหนี้สินทั้งหมด
ในขณะที่เธอนั่งมองหน้าจอด้วยความสิ้นหวัง จู่ๆ หน้าฟีดข่าวในกลุ่มหางานเร่งด่วนและประกาศรับสมัครงานออนไลน์ชื่อดัง ก็เด้งข้อความประกาศรับสมัครงานชิ้นหนึ่งขึ้นมาสะดุดตาเข้าอย่างจัง
[ประกาศด่วนที่สุด! รับสมัคร "พี่เลี้ยงเด็กส่วนตัว" ประจำเพนต์เฮาส์หรูใจกลางเมือง]
พัดชาเบิกตากว้างจนแทบถลนออกมาจากเบ้า มือเรียวบางสั่นเทาเล็กน้อยขณะเอื้อมไปคลิกอ่านรายละเอียดซ้ำแล้วซ้ำเล่า สมองอันน้อยนิดประมวลผลอย่างรวดเร็ว
"หนึ่งแสนบาทถ้วน... บ้าไปแล้ว! เงินเดือนพี่เลี้ยงเด็กอะไรจะสูงขนาดนี้?!"
เธอดึงทึ้งหัวตัวเองด้วยความตกตะลึง แม้ว่าในประกาศจะระบุเงื่อนไขว่าต้องทำงานตลอด 24 ชั่วโมงและดูจะมีความกดดันสูงลิ่ว เนื่องจากเป็เพนต์เฮาส์ของคนระดับมหาเศรษฐี แต่สำหรับคนหลังชนฝาที่กำลัง้าเงินด่วนเพื่อต่อชีวิตครอบครัวแบบเธอแล้ว ตัวเลขหนึ่งแสนบาทนี้มันมีค่าเท่ากับแสงสว่างปลายอุโมงค์ที่เจิดจ้าที่สุดในชีวิต
พัดชาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความกล้า ดวงตากลมโตฉายแววเด็ดเดี่ยวขึ้นมาทันที เธอเรียนจบเอกปฐมวัยมาโดยตรง มีความรู้และทักษะในการจัดการเด็กเล็กเป็อย่างดี แม้ว่าเธอจะไม่รู้ว่าเ้านายเ้าของประกาศนี้จะเป็ใครหรือมีความโหดร้ายแค่ไหน แต่ในสถานการณ์ที่ไม่มีทางเลือกอื่นแบบนี้ เธอก็พร้อมจะ "สู้ตาย" เพื่อเงินแสนบาทนี้ให้ถึงที่สุด
"เอาวะ! เป็ไงเป็กัน ชีวิตคนเรามันจะแย่ไปกว่านี้ได้ยังไง ถ้าได้งานนี้ครอบครัวฉันรอดแน่!"
พัดชาไม่รอช้า เธอรีบคว้าเรซูเม่และเอกสารการศึกษาที่เตรียมไว้ กดกรอกใบสมัครออนไลน์ส่งตรงไปยังฝ่ายบุคคลของอัครทรัพย์ กรุ๊ปทันทีด้วยความรวดเร็วราวกดซูเปอร์ซายันต์ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นและลุ้นระทึก
ตัดกลับมาที่เพนต์เฮาส์หรูของอคิรภัทร เวลาผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วโมง ความเงียบสงบในห้องนั่งเล่นถูกทำลายลงด้วยเสียงแจ้งเตือนอีเมลเร่งด่วนจากแท็บเล็ตบนโต๊ะทำงานของคราม ชายหนุ่มละสายตาจากเอกสารธุรกิจ หันมาหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาเปิดดูด้วยความคาดหวังว่าธนากรคงจะหาเรซูเม่ผู้สมัครที่พอใช้ได้ส่งมาให้เขาพิจารณาบ้างแล้ว
หน้าจอแสดงผลรายชื่อผู้สมัครเร่งด่วนจำนวนเกือบสิบคคน แต่มีเรซูเม่ใบหนึ่งสะดุดตาครามเข้าอย่างจัง
ชื่อผู้สมัคร: นางสาวพัดชา เดชะวงศ์ (น้ำปั่น) ประวัติการศึกษา: ปริญญาตรี คณะศึกษาศาสตร์ สาขาการศึกษาปฐมวัย เกียรตินิยมอันดับสอง มหาวิทยาลัยชื่อดัง ประสบการณ์: ผ่านการฝึกอบรมการดูแลเด็กปฐมวัยขั้นสูง และมีประสบการณ์พี่เลี้ยงเด็กเฉพาะกิจนอกสถานที่ หมายเหตุพิเศษจากผู้สมัคร (เขียนด้วยลายมือสไตล์เร่งรีบแต่จริงใจ) : "ดิฉันรักเด็ก อดทนสูง และพร้อมปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมงด้วยชีวิตค่ะ! ขอความกรุณาพิจารณาด้วยนะคะ ดิฉันสู้ตายค่ะ!"
ครามกวาดสายตาอ่านโปรไฟล์ของหญิงสาวแวบหนึ่ง มุมปากหยักลึกกระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างนึกขันในความใจสู้และความพยายามที่จะขายตัวเองของอีกฝ่าย ท่าทางในเรซูเม่ดูมีความมั่นใจและตรงตามคุณสมบัติที่เขา้าพอดีเป๊ะ
ทันใดนั้น โทรศัพท์มือถือบนโต๊ะก็แผדเสียงดังขึ้นอีกครั้ง ครามกดรับสายด้วยความรวดเร็ว
"ท่านประธานครับ! ผมคัดกรองเรซูเม่รอบแรกด่วนที่สุดมาให้แล้วครับ มีผู้หญิงคนหนึ่งโปรไฟล์ใช้ได้เลย จบปฐมวัยโดยตรงแถมกำลังร้อนเงินสุดๆ ชื่อพัดชาครับ จะให้ผมติดต่อเรียกตัวมาสัมภาษณ์ด่วนที่เพนต์เฮาส์ตอนนี้เลยไหมครับ?" เสียงของธนากรรายงานด้วยความกระตือรือร้น
ครามเหลือบมองไปยังร่างของน้องรันที่ยังคงนอนหลับพริ้มอยู่บนโซฟา ก่อนจะตัดสินใจเด็ดขาดลงไป
"ไม่ต้องรอสัมภาษณ์ให้เสียเวลา..." ครามเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจ "ส่งพิกัดเพนต์เฮาส์ให้เธอ แล้วบอกให้เธอมาที่นี่ เดี๋ยวนี้! ถ้ามาช้าเกินสาม0นาที ปลดนายออกจากตำแหน่งเลขาแน่ธนากร!"
ติ๊ด! ตัดสายทิ้งอย่างไร้เยื่อใยอีกครั้ง ครามลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำล่ำสันขยับยืดเส้นยืดสายเล็กน้อยเตรียมรับมือกับสถานการณ์ใหม่
ในขณะที่ทางด้านพัดชา ที่กำลังนั่งลุ้นจนตัวโก่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ในห้องพักคับแคบ จู่ๆ ก็มีข้อความแจ้งเตือนทางอีเมลและข้อความ SMS เด้งเข้ามาพร้อมกับเบอร์โทรศัพท์ปริศนาและโลเคชันที่ระบุพิกัดตรงดิ่งมายังเพนต์เฮาส์หรูใจกลางเมือง พร้อมข้อความสั้นๆ แต่ทรงพลังว่า:
"คุณได้รับการคัดเลือกเบื้องต้น... กรุณาเดินทางมาที่เพนต์เฮาส์ชั้น 50 อัครทรัพย์ กรุ๊ป ภายใน 30 นาทีนี้ทันที! หากมาช้า คุณจะหมดสิทธิ์ทันที!"
พัดชาเบิกตากว้าง หัวใจเต้นรัวระทึกจนแทบกระเด็นออกมานอกอก เธอคว้ากระเป๋าเป้ใบเก่าคู่ใจ วิ่งพรวดพราดออกจากห้องพักพุ่งตรงไปยังเป้าหมายทันที โดยหารู้ไม่ว่า การก้าวขาเดินเข้าสู่เพนต์เฮาส์หรูในครั้งนี้ จะเป็การพลิกผันโชคชะตาชีวิตของเธอไปตลอดกาล และนำพาเธอไปพบกับ "คุณพ่อมาเฟีย" ผู้ดุดันและเร่าร้อนเกินกว่าที่เธอจะจินตนาการถึง!