สอนเธอ....เสียว! NC++

    ตอนที่ 37: ลักลอบบุกรังศัตรู

    ตอนที่ 37: ลักลอบบุกรังศัตรู


    ความมืดมิดของราตรีกาลเข้าปกคลุมทั่วผืนป่าและเทือกเขาเซียงซาน หยาดฝนที่โปรยปรายลงมาจากฟากฟ้าอย่างไม่ขาดสายช่วยชะล้างคราบควันและเสียงอึกทึกของมหานครปักกิ่งให้เงียบสงบลง รถสปอร์ตพอร์ชสีดำสนิทของผมแล่นเรียบไปตามถนนยางมะตอยที่คดเคี้ยวขึ้นสู่ไหล่เขาอย่างเงียบเชียบดุจเงาปีศาจลึกลับ ก่อนที่ผมจะหักพวงมาลัยจอดเทียบเข้ากับดงไม้ทึบห่างจากประตูกำแพงเหล็กกล้าคฤหาสน์ตระกูลจ้าวประมาณห้าร้อยเมตร


    ผมดับเครื่องยนต์และปิดไฟหน้ารถลงทันที ทั่วทั้งบริเวณตกอยู่ในความมืดสลัวและเสียงลมพายุฝนพัดกระหน่ำยอดไม้จนสั่นไหว ผมทรุดเอนแผ่นหลังเข้ากับเบาะหนังแท้ หลับตาลงช้าๆ เพื่อเชื่อมต่อกระแสจิตเข้ากับความนึกคิดของระบบผู้ฝึกสอนศิลปะระดับเทพที่แฝงเร้นอยู่ในร่างกายของผม


    [ระบบ: ทำการตรวจสแกนสภาพแวดล้อมรอบคฤหาสน์ตระกูลจ้าว...]

    [ระบบ: ตรวจพบโครงสร้างความปลอดภัยระดับกองทัพ: กำแพงสูงสี่เมตรติดตั้งลวดหนามไฟฟ้าแรงสูง 220V, กล้องวงจรปิดระบบอินฟราเรดจับความร้อน 48 ตัวครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด, เซ็นเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหวด้วยลำแสงเลเซอร์ใต้ดินระยะห้าสิบเมตร, และกลุ่มบอดี้การ์ดติดอาวุธปืนสั้นกึ่งอัตโนมัติเวรยามลาดตระเวนสิบสองคน]


    ผมคลี่ยิ้มเยาะที่มุมปากอย่างนึกสนุก สายตาคมปลาบกวาดมองผ่านกระจกหน้ารถสปอร์ตออกไปจับจ้องยังยอดหอคอยสัญญาณรักษาความปลอดภัยที่ตั้งเด่นตระหง่านอยู่หลังแนวกำแพงเหล็กตระกูลจ้าว สำหรับคนธรรมดาหรือแม้แต่นักฆ่ามืออาชีพระดับแนวหน้า การจะลักลอบผ่านด่านป้องกันที่แน่นหนาปานเหล็กกล้าเช่นนี้เข้าไปโดยไม่ให้เสียงสัญญาณเตือนภัยดังระงมย่อมเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย แต่สำหรับผมที่มีเทคโนโลยีและทักษะพิเศษจากระบบระดับเทวะอยู่ในมือ... เรื่องพวกนี้มันก็แค่นึกสนุกและง่ายดายประดุจปอกกล้วยเข้าปาก


    "เปิดใช้งานทักษะเคลื่อนย้ายก้าวพริบตาและสายตาเพลิงสุริยะ" ผมพึมพำกระซิบสั่งการระบบแผ่วเบาในลำคอ


    พริบตานั้น แสงสีทองประกายแดงเรืองรองพลันกะพริบวาบขึ้นในส่วนลึกของรูม่านตาของผม ทัศนียภาพความมืดมิดตรงหน้าพลันแปรเปลี่ยนเป็นเส้นสายพลังงานความร้อนสีส้มแดงและแถบสีฟ้าอ่อนของคลื่นไฟฟ้าอินฟราเรดอย่างชัดเจน เส้นแสงเลเซอร์รักษาความปลอดภัยสีแดงเข้มที่พาดผ่านสลับไปมาในแนวระนาบเหนือสนามหญ้าและทางเดินหินอ่อนที่ปกติไม่มีทางมองเห็นด้วยตาเปล่า บัดนี้กลับปรากฏขึ้นเด่นชัดในม่านตาของผมอย่างทะลุปรุโปร่ง


    ผมเปิดประตูรถสปอร์ตและก้าวเท้าออกไปเผชิญหน้ากับพายุฝน หยาดน้ำฝนเย็นเยียบที่ตกลงมากระทบผิวกายของผมพลันระเหยกลายเป็นไอระเหยจางๆ ในทันทีด้วยอุณหภูมิความร้อนในร่างกายจากกำลังภายในพลังกายศิลาเหล็กกล้าที่แผ่ซ่านปกคลุมผิวหนัง ร่างกายของผมเคลื่อนไหวไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูงประดุจสายลมพัดผ่าน ผิวหนังแข็งแกร่งไร้ความรู้สึกสะทกสะท้านต่อสายฝนและลมพายุ


    "ฟุ่บ!"


    ผมก้าวเท้าใช้ทักษะก้าวพริบตาเพียงสามก้าว ร่างของผมก็เคลื่อนย้ายข้ามผ่านแนวกำแพงสูงสี่เมตรและลวดหนามไฟฟ้าแรงสูงร่อนลงสู่พื้นสนามหญ้าด้านในคฤหาสน์อย่างแผ่วเบาไร้เสียงสะเทือนประดุจขนนกที่ร่วงหล่น ทันทีที่ฝ่าเท้าสัมผัสผืนหญ้าสีเขียวเข้ม ระบบแจ้งเตือนทางความรู้สึกล่วงหน้าเตือนภัยในสมองว่ากล้องวงจรปิดตัวขวากำลังจะหมุนหันมุมกล้องมาทางนี้ ผมจึงขยับตัวบิดเอวหลบเข้าไปในเงามืดใต้ต้นปาล์มประดับประดาคฤหาสน์ใหญ่ได้อย่างแม่นยำในจังหวะเสี้ยววินาทีพอดี


    บอดี้การ์ดตระกูลจ้าวสองคนสวมชุดสูทสีดำสนิทสวมหูฟังไร้สายเดินกางร่มตรวจตราผ่านมาทางนี้พอดี เสียงฝีเท้าของพวกมันเหยียบย่ำดินโคลนและหญ้าแฉะดังแชะๆ ผสมกับเสียงบ่นอุบอิบเนื่องจากความเฉอะแฉะของสายฝน


    "บัดซบจริงๆ คืนนี้ทำไมพายุฝนถึงได้ตกหนักขนาดนี้นะ... แล้วทำไมพวกเราต้องมาเดินตรวจรอบนอกกันตั้งสิบกว่าคนวะ ทั้งที่มีกล้องและเลเซอร์อยู่ทั่วตัวแล้ว" บอดี้การ์ดคนแรกบ่นพลางกระชับปกเสื้อสูทขึ้นกันลมหนาว


    "แกอย่าบ่นไปหน่อยเลยน่า หัวหน้าจ้าวเสวี่ยอินสั่งการเน้นย้ำลงมาเองว่าคืนนี้ต้องระมัดระวังสูงสุด เห็นบอกว่าทางแก๊งมังกรทมิฬเพิ่งโดนใครบางคนถล่มยับเยินไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน แถมของประมูลโบราณมูลค่าห้าร้อยล้านหยวนของคุณชายจ้าวเทียนหรานก็เอามาเก็บไว้ในตู้เซฟใต้ดินที่นี่ด้วย ขืนมีอะไรผิดพลาด หัวพวกเราหลุดออกจากบ่าแน่" บอดี้การ์ดอีกคนตอบกลับน้ำเสียงเคร่งเครียด


    "หึ... แก๊งมังกรทมิฬพวกนั้นมันก็แค่พวกมาเฟียปลายแถว จะเอามาเทียบกับความปลอดภัยระดับป้อมปราการทหารของตระกูลจ้าวเราได้ยังไง ใครมันจะกล้าบุกเดี่ยวฝ่าระบบป้องกันอินฟราเรดและปืนในมือพวกเราเข้ามากันวะ..."


    ผมยืนกอดอกพิงโคนต้นไม้ใหญ่ฟังคำสนทนาของพวกมันด้วยสายตานึกสนุกและเวทนา ปล่อยให้ร่างของพวกมันเดินผ่านเงามืดที่ผมซ่อนตัวอยู่ไปไม่ถึงสองเมตรโดยที่พวกมันไม่มีทางสังเกตเห็นเลยแม้แต่น้อย เมื่อพวกมันเดินห่างออกไปแล้ว ผมก็เคลื่อนไหวร่างกายก้าวพริบตาเป็นเงาน้ำเงินเข้มลัดเลาะผ่านกำแพงประตูกระจกบานใหญ่ด้านหลังคฤหาสน์ ลอบทะลวงเข้าสู่โถงรับแขกโอ่อ่าชั้นล่างได้อย่างเงียบกริบ


    ภายในคฤหาสน์ตระกูลจ้าวเงียบสงัดและสลัวราง มีเพียงแสงไฟสีนวลจากโคมไฟฝาผนังระดับหรูส่องสว่างตามทางเดินพื้นหินอ่อนขัดเงา ผมใช้สายตาเพลิงสุริยะมองทะลุกำแพงคอนกรีตขึ้นไปยังพื้นที่ชั้นสองและชั้นสามเพื่อค้นหาเป้าหมายการกู้ภัยและของประมูล


    [ระบบ: ตรวจพบเป้าหมายคุณภาพสูงอันดับที่ 6 ในพื้นที่พิกัดห้องนอนส่วนตัวทิศตะวันตกชั้นสอง]

    [ระบบ: ระบุเป้าหมาย - จ้าวอวี่ถิง (ดารานักแสดงหญิงชื่อดังระดับชาติ อายุ 24 ปี ระดับความงาม 9.4/10)]

    [ระบบ: ตรวจพบความผิดปกติของสรีรวิทยาเป้าหมาย - ชีพจรร้อนกามารมณ์ (Yang-Fire Pulse) อยู่ในระดับปะทุรุนแรงเกินพิกัดความต้านทาน มีความเสี่ยงต่อการพังทลายของระบบสมดุลหยินหยางในร่างกายสูงถึง 87% โฮสต์ต้องเข้าทำการถอนพิษกามารมณ์ถาวรโดยด่วนที่สุด...]


    "ชีพจรร้อนกามารมณ์ปะทุรุนแรงงั้นเหรอ?" ผมเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาส่องประกายสีทองสว่างจ้าในความสลัว


    ภาพวิเคราะห์สรีรร่างกายของจ้าวอวี่ถิงในจอระบบสะท้อนให้เห็นร่างบางของหญิงสาวที่มีเส้นเลือดลมปราณร้อนแดงก่ำหมุนเวียนแผ่ซ่านอย่างสะเปะสะปะไปทั่วบริเวณหน้าอกและช่วงล่าง จุดชีพจรเสียวซ่านจุดใหญ่บริเวณท้องน้อยตึงเปรี๊ยะจนเกือบจะระเบิดออกด้วยแรงบีบคั้นของฮอร์โมนเพศและอุณหภูมิความร้อนที่พุ่งสูงปรี๊ด นี่เป็นอาการผิดปกติของผู้หญิงที่มีโครงสร้างร่างกายพลังงานหยินอ่อนแอจนสยบพลังงานหยางป่าเถื่อนไม่ได้ ซึ่งปกติจะถูกระตุ้นขึ้นมาด้วยกิเลสตัณหาหรือพิษร้ายบางชนิด และต้องการการฝังเข็มถอนพิษร้อนระดับเทพควบคู่กับการระบายสมดุลด้วยน้ำหยางร้อนผ่าวจากร่างกายของบุรุษเพศชายที่มีพลังงานสูงสุดอย่างผม


    ในระหว่างที่ผมกำลังก้าวเดินขึ้นบันไดวนหินอ่อนมุ่งหน้าไปยังห้องนอนของเธออย่างเงียบเชียบดุจวิญญาณพลางใช้วิชาก้าวพริบตาหลบหนีกล้องวงจรปิดตามทางเดิน ผมก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเบาๆ และเสียงสนทนาที่สั่นเครือดังมาจากทางเดินตรงหัวมุมชั้นสอง


    "แย่แล้ว... คุณหนูอวี่ถิงอาการกำเริบอีกแล้ว คราวนี้รุนแรงกว่าทุกครั้งจนตัวเธอร้อนเป็นไฟและทุบตีข้าวของเสียหายหมดเลย! ยาแก้ปวดและยาระงับประสาทที่คุณหมอหลินซื่ออวี่จัดให้ก็ไม่ได้ผลแล้วด้วย!" เสียงของสาวใช้คนสนิทพูดขึ้นน้ำเสียงสั่นเครือและกระวนกระวายระทึก


    "ชู่ว!... เสียงดังไปแล้ว! คุณท่านใหญ่และคุณชายจ้าวเทียนหรานออกคำสั่งห้ามแพร่งพรายเรื่องโรคประจำตัวของคุณหนูออกไปเด็ดขาด โดยเฉพาะสื่อมวลชนและคนนอกคฤหาสน์ ไม่งั้นชื่อเสียงดาราหญิงกิตติมศักดิ์และภาพลักษณ์บริสุทธิ์ของคุณหนูจะพังพินาศหมด ตอนนี้คุณหนูล็อคประตูขังตัวเองอยู่ในห้องนอนและไม่ยอมให้ใครเข้าไปเลย... พวกเราทำได้แค่เฝ้าดูอยู่ห่างๆ และรอให้ยาออกฤทธิ์ระงับอารมณ์เองเท่านั้นแหละ" สาวใช้อีกคนเตือนเสียงกระซิบกระซาบ


    "แต่นี่มันสองชั่วโมงแล้วนะ... ตัวของคุณหนูร้อนมากจนเหงื่อชุ่มผ้าปูเตียงไปหมด ฉันกลัวว่าคุณหนูจะช็อกตายคาท้องห้องไปก่อนน่ะสิ..."


    ผมได้ยินคำบอกเล่าเหล่านั้นพลางแสยะยิ้มบางที่มุมปากอย่างเข้าใจสัจธรรม อาการชีพจรร้อนกามารมณ์ปะทุรุนแรงขนาดนี้ ยาระงับประสาทธรรมดาหรือวิทยาการทางการแพทย์แผนปัจจุบันไม่มีทางรักษาให้หายขาดได้หรอก มีแต่จะทำให้จุดชีพจรปั่นป่วนและเร่งปฏิกิริยาให้หัวใจเต้นเร็วระทึกจนสุ่มเสี่ยงต่อชีวิตมากขึ้นเท่านั้น มีเพียงทักษะวิชาฝังเข็มพิษกามารมณ์ระดับเทพของระบบที่อยู่ในนิ้วมือของผมเท่านั้นที่จะช่วยรักษาชีวิตอันมีค่าดั่งเพชรน้ำงามของดาราสาวระดับชาติผู้นี้ไว้ได้


    ผมรอจนกระทั่งสาวใช้สองคนนั้นเดินถือถาดเปล่ายาลงบันไดไปอีกฝั่งหนึ่ง ผมจึงก้าวเท้าโผล่ออกมาจากเงามืดเสาหินและเดินตรงไปยังหน้าบานประตูไม้โอ๊คแกะสลักสีทองขุ่นขนาดใหญ่ที่เป็นห้องนอนส่วนตัวของจ้าวอวี่ถิง


    ผมลองเอื้อมมือไปจับลูกบิดประตูและลองบิดเบาๆ พบว่ามันถูกล็อกจากด้านในหนาแน่นหนาหลายชั้นตามคาด แต่ภายใต้พละกำลังกายศิลาเหล็กกล้าและพลังนิ้วมือของผม ผมเพียงแค่สอดปลายนิ้วเข้าบีบช่องว่างรูกุญแจเบาๆ อัดแรงลมปราณลงไปปลดตัวล็อกเหล็กกล้าข้างในจนมีเสียง "แก๊ง!" เบาๆ ประตูก็คลายตัวล็อกออกอย่างง่ายดายโดยไม่มีความเสียหายภายนอกหลงเหลืออยู่เลย


    ผมค่อยๆ ดันบานประตูไม้โอ๊คหนาหนักเปิดออกช้าๆ ลอบแทรกตัวเข้าไปในห้องนอนหรูส่วนตัวที่ถูกตกแต่งสไตล์โมเดิร์นคลาสสิกอันโอ่อ่าและปิดประตูลงล็อกกลับคืนอย่างเงียบกริบดุจเดิม


    กลิ่นหอมเย้ายวนใจอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของคุณหนูดาราสาวจ้าวอวี่ถิง กลิ่นกายสาวผสมผสานกับน้ำหอมแบรนด์เนมกลิ่นฟลอรัลจางๆ ฟุ้งกระจายอบอวลอยู่ทั่วทั้งห้องผสมผสานกับความอุ่นร้อนแปลกๆ ของอุณหภูมิความร้อนที่แผ่ออกมาจากร่างบางบนเตียงกว้าง แสงไฟสลัวสีส้มครามภายในห้องส่องสะท้อนสภาพของห้องนอนที่มีหมอนอิงและแจกันดอกไม้บางส่วนร่วงหล่นกระจัดกระจายอยู่บนพื้นพรมขนสัตว์หนานุ่ม


    บนเตียงนอนขนาดคิงไซส์กลางห้องนอนนั้น ร่างของจ้าวอวี่ถิงนอนขดตัวสั่นระริกอยู่ใต้ผ้าห่มขนเป็ดสีขาวสะอาด เธอสวมชุดคลุมนอนผ้าไหมสีแดงเพลิงบางเบาที่บัดนี้เปียกชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อไคลสีใสจนผ้าเนื้อดีแนบชิดไปกับเรือนร่างสะคราญตา เผยให้เห็นส่วนโค้งเว้าของหน้าอกอวบอิ่มขนาดใหญ่กลมกลึงที่กระเพื่อมขึ้นลงอย่างรวดเร็วถี่รัวตามจังหวะการหายใจหอบสะท้าน และเรียวขาเนียนขาวละมุนที่ยื่นพ้นชายผ้าไหมออกมาสั่นระริกปัดป่ายไปมาบนฟูกนอนเพื่อระบายความอึดอัดเสียวซ่านในกาย


    "อึก... ฮ้า... อุ่น... ร้อน... ทนไม่ไหวแล้ว..." เสียงหวานใสแหบพร่าครางแผ่วสะอื้นดังเล็ดลอดออกมาจากลำคอระหง ใบหน้าสวยงามไร้ที่ติระดับนางเอกอันดับหนึ่งของประเทศแดงก่ำไปด้วยเลือดฝาดที่แล่นพล่าน ริมฝีปากอิ่มสีชมพูระเรื่อเผยอออกเพื่อสูดอากาศหายใจ นัยน์ตาคู่สวยฉ่ำเยิ้มหวานเชื่อมไปด้วยความเสน่หาและขาดสติควบคุมไปโดยสมบูรณ์


    ผมก้าวเดินเข้าไปหยุดอยู่ข้างขอบเตียงนอนขนาดใหญ่จ้องมองเรือนร่างของเธอด้วยสายตาระดับนักล่าที่พึงพอใจอย่างที่สุด แววตาสีทองของผมกวาดมองปทุมถันอวบอิ่มที่ตึงขยายใหญ่ขึ้นจนล้นขอบคอเสื้อคลุมสีแดงที่แยกออกกว้างเผยให้เห็นเนินเนื้อขาวสล้างสั่นกระเพื่อมระยับตามแรงหอบหายใจ และกลีบเนื้อนวลเนียนใต้ชายกระโปรงผ้าไหมสั้นกุดที่เบียดบดเข้าหากันแน่นหนาด้วยความเสียวซ่านรัญจวนใจในร่างสาว


    "ระบบ เริ่มต้นเตรียมเข็มทองคำและเตรียมการรักษาชีพจรร้อนกามารมณ์ปะทุ" ผมสั่งการระบบผ่านจิตสำนึก


    [ระบบ: ยืนยันการรักษาความปลอดภัยเป้าหมายที่ 6 จ้าวอวี่ถิง...]

    [ระบบ: ปลดล็อกเครื่องมือฝังเข็ม 'เข็มทองสวรรค์เก้าทิศ' หมุนเวียนปราณหยางเพื่อเตรียมปักจุดระบายความร้อน...]


    ในขณะที่ผมกำลังจะยื่นฝ่ามือหนาอุ่นร้อนออกไปสัมผัสหน้าผากมนขาวเนียนของเธอเพื่อตรวจวัดความร้อนของจุดชีพจร ทันใดนั้น ร่างบางของจ้าวอวี่ถิงที่นอนกระสับกระส่ายอยู่บนเตียงพลันเบิกตาโพลง ดวงตาคู่สวยสะท้อนประกายความรักแรงปรารถนาสีแดงเข้มสั่นเครือเมื่อได้กลิ่นอายบุรุษเพศชายที่แข็งแกร่งและเข้มข้นแผ่มาจากตัวผม


    "อ๊ะ... คุณ... ใคร..." เสียงหวานสั่นระริกเอ่ยถามแผ่วพร่า ทว่าสัญชาตญาณความต้องการทางกายภาพของเธอที่ถูกกดทับมานานบัดนี้พุ่งขึ้นเหนือการควบคุมโดยสิ้นเชิงเมื่อมีชายหนุ่มสุดหล่อเหลาบารมีสะกดสายตามายืนอยู่ข้างเตียง


    ร่างบางในชุดคลุมผ้าไหมสีแดงเพลิงเปียกโชกพลันสปริงตัวผุดลุกขึ้นนั่งพุ่งตัวเข้ามากระชากคอเสื้อยืดสีดำของผมเอาไว้แน่นหนาด้วยแรงทั้งหมดที่เหลืออยู่ของเธอ กลิ่นกายหอมหวานและลมหายใจอุ่นร้อนหอบสะท้านของเธอพ่นรดรินใส่บริเวณซอกคอของผมจนผมสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิผิวของเธอที่ร้อนผ่าวราวกับมีเปลวไฟแผดเผาอยู่ข้างในกายสาว


    ดวงตาคู่สวยระดับนางเอกร้อยล้านจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของผม แววตาหวานเชื่อมคู่นั้นสั่นระริกเต็มไปด้วยความปรารถนาราคะดิบที่ปราศจากการเสแสร้งใดๆ นิ้วมือเรียวสวยของเธอกำคอเสื้อของผมไว้แน่นจนสั่นเทา ใบหน้าสวยหวานซบลงข้างแก้มของผมสูดกลิ่นอายฟีโรโมนความเป็นชายของผมเข้าปอดอย่างกระหายและเรียกร้องหาการเติมเต็มที่รอคอยมาตลอดชีวิต


    "ช่วย... ช่วยฉันด้วย... ร้อน... ฉันร้อนเหลือเกิน... ได้โปรด..." ดาราสาวกิตติมศักดิ์ผู้แสนเย่อหยิ่งสะอื้นไห้วิงวอนขอความเมตตาทางกายภาพจากผมทั้งน้ำตา แววตาคู่นั้นไม่มีรอยหยิ่งยโสเหลืออยู่อีกต่อไป มีเพียงเหยื่อสาวแสนสวยที่พร้อมจะมอบเรือนร่างสะคราญตาอันมีค่าสูงสุดให้แก่บุรุษหนุ่มตรงหน้าขยี้ทำลายเพื่อดับไฟร้อนที่กำลังแผดเผาวิญญาณของเธอในค่ำคืนนี้!